เสรี สุวรรณภานนท์ หารือประเด็นการปฏิรูปการเมืองอย่างรอบด้าน โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปรับปรุงระบบคัดกรองผู้สมัครทางการเมือง การส่งเสริมจริยธรรมและคุณธรรมในวงการเมือง รวมถึงการพัฒนาศักยภาพนักการเมืองตั้งแต่ระดับการศึกษา เพื่อสร้างวัฒนธรรมการเมืองที่ดีและเพิ่มความโปร่งใส ลดอิทธิพลของทุนและปัญหาการซื้อขายตำแหน่ง พร้อมเสนอให้มีการทบทวนค่าตอบแทนและสวัสดิการของนักการเมืองอย่างรอบด้าน ควบคู่กับการสร้างกลไกสนับสนุนที่เป็นธรรมและยั่งยืน เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ขอรายงานการปฏิรูปทางการเมืองในเรื่องเกี่ยวกับ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งจริง ๆ แล้วผู้รายงานผมไม่ใช่ ๔ คน จริง ๆ ทั้งคณะ แต่ตอนนี้ขึ้นมา ๓ คนแล้ว เดี๋ยวคงรอนะครับ
ในรายงานดังกล่าวนี้คณะกรรมาธิการได้ศึกษาในประเด็นปัญหาเรื่องผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง ต้องกราบเรียนครับว่าในการปฏิรูปทางการเมืองนั้น จริง ๆ แล้วไม่ใช่ ว่าจะปฏิรูปหรือเสนอเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วการปฏิรูปทางการเมืองจะสําเร็จ สิ่งที่จะทําให้ การเมืองสําเร็จลุล่วงได้นั้นก็จะขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระในหัวข้อที่กรรมาธิการได้ศึกษาว่า การปฏิรูปทางการเมืองถ้าจะให้ประสบความสําเร็จทั้งหมดนั้น มีหัวข้อใหญ่ ๆ ๖ หัวข้อนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญก็คือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ระบบพรรคการเมือง การเลือกตั้ง ที่สุจริตและเที่ยงธรรม การควบคุมและการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ การเสริมสร้าง วัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย การแก้ไขความขัดแย้งและการสร้าง ความปรองดอง ซึ่งทั้ง ๖ เรื่องดังกล่าวนี้คณะกรรมาธิการก็ได้ศึกษาแล้วก็เสนอไปบางส่วนแล้ว ส่วนเรื่องของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองถือว่าเป็นหัวข้อหลักอีกหัวข้อหนึ่งที่จะทําให้ ทางการเมืองนั้นมีการเปลี่ยนแปลง แต่ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าสิ่งที่กรรมาธิการ เสนอให้มีการปฏิรูปการเมืองในส่วนของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนั้น ก็ต้องกราบเรียนว่า นักการเมืองหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองที่เป็นอยู่เดิมและจะเกิดขึ้นใหม่นั้นไม่ใช่คนไม่ดี ในการนําเสนอของกรรมาธิการด้านการเมืองที่ผ่านมาหลายครั้งเมื่อรายงานแล้วก็จะถูก วิพากษ์วิจารณ์แล้วก็ถูกกล่าวขานจากบรรดานักการเมืองในปัจจุบันว่าไปให้ร้ายว่าไปพูด นําเสนอแนวทางที่ทําให้นักการเมืองเสียหาย ก็ต้องกราบเรียนก็พยายามชี้แจงอยู่ตลอดว่า ถ้าหากว่านักการเมืองดีทั้งหมดก็ไม่ต้องปฏิรูป