สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ บรรยายถึงวิวัฒนาการของดาวเทียมตั้งแต่ยุคแรกเริ่มจนถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยเน้นบทบาทของดาวเทียมและโดรนในด้านการสื่อสาร การสำรวจทรัพยากร และความมั่นคง พร้อมเรียกร้องให้พัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและไซเบอร์ของประเทศอย่างเร่งด่วน ทั้งการเพิ่มความรู้ประชาชน เสริมระบบป้องกัน กำหนดบทลงโทษที่เข้มงวดต่อการละเลยหน้าที่ และผลักดันการปรับโครงสร้างคณะกรรมการดิจิทัลให้มีผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมสนับสนุนงบประมาณและบุคลากรอย่างเพียงพอเพื่อให้การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานมีประสิทธิภาพสูงสุด
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ที่เคารพรักทุกท่าน กระผม นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สปท. หมายเลข ๑๗๓ ก่อนที่จะเข้าไป ในเนื้อหานี้ผมอยากจะให้ท่านชมเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ที่ผมนำเสนอเสียก่อนนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))
ภาพแรกครับ เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ครับ กลม ๆ คือโลก ที่วนไปวนมาคือวงจรของดาวเทียม ซึ่งบัดนี้มีเป็นร้อย ๆ พัน ๆ ดวง ซึ่งไม่ชนกัน เพราะมันอยู่คนละระดับ ถามว่าโลกเราถ้าไม่มีดาวเทียมคำถามว่าท่านไม่ต้องมาพูดเรื่องนี้หรอก เพราะมันมีดาวเทียม และผมคิดว่าท่านผู้ฟัง ผู้ชม รวมทั้งพี่ ๆ บางท่านอาจจะไม่รู้ว่า ดาวเทียมดวงแรกของโลกชื่อสปุตนิก ๑ (Sputnik1) หรือสปุตนิก นัมเบอร์วัน (Sputnik Number one) เป็นดาวเทียมของรัสเซีย ส่งขึ้นไปวงโคจรเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๕๗ หรือเรียกว่า พ.ศ. ๒๕๐๐ ผมเกิดเพิ่ง ๑๐ ปีเองนะ สมัยนั้นประธานาธิบดีครุชเชฟเป็น ประธานาธิบดีของรัสเซีย เมื่อประธานาธิบดีรัสเซียไปประชุมยูเอ็น (UN) นะครับ แล้วก็ทาง อเมริกาก็มีประธานาธิบดีประชุมอยู่ด้วยเมื่อสมัยนั้น ประธานาธิบดีครุชเชฟ ถ้าผมจำไม่ผิด ผมไปอ่านประวัตินะครับ ใช้รองเท้าของตัวเองถอดขึ้นมาแล้วก็ตบไปบนพื้นอย่างนี้นะครับ และบอกไม่ต้องพูดอะไรมาก ดูความก้าวหน้าของรัสเซียสิ ท่านแหงนไปบนฟ้า ตกตะลึงกัน ไปทั้งโลกนะ ไม่ใช่ทั้งประเทศ อเมริกาแทบจะโอ้โฮ อื้อฮือ ไม่อยากบอกเลยนะครับ นี่ผมอ่านจากประวัติ จากนั้นอเมริกาก็ไม่น้อยหน้านะครับ รีบส่งดาวเทียมชื่อเอกซ์พลอเรอร์ ๑ (Explorer1) ขึ้นไปอยู่วงโคจรเป็นดวงที่ ๒ ของโลก เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ค.ศ. ๑๙๕๘ หรือ พ.ศ. ๒๕๐๑ หลังจากนั้นอีก ๓ เดือน ก็คือมันแข่งกันมาตลอด แต่มันชิงไหวพริบว่าใคร ส่งขึ้นไปก่อนแล้วจากนั้นมันก็จะมีดาวเทียมเรื่อยมาจนถึงของประเทศไทยที่เราเรียกกันว่า ดาวเทียมไทยคมนะครับ และดาวเทียมของรัสเซีย สปุตนิก ๑ (Sputnik1) หมุนรอบโลก ๑ รอบใช้เวลา ๑ ชั่วโมงกว่า ๆ เอง คือ ๙๖.๒ นาที ท่านลองคิดดูสิกวาดความรู้ร้อยแปด จิปาถะรอบโลกใช้เวลา ๙๖.๒ นาทีนะครับ เท่านั้นยังไม่พอ ต่อมาครับ
ภาพที่ ๒ ครับ ผมจะให้ท่านเห็นดาวเทียมดวงหนึ่งก็แล้วกัน ไม่ต้องไปเอ่ยชื่อ ของประเทศอะไร เมื่อขึ้นไปแล้วเขาทำหน้าที่อะไร ปล่อยกระแสไฟฟ้าหรือเรียกว่าคลื่นครับ ร้อยแปดจิปาถะทำการสื่อสารเสียส่วนใหญ่ สำรวจโลกว่าที่ไหนมีทรัพยากรอะไรนะครับ ที่ท่านกำลังพูดเรื่องการสำรวจทรัพยากร ท่านคงไม่ใช่ เป็นเรื่องของไซเบอร์นะครับ รูปต่อไปครับ สมัยก่อนถ้าท่านจะทำสงครามกัน ท่านก็เอาเครื่องบินเล็กไปทิ้งระเบิด ปัจจุบันนี้เครื่องบินอันนี้สมัยก่อนเรียกเอแวกส์ (AWACS) หรือโดรน (Drone) ซึ่งต่อมาเรียกโดรน (Drone) ครับ มันบินโดยไม่ต้องมีคนขับ ไม่ต้องมีไพลอต (Pilot) บินลงไปทิ้งระเบิดได้ตามจุดต่าง ๆ ของโลกเลยนะ โดยเฉพาะ ตะวันออกกลางท่านไปดูได้เลยว่าเป็นเช่นนี้ไหม ถ้าไม่เป็นท่านก็คัดค้านได้ว่าที่ผมพูดนี่ไม่จริง เห็นภาพนี้เลยกำลังปล่อยจรวด ถูกไหมครับ ลงไปที่เป้าหมายโดยไม่ต้องมีคนขับ ต่อมา การพัฒนานั้นก็ค่อย ๆ เล็กลงและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น กล้องสูงขึ้น การส่งรังสีมาจากอินฟาเรด คลื่นสั้นคลื่นยาวร้ายแรงและรุนแรงขึ้น เล็ก ๆ ที่ประเทศไทยเราเรียกว่าโดรน (Drone) โดรน (Drone) เดี๋ยวนี้ในตะวันออกกลางก็ใช้เยอะมาก มองไม่เห็นมันบินสูงเป็นสิบกิโลเมตร สามารถทำลายล้างคู่ต่อสู้ได้อย่างมหันตภัยเลยนะครับ ต่อไปครับอันนี้คือโดรน (Drone) อีกประเภทหนึ่งเหมือนใยแมงมุม โดรน (Drone) มันใช้ได้ถ่ายภาพร้อยแปดจิปาถะ ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของสงครามหรือไซเบอร์วอร์ (Cyber War) ที่ท่านว่า มันก็สามารถสำรวจ ร้อยแปดจิปาถะ โดยเฉพาะป่าไม้ที่กำลังจับ ๆ กันอยู่ ทวงผืนป่าคืนสู่แผ่นดินก็ใช้ภาพถ่ายดาวเทียม ในอดีตและมาวัดดูว่าปัจจุบันใครไปบุกรุก เป็นหลักฐานที่ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ต่อไปครับ อันนี้ก็เหมือนกันก็โดรน (Drone) อีกประเภทหนึ่ง จากตรงนั้นแล้วผมอยากกราบเรียนว่า นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๒ มา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงเรื่องนี้มานานมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ภาพต่อไปครับ นี่ครับ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ท่านก็ใช้เครื่องมือไฮเทค (High-tech) มานาน คอมพิวเตอร์ รวมทั้งสื่อสารต่าง ๆ จะเห็นได้จากภาพ ผมไม่ต้องอภิปรายนะครับ ต่อไปครับ สิ่งหนึ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่าเทคโนโลยีนั้นโดยหลักการคือ การทำให้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดเป็นสิ่งที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้นเทคโนโลยีที่ดีสมบูรณ์จึงควรจะสร้าง สิ่งที่จะใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าและมีความสูญเปล่าหรือความเสียหาย เน้น เสียหาย ที่เกิดขึ้นน้อยที่สุด