เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือถึงความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ของประเทศ โดยเสนอให้จัดตั้งสำนักงานโลจิสติกส์แห่งชาติพร้อมคณะกรรมการที่มีอำนาจตัดสินใจในระดับชาติและมีกฎหมายรองรับ เพื่อให้เกิดการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถผลักดันนโยบายเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีได้โดยตรง โดยยกตัวอย่างความสำเร็จจากโครงสร้างคณะกรรมการบีโอไอ และเน้นย้ำบทบาทของนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวม
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณที่ท่านประธานให้โอกาสในการได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ในวาระปฏิรูปที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจเสนอแผนการขับเคลื่อน การปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ผมก็คงเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิก สปท. ทุกท่าน ร่วม ๑๐ ท่านที่ได้ให้ความเห็นมาแล้วถึงความสำคัญของเรื่องโลจิสติกส์และโครงสร้าง พื้นฐานต่อการก้าวเดินไปข้างหน้าของประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง ผมก็คงจะไม่ถอยหลังไปพูดถึงปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดถึงแล้ว หรือที่คณะกรรมาธิการเองก็ได้นำเสนอแล้ว ก็ขอเรียนว่าสนับสนุนที่จะให้มีการยกเครื่องในเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรมให้เกิดมรรคผลที่แท้จริง เพราะว่าปัญหาต่าง ๆ หรือลำดับต่าง ๆ ที่เราเห็นที่สู้เขาไม่ได้ในนานาอารยประเทศก็ถือ เป็นเรื่องที่จะต้องเร่งรีบในการแก้ไข มันก็จึงเป็นวาระปฏิรูปที่สำคัญเร่งด่วน ในข้อเสนอของ กรรมาธิการก็ได้มีการให้เร่งรัดการดำเนินการโดยให้มีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาปฏิรูป กรรมการเพื่อดำเนินการไปพลาง ๆ ก่อน และใช้เวลาประมาณ ๑ ปีในการที่จะจัดตั้ง สำนักงานโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์แห่งชาติ การจัดตั้งสำนักงานนี้ ผมคิดว่าก็น่าจะทำให้เป็นการบูรณาการการดำเนินงานในเรื่องนี้แล้วก็การแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคณะกรรมาธิการได้เสนออำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ที่จะจัดตั้งขึ้นไว้ ๗-๘ ประการ ที่สำคัญก็คือการกำหนดแผนยุทธศาสตร์และนโยบาย การพัฒนาด้านโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศ ตลอดจน ทำหน้าที่คล้ายเรกูเลเตอร์ (Regulator) เช่นการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพของบุคลากร การวางแผนกำกับดูแลติดตามผลงานต่าง ๆ ในสิ่งซึ่งผมพยายามอ่านก็คือในเรื่องของ องค์ประกอบและการจัดของสำนักงานนี้ ตลอดจนคณะกรรมการ ผมยังมีความเห็นว่า ในเอกสารวาระปฏิรูปยังมีความละเอียดหรือมีข้อมูลน้อยไปนิดหนึ่งในการนำเสนอต่อ คณะรัฐมนตรี เพียงแต่บอกว่าให้ส่งไปที่ ครม. และให้ ครม. สั่งให้คณะกรรมการที่ทำหน้าที่ เรื่องนี้แต่งตั้งอนุกรรมการด้านนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อาจจะทำให้เรื่องเดินช้า ไปถึงตรงนั้นก็อาจจะคิดไปอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากกราบเรียนว่าถ้าเรามี ข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม อำนาจหน้าที่ท่านมีอยู่แล้ว แต่รูปแบบของคณะกรรมการหรือ รูปแบบของการจัดท่านก็มีแผนการจัดมาให้พอสมควร ซึ่งก็ใช้ได้นะครับ แต่สิ่งที่ผมมองว่า ยังไม่ชัดเจนคือเรื่องของคณะกรรมการที่ท่านเสนอ ผมอ่านแล้วผมสับสนนิดหน่อย ในตอนแรก ๑๒ เดือนท่านให้ตั้งสำนักงานนี้ขึ้นมา สำนักงานโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน ด้านโลจิสติกส์แห่งชาติก็คงจะเป็นสำนักงานอาจจะมีเลขาธิการหรือผู้อำนวยการสำนักงาน เป็นหัวหน้าหน่วยงาน และท่านก็บอกให้มีคณะกรรมการ คณะกรรมการตัวนี้ท่านบอก ประกอบด้วยภาครัฐร้อยละ ๖๐ ประกอบด้วยภาคเอกชนร้อยละ ๔๐ และท่านก็แบ่งย่อยไปว่า ในร้อยละ ๔๐ นั้นเป็นนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญสักประมาณร้อยละ ๑๐ อีกร้อยละ ๓๐ ก็เป็นผู้ประกอบการ ผู้ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ตรงนั้นก็เป็นประเด็นปัญหาที่ผมอยากจะหยิบยก เป็นข้อคิดเห็น ข้อสังเกตให้กับคณะกรรมการไปพิจารณา เราให้อำนาจสำนักงานนี้ ค่อนข้างมาก ให้อำนาจมากทั้งการจัดทำแผน การกำหนดมาตรฐานวิชาชีพต่าง ๆ ของ บุคลากรต่าง ๆ รับเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ เพราะฉะนั้นโครงสร้างขององค์กรนี้ควรจะเป็น โครงสร้างขององค์กรที่มีกฎหมายรองรับ นั่นประเด็นแรก
ประเด็นที่ ๒ คณะกรรมการควรจะประกอบด้วยผู้ที่มีอำนาจในการสั่งการ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ตัวอย่างหนึ่งที่ผมเห็นว่าน่าจะหยิบมาพิจารณานะครับก็คือ ตัวอย่างของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือจะเรียกว่าบีโอไอ (BOI) ซึ่งมีคณะกรรมการ อยู่ประมาณ ๑๕ ท่าน มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรองนายกรัฐมนตรี ๒ คน มีรัฐมนตรี ประมาณ ๔-๕ คนที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการส่งเสริมการลงทุน ภาคเอกชน เขาก็มี พวกประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ประธานสภาหอการค้าต่าง ๆ แล้วก็มีพวกธนาคาร แห่งประเทศไทยต่าง ๆ มีปลัดกระทรวง ๔-๕ คน เสร็จแล้วเขาก็ตั้งที่ปรึกษาขึ้นมา ๕-๖ คน ที่ปรึกษาที่เขาเห็นว่าจะเชี่ยวชาญด้านการลงทุน และท่านเลขาธิการบีโอไอ (BOI) ก็มาเป็นเลขานุการของคณะกรรมการชุดนี้ ถ้าเรามี องค์ประกอบที่เป็นกรรมการแบบนี้ก็จะทำให้มีอำนาจในการตัดสินใจ ในการที่จะเสนอเรื่อง เข้าสู่ ครม. ทันทีและได้รับอนุมัติแน่นอน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เรื่องไหนที่เป็นเรื่องที่ต้องถึง กรรมการก็ส่งขึ้นมา เรื่องไหนที่สำนักงานสามารถบริหารจัดการได้โดยไม่ต้องถึงกรรมการ ก็ดำเนินการไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะมีความชัดเจนในการแบ่งมอบอำนาจหน้ำที่ ความรับผิดชอบของสำนักงาน การที่เรามีกรรมการแบบนี้ก็จะทำให้การดำเนินงานเรื่องของ โลจิสติกส์เรื่องโครงสร้างพื้นฐานมันเป็นรูปธรรม มีการจัดตั้งศูนย์ต่าง ๆ อย่างที่ท่านพยายาม เสนอศูนย์กระจายสินค้า ศูนย์ที่เกี่ยวกับด้านสารสนเทศต่าง ๆ และยิ่งผมมาอ่านในเรื่องที่ ท่านเสนออันหนึ่งท่านเขียนว่าเสนอร่างพระราชบัญญัติสภาโลจิสติกส์แห่งชาติ ให้คณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศที่ผมพูดถึง คือกรรมการซึ่งตั้งขึ้นโดย คสช. ชื่อย่อว่า กบส. พิจารณาและเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอวาระต่อ สนช. เพื่อผลักดันให้เกิดสภาโลจิสติกส์แห่งชาติ ท่านพูดเรื่องนี้ไว้แค่นี้เอง จึงทำให้ผมมองไม่ชัดเจนว่าท่านหมายถึงอะไรนะครับ เพื่อทำการคัดเลือกผู้แทนภาคเอกชน ที่จะเข้าร่วมเป็นกรรมการในการบริหารสำนักงานโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน ด้านโลจิสติกส์แห่งชาติ ที่จะจัดตั้งขึ้นในระยะที่ ๒ ถ้าอ่านตามที่ความเข้าใจของผมคือว่า ท่านให้ออก พ.