ชาญวิทย์ แจงแผนจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาและ NADO

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๘ · ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

ชาญวิทย์ ผลชีวิน ชี้แจงความคืบหน้าการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทยและเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านกีฬา โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่ทำงานร่วมแบบพาร์ตไทม์ พร้อมผลักดันการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาเพื่อผลิตบุคลากรรองรับอนาคตและสนับสนุนการจัดตั้งองค์กรตรวจสอบสารต้องห้าม (NADO) ให้มีความเป็นอิสระตามมาตรฐานสากลของ WADA รวมถึงวางยุทธศาสตร์พัฒนากีฬาอย่างยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา โภชนาการ และการส่งเสริมสุขภาพตั้งแต่เด็กเพื่อยกระดับศักยภาพนักกีฬาไทยสู่เวทีโลก

นายชาญวิทย์ ผลชีวิน กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานแล้วก็ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพทุกท่านครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ท่านสมาชิกที่ได้ให้ข้อเสนอแนะแล้วก็ได้อภิปรายในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับคณะทำงานอย่างมาก ทุกท่านที่ให้ข้อคิดมาโดยเฉพาะท่านสุรินทร์ช่วยอภิปรายให้กับคณะได้อย่างดีมาก ๆ นะครับ โดยเฉพาะเรื่องของบุคลากร ซึ่งทางคณะอนุกรรมาธิการเองที่จะจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์ การกีฬาแห่งประเทศไทยนั้นได้เห็นความสำคัญของบุคลากรในทุก ๆ ด้านทั้ง ๖ สาขา โดยเฉพาะสาขาหนึ่งซึ่งท่านได้เป็นห่วงมากที่สุดคือเรื่องของสรีระการออกกำลังกายจะต้องมี ทั้งแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งผู้ชำนาญการทางด้านนี้ ต้องบอกเลยครับปัจจุบันนี้เราได้ อาสาสมัครจากนายแพทย์โรงพยาบาลใหญ่ ๆ เกือบทุกโรงพยาบาล ท่านก็ทราบดีว่าภารกิจ ในการดูแลรักษาคนไข้นั้นยิ่งใหญ่มหาศาลกว่าที่จะมาดูแลนักกีฬา แต่ท่านก็ยังเจียดเวลามา ท่านบอกว่ามาทำงานเพื่อชาติเพื่อนักกีฬานั้นยินดีครับ ทั้ง ๆ ที่ได้เบี้ยเลี้ยงนิดเดียวในแต่ละครั้ง ท่านยินดีมาเป็นผู้เชี่ยวชาญในลักษณะของพาร์ตไทม์ (Part-Time) ให้ โดยเฉพาะช่วงที่เรา มีการแข่งขันในระดับซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ โอลิมปิกเกมส์ ท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิกก็ได้ทำหนังสือเชิญไปทุกครั้งแล้วก็ได้รับการตอบรับมา อย่างดีทุกครั้ง ส่วนที่จะให้ท่านมาเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำหรือรับตำแหน่งที่การกีฬา