นี่เป็นความตอนหนึ่งในพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เมื่อก่อนนี้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ๓ แห่งนี้ ถือเป็นสถาบันเดียวกันแล้วแยกมาทีหลัง ที่อาคารใหม่สวมอัมพรเมื่อไรครับ วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๒๒ นานไหมครับ ทันสมัยไหมครับ ท่านกล่าวเอาไว้ตั้งแต่สมัยโน้น แล้วก็พัฒนา กันเรื่อยมาการใช้โทรศัพท์ตั้งแต่อันใหญ่ ๆ จนถึงเดี๋ยวนี้พอยกมือถือขึ้นผมถ่ายรูปท่านประธานปั๊บ ส่งไปได้ทั่วโลกเลย ถ่ายปั๊บไปได้เลยทั่วโลก ผมไม่อยากบอกยี่ห้อขนาดนั้นเลย ท่านส่งไปกี่คน ก็ได้อีก มันทันสมัยขนาดนั้น แล้วผมอยากกราบเรียนว่ากระดุมที่ผมใช้อยู่หรือเข็มกลัด เนกไทนี่นะครับ ท่านประธานเขาเอากล้องถ่ายรูปใส่เข้าไว้ พอผมเข้าไปคุยกับท่านประธาน คุยเสร็จปุ๊บภาพท่านประธานออกไปเลยแต่ไม่เห็นภาพผมนะ และท่านประธานพูดอะไร แม้แต่คุยกับผมสองต่อสอง ๒ คนนี่นะครับ ขอประทานโทษนะครับ ปรึกษางานกัน มันออกไปเลยครับ ทั้งเสียงทั้งภาพ ทำได้หมดเลย หรือแม้แต่หมวกที่มีเครื่องหมายเขาก็ ติดซ่อนอะไรไว้ ร้อยแปดจิปาถะสามารถทำได้ เทคโนโลยีปัจจุบันนี้นะครับมันสูงส่งแบบชนิด ที่ว่าไม่น่าเชื่อว่ามันเกิดขึ้นได้ภายใน ๓๐ ปีนี้ และไม่แน่ใจว่าอีก ๑๐ ปีอะไรจะเกิดขึ้น ในอนาคต ถามว่าอันนี้ประเทศเล็ก ๆ ประเทศอย่างเราภัยมาไหมครับ ภัยมาอยู่ใกล้กาย ท่านเลยนะครับ ใกล้กายอย่างยิ่งเลยครับ ผมจึงเห็นว่าการที่ท่านกรรมาธิการเสนอเรื่องนี้มาถูกเวลา ถูกสถานที่ สำหรับผมนะครับ เพื่อน พี่ ๆ สปท. ที่รักผมเห็นด้วยและจะต้องสนับสนุนอย่างยิ่ง ไม่ใช่เฉพาะสนับสนุน ณ ที่นี้ ไปวงไหนผมก็จะบอกว่าต้องรีบมี ต้องรีบมีนะครับ แต่อย่างไรก็ตามต้องรีบมีของผม ผมมีเงื่อนไขบางประการนะครับ
ภาพต่อไปครับ ผมอยากจะบอกว่าเทคโนโลยีมีคุณมหาศาลนะครับ หากใช้ ให้เกิดประโยชน์แต่ต้องพึงระลึกว่าสิ่งใดที่ให้ประโยชน์มากก็จะมีโทษมากเสมอในทุกเรื่อง ก็ฝากท่านไว้ ทีนี้ข้อเสนอเพื่อพิจารณาของผมนะครับ
ข้อที่ ๑ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่าต้องให้ ความรู้กับประชาชนอย่างทั่วถึง ท่านมีเจ้าหน้าที่สักกี่คนเก่งสุด ๆ ของโลกไม่ได้นะครับ ประชาชนทุกคนต้องรู้ทันรู้เท่าต้องให้ประชาชนรู้เรื่องว่าระบบไอที (IT) ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบต่าง ๆ มือถือร้อยแปดจิปาถะที่ท่านใช้มันมีทั้งคุณและโทษอยู่เสมอ ซึ่งขณะนี้จะเห็นว่า การโอนเงินเขาโกงไปนี่ที ๕๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาทก็ใช้มือถือทั้งนั้น ก็ต้องฝากไว้ว่า เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เฉพาะคอมพิวเตอร์นะระบบการสื่อสารทุกประเภท รวมทั้งภาพถ่ายที่ท่านถ่าย ถ่ายไปแล้วเก็บไว้ที่ไหนไปถ่ายสนามบิน ขอประทานโทษท่านประธานขออนุญาตอีกนิดเดียว ใกล้จบแล้วครับ