ถ้านักการเมืองดีมากกว่าน้อยก็ไม่น่าจะต้อง ปฏิรูปอะไร แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือนักการเมืองส่วนน้อยเป็นนักการเมืองที่ดี ส่วนที่ไม่ดี หรือที่มีปัญหามีมากกว่าเราก็เลยจําเป็นต้องให้มีการปฏิรูปทางการเมือง ดังนั้นข้อเสนอ ดังกล่าวนั้นอาจจะกระทบไปบ้างแต่ก็เฉพาะในส่วนที่ไม่ดีเท่านั้นก็เกรงใจ แล้วก็ไม่อยากให้ บรรดานักการเมืองที่อยู่ในปัจจุบันนี้เสียกําลังใจหรือถูกมองในแง่ร้าย แต่ก็ต้องยอมรับ อีกอย่างหนึ่งครับว่าผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือนักการเมืองที่มีสภาพอยู่ในปัจจุบัน หรือที่ผ่านมานั้น พี่น้องประชาชนมีความรู้สึกในแง่ลบในแง่ที่เมื่อใดก็ตามถ้าเราพูดถึง นักการเมืองประชาชนก็จะเกิดความรู้สึกที่ไม่ดี จะเกิดความรู้สึกว่านักการเมืองคบไม่ได้ จะเกิดความรู้สึกว่านักการเมืองเข้าแสวงหาประโยชน์ ทุจริตคอร์รัปชันก็เลยกลายเป็นปัญหาใหญ่ ปัญหาใหญ่ที่บรรดานักการเมืองที่ดี ๆ เขาก็อยากให้มีการปฏิรูปนะครับ ซึ่งก็เป็นความโชคดีที่ในกรรมาธิการด้านการเมืองมีนักการเมืองอยู่หลายท่าน ก็มองเห็นถึง ปัญหาดังกล่าวนี้ แล้วท่านก็พยายามจะแก้ไขเพื่อให้เกิดภาพพจน์ที่ดีหรือการทํางานที่ดีของ บรรดานักการเมืองที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนะครับ อันนี้ก็คือสิ่งที่บรรดานักการเมืองแล้วก็ กรรมาธิการด้านการเมืองที่ทําหน้าที่อยู่นี่นะครับก็เสนอแนวทางเพื่อให้เป็นทางออก เพื่อให้เป็นการแก้ปัญหาอีกทางหนึ่งเพื่อให้การเมืองนั้นดีขึ้น ซึ่งในข้อเสนอเพื่อให้การปฏิรูป การเมืองสัมฤทธิผลในส่วนของการศึกษา การศึกษาการปฏิรูปทางการเมืองในส่วนของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง กรรมาธิการก็ได้ตั้งท่านสมพงษ์ สระกวี ซึ่งเป็นกรรมาธิการ เป็นประธานอนุกรรมาธิการแล้วก็ให้มีการศึกษามาตรการ กลไก การปฏิรูปผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง เพื่อให้ได้นักการเมืองที่ดีให้ทําหน้าที่ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อ พี่น้องประชาชนและรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ของตน ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวนี้ ได้แบ่งออกเป็น ๔ เรื่องใหญ่ ๆ นะครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือการปฏิรูปมาตรการในการคัดกรองและตรวจสอบคุณสมบัติ ของผู้สมัครเข้าดํารงตําแหน่งทางการเมืองก็คือก่อนจะเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองก็ต้องมี กระบวนการในการคัดกรองเพื่อให้ผู้ที่จะเข้าดํารงตําแหน่งทางการเมืองนั้นเป็นคนที่มี คุณสมบัติและมีกระบวนการที่ทําให้ได้คนดีเข้าสู่ตําแหน่ง
