สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๗ · ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

นิกร จํานง หารือเรื่องข้าวที่มีปัญหาและเสนอให้คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาและคิดวิธีแก้ไขปัญหาข้าว

นายนิกร จํานง

ท่านประธานครับ ผม นิกร จํานง สปท. รหัส ๗๙ จะขอหารือท่านสมาชิกทั้งสภาด้วย ก็คือว่าผมมีประเด็นที่สําคัญ เนื่องจากว่าผมมีความเห็น เป็นการส่วนตัวว่าขณะนี้ปัญหาที่มีอยู่ เราเองเป็นสภาแม้ว่าจะเป็นสภาที่ปรึกษาแต่ก็เป็นสภา ของประชาชน ขณะนี้ปัญหาที่มันรุนแรงมากก็คือปัญหาเรื่องข้าว ทีนี้ผมเองอยากจะเรียนว่า ความที่ว่าเคยไปดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นที่ปรึกษาอยู่ระยะหนึ่งก็หลายปี ก็ทําให้ เห็นว่าขณะนี้อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเมื่อวานนี้ คือปัญหามันกลายเป็นแก้ปัญหา ปลายน้ําหมด เรื่องนี้จะแก้ปัญหาไม่ได้ ผมยืนยันว่าไม่ว่าจะอย่างไรก็แก้ปัญหาไม่ได้ และประชาชนจะเดือดร้อนมากต่อจากนี้ เพราะว่าสถานการณ์มันเป็นมาหลายปีแล้ว ที่ว่าข้าวมันล้นตลาดด้วยและมันมีเรื่องของสต็อก (Stock) ด้วย อะไรด้วย มันเป็นทั้งโรคซ้ํา กรรมซัดวิบัติเป็น และประเทศรอบ ๆ ของเราเออีซี (AEC) มันก็ส่งผล ดังนั้นเรื่องนี้ต้องคิดเป็น ระบบเป็นอย่างมาก ทีนี้ผมมีความเห็นเป็นการส่วนตัวเองว่า ผมมีความเชื่อถือในสภาของเรา แห่งนี้ ก็คือ สปท. ความพร้อมที่ว่าเราเป็นที่ปรึกษานั่นแหละ แต่ว่าเรามีกันครบ ในนี้เรามี ฝ่ายคลังมี ข้าราชการที่ทํางานเรื่องกระทรวงพาณิชย์รู้เรื่องการค้าขายมี เรื่องต่างประเทศมี คือมีครบเครื่องอยู่ในนี้นะครับความเห็นที่ว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับเราน่าจะเป็นเรื่องของ สนช. ผมไม่เห็นด้วย เพราะก็ทราบว่า สนช. ขณะนี้เขาก็มีปัญหาเรื่องกฎหมายของเขา เป็นจํานวนมากเลยที่จะต้องดําเนินการ เพราะฉะนั้นผมเองเดิมความตั้งใจก็คืออยากจะ เสนอว่าอยากให้สภาของเรามีการพูดคุยเรื่องที่เป็นปัญหาเป็นทุกข์ของแผ่นดินคือปัญหาเรื่อง ข้าวบ้าง เพราะผมเชื่อว่าเรามีความรู้จริง ฝ่ายกระทรวงมหาดไทยเองที่เคยเป็นอดีต ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยก็รู้ว่าโครงสร้างจังหวัดเป็นอย่างไร หลายคน มาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลายคนมาจากกระทรวงการต่างประเทศคืออยู่กันครบ แล้วตรงนี้ ถ้าเราไม่คุยกันเรื่องนี้เสียบ้าง ผมก็ไม่รู้ว่าเวลาขณะนี้ยืนยันได้ว่าสภาของเราจะถูก ต่ออายุไปไม่น้อยกว่า ๒-๓ เดือนแน่ งานที่เราทําก็คือการปฏิรูปที่มีอยู่ผมเชื่อว่าเสร็จก่อน