ข้อที่ ๒ ประเทศไทยต้องมีระบบป้องกันหรือเคาน์เตอร์ที่ท่านกำลังทำนะครับ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเป็นอันตรายต่อประเทศ และต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างจริงจัง มิใช่ระบบไปเอาเขาลงโทษร้อยแปดจิปาถะต้องระบบเคาน์เตอร์ เคาน์เตอร์อย่างไรก็คือว่า เมื่อเวลาใครส่งคลื่นอะไรมาท่านต้องมีระบบเคาน์เตอร์ ไม่ใช่คลื่นเหล่านั้นมาถึงเป็นพิษ เป็นภัยต่อประชาชนนะครับ
ข้อที่ ๓ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับระบบดังกล่าว นี่คือระบบไซเบอร์ ของท่านที่ท่านจะตั้งกรมนี่นะครับ หากกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ต้องมีโทษมากกว่าเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ของรัฐและประชาชน ที่ท่านกำหนดโทษไว้ว่าให้จำคุก ๓ ปี ปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท ผมว่ามันจิ๊บจ๊อยมากนะ ทำความเสียหายมากมายเกี่ยวกับไซเบอร์ ท่านทำโทษจิ๊บจ๊อยมากเท่ากับลักทรัพย์ ผมว่าท่านลองนำกลับไปคิดให้ดีอีกทีว่ามันโทษอย่างไร ทำความผิดอย่างไร โทษจะเป็นอย่างไร แต่ผมว่าอย่างนี้ไม่หลาบจำหรอกและความเสียหาย ต่อชาติบ้านเมืองเป็นหมื่นล้านบาท แต่ว่าทำโทษนิดเดียว ๓ ปีก็ฝากท่านไปทบทวนอีกที
ข้อที่ ๔ ในกรรมการของท่านปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นกรรมการและเป็นเลขานุการและให้ตั้งผู้ช่วยได้ ๒ คน ท่านไปดูสิครับ และให้ต้องตั้ง เจ้าหน้าที่ ๒ คนที่เป็นผู้ช่วยไม่เป็นกรรมการต้องตั้งในกระทรวงดิจิทัล ถามว่าเรื่องนี้มันเป็น เรื่องบูรณาการข้ามกระทรวงเยอะแยะมากเลย โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหม ถามว่าทำงาน ไม่ทันหรือครับ ผมอยากจะเสนอว่าให้ตั้งผู้ช่วยได้สัก ๔ คนได้ไหมครับถามว่าตั้งไปทำไม ไปช่วยงานท่านนะครับ และควรจะตั้งได้ทั้งคนในกระทรวงและนอกกระทรวง หมายถึงว่า ตั้งจากกระทรวงของท่านที่เรียกสั้น ๆ แล้วก็ตั้งจากกระทรวงมหาดไทยสักคน จากตำรวจ ก็ได้สักคนหนึ่ง หรือตั้งจากกระทรวงกลาโหมสักคน งานท่านก็จะทำงานได้ราบรื่นขึ้น
ข้อที่ ๕ ท่านกำลังเสนอตั้งกรมใหม่เอี่ยมเรี่ยมเร้ ผมก็ว่าจำเป็น จำเป็นแต่ว่า ผมอยากจะกราบเรียนว่าต้องได้คัดสรรคนที่มาทำงานเก่งจริง ๆ นอกจากเก่งแล้วต้องเป็นคนดี ซื่อสัตย์ต่อชาติบ้านเมืองต่อประชาชนให้เขาเข้ามาทำงาน อย่าไปลูบหน้าปะจมูก อันนี้ เป็นบุตรชาย นาย ก นาย ข นามสกุลดี ท่านต้องระมัดระวังมิฉะนั้นกรมใหม่ของท่าน แทนที่จะเป็นกรมเคาน์เตอร์จะเป็นกรมที่ตรงข้ามกันนะครับ แล้วก็ต้องมีอัตรากำลังไม่มาก เพราะมันใช้เครื่องมือไฮเทค (High-tech) และต้องใช้บูรณาการกับส่วนราชการอื่น ๆ แต่สามารถใช้เครื่องมือที่เป็นไฮเทค (High-tech) ได้ ก้าวล้ำนำยุค ไม่ใช่เรื่องนี้หนูยังไม่รู้เลย ท่านอธิบดีขา เรื่องนี้เดี๋ยวหนูจะไปหาค่ะ ไม่ได้ ต้องรอบรู้นะครับ และเมื่อให้ความรับผิดชอบสูง ท่านต้องให้เงินตอบแทนเขาสูง ผมอยากกราบเรียนว่างานท่านก็จะประสบความสำเร็จ ผมก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการด้วยความเคารพว่าสิ่งที่ผมเสนอท่าน ลองกลับไปพิจารณาทบทวนดู อะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองโดยรวมก็ขอให้ท่าน ได้พิจารณาครับ กราบขอบพระคุณครับ