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องการปฏิรูปการควบคุมการตรวจสอบจริยธรรม ระบบคุณธรรมและการปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องสําคัญนะครับ เป็นเรื่องที่จะต้องให้มี มาตรการ ให้นักการเมืองหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนั้นต้องมีคุณธรรม มีจริยธรรม ตอนนี้จะทําอย่างไร นอกจากการกระทําที่เป็นความผิดของนักการเมืองหรือผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองที่เป็นความผิดในทางอาญาแล้วนี่นะครับ กรรมาธิการให้ความสําคัญ ในเรื่องเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม ระบบคุณธรรมและการทําหน้าที่โดยปราศจากการขัดกัน ซึ่งผลประโยชน์นะครับ
เรื่องที่ ๓ ปฏิรูปมาตรการการส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง อันนี้ก็จะเป็นมาตรการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา ก็จะต้องให้เยาวชนได้มีการเรียนรู้ ได้ศึกษาให้มีหลักสูตรการเรียนการสอน การศึกษา ตั้งแต่ชั้นโรงเรียน ชั้นมัธยม ชั้นมหาวิทยาลัย แล้วก็ยังให้มีการสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง อันนี้ก็เพื่อความเรียนรู้ ส่งเสริมเพื่อให้เรามีการพัฒนานักการเมืองและทําให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม ในทางการเมืองมากขึ้นนะครับ
เรื่องที่ ๔ ปฏิรูปพิจารณาค่าตอบแทนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและ ผู้บริหารพรรคการเมืองให้สอดคล้องกับภารกิจและการปฏิบัติหน้าที่ในการสร้างประโยชน์ ให้กับประเทศชาติและประชาชนทั้งประเทศ เรื่องนี้ต้องทําความเข้าใจกันครับท่านประธาน พอดีอนุกรรมาธิการได้ไปศึกษาในเบื้องต้นนะครับ การศึกษานี้ท่านก็ต้องเข้าใจว่าการศึกษา คือการหาข้อมูล การที่จะต้องรวบรวมข้อเท็จจริง หลักการต่าง ๆ แนวทางต่าง ๆ เมื่อศึกษา แล้วก็จะได้ข้อมูลจากการที่ได้ไปศึกษานะครับ เมื่อข้อมูลดังกล่าวนั้นถูกเผยแพร่ออกไป ก็อย่างที่เรียนตั้งแต่แรกครับว่าสังคมไทยไม่ยอมรับนักการเมืองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เวลานําเสนออะไรพวกนี้นี่นะครับ เป็นข้อมูลเพื่อให้นําไปพิจารณา จริง ๆ ควรจะต้องพิจารณาก่อน เพราะข้อเสนอดังกล่าวนี้ไม่ใช่ข้อเสนอที่เป็นข้อยุติ ไม่ใช่ข้อเสนอที่บอกว่าเสนอแล้วนักการเมืองจะได้เงินเดือน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ว่าเสนอ แล้วนักการเมืองจะได้เงินเดือน ๕๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ แต่เป็นข้อมูลที่นําเสนอเปรียบเทียบ จากหน่วยงานต่าง ๆ จากประเทศต่าง ๆ แต่ท่านสมพงษ์ สระกวี ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านประธานผมนะครับก็ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ด้วยเจตนาดีว่าสิ่งที่ได้ศึกษาไปนั้นมีข้อมูลแล้วก็ มีแนวทางที่น่าจะทําให้เป็นการสนับสนุนการทําหน้าที่ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ทําหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น แล้วก็เพื่อให้นักการเมืองได้สามารถมีค่าตอบแทนในการ ที่จะย้อนกลับไปดูแลพี่น้องประชาชนไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตนนะครับ แต่เป็นข้อเสนอก็ถูก กระแสทางสังคม ก็ถูกสื่อมวลชน ก็ถูกนักการเมืองวิพากษ์วิจารณ์ เหมือนกับกรรมาธิการ หรืออนุกรรมาธิการนี้นะครับ ได้เสนอแนวทางเพื่อจะให้ได้ประโยชน์ หาผลประโยชน์ทําให้ นักการเมืองได้ประโยชน์จากสิ่งที่มีการได้พิจารณาไปศึกษา อันนี้ก็เลยทําให้กรรมาธิการ ต้องคิดเยอะครับ เราก็ต้องคิดหนักครับ เพราะอย่างน้อยที่สุดข้อเสนอดังกล่าวนี้เป็นข้อเสนอ ที่เมื่อนําเสนอไปแล้วมีข้อเสนอจากหลาย ๆ ฝ่ายนี้ ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อันนี้ เป็นเรื่องธรรมดานะครับ ถ้าอะไรที่เห็นด้วยหมดอันนั้นผิดปกติแล้วก็จะมีปัญหา อะไรไม่เห็นด้วย ทั้งหมดก็ผิดปกติและมีปัญหาเช่นเดียวกัน ดังนั้นข้อเสนอที่เสนอไปนักการเมืองยุคปัจจุบันนี้ ไม่เห็นด้วยก็มีหลายคน ทั้ง ๆ ที่จิตใจอยากได้ แต่เสนอไปแล้วเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้นนี่นะครับ แล้วก็เหมือนกับจะไม่ให้ประโยชน์นักการเมืองก็มีการนําเสนอความคิดเห็นในแนวทาง ที่เหมือนข้อเสนอของอนุกรรมาธิการเป็นข้อเสนอในทางที่สังคมรับไม่ได้นะครับ ก็เลย เกิดกระแส ดังนั้นสิ่งที่กราบเรียน สิ่งที่เป็นข้อเสนอดังกล่าวคนเห็นด้วยก็มีครับ ขออนุญาต เอ่ยนามท่านไม่เสียหายเพราะเป็นข้อเท็จจริงที่ท่านได้เสนอความเห็นคือท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ไม่เสียหายนะครับ เพราะว่าท่านเสนอแสดงความคิดเห็นให้สื่อมวลชนในช่วงเวลา ดังกล่าวว่าเห็นควรให้มีการปรับปรุงแล้วก็เพิ่มค่าตอบแทนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง แล้วก็บรรดาข้าราชการทั้งหลายด้วยนะครับ อันนี้มันทําให้เราต้องกลับมาคิดว่าสิ่งที่เป็น ข้อเสนอดังกล่าวนี้มีมุมมองที่แตกต่าง มีมุมมองที่ทําให้พิจารณาได้ว่าสิ่งที่กรรมาธิการ ได้เสนอหรือพิจารณานั้นก็พิจารณาโดยรอบด้าน จริง ๆ เราตัดทิ้งก็ได้เพื่อให้เราดูดี เราไม่พิจารณาก็ได้เพื่อให้เราไม่ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่ในเมื่อเราอยู่ในภาวะ ของการปฏิรูปการเมืองแล้วก็เป็นประเด็นเป็นเรื่องในระบบกลไก เราก็ต้องพิจารณาทั้งระบบ แต่ต้องเรียนย้ํากรรมาธิการไม่มีเจตนาหรอกครับที่จะไปให้เงินเดือนหรือไปขึ้นเงินเดือน หรือไปเสนออะไรที่ขาดเหตุขาดผล เพียงแต่ต้องทําความเข้าใจในทุกฝ่ายว่าเป็นข้อเสนอ เพื่อนําไปพิจารณาต่อนะครับ และอย่าไปยุติในชั้นกรรมาธิการของ สปท. เป็นเบื้องต้น ของการที่จะพิจารณา ซึ่งในเรื่องนี้กรรมาธิการก็เสนอโดยระมัดระวังเดี๋ยวจะรายงาน ให้ทราบระมัดระวังอย่างไร เราจะต้องคํานึงถึงความคิดเห็นของประชาชน ถ้าเราจะเสนอ แบบนี้ประชาชนคิดอย่างไร เราต้องพิจารณาถึงงบประมาณการเงินการคลังของประเทศ เป็นอย่างไร เศรษฐกิจของชาติเป็นอย่างไรนะครับ ถ้าจะคิดเพิ่มเงินเดือนให้ใครก็ตามทําได้ แต่ถ้าให้นักการเมืองจะต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบแล้วก็ให้มีกระบวนการขั้นตอน ที่สังคมยอมรับได้นะครับ อันนี้เป็นข้อเสนอที่เราคิดเพื่อให้แต่ละฝ่ายได้พิจารณาแล้วมารับฟังกันและข้อเสนอดังกล่าวนี้ ไม่ใช้ในช่วงเวลานี้ กรรมาธิการเสนอว่าเพื่อจะตัดปัญหาทั้งปวง อีก ๕ ปีข้างหน้า ก็ไปพิจารณาดูว่าอาจจะเพิ่มก็ได้อาจจะลดก็ได้ คําว่าพิจารณาในที่นี้ไม่ได้ว่าพิจารณาแล้ว ต้องเพิ่ม แต่ตัวเลขเราไม่ได้เสนอ เราไม่ได้เสนอตัวเลขว่าจะต้องให้เท่านั้นให้ ๓๐๐,๐๐๐ ให้ ๕๐๐,๐๐๐ เราไม่มีตัวเลขตรงนั้น ต้องทําความเข้าใจตรงนี้จะได้ไม่ก่อให้เกิด ความเสียหาย ดังนั้นสรุปสภาพปัญหาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองที่เราเห็นถึงสภาพ ที่มันเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้กําหนดไว้ ๑๐ ข้อ ๑๐ ประเด็น ก็คือ
๑. ที่ผ่านมาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองส่วนหนึ่งยังขาดจิตสํานึกในการทํา หน้าที่เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง ขาดอุดมการณ์ ขาดความรับผิดชอบ และคุณธรรมจริยธรรมทางการเมือง ทําให้ประชาชนไม่มีความเชื่อถือศรัทธา อันนี้ส่วนใหญ่ แต่ส่วนที่ดี ๆ ยังมีอยู่เยอะนะครับ
๒. ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองถูกใช้เป็นกลไกสําคัญของระบบธุรกิจ การเมืองที่เข้ามาแสวงหาประโยชน์อันเป็นบ่อเกิดของการทุจริตคอร์รัปชัน พรรคการเมือง ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของนายทุนพรรค
๓. การได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและตําแหน่ง ทางการเมืองอื่น ๆ ตามบทบัญญัติของกฎหมายนั้นไม่ได้เป็นการได้มาซึ่งผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองที่มีคุณภาพและมีความรู้ความสามารถด้านต่าง ๆ ที่พึงประสงค์ กลับกลายเป็น แหล่งกลุ่มทุน กลุ่มธุรกิจ และผู้มีอิทธิพลเป็นส่วนใหญ่ นําไปสู่การหาประโยชน์ทางการเมือง ในที่สุด ท่านประธานครับ เรื่องนี้ กรธ. ตอนที่ไปยกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ท่านก็เห็น ถึงปัญหาว่านักการเมืองบางคนไม่ได้อยู่ในแวดวงการเมืองแต่หิ้วกระเป๋ามีเงินเข้ามาสู่เส้น ทางการเมืองแล้วก็ไปดํารงตําแหน่งสําคัญก็คือไปซื้อตําแหน่งนะครับ ในส่วน กรธ. เอง ท่านกําหนดบทลงโทษเลย ถ้าหากว่ามีพฤติกรรมการกระทําแบบนี้มีโทษจําคุก ๑๕ ปี ใครซื้อขายตําแหน่งมีโทษจําคุก ๑๕ ปี หรือ ๒๐ ปี หรือจําคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต เสนอเท่านี้เป็นข่าวออกหน้าหนึ่งอยู่หลายวัน ก็คือทําให้เห็นว่าปัญหาในทางการเมืองต้องใช้ ยาแรง แต่อย่างที่เรียนว่าในส่วนของกรรมาธิการด้านการเมืองเองก็เสนอในบทลงโทษ ที่รุนแรงเช่นเดียวกัน แต่มิได้มีเจตนาที่จะไปลงโทษใครหรืออยากจะไปลงโทษใคร