เพราะฉะนั้นเรื่องแบบนี้เราคงต้องให้ความเห็นไปบ้าง แต่ว่ามีบางท่านก็มีความเห็นซึ่งผมก็ เห็นด้วยว่าไปกดดันรัฐบาลเขาหมายถึงว่าเสนอถ้าเขาไม่ทําก็เหมือนกับเป็นค้อนไปทุบรัฐบาล อีกทางหนึ่ง ดังนั้นถ้าเป็นเช่นนั้นผมเสนอเป็นความเห็นอาจจะต้องไม่เห็นด้วยกับผม แต่ว่า อยากจะให้คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจก็ได้รับเรื่องนี้ไปตั้งคือคณะอนุกรรมาธิการเราตั้งเพิ่ม ได้ตามข้อบังคับคืออย่าอภิปรายรวม ถ้าอภิปรายรวมมันเป็นประเด็นแย้งกับสิ่งที่รัฐบาลทํา อยู่ได้ แต่ถ้าเราไปศึกษาแล้วก็คัดเอาผู้ที่มีความรู้เรื่องนี้ในของเรามีเยอะอยู่มากจริง ๆ มาคุยกัน ไม่เสียเวลามากหรอกแต่ว่ามันเป็นปัญหาเชิงหลักการ เป็นปัญหาสําคัญที่ต้องการมันสมอง ต้องการประสบการณ์จากทุกท่านมาช่วยกันคิด เพราะหลักการเรื่องข้าว ต้นน้ํา เรื่องพันธุ์ ต้องเปลี่ยนใหม่หมด เราจะต้องมีการดําเนินการถ้าไม่อย่างนั้นไม่รอด เราไปทําข้าวราคาถูก สู้กับรอบ ๆ บ้านของเราที่มีค่าแรงงานถูกแบบนี้เราไม่มีทางจะรอด แล้วก็ลักษณะของ การพัฒนาตรงนี้ตลาดข้าวที่มันลดลงไปเราไปได้ยากมากถ้าเราไม่มีการปรับหรือทําข้าว อินทรีย์ให้ดีขึ้น ทําข้าวให้ราคาแพงขึ้น ผมก็เลยมีความคิดเห็นอย่างนี้ครับว่าขอกราบเรียน ท่านสมาชิกทั้งหลายว่าอาจจะให้คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมา สักชุดหนึ่งแล้วศึกษาเรื่องนี้ อย่างน้อยถึงช่วยไม่ได้ประชาชนจะได้อุ่นใจว่าเรารู้สึกรู้สา กับปัญหาของเขานะครับ หรืออาจจะตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญก็ได้ก็แล้วแต่นะครับ ผมเองไม่กล้าตั้ง แต่อยากจะเรียนท่านสมาชิกว่าที่ท่านตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดหนึ่ง ก็คือเรื่องโรดเซฟตี้ (Road Safety) ขณะนี้ ในวันที่ ๑๒ ทางองค์การอนามัยโลกได้เชิญมาที่ผม ไปร่วมประชุมเป็นเวิลด์ โรด เซฟตี้ (World Road Safety) ของโลก ซึ่งเราจะไปคุยกัน ลอนดอนวันที่ ๑๒ นี้ ผมก็ให้เชิญมาในนามสมาชิก สปท. เพราะคณะกรรมาธิการชุดนั้น หมดอายุไปแล้วแต่ผมยังเป็น สปท. อยู่ก็เรียนท่านประธานทินพันธุ์แล้วว่าให้เชิญมาในนาม สปท. จะได้เป็นผลงานของพวกเราไปอันนั้นก็ทําไป แต่ว่าในส่วนนี้ผมเริ่มเป็นห่วงว่าเรื่องข้าว ไม่ว่าจะอย่างไรคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจก็ได้หรือจะอย่างไรก็ได้ แต่ขอให้เราได้หันมามอง เรื่องนี้บ้าง ไม่อย่างนั้นเราจะอยู่กันทําไมตรงนี้ครับนําเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ อาจจะเข้า ในคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครั้งต่อไปก็แล้วแต่ครับ กราบขอบพระคุณครับ