ท่านบอกว่าขอครับ ท่านไม่มาครับ ทราบดีว่าภารกิจที่อยู่ที่โรงพยาบาลนั้นยิ่งใหญ่กว่า เพราะฉะนั้นเรื่องตรงนี้ไม่ต้องห่วงเราจะพยายามผลิตบุคลากรทางด้านนี้ โดยเฉพาะท่านเอง ได้เห็นความสำคัญของการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาของเราขึ้นมาด้วย ตรงนี้เราจะผลิต บุคลากรทางด้านนี้ เชี่ยวชาญแต่ละด้านออกมาเพื่อให้ตรงกับความต้องการของประเทศ ในอนาคตนะครับ

ในกรณีของท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ซึ่งผมเคารพนับถือท่านมา ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนะครับ ต้องขอบคุณในข้อคิดของท่านด้วยนะครับ การที่เราจะเอา ศูนย์สารต้องห้ามหรือว่านาโด (NADO) ในปัจจุบันนี้เข้าไปอยู่ในสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา แห่งประเทศไทยนั้นกระทำไม่ได้ เพราะว่าวาดะ (WADA) นั้นได้ให้ข้อเสนอไว้เลยว่านาโด (NADO) ต้องเป็นองค์กรอิสระซึ่งไม่ขึ้นตรงกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย เพราะฉะนั้นการกีฬา ถือว่าผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการตรวจสารต้องห้าม เพราะฉะนั้นระยะแรกนาโด (NADO) ยังต้องขึ้นอยู่กับการกีฬาแห่งประเทศไทย ขึ้นตรงกับ ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย อันนี้ทางวาดะ (WADA) ซึ่งเป็นองค์กรใหญ่ สารต้องห้าม ของโลกให้ข้อคิดเห็นมาแล้วครับว่าในช่วงแรกให้ขึ้นตรงกับผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย ไปก่อน แต่ในอนาคตนาโด (NADO) จะต้องแยกเป็นองค์กรอิสระเป็นแยกชัดเจนเหมือนกับ วาดะ (WADA) เลยนะครับ ห้ามขึ้นอยู่กับสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย ห้ามขึ้นอยู่กับการกีฬาแห่งประเทศไทย แต่ถ้าในอนาคตอย่างที่ท่านเบญจวรรณ สร่างนิทร ได้นำเสนอไว้ จริง ๆ แล้วสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทยในคณะ สปช. ที่ทำไว้ เราจะแยกออกมาเป็นองค์กรอิสระเลยครับก็คือเป็นองค์กรมหาชน เพียงแต่ว่านโยบาย รัฐบาลตอนนี้ห้ามตั้งองค์กรมหาชนเพราะว่าใช้งบประมาณมาก ใช้บุคลากรใหม่ ใช้อะไรใหม่ เพราะฉะนั้นสเตป (Step) แรกเราถึงใช้ในการยกฐานะของฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา แห่งประเทศไทยขึ้นเป็นสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทยก่อน ต้องกราบขอบคุณ ท่านเบญจวรรณอย่างมากที่มองเห็นความสำคัญแล้วก็วิชัน (Vision) ของท่านเองยังมองเห็น ว่าความสำคัญของสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทยในอนาคตนั้นต้องเป็น องค์กรอิสระขึ้นไปในการขยายตัวต่อไปในอนาคตนะครับ กรณีของท่านกลินท์ สารสิน