แต่มีบทบัญญัติทางกฎหมายแก้ปัญหาความอ่อนแอ ความชราภาพ ความหย่อนยาน ของตัวบทกฎหมายโดยให้มีอัตราโทษที่สูงขึ้น เพียงเพื่อที่มีความต้องการจะให้คนที่จะไป กระทําความผิดทั้งหลายหรือจะไปซื้อตําแหน่งไปกระทําความผิดทางการเมืองได้เกรงกลัว ต่อกฎหมาย แล้วก็จะได้ไม่มีการกระทําความผิด ไม่ต้องไปโกงการเลือกตั้ง ไม่ต้องไปซื้อเสียง เพราะฉะนั้นเราก็จะได้การปฏิรูปทางการเมืองที่สามารถจะแก้ปัญหาทางการเมือง ได้อย่างแท้จริงนะครับ
๔. การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ไม่ได้เป็นการได้มาซึ่งผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองที่มีคุณภาพและมีความรู้ความสามารถด้านต่าง ๆ ที่พึงประสงค์ กลับกลายเป็น แหล่งกลุ่มทุน กลุ่มธุรกิจ และผู้มีอิทธิพลเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนําไปสู่การหาประโยชน์ทาง การเมืองในที่สุด และการปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภามีปัญหาเกี่ยวกับการใช้อํานาจ และถูกแทรกแซงทางการเมืองเนื่องจากวุฒิสภามีอํานาจให้คุณให้โทษในเรื่องการแต่งตั้ง และถอดถอนบุคคลออกจากตําแหน่งได้ คือในยุคที่ผ่านมามีปัญหาแบบนี้นะครับ
๕. การเข้าสู่ตําแหน่งของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองในระดับท้องถิ่น มีการใช้กลไกการพนัน การซื้อสิทธิขายเสียงอย่างรุนแรงเช่นเดียวกับระดับชาติ และมีบางส่วนมาจากเครือญาติหรือเครือข่ายของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองระดับชาติ เมื่อได้เข้ามาดํารงตําแหน่งทางการเมืองแล้วจึงมีการใช้อํานาจหน้าที่ไปในทางแสวงหา ประโยชน์ มีการทุจริตคอร์รัปชันทั้งระบบอย่างกว้างขวาง
๖. ประชาชนมีทัศนคติต่อนักการเมืองส่วนใหญ่ว่าเป็นผู้ที่เห็นประโยชน์ ส่วนตนและพวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างที่ผมกราบเรียน ไปตั้งแต่แรกนะครับ ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากความมีอคติ จริง ๆ ก็คงไม่มีอคติอย่างเดียว เป็นข้อเท็จจริงด้วยนะครับ แล้วก็มีการวาทะกรรม มีทั้งใส่ร้ายแล้วก็ไม่ใส่ร้าย เดี๋ยวขอปรับ ถ้อยคําตรงนี้นิดหนึ่งนะครับว่าไม่ใช่ใส่ร้ายอย่างเดียวครับ ไม่ใส่ร้ายก็ได้เกิดขึ้น ก็มีนะครับ ผู้ดํารงตําแหน่งการเมืองอย่างต่อเนื่อง มีการพูดถึงเรื่องการโกง การซื้อเสียง ธุรกิจการเมือง อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนะครับ
๗. ขาดกลไกและมาตรการรองรับในการพัฒนาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง และผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองไม่ได้รับประโยชน์ตอบแทนและสวัสดิการที่เพียงพอ อันนี้มันจะเป็นข้อเสนอที่เขาไปดูประเด็นปัญหา เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีเกียรติ ซื่อสัตย์สุจริต มีประสิทธิภาพ และสามารถดําเนินกิจกรรมทางสังคมหรือทางการเมือง ได้อย่างเหมาะสม อันนี้เพราะว่านักการเมืองก็อย่างที่ปรากฏนะครับ นักการเมืองดี ๆ ก็มีเยอะ แต่ในสภาพการไปดูแลพี่น้องประชาชนก็ต้องยอมรับอีกว่ามีค่าใช้จ่ายเยอะ อันนี้ก็เป็นปัจจัยที่เราต้องมาศึกษาและต้องพิจารณาแล้วก็นําเสนอ
