กิตติ ชี้ควรเร่งจัดลำดับปัญหาสังคม เน้นผู้สูงอายุ-ผู้พิการก่อน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖๒ · ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๙

กิตติ กิตติโชควัฒนา หารือถึงความจำเป็นในการจัดลำดับความสำคัญของปัญหาสังคม โดยเน้นให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสได้รับการพิจารณาเป็นอันดับแรก เพื่อให้การช่วยเหลือตรงจุดและทันต่อสถานการณ์ พร้อมเห็นด้วยกับข้อเสนอการเยียวยาด้านการศึกษาและอาชีพเพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต

นายกิตติ กิตติโชควัฒนา

กราบเรียนท่านประธาน ผม กิตติ กิตติโชควัฒนา สปท. หมายเลข ๑๐ จากจังหวัดยะลา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งที่กรรมการได้นำเสนอ ในวันนี้นั้นก็ฟังจากหลายท่านก็คงจะสรุปได้ความว่าเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องจำเป็นที่ทัน ต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเราซึ่งเป็น สปท. ส่วนมากก็อยู่ในวัย ที่เรียกว่าผู้สูงอายุ และอีกไม่กี่วันข้างหน้าไม่นานเกินรออีกหลายท่านก็จะเป็นอย่างที่ ส่วนมากเป็นกัน เพราะฉะนั้นจึงมีความสำคัญไม่เพียงแต่ต่อพวกเราที่นี่ ยังมีความสำคัญ ต่อผู้ฟังที่อยู่ข้างนอก รวมไปตลอดจนถึงบรรดาน้อง ๆ ที่นั่งข้างหน้าอยู่นี้ เพราะทุกคน ก็จะก้าวไปสู่ผู้สูงวัย ท่านประธานครับ ผมฟังได้ความว่ามีส่วนหนึ่งที่อยากจะเห็นมาก ๆ เพราะว่าทุกเรื่องที่พูดมามันไม่ใช่สำคัญเท่าเทียมกันหมด โดยส่วนตัวนั้นผมอยากจะให้มี การจัดลำดับความสำคัญ เพราะอะไรก็แล้วแต่ถ้าเราไม่จัดและทำไปพร้อม ๆ กัน บางทีมันดู ว่าอะไรก่อนอะไรหลังนึกไม่ออกว่าอะไรสำคัญกว่ากันทั้ง ๆ ที่ความสำคัญย่อมมีไม่เท่าเทียมกัน ในเรื่องของความเร่งด่วน แต่ทุกอย่างสำคัญกันทั้งนั้น จะเป็นผู้พิการก็ตาม จะเป็นผู้สูงอายุ ก็แล้วแต่ รวมไปตลอดจนถึงผู้ด้อยโอกาส แต่ถ้าหากว่าเรามาวิเคราะห์ในรายละเอียดลึก ๆ ลงไปแล้ว อย่างเช่น ผู้พิการถามว่าสำคัญไหม สำคัญ ถามว่าผลกระทบกว้างไหม เช่น คนไข้คนหนึ่งพิการนอนอยู่ในโรงพยาบาลก็เฉพาะตัว ครอบครัวกับคุณหมอ หรืออาจจะกระทบกับครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับรายได้ซึ่งไม่กว้างนัก นอนอยู่กับเตียงนั่นก็คือผู้พิการ ไม่มากนักยกเว้นแต่ผู้พิการซึ่งเป็นผู้นำของประเทศ ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาอันนั้นก็คงจะลำบาก แต่ก็จะมีตัวแทนเข้ามาเกี่ยวข้องรับลูกต่อ นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ก็คือผู้สูงวัยก็เช่นกัน ส่วนมากถ้าเป็นผู้สูงวัยที่มีคุณวุฒิการศึกษา ครอบครัวฐานะดีก็จะไม่กระทบต่อสังคมมาก หรือดีไม่ดีก็อาจจะเป็นประโยชน์อย่างที่ ท่านกษิต ภิรมย์ ขออนุญาตเอ่ยนามที่พูดไว้เมื่อกี้ว่าจะเป็นต้นแบบเป็นตัวอย่างที่ดี ในการที่จะทำตัวให้เป็นผู้สูงอายุ ผู้สูงวัยที่มีคุณภาพเพื่อจะได้ไปถ่ายทอดความรู้ จากประสบการณ์ต่าง ๆ ให้กับคนอื่นรวมไปตลอดจนถึงทำตัวเป็นต้นแบบของผู้สูงอายุ ที่มีคุณภาพ แต่สิ่งที่ผมอยากจะเห็นก็คือเรื่องของผู้ด้อยโอกาส ท่านประธานครับ ซึ่งมีจำนวน มากกว่ากลุ่มอื่น ๆ อีกเยอะแยะมากมายอย่างที่ท่านกรรมาธิการได้นำเสนอขึ้นมา รวมไปตลอดจนถึงท่านคุรุจิตที่พูดถึง ขออนุญาตเอ่ยนามที่บอกว่าเป็นล้านในประเทศ อันนี้ผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้จะเป็นเรื่องการศึกษา จะเป็นเรื่องฐานะอาชีพเรื่องอะไรก็แล้วแต่ บุคคลเหล่านี้ถ้าเป็นเยาวชนหรือเด็กยังจะต้องอยู่กับสังคมอีกนานครับ เพราะฉะนั้น ระยะเวลาที่อยู่กันยาวนานอย่างนี้ถ้าหากว่าบุคคลเหล่านี้ได้รับการพัฒนาจะเป็น เรื่องของการศึกษา เรื่องอาชีพให้มีความรู้ความสามารถในการที่จะเลี้ยงดูตนเองตลอดจนถึง การมีทัศนคติที่ดีต่อสังคมแล้ว ยิ่งปล่อยไปนานวันผมคิดว่าความเสี่ยงจะเกิดขึ้น ยิ่งมากขึ้น เป็นทวีคูณ อย่างเช่นทุกวันนี้เราเห็นว่าเยาวชนที่ติดยาเข้าสู่กระบวนการแล้วออกมาก็เข้าไปอีก เพราะเราปล่อยละเลยไปนานจนเกินไปในเรื่องเยาวชนหรือว่าเด็กที่ด้อยโอกาสที่เราไม่ได้เอา จริงเอาจังกับการเข้าไปดูแล ยิ่งเมื่อกี้ที่พูดว่าตัวเลขไม่ชัดมันก็ยิ่งเป็นการซ้ำเติมปัญหาว่า เราจะไปแก้ปัญหาเยาวชนผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้ที่ไหนอย่างไร มันก็จะเป็นปัญหาซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก

