คณิต สุวรรณเนตร ชี้แจงความคืบหน้าการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. สิทธิเสรีภาพและกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์ พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับยุคเทคโนโลยีและสื่อที่เปลี่ยนแปลง ทั้งเสนอให้สถานีโทรทัศน์สาธารณะสามารถโฆษณาได้เพื่อเพิ่มรายได้ และย้ำว่าการครอบครองสื่อข้ามสื่อมีกรอบกฎหมายควบคุมไม่ก่อให้เกิดการผูกขาด พร้อมรับพิจารณาข้อสังเกตจากสมาชิกทุกฝ่าย
กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ ในโอกาสแรกผมต้องขอกราบขอบพระคุณทั้ง ๖ ท่านนะครับที่ได้กรุณา ให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะและท่านที่ ๗ คือท่านสมเดช นิลพันธุ์ ท่านก็พิมพ์เป็นเอกสาร เสนอข้อคิดเห็นในมาตรา ๘ และท่านก็มายื่นให้ผมข้างหลังเพราะท่านติดประชุมที่อื่น ผมก็จะขออนุญาตนำอันนี้แนบเข้าไปในเอกสารที่จะสรุปนะครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ตอบในประเด็นแล้วก็ตอบในภาพกว้างในบางประเด็นของท่าน พลเอก เลิศรัตน์ เรื่องเทคโนโลยี อนาล็อก (Technology Analog) เป็นดิจิทัล (Digital) และท่านก็ห่วงในเรื่องของการไปตัด ในวรรคสอง กราบเรียนท่านเลิศรัตน์ครับเราขอแก้เฉพาะปีครับ วรรคหนึ่งเท่านั้นเอง ส่วนวรรคสองยังคงอยู่หมดครับเราขอแก้เฉพาะ ๗ ปีกับ ๑๕ ปี เป็น ๗ ปีกับ ๒๐ ปี แล้วก็ ๑๕ ปีคือวิทยุ ๗ ปีเท่ากัน ส่วนโทรทัศน์จาก ๑๕ ปีเพิ่มเป็น ๒๐ ปี เคเบิลทีวี (Cable TV) ไม่เคยกำหนดก็เพิ่มเป็น ๑๕ ปี ส่วนอายุของใบอนุญาตพอใกล้จะหมดปุ๊บแล้วก็จะมาขอ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๙๐ วันไม่เกิน ๒ ปีอะไรต่ออะไรยังคงอยู่หมดครับไม่ได้ตัดออก ท่านครับ ที่ท่านเห็นต่างในเรื่องของการที่จะให้ผู้ประกอบการโทรทัศน์ประเภทสาธารณะคือประเภท ๑ กับประเภท ๓ ตามที่กรรมาธิการเสนอให้โฆษณาได้เท่าที่จะเป็นเหมือนประเภท ๒ นั้น ท่านเห็นต่างว่าทุกวันนี้ดิจิทัล (Digital) ๒๔ ช่องเขาก็ประกอบการขาดทุนมาขอเจรจาต่อรอง ขอเลื่อนเวลาการชำระค่าใบอนุญาตประกอบการปีที่ ๒ ปีที่ ๓ อะไรต่ออะไรเพราะว่าธุรกิจ เขาจะแย่ การปล่อยให้ประเภท ๑ หรือประเภท ๓ ของกรมประชาสัมพันธ์มาโฆษณานั้น จะเป็นการเบียดกับเค้กก้อนเดิม ผมก็เห็นด้วยนะครับ แต่นี่อีกมุมมองคือกราบเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธาน พี่อูครับ คือพอส่วนราชการได้รับงบประมาณจำกัด ก็จึงขาดความหลากหลาย ขาดน้ำใหม่ ขาดคอนเทนต์ (Content) ดี ๆ ขาดพิธีกรดี ๆ นะครับ ที่จะเข้ามา แล้วก็จะทำให้ช่องคนอยากเปิดไปดู จากปัจจุบันคนก็ไม่ค่อยอยากเปิดไปดู เพราะพิธีกรก็ระดับหนึ่ง คอนเทนต์ (Content) เนื้อหาอะไรอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า เปิดโอกาสให้กรมประชาสัมพันธ์ได้มีโอกาสโฆษณาได้เท่าที่จำเป็น แต่เขาได้มีโอกาส ได้พัฒนา ได้มีการหาคอนเทนต์ (Content) ดี ๆ น่าสนใจมาใส่ในผังรายการของเขา ก็น่าจะ เป็นการพัฒนาสถานีของทางราชการ ประเด็นตรงนี้ที่เป็นเสียงเรียกร้อง ร้องขอมาจาก ประเภท ๑ และ ๓ ที่อยากโฆษณานะครับ