๘. ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองขาดความต่อเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีโอกาสพัฒนาตัวเองไปตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตยเนื่องจากมีการรัฐประหาร ทําให้ประชาธิปไตยต้องหยุดชะงัก นี่แหละครับ มันก็เลยกลายเป็นปัญหาว่าในยุคที่เป็น ประชาธิปไตยมีการกระทําผิดเยอะ หาผลประโยชน์เยอะ ยกตัวอย่างอย่างเช่น ยุคประชาธิปไตยคนที่มีตําแหน่งหน้าที่ มีอํานาจก็หาประโยชน์อย่างเช่นตัดไม้ทําลายป่าอย่างนี้ ก็ไม่มีใครกล้าที่จะไปทําอะไรเพราะถือว่ามีอํานาจในบ้านเมือง แต่เมื่อยุคประชาธิปไตย เกิดปัญหามีการรัฐประหารเกิดขึ้นในช่วงรัฐประหารกลับกลายเป็นยุคที่ต้องมาแก้ปัญหา มาฟื้นฟูแก้ไขปัญหาประเทศ ต้องไปปลูกป่าเอาจริงเอาจัง ป้องกันไม่ให้เกิดการตัดไม้ทําลายป่า ใครบุกรุกที่ป่าสงวนต้องเอากลับคืนมา นี่คือกระบวนการที่เปรียบเทียบให้เห็นว่า ประชาธิปไตยเราเลยไปไม่ถึงไหน กลายเป็นยุคประชาธิปไตยที่แสวงแต่ผลประโยชน์ กลายเป็นยุคที่เผด็จการที่มาแก้แต่ปัญหาเรื่องเหล่านี้ มันก็เลยกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีใคร อยากให้เกิด แต่มันก็ด้วยปัญหาทางการเมืองที่แก้ไม่ได้ก็เลยเกิดเป็นสภาพที่ทําให้เกิดขึ้น สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่ทุกท่านเข้ามาช่วยแก้ปัญหากันในวันนี้นะครับ
๙. กลไกการตรวจสอบผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองโดยองค์กรอิสระ ไม่มีความเที่ยงตรง สองมาตรฐานและไม่มีประสิทธิภาพ นี่คือยุคที่ผ่านมา
๑๐. ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองจากพรรคการเมือง ด้วยระบอบประชาธิปไตยภายในพรรค และด้วยระบบคุณธรรมจริยธรรมที่เข้มงวดเพียงพอ ก็คือเราให้ความสําคัญไปที่พรรคการเมือง ในเมื่อเราจะให้กระบวนการกลไกของการได้ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองผ่านระบบพรรคการเมือง พรรคการเมืองจึงจะต้องมีบทบาท มีหน้าที่สําคัญในการที่จะต้องให้ได้นักการเมืองหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองที่ดีด้วย จากสภาพปัญหา ๑๐ ข้อข้างต้นนี่นะครับ มันเลยทําให้เกิดกระบวนการที่จะต้องมีการแก้ไข คณะกรรมาธิการก็เลยเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาตามรายงานที่ได้กราบเรียน ท่านประธาน ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมขออนุญาตท่านประธานให้ท่านประธาน อนุกรรมาธิการ ท่านสมพงษ์ สระกวี รายงานให้ที่ประชุมได้ทราบต่อไป แล้วก็ ท่านกรรมาธิการท่านอื่นจะรายงานเพิ่มเติมก็ขออนุญาตท่านประธานด้วยครับ ขอบพระคุณครับ