ขออนุญาตที่จะต้องเอ่ยนามทุกท่านนะครับต้องขอบคุณมากนะครับ จริง ๆ แล้วสถาบัน วิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทยเรามี ๒ วัตถุประสงค์หลัก ๆ ใหญ่ ๆ ๑. ก็คือดูแลเรื่อง นักกีฬาเลย อันที่ ๒ ก็คือให้ความรู้ ให้องค์ความรู้แล้วก็พัฒนาศักยภาพของการออกกำลังกาย ของทุกกลุ่มอายุ เพราะฉะนั้นเราจะไปเลือกปฏิบัติแค่ผู้สูงอายุก็ไม่ได้ ผู้พิการก็ไม่ได้ กลุ่มเด็ก กลุ่มเยาวชน เราทำทั้งระบบนะครับ โดยมีตั้งแต่กรมพลศึกษาดูแลตั้งแต่มวลชนพื้นฐาน การกีฬาแห่งประเทศไทยก็ดูเรื่องความเป็นเลิศการอาชีพเราจะดูครบวงจร ไม่เน้นเฉพาะ นักกีฬาเราจะเน้นให้ประชาชนของประเทศเรานั้นมีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ออกกำลังกายโดยใช้หลักวิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นสื่อและออกกำลังกายได้อย่างถูกต้องนะครับ ก็ขอบคุณท่านผู้อภิปรายทุกท่านที่ให้ข้อเสนอแนะไว้บางข้อจะเอาไปปรับปรุงแล้วก็เพิ่มเติม แก้ไขให้สมบูรณ์แบบที่สุด แล้วก็ดีที่สุดเพื่อให้วงการกีฬาของประเทศทั้งในระดับมวลชน พื้นฐานและความเป็นเลิศเราคงได้เห็นอย่างที่ท่านสุรินทร์ว่านะครับ ฟุตบอลไทยจะไป ฟุตบอลโลกหรือเปล่า ครั้งนี้ปี ๒๐๑๘ ไม่ได้ไปแน่นอนครับผมยืนยันครับ ปี ๒๐๒๒ อีก ๘ ปี ข้างหน้า หรืออีก ๖ ปี ถึง ๘ ปีข้างหน้า ท่านนายกรัฐมนตรีท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เองก็บอกว่าทำไมเราไม่คัดนักกีฬาที่มีสรีระร่างกายที่มันสมบูรณ์แบบ แล้วก็เหมือนกับชนิดของกีฬาของต่างประเทศบ้าง ขออนุญาตเล่านิทานนิดเดียวครับ ก่อนจะจบนะครับ ญี่ปุ่นสมัยหนึ่งเราเรียกเขาว่าไอ้ยุ่น ฟุตบอลนี้เป็นกีฬาที่ญี่ปุ่นไม่เคยสนใจ เลยนะครับ ผมไปดูงานมา ๓๐ กว่าปีที่แล้วญี่ปุ่นบอกว่าอนาคตเขาจะเป็นไอ้โย่งครับเขาจะ ไม่เป็นไอ้ยุ่นครับ วิธีการคืออย่างไรรู้ไหมครับญี่ปุ่นบอกว่ากฎของเมนเดล (Mendel) ที่ญี่ปุ่น ใช้ไม่ได้ครับ ความหมายคืออะไร พันธุกรรมบวกกับสิ่งแวดล้อมจะทำให้คนเขาเจริญเติบโต ถูกไหมครับ ญี่ปุ่นบอกว่าแค่บวกไม่ได้แล้วถ้าคนญี่ปุ่นจะต้องเป็นแชมป์โลกฟุตบอลจะเป็น เจ้าภาพบอลโลกจะทำให้ฟุตบอลขึ้นมาอยู่ในอันดับหนึ่งของเอเชียเขาบอกว่าคูณครับ ญี่ปุ่น ใช้คำว่าคูณสิ่งแวดล้อมและญี่ปุ่นทำทุกอย่างครับ ฟุตบอลญี่ปุ่นไม่เป็นกีฬาที่ป๊อปปูล่า (Popular) ไม่เป็นที่นิยม ท่านทราบนะครับว่าเขาทำอย่างไรเขาไปเอามือเขียนการ์ตูน อันดับหนึ่งของญี่ปุ่นมาเขียนการ์ตูนชื่อสึบาสะ เพราะฉะนั้นจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ๒๐-๓๐ ปี ผ่านมา คนทั้งโลกบ้าการ์ตูนสึบาสะครับ วอลเลย์บอล ท่านคงเคยดูนะครับ มวยปล้ำ หน้ากากเสือท่านคงเคยเห็น เพราะฉะนั้น ณ วันนี้อเมริกามีซูเปอร์แมน (Superman) ญี่ปุ่น มียอดมนุษย์ครับ ญี่ปุ่นจะสร้างตัวเองขึ้นมาโดยใช้แนวคิดบางอย่าง เพราะฉะนั้นถ้าเราจะหานักฟุตบอลหานักกีฬาที่มีรูปร่างสูงใหญ่ในอนาคต แผนยุทธศาสตร์ ๒๐ ปีใส่ไว้แล้วครับ เรื่องของโภชนาการ เรื่องของสรีระ เรื่องของวิทยาศาสตร์การกีฬา เราต้องใส่ทั้งระบบนะครับ โรงเรียนตั้งแต่อนุบาลจนถึงประถมศึกษา มัธยมศึกษามาถึงระดับ มหาวิทยาลัย นมโรงเรียน โครงการอาหารกลางวัน การพัฒนาสุขภาพพลานามัยของคน ทั้งประเทศ เราต้องสร้างอย่างนั้นเลยครับ เขาใช้เวลา ๒๐ ปี ๓๐ ปี กว่าจะเปลี่ยนแนวคิด ตรงนี้ได้ เด็กปัจจุบันนี้ชุดยูโดเด็กแทบไม่มีแล้วครับน้อยมากของญี่ปุ่น เบสบอล ที่เป็นกีฬา อันดับต้น ๆ ตอนนี้เป็นฟุตบอลแล้วครับ เจลีก (J League) มีศูนย์ฝึกอยู่ทั่วเกาะทั้งหมด ๓๐๐ กว่าศูนย์ครับ มีโครงการทุกโครงการที่เขาพัฒนา แล้วเขาบอกแล้วว่าเขาจะเป็นแชมป์ ฟุตบอลโลก ญี่ปุ่นฟุตบอลหญิงได้แชมป์โลกมาครับ เกือบได้ ๒ สมัยติดนะครับ สมัยที่แล้ว แพ้อเมริกาครับ สมัยก่อนนั้นชนะเยอรมันครับ สิ่งที่ได้เห็นท่านทราบไหมครับว่า ณ ปัจจุบันนี้ เรื่องของโภชนาการ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างสั้น ๆ นะครับก่อนจะจบ นักฟุตบอลมี ๑๑ ตำแหน่ง ญี่ปุ่นไปก๊อบปี้เยอรมันมาเลยครับ นักโภชนาการมีทั้งหมด ๑๔ คนครับ เบอร์ ๑ ดูแลทั้งระบบ เบอร์ ๒ เบอร์ ๓ จนกระทั่ง ๑๑ คน ดูแลนักฟุตบอลคนละตำแหน่ง เขาแยกแล้วครับ ดูแลแคลอรีในการรับประทานของแต่ละคนแต่ละตำแหน่งเลยครับว่า จะรับประทานอะไร หลังจากแข่งแล้ว ระหว่างแข่งหรือก่อนแข่งจะรับประทานอาหาร ประเภทไหน ของเราตอนนี้ยังรวมอยู่ไม่เป็นไรครับ สถาบันวิทยาศาสตร์ของเราที่กำลังจะ ยกฐานะฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬาจะพยายามนะครับ ต้องใช้คำว่าพยายามนะครับ ทำหน้าที่ ขับเคลื่อนปฏิรูปวงการกีฬาให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ ใช้งบประมาณที่มีอยู่ให้สมบูรณ์แบบที่สุด แล้วก็ประหยัดที่สุด ในลักษณะของเศรษฐกิจพอเพียง กีฬาพอเพียงเพื่อก้าวขึ้นสู่ระดับโลก ของเราให้ได้ ที่ผ่านมาเราได้ ๒ ทองโอลิมปิก ๒ เงินโอลิมปิก ๒ ทองแดง พาราลิมปิกเราได้ ๘ ทอง ๘ เงิน ๘ ทองแดง อย่างที่ท่านเลิศรัตน์ขออนุญาตเอ่ยนามท่านบอกแล้วเรามาแบบ ธรรมชาติ เรามาตามยถากรรมเรายังได้ขนาดนี้นะครับ ถ้าอีก ๔ ปีสถาบันวิทยาศาสตร์ การกีฬาแห่งประเทศไทยทำงานได้อย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่าศักยภาพของนักกีฬาแล้วก็ ประชาชนของคนไทยทั้งประเทศจะมีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง แล้วก็ทำให้พวกเรา มีความสุขในการแข่งขันในระดับชาติต่อไปในอนาคตครับ ขอบพระคุณมากครับ