ทินพันธุ์ นาคะตะ เปิดการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยแจ้งวาระที่ประชุมและเรียกร้องให้ทุกท่านสมาชิกไม่นำคู่สมรสหรือบุคคลอื่นเข้าร่วมพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลในพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และแจ้งเวลาที่รถออกจากสภาเพื่อไปร่วมพระราชพิธี ทินพันธุ์ นาคะตะ หารือเรื่องการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุข และการแก้ไขประมวลกฎหมายสรรพสามิต รวมถึงการนำเสนอระบบการแพทย์แผนไทยและยาสมุนไพรแห่งชาติ และระบบการแพทย์ฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังพูดเรื่องการปฏิรูปประเทศเกี่ยวกับการบริการสุขภาพและป้องกันโรค โดยมี 3 หัวข้อ คือ การปฏิรูปการแพทย์ปฐมภูมิ การปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการปฏิรูประบบความรอบรู้และสื่อสารด้านสุขภาพ
เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุมจำนวน ๑๐๒ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
ตามที่สำนักพระราชวังได้ส่งหมายกำหนดการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังนั้น สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดเวรผลัดเข้าถวาย สักการะพระบรมศพตามบัญชีรายชื่อสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศชุดละ ๕ ท่าน โดยเรียงลำดับอักษรที่ขึ้นบัญชีไว้จากสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ๒๐๐ ท่านนั้น ในการนี้ผมใคร่ขอความร่วมมือจากท่านสมาชิกว่ากรุณาไม่นำคู่สมรส ผู้ติดตามหรือบุคคลอื่น เข้าร่วมพระราชพิธีเนื่องจากมีที่นั่งจำกัด ทั้งนี้เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมาธิการ วิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๙ นะครับ ขณะเดียวกันก็อยากจะกราบเรียนท่านสมาชิกว่านับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เวรวันละ ๕ ท่านนั้น ก็จะเพิ่มอีก ๒ ช่วงด้วยกันคือช่วงเช้ากับช่วงกลางวันก็จะทำให้คิวคนหลัง ๆ ที่จะได้ไปร่วม พระราชพิธีนั้นเร็วขึ้น เพราะฉะนั้นช่วงเช้ารถจะออกจากสภาตีห้า ช่วงเพลรถจะออกสภาเก้าโมงเช้า ช่วงเย็นก็จะออกจากสภาห้าโมงเย็นตามเดิม สำหรับการจัดคิวนั้นก็น่าจะใช้หลักการที่ว่าคิวที่จะไป รอบวันถัดไปก็จะเข้ามาอยู่ช่วงเช้า แล้ววันถัดไปอีกทีหนึ่งก็จะมาอยู่ช่วงกลางวัน ส่วนช่วงเย็น ก็ถือเป็นหลักก็ตามลำดับนี้เป็นต้นไปซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็จะมีหนังสือ แจ้งรายละเอียดให้ท่านสมาชิก สปท. ได้ทราบอีกครั้งหนึ่งครับ กราบขอบพระคุณ
เรื่องที่ ๒ เรื่องหารือของสมาชิกบางท่านเมื่อวานนี้ เรื่องของการถ่ายทอดการประชุมนั้น อันนั้นก็อยู่ในความคิดของผมตลอดมา ซึ่งมันก็อยู่ที่ความเหมาะสม ไม่เหมาะสม ความควร ไม่ควร ซึ่งอยู่ที่อารมณ์และความรู้สึกของสังคมเป็นที่ตั้ง เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ซึ่งผมก็จะหารือ ที่ประชุมวิป (Whip) ในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ว่าเราจะสมควรถ่ายทอดการประชุมเมื่อไร ซึ่งถ้าทำได้เร็วก็จะประเสริฐมากแต่ทั้งหมดนี้อยู่ที่ความเหมาะสม ความสมควรเท่านั้น ก็กราบเรียนเพื่อทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๓.๑ รายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม เรื่อง การปฏิรูประบบบริการปฐมภูมิ และข้อมูลด้านสุขภาพของในระดับประเทศเอาไว้ที่ศูนย์กลางเพื่อใช้ในการบริหาร จัดการและวางนโยบายต่อไปนะครับ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙ เช่นเดียวกันนะครับ
ในเรื่องที่ ๓ ที่คณะอนุกรรมาธิการได้นำเสนอไปแล้วก็คือการแก้ไขปรับปรุง ประมวลกฎหมายสรรพสามิตในประเด็นที่ว่าด้วยการขยายเพดานพิกัดการเก็บภาษีน้ำตาล ในเครื่องดื่มนะครับ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพด้านอาหาร และโภชนาการที่จะเป็นผลหรือเป็นภัยร้ายต่อสุขภาพของประชาชนไทยนะครับ ได้นำเสนอ ไปเมื่อวันอังคารที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๙ ที่ผ่านมานะครับ
ในเรื่องที่ ๔ ก็คือระบบการแพทย์แผนไทยและยาสมุนไพรแห่งชาติ ได้นำเสนอไป เมื่อวันจันทร์ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙ มีวัตถุประสงค์เพื่อการปฏิรูปการแพทย์แผนไทย แล้วก็ระบบยาสมุนไพรแห่งชาติ พร้อมกันนี้ได้แนบร่างพระราชบัญญัติไปด้วยทั้ง ๒ ฉบับนะครับ ทั้งยาสมุนไพรแล้วก็การคุ้มครองส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยนะครับ
เรื่องที่ ๕ คือเรื่องระบบการแพทย์ฉุกเฉินในช่วงก่อนถึงโรงพยาบาล เป็นการ นำเสนอเพื่อขอให้มีหมายเลขแจ้งเหตุฉุกเฉินหมายเลขเดียวนะครับ ได้นำเสนอไป เมื่อวันจันทร์ที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ ในโอกาสนี้ขอนำเรียนว่ามีอีก ๓ เรื่องที่อยู่ในการพิจารณา ของคณะอนุกรรมาธิการสาธารณสุข
เรื่องแรกก็คือประเด็นเรื่องการปฏิรูปประเทศเกี่ยวกับระบบการบริการ รักษาพยาบาลและการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งเราจะนำทั้ง ๒ หัวข้อนี้มารวมกัน กำหนดออกมาที่จะนำเสนอในวันนี้ก็คือการปฏิรูประบบการแพทย์ปฐมภูมิซึ่งจะนำเสนอ ต่อไปนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือการปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าซึ่งจะเน้น ในเรื่องการจัดให้มีชุดสิทธิประโยชน์และหลักประกันด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นการปฏิรูปในระบบ การเงินการคลังสุขภาพต่อไปนะครับ
และเรื่องสุดท้ายที่อยู่ในลำดับถัดไปก็คือว่าการปฏิรูประบบความรอบรู้และ สื่อสารด้านสุขภาพ ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอในระยะเวลาเร็ว ๆ นี้นะครับ ในโอกาสนี้ผมขอให้ ท่านณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ได้กรุณานำเสนอรายงานเรื่องการปฏิรูประบบบริการปฐมภูมิครับ ขออนุญาตเรียนเชิญครับ
ขอบคุณครับ ขอเรียนเชิญท่านณรงค์ สหเมธาพัฒน์