ร.บ. ให้มีสภาโลจิสติกส์แห่งชาติ แต่ตัวสภานี้กลับไม่ใช่คณะกรรมการที่มา บริหารสำนักงานนี้กับให้สภานี้ซึ่งจะเป็นใครก็ยังไม่รู้ ไม่มีโครงสร้าง เป็นคนไปคัดกรรมการ มาบริหารสำนักงาน เพราะฉะนั้นโครงสร้างอย่างนี้ผมก็เลยยังมีความสับสนนิดหน่อยว่า สภาโลจิสติกส์แห่งชาติ มันเป็นสภาแบบไหน เหมือนสภาวิศวกรแห่งชาติหรือเปล่า หรืออะไร ทำไมไม่เสนอเป็นพระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงานนี้เลยครับ พระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงาน มันก็จะมีคณะกรรมการที่เราจะเขียนลงไปได้อยู่แล้วให้เป็นคณะกรรมการระดับชาติ เพราะท่านพูดทุกอย่างเป็นระดับชาติหมดซึ่งผมก็เห็นด้วย อำนาจหน้าที่ที่เราเขียนไว้ก็เป็น อำนาจหน้าที่ที่ต้องอาศัยคณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อจากกรรมการชุดนี้เหมือนบีโอไอ (BOI) นี้ เพราะฉะนั้นเราควรจะเป็นพระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงานเลยตามที่ได้เสนอเลย ให้เสนอยกร่าง พระราชบัญญัติสำนักงานโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์แห่งชาติ ตรงนั้น ก็มีคณะกรรมการ ๑ ชุด ประกอบด้วยท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานก็ว่าไป เรื่องไม่สำคัญ รองนายกรัฐมนตรีก็มาประชุมแทนได้ แล้วก็มีการจัดตั้งสำนักงานขึ้นมาตามโครงสร้าง คล้าย ๆ กับที่ท่านเสนอไว้แล้วนะครับท่านอาจจะลงรายละเอียดตรงนั้นนิดหน่อย แล้วก็ หัวหน้าตรงนั้นจะเป็นเลขาธิการแบบบีโอไอ (BOI) ก็ได้ เขาก็บริหารงานของเขาและจะไป เอาคนจากหลาย ๆ กระทรวงมารวมกันก็เป็นการดำเนินการที่ดีเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาว่า จัดตั้งหน่วยงานใหม่ ถ้าดำเนินการในลักษณะเช่นนี้ก็จะชัดเจนขึ้น สุดท้ายผมมองในข้อ ๒.๓.๓ ในหน้า ๖ ของท่านว่าเขียนแล้วหรือยัง อ่านแล้วยังไม่ชัดเจนในเรื่องของสภาโลจิสติกส์ว่า ท่านหมายถึงอะไร ในภาพรวมการดำเนินการเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนา ด้านเศรษฐกิจของประเทศเพราะว่าด้านโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานนี้สำคัญมาก เมื่อ ๑๒ ปีก่อนผมเป็นประธานการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย วันนั้นเรามี การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอยู่ประมาณ ๓๕ นิคม ซึ่งนิคมก็เป็นส่วนสำคัญ ของด้านโลจิสติกส์เป็นที่รวมของโรงงาน ของศูนย์สินค้าต่าง ๆ วันนี้ ๑๒ ปีผ่านมามีนิคม ที่ขึ้นกับนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเกือบ ๖๐ แห่งแล้วนะครับ และมีหลายนิคม ที่มีนิคมเฉพาะทาง เฉพาะอย่าง นิคมการพิมพ์ นิคมด้านดิจิทัล ด้านอะไรต่าง ๆ การมีนิคม ก็เป็นการทำให้การดำเนินการที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมันง่ายขึ้น ไม่ใช่ทุกคน จะกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกหัวระแหงว่าเราจะเอาถนน เอาราง เอาแม่น้ำไปรองรับการขนส่งสินค้า การกระจายสินค้าอะไรต่าง ๆ นั้นได้อย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่มี ความสำคัญยิ่ง เพราะฉะนั้นผมจึงสนับสนุนให้เกิดสำนักงานขึ้นเพื่อที่จะมองภาพรวม ในการที่จะพัฒนาเครือข่ายแล้วก็พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อให้เราสามารถแข่งขันในด้านเศรษฐกิจได้ ขอขอบพระคุณครับ