ยุทธศักดิ์ ชี้แจงความสำคัญเสนอจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๘ · ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา หารือถึงความสำคัญของการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนานักกีฬาอย่างเป็นระบบและยกระดับศักยภาพการกีฬาของชาติ พร้อมผลักดันให้มีการรวมศูนย์การบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาและรองรับการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ ก่อนอื่นกระผมใคร่ขออนุญาต นำเสนอวีดิทัศน์ประกอบรายงานเรื่องการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย ประมาณ ๗ นาที ขออนุญาตครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง )

“............ : วิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นกุญแจสำคัญนำสู่ความเป็นเลิศ หลายประเทศที่ได้รับชัยชนะในการแข่งขันทุกระดับ ไม่ว่าระดับภูมิภาค หรือระดับนานาชาติ ระดับโลก วิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นศาสตร์ว่าด้วยความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า ผลของ การเล่นกีฬาและออกกำลังกายโดยประยุกต์ และวิทยาศาสตร์ร่วมกับเทคนิคเฉพาะทาง พัฒนาศักยภาพนักกีฬาให้เล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยหลักวิชาด้านต่าง ๆ สรีรวิทยา การกีฬานำความรู้เรื่องการทำงานของอวัยวะและระบบต่าง ๆ ของร่างกายทั้งระบบประสาท กล้ามเนื้อ การไหลเวียนโลหิตและหายใจมาใช้ฝึกอย่างถูกต้องเหมาะสม ชีวกลศาสตร์ การกีฬานำความรู้และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ อย่างฟิสิกส์ แคลคูลัส สรีรวิทยา และกายวิภาคโภชนาการการกีฬา นำความรู้และข้อมูลเรื่องสารอาหารและแหล่งพลังงาน สำคัญที่ต้องใช้ตั้งแต่ระยะเตรียมตัวตลอดฤดูกาล เฉพาะการแข่งขันหรือระหว่างการแข่งขัน จิตวิทยาการกีฬานำหลักการทางจิตมาปรับใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นเป้าหมายให้ควบคุม ตนเองจากความกังวล อย่างตื่นเต้นหรือเฉื่อยชา สร้างแรงจูงใจให้นักกีฬา แสดงทักษะที่มี ออกมาให้มากที่สุด เวชศาสตร์การกีฬาว่าด้วยเรื่องป้องกันบำบัดรักษาและฟื้นฟู สภาพร่างกายนักกีฬา ทั้งสภาวะปกติหรือระหว่างการฝึกซ้อม เทคโนโลยีทางการกีฬา การใช้วัสดุอุปกรณ์ สนับสนุนการฝึกฝน พัฒนาส่งเสริมแก้ไขข้อบกพร่อง ลดอาการบาดเจ็บ นำระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เก็บและวิเคราะห์ข้อมูล นำผลมาใช้เปลี่ยนแปลงปรับปรุง

นักกีฬาที่มีพรสวรรค์จะแพ้นักกีฬาที่มีพรแสวงด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา จะเห็นได้จากสถิติการวิ่งแข่ง จะมีการทำลายสถิติเพิ่มขึ้นทุกวัน สมัยก่อน ๑๐๐ เมตรวิ่งได้ ๑๒ วินาที ปัจจุบันสถิติวิ่ง ๑๐๐ เมตร ลดลงต่ำกว่าทุกวินาที

ประเทศไทยก็ได้มีการดำเนินการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬามาโดยตลอด แตกกระจัดกระจายไปอยู่ในหลายหน่วยงาน จึงทำให้ขาดเอกภาพและการจัดการ ด้านความรู้ที่เป็นระบบ จึงทำให้นักกีฬายังไม่ได้รับประโยชน์และการส่งเสริมสนับสนุน อย่างเต็มที่ ดังนั้นหากเรามีหน่วยงานระดับชาติที่เป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดนโยบายและทิศทาง การบริหารจัดการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีระบบที่ชัดเจน และเป็นศูนย์กลางรวบรวมองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา จะทำให้การพัฒนา สมรรถภาพของนักกีฬาไทยเป็นไปอย่างก้าวกระโดด การเสนอให้จัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์ การกีฬาแห่งประเทศไทยจึงเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนทิศทางการพัฒนาวงการกีฬาของ ประเทศให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการกีฬา ประชาชนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและขยายองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาออกไปสู่ สาธารณชนได้อย่างกว้างขวาง อีกทั้งพัฒนานักกีฬาให้มีศักยภาพสามารถแข่งขันในระดับ นานาชาติจนสร้างชื่อเสียงแก่ประเทศชาติ ท้ายที่สุดหากสามารถปฏิบัติตามแนวนโยบายและ เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ วงการกีฬาของประเทศไทยจะเกิดการพัฒนาและเติบโตอย่างเห็นได้ชัด และจะเกิดความร่วมมือร่วมใจทำงานไปในทิศทางเดียวกัน จนเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ ประชาชนและสร้างชื่อเสียงให้แก่ระดับชาติ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง กับการกีฬาให้เติบโตยิ่งขึ้นต่อไป ถึงเวลาที่จะต้องมีสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย”

กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ในฐานะประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม ใคร่ขอเรียน ให้ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้กรุณาทราบถึงรายงานของแผนปฏิบัติ การปฏิรูปประเทศด้านกีฬาของคณะกรรมาธิการในเรื่องการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์ การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและควรดำเนินการเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กรุณากล่าวถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์การกีฬาไว้ อย่างน้อย ๓ ครั้ง กล่าวคือ ในรายการคืนความสุขให้กับประชาชน และในงานเลี้ยงต้อนรับ กับมอบรางวัลนักกีฬาจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ ๒๑ รวมทั้งรางวัลสำหรับ รายการแข่งขันระดับนานาชาติ ในปัจจุบันต่างก็เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าการเข้าร่วม การแข่งขันกีฬาเพื่อความเป็นเลิศในระดับชาติและระดับนานาชาติของนักกีฬาทีมชาติไทยนั้น วิทยาศาสตร์การกีฬาถือได้ว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องให้นักกีฬา ผู้ฝึกสอนกีฬา และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมทีมและส่งนักกีฬาเข้าร่วม การแข่งขัน ได้มีความรู้ ได้มีความเข้าใจและสามารถนำวิทยาศาสตร์การกีฬาสาขาต่าง ๆ ไปใช้กับนักกีฬาให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้วิทยาศาสตร์การกีฬาก็ยัง เป็นศาสตร์เพื่อการเรียนรู้และสร้างเสริมคุณภาพแก่นักกีฬาพื้นฐานและประชาชนทั่วไปด้วย กระผมขอเรียนว่าความเข้าใจของประชาชนและนักกีฬาที่มีต่อวิทยาศาสตร์การกีฬา ในปัจจุบันบางส่วนยังคลาดเคลื่อนไปจากความเข้าใจที่ถูกต้อง กล่าวคือ ส่วนใหญ่ ต่างจะเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์การกีฬาก็คือวิธีการฝึกออกกำลังกาย หรือการบำบัดรักษา ผู้ที่ได้รับการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาเท่านั้น แต่ความจริงแล้ววิทยาศาสตร์การกีฬา มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างและพัฒนาขีดความสามารถ รวมถึงสร้างศักยภาพ ทั้งความแข็งแรง ความอดทน และความรวดเร็วของนักกีฬาให้มีความพร้อมสูงสุด หรือที่เรียกว่าพัฒนาเพื่อให้ถึงจุดพีก (Peak) ของนักกีฬาในระหว่างการแข่งขัน ซึ่งมีความสำคัญในเรื่องของชีวกลศาสตร์ที่พิจารณาในเรื่องของการทำงานของกล้ามเนื้อ กระดูก เอ็น และข้อต่อ เพื่อนำไปสู่การใช้กำลังในการเคลื่อนไหวของร่างกายหรือในเรื่องของโภชนาการทางการกีฬา ที่พิจารณาในเรื่องคุณค่าของอาหารแต่ละชนิดและรู้จักเลือกรับประทานอาหารให้ถูกต้อง ได้สัดส่วนทั้งในด้านปริมาณ แคลอรีและคุณภาพ ในการให้แต่ละช่วงของการฝึกซ้อมและ การแข่งขัน หรือในเรื่องของจิตวิทยาการกีฬาที่พิจารณาในเรื่องของกระบวนความคิด และความควบคุมจิตใจให้มั่นคงสงบนิ่งที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและการตัดสินใจ ในแต่ละสถานการณ์ของการฝึกซ้อมและการแข่งขัน โดยผมจะขอยกตัวอย่างให้กรุณาทราบ สักเรื่องหนึ่งก็คือกรณีที่รัชนก อินทนนท์ หรือน้องเมย์นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จสามารถคว้าแชมป์ได้ถึง ๓ รายการติดต่อกัน ทั้งนี้ก็เพราะใช้ประโยชน์ จากวิทยาศาสตร์การกีฬาในเรื่องของชีวกลศาสตร์และโภชนาการทางการกีฬา แต่ในทางกลับกัน น้องเมย์ก็ล้มเหลวจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ๒๐๑๖ ที่บราซิล ก็เพราะไม่สามารถใช้ ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์การกีฬาเรื่องเวชศาสตร์การกีฬาในการรักษาอาการที่บาดเจ็บ และไม่สามารถใช้ประโยชน์จากจิตวิทยาการกีฬาในการควบคุมดูแลจิตใจจากการตรวจสอบ สารต้องห้ามในช่วงของการแข่งขัน ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าวิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นดาบสองคม ถ้าหากว่าใช้ให้ถูกต้องก็จะเกิดประโยชน์อย่างมหาศาล แต่ถ้าหากไม่ใช้ประโยชน์เลยก็อาจ ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันทางการกีฬาได้ เมื่อเป็นเช่นนี้หากมีการพัฒนา วิทยาศาสตร์การกีฬาของไทยอย่างเป็นระบบ ก็ย่อมจะเป็นการสร้างขีดความสามารถของ นักกีฬาให้มีความพร้อมในการสร้างผลงานเพื่อความเป็นเลิศ ซึ่งจะนำมาสู่การสร้างชื่อเสียง และเกียรติภูมิให้กับประเทศไทย รวมทั้งการสร้างเสริมคุณภาพแก่นักกีฬาพื้นฐานและ ประชาชนทั่วไป โดยการบูรณาการจากศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาต่าง ๆ เพื่อเป็นองค์กร ในการพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพของนักกีฬาชาวไทยอย่างเป็นระบบ ตามมาตรฐานสากล ทั้งยังจะเป็นแหล่งความรู้เป็นแหล่งการสร้างเสริมทักษะและพัฒนา สุขภาพที่ดีให้แก่พี่น้องประชาชนชาวไทยอย่างต่อเนื่องควบคู่กันไป และถ้าหากดำเนินงาน ในเรื่องนี้ล่าช้าเกินไปก็จะไม่ทันกับประเทศต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาวิทยาศาสตร์การกีฬา กันอย่างจริงจังในขณะนี้

กระผมจึงขอเรียนต่อท่านประธานสภาและที่ประชุมถึงหลักการเบื้องต้นของ การพิจารณาและจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย สำหรับรายละเอียด ของเรื่องนี้ท่านชาญวิทย์ ผลชีวิน ประธานอนุกรรมาธิการ ซึ่งรับผิดชอบในเรื่องนี้จะได้เป็น ผู้นำเสนอต่อที่ประชุม ซึ่งกระผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศเพื่อขอให้ท่านชาญวิทย์ ผลชีวิน ได้เรียนเสนอรายละเอียดของการจัดตั้งสถาบัน วิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย ต่อที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศต่อไปครับ