สำหรับของท่านนิกร จำนง และท่านคำนูณ สิทธิสมาน กราบเรียนครับ ร่างพระราชบัญญัติสิทธิเสรีภาพที่ท่านอยากได้ใกล้เสร็จแล้วครับ ไม่ได้หายไปไหนครับ ใกล้เสร็จแล้ว เนื่องจากว่ามันมีองค์ประกอบ ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน การส่งเสริมจริยธรรม การคุ้มครองและมีมาตรฐานอะไรนี่นะครับ จะมาพร้อมกับ พ.ร.บ. จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งใช้มาแล้ว ๙ ปี แล้วขอแก้มันจะมาด้วยกัน วันนี้ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็คือเรื่องของวิทยุและโทรทัศน์ วันนี้เราพูดกันถึงเรื่องของวิทยุและโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ มันมีธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งอยู่ในมือถือ แล้วก็รวมถึงวิทยุที่ติดในรถแท็กซี่ และเบสสเตชัน (Base Station) กรรมาธิการของกระผม ก็ยังไม่ได้แก้ เพราะมันอยู่ในพระราชบัญญัติประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ เรายังไม่ได้แก้ เพราะเวลาไม่มีหรอกครับ เพราะฉะนั้นวันนี้กราบเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกครับ เรากำลังพูดกันถึงเรื่องของ พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ที่มีปัญหา ที่ท่านผู้มีเกียรติหลายท่าน บางท่านก็เสนอว่าโอ้แก้น้อยไป กระมัง รื้อเสียทั้งฉบับเลย ขยายความอะไรต่ออะไร กระผมเห็นด้วยครับ ท่านคำนูณครับ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม เรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกันระหว่างคณะกรรมาธิการปฏิรูปการ สื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศของ สปท. กับคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สารสนเทศและสื่อสารมวลชนของ สนช. นะครับ ได้มีการประชุมร่วมกันหลายครั้ง แล้วก็เห็นด้วยว่าที่จะสังคายนา ปรับปรุงพวกนี้เสียทั้งหมดเลย แต่กราบเรียนครับไม่ใช่เรื่องง่าย มันคงต้องมีบทเฉพาะกาลอะไรต่ออะไรเยอะเลย เพราะว่ามันมีผลบังคับใช้ในแต่ละเซกเตอร์ (Sector) กันมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน แต่แนวคิดที่จะควบรวมทั้งหมดนี้มีนะครับ เพราะฉะนั้นที่ร่าง พ.ร.บ. สภาวิชาชีพที่ท่านคำนูณ กำลังจะมาในเร็ว ๆ นี้ครับ กำลังจะมาครับ
สำหรับท่านกษิต ภิรมย์ ผมก็ต้องขอกราบขอบพระคุณนะครับ นี่แหละครับ ที่ท่านห่วงเรื่องการโฆษณาอาหารและยา แล้วก็ว่าผู้กำกับทำอะไรกันอยู่ นี่แหละครับเราจึง จะขอแก้ เราก็จะลงไปดูครับ
ของท่านเฉลิมชัย เครืองาม ต้องกราบขอบพระคุณนะครับ ในข้อเสนอของ ท่านทั้งหมดผมจดเอาไว้ครับ เรื่องจิตสำนึก เรื่องสิทธิเสรีภาพ เรื่องอะไรต่ออะไรนะครับ แล้วก็เห็นด้วยครับ ในรัฐบาลปัจจุบันนี้คือผมเห็นด้วยว่าในรัฐบาลปัจจุบันการควบคุมไม่มีปัญหา แต่ในอนาคตเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วจะอะไรต่ออะไรก็คงต้องปรับไปตาม สถานะและภาวการณ์นะครับ
ส่วนของท่านสุดท้าย ท่าน พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่ เรื่องการครองสิทธิข้ามสื่อ ตรงนี้ผมไม่ลึกซึ้ง ผมขออนุญาตทำเป็นการบ้าน แต่ปกติมันมีกติกาอยู่แล้วว่าการจะข้ามกันได้ ขนาดไหน แต่นักธุรกิจเองก็ฉลาด ก็ใช้มาในชื่อใหม่ จดทะเบียนทำหนังสือบริคณห์สนธิใหม่ แล้วท่านก็มา แล้วผู้ที่มีรายชื่อในหนังสือบริคณห์สนธินั้นก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่ง มี ๗ คนอย่างนี้ มี ๑ อยู่ แล้วก็เป็นข้อกฎหมายที่นั่นอยู่ แต่มันมีจำนวนเปอร์เซ็นต์อยู่นะครับว่าการครองสิทธิข้ามสื่อมันได้เท่านั้นเท่านี้เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีการตรวจอยู่ และถ้าไปพบก็จะเตือนเขาก็จะไปปรับลดตรงโน้นตรงนี้ให้การครองสิทธิ ข้ามสื่อมันเป็นไปตามกฎกติกาแล้วก็ไม่เกิดการครอบงำครับ ผมเลยขออนุญาตตอบ ข้อซักถามและยินดีที่จะรับข้อสังเกตของท่านสมาชิกทุก ๆ ท่าน กราบขอบพระคุณครับ