ธีระภาพ เสนะวงษ์ เสนอระบบเฮลท์ที อินฟอร์เมชัน ซิสเต็ม เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชน และเรียกร้องให้คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ รวมต่าง ๆ เข้ามาในการปฏิรูป โดยเน้นการปรับปรุงระบบการเงินสาธารณสุขและประสานงานระหว่างหน่วยงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพ
กราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกความคิดเห็นแล้วก็ข้อเสนอแนะนะครับ ผมขออนุญาตตอบเพิ่มเติมจากท่านประธานกรรมาธิการสักเล็กน้อยนะครับ คงจะกล่าวเสริมไป ประการแรกขออนุญาตเอ่ยนามที่ท่านกษิตกล่าวว่าทําไมจะให้ประชาชนได้รับบริการสะดวก เข้าไปที่ไหนก็ได้ อย่างที่เราเสนอประเด็นการปฏิรูปไปแล้วก็คือเรื่อง สมสส. นะครับ สมสส. ก็คือเรื่องของเฮลท์ที อินฟอร์เมชัน ซิสเต็ม (Healthy Information System) ถ้ามีระบบนี้ แล้วต่อไปประชาชนจะเข้าที่ไหนก็ได้ครับ เพราะว่ามันจะลิงก์ (Link) กันหมด แต่ปัญหา ขณะนี้คือมันยังทําไม่ได้ยังเป็นที่ ๆ อย่างเช่นสมมุติไปขึ้นทะเบียนกับโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลใหญ่ โรงพยาบาลราชวิถีก็จะกระจายคลินิกรอบ ๆ ที่เป็นเครือข่ายสมาชิก ผู้ใช้บริการก็ไปเฉพาะด้านเครือข่ายรอบ ๆ ที่ลิงก์ (Link) ข้อมูลกับโรงพยาบาลราชวิถี ไม่สามารถที่จะไปเข้าที่ไหนไปกําแพงเพชร ไปอุดรธานียังไม่ได้ แต่เชื่อว่าในอนาคตเมื่อมี คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติเราจะรวมต่าง ๆ นี้เข้ามาครับ และเป็นแสงสว่าง ปลายอุโมงค์ว่าในอนาคตน่าจะทําได้ เพราะประชากรตั้ง ๕๐ ล้านคนอยู่ ๆ จะทําพลิกฝ่ามือเลย คงยังไม่ได้ขนาดนี้ แต่เป็นแนวโน้มและเป็นข้อคิดเห็นที่ดีนะครับว่าเราควรจะต้องทําอันนี้ แน่นอนนะครับ
ตอบท่านคุรุจิตนะครับที่ว่าเอ็นเอชพีบี (NHPB) หรือเรื่องของ คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติเป็น พ.ร.บ. เกี่ยวข้องกับการเงินหรือไม่ คงไม่ใช่นะครับ เพราะเป็นหน้าที่นะครับไม่ใช่อํานาจ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ที่จะเสนอแนะ แนวทางและหลักการและวิธีการในการที่จะปรับสมดุลการใช้งบประมาณของประเทศ ในเรื่องสาธารณสุขอย่างไร และนําเสนอ ครม. ต่อไป ผู้พิจารณาสั่งการและตัดสินใจ ในการทํางานคือ ครม. ครับ ไม่ใช่คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ แล้วก็ร่างกฎหมาย อันนี้ถามว่าไปโอเวอร์รูล (Overrule) กฎหมายอื่นหรือไม่ และทําไมต้องมีอย่างเช่นกรณี การตั้งเขตสุขภาพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเขาตั้งได้ถูกครับ ขณะนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตั้งเขตสุขภาพแล้ว ๑๒ เขต ไม่รวม กทม.เป็นเขตที่ ๑๓ แต่ตั้งเฉพาะในอํานาจหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข แต่ถ้ามีตามความหมาย ของเขตสุขภาพเราต้องการหมายรวมถึงหน่วยงานอื่นที่ได้เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล ที่จะให้มาอยู่ในร่มเดียวกันเพื่อจะได้ประสานงานการปฏิบัติ เช่น โรงพยาบาลของ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลของกระทรวงกลาโหม โรงพยาบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น กทม. หรือว่า อบจ. ต่าง ๆ จะได้เข้ามาทํางานร่วมกัน และประสานงานกันเพราะฉะนั้น ถึงจําเป็นต้องมีอํานาจนี้ของคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติขึ้นมาด้วยนะครับ
ขออนุญาตเรียนท่านสุรินทร์นิดหนึ่งนะครับ เรานําแนวทางหลักการของ โคเพย์เมนต์ (Copayment) ของ สปส. หรือคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นํามาใช้ที่จะปรับปรุง ปรับปรุงเมื่อเรามีสิทธิหลักแล้วเราก็จะเอาโคเพย์เมนต์ (Copayment) นี้มาเติม อันนี้เป็นหลักการที่ถูกต้องครับ แต่ว่าขณะนี้ยังทําไม่ได้ทันที เนื่องจากได้รับการต่อต้านจากหลาย ๆ ฝ่าย แต่ผมเชื่อว่าหลักการและแนวทาง ของที่สํานักงานหลักประกันสุขภาพ หรือ สปส. ทําเป็นแนวทางที่ถูกต้องและน่าจะนํามา ปฏิบัติต่อไปนะครับ
ขออนุญาตตอบท่านอํานวยนิดหนึ่งนะครับ คือมาตรฐานเดียวกันแล้วก็สิทธิ ซ้ําซ้อนกันของบุคคลนี่นะครับ ถ้าระบบไอที (IT) ดีต่อไปดีขึ้น ถ้า สมสส. มันเวิร์ก (Work) ตอนนี้มันยังปรับไม่ได้ เพราะฉะนั้นแต่ละโรงพยาบาลที่เรียกเก็บเงินจากผู้ใช้บริการก็จะเอา สิทธิที่ตัวเองเรียกได้ง่ายที่สุดก่อน แต่เชื่อว่าต่อไปถ้ามีระบบไอที (IT) ดีทั้งผู้รับบริการ และผู้ใช้บริการก็สามารถเลือกได้ดีขึ้น และคิดว่าคงจะต้องให้สิทธิที่ดีกว่าแน่นอนครับ ส่วนที่ว่าบริการโรงพยาบาลรัฐและเอกชนต่างกันคงจะตอบในหลักการของเศรษฐศาสตร์ หรือว่าเป็นกลไกตลาดนะครับ เราไม่สามารถจะไปก้าวล่วงโรงพยาบาลเอกชนได้ครับ ส่วนมาตรฐานทางการแพทย์โรงพยาบาลรัฐขณะนี้มีระบบฮอสพิทัลแอ็กเครดิเทชัน (Hospital Accreditation) หรือ สรพ. สํานักงานมาตรฐานการบริการด้านการแพทย์ดูแล อยู่แล้วครับ แน่นอนก็มีจุดรั่วจุดไหลครับ ที่ท่านกล่าวมาเป็นตัวอย่างหนึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีจะได้ สะท้อนกลับไปในการที่จะกลับไปดูแลบริการต่าง ๆ ให้ดีขึ้น กราบขอบพระคุณครับ