เพราะฉะนั้นใน ๓ ประเด็นที่ท่านกรรมการได้นำเสนอขึ้นมานั้นจะเป็น เรื่องผู้พิการ ผู้สูงอายุก็แล้วแต่ ก็อยากจะให้จัดลำดับความสำคัญขึ้นมาว่าอะไรก่อนหลัง แต่ถ้าจะถามผม ผมคิดว่าผู้ด้อยโอกาสจะต้องมาก่อนครับท่านประธาน ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อให้เห็นความสำคัญ เพื่อให้เห็นความเร่งด่วนที่จะต้องจัดมาเป็นอันดับต้น ๆ ก็ขออนุญาตฝาก นั่นเป็นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ก็คือผู้สูงอายุ พอขึ้นต้นว่าผู้สูงอายุผมคิดว่าพวกเราต่างคน ต่างก็ไม่อยากจะเป็น อยากจะเป็นผู้หนุ่มอายุมากกว่าเพราะเป็นผู้สูงอายุแล้วมันทำให้ ดูเหมือนกับว่ามันจะใกล้ฝั่งเข้ามาทุกทีซึ่งความจริงมันก็เป็นอย่างนั้นมันไม่มีใครกล้าปฏิเสธ แต่ถ้าผู้สูงอายุซึ่งอยู่ตามชนบทห่างไกลนั้น ไม่ใช่ผู้สูงอายุอย่างเดียวครับ ไม่ใช่เป็นผู้สูงอายุ อย่างที่พวกเราเป็นกัน เป็นทั้งผู้สูงอายุที่ด้อยโอกาส เป็นทั้งผู้สูงอายุที่พิการก็มีเยอะแยะ มากมาย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าความจำเป็นในเรื่องของการที่จะได้รับการเยียวยา จะเป็นในเรื่องของการศึกษาอย่างที่ท่านเลิศรัตน์ ขออนุญาตเอ่ยนามที่พูดถึงเรื่อง การให้การศึกษา รวมไปตลอดจนถึงเรื่องอาชีพต่าง ๆ ของผู้พิการ อันนี้ผมคิดว่าสิ่งที่ ท่านกรรมการได้นำเสนอนั้นถูกต้อง ผมเห็นด้วยครับ ก็อยากจะนำเรียนว่าสิ่งที่ท่านนำเสนอ อันนี้นั้น ผมเองไม่ขัดข้องที่จะยกมือให้ก็ขออนุญาตนำเรียนต่อประธานไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