อนุสิษฐ ชี้ทุจริตโฆษณาภาครัฐ ลั่นต้องปรับหลักเกณฑ์เพิ่มโปร่งใส

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๕ · ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๙

อนุสิษฐ คุณากร หารือประเด็นการทุจริตในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ โดยเฉพาะการแทรกแซงสื่อและผลประโยชน์ทับซ้อนในวงเงินเกินหมื่นล้านบาท เสนอให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและโปร่งใส พร้อมผลักดันการยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประชาสัมพันธ์ และเสนอให้รวมมาตรการป้องกันการทุจริตไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อเสริมธรรมาภิบาล

นายอนุสิษฐ คุณากร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและท่านสมาชิกทุกท่านครับ ผม นายอนุสิษฐ คุณากร ลําดับที่ ๑๘๓ ในประเด็นที่คณะกรรมาธิการได้รับมอบหมาย ทั้งเป็นเรื่องสืบเนื่องมาจาก สปช. โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้กรุณาให้ความเห็นชอบในหลักการ แล้วก็ส่งเรื่องนี้ กลับมายัง สปท. เพื่อให้ช่วยพิจารณาแนวทางการปฏิบัติ หรือออกเป็นกฎหมายหรือระเบียบ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถกําหนดแนวทางการบริหารจัดการการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งในสถานการณ์ที่ผ่านมานั้น เราได้รับรู้รับทราบว่าประเด็นของการทุจริตและประพฤติมิชอบนั้น มีมาอย่างหลากหลายรูปแบบ และที่สําคัญประการหนึ่งก็คือในเรื่องของการทุจริตในภาครัฐ เกี่ยวกับเรื่องของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นํามาสู่แนวทางการพิจารณาว่า หลักเกณฑ์และวิธีการที่ถูกกําหนดไว้ในกฎหมายภายในประเทศนั้นมีจุดอ่อน มีช่องว่าง ประการใด ซึ่งจะเห็นได้ว่าตัวพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับงานประชาสัมพันธ์นั้นมีข้อจํากัด อยู่มาก แม้กระทั่งในส่วนของคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติเองก็ได้ถูกกําหนดไว้ ภายใต้ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี โดยมีรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เครืองาม เป็นประธาน คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ ในส่วนของคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาตินั้น มีประเด็นและอํานาจหน้าที่มุ่งเน้นไปในเรื่องของภารกิจในงานของการประชาสัมพันธ์เป็นหลัก มีภารกิจมุ่งเน้นในเรื่องของการกําหนดยุทธศาสตร์ว่าด้วยการประชาสัมพันธ์ในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งตัวยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนการประชาสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาล มียุทธศาสตร์ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ในภาวะวิกฤติ แล้วยังมียุทธศาสตร์อีกหลายประการ ที่คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ หรือที่เรียกว่า กปช. เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องเหล่านี้ สิ่งที่สําคัญก็คือประเด็นของการทุจริตในเรื่องของการโฆษณาประชาสัมพันธ์นั้นเรายังขาด หลักเกณฑ์ ยังขาดวิธีการที่จะนําไปสู่การบริหารจัดการ หรือการกํากับดูแลให้เกิดธรรมาภิบาล ให้เกิดความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ฉะนั้นสิ่งที่กรรมาธิการได้มอบหมายให้ คณะอนุกรรมาธิการศึกษาเสนอแนะมาตรการและกลไกในการปลูกฝังและป้องกันการทุจริต และประพฤติมิชอบ ซึ่งกระผมเองเป็นประธานอนุกรรมาธิการชุดนี้และร่วมด้วยอนุกรรมาธิการ อีกหลายท่านนะครับ ซึ่งมีรายนามอยู่ในหน้าสุดท้ายของรายงานที่อยู่ในมือของท่านสมาชิกครับ

ประเด็นที่สําคัญ จากงานวิจัยของทีดีอาร์ไอ (TDRI) เองครับ เห็นภาพของ การทุจริตที่มีมาอย่างต่อเนื่อง แล้วอยู่ในวงเงินที่ค่อนข้างน่าตกใจ ในปีนี้เองจากตัวเลข ที่ประมาณการโดยคร่าว ๆ มีมูลค่าเกินกว่าหมื่นล้านบาทขึ้นไป ปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะเวลา ที่ผ่านมา

ในประการแรก เรื่องของการแทรกแซงสื่อเพื่อเข้าไปควบคุมและ เอื้อประโยชน์ต่อทั้งด้านการเมืองเองก็ดี ทั้งในส่วนของหัวหน้าหน่วยงานภาครัฐก็ดี ประเด็น เหล่านี้มีประเด็นที่ถูกร้องเรียนกันมาโดยต่อเนื่อง มีการใช้อิทธิพลทางธุรกิจหรือการเมือง แทรกแซงการทํางาน มีการเข้าซื้อหุ้น ซื้อกิจการ มีการใช้อิทธิพลผ่านเครือข่ายทางธุรกิจ ซึ่งไปเชื่อมโยงกับการโฆษณา หรือการถอนโฆษณา มีเรื่องของการใช้อํานาจทางการบริหาร กดดันผู้บริหาร แม้กระทั่งสถานีโทรทัศน์และสถานีวิทยุบางประการโดยไม่ชอบ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากล แล้วก็นําไปสู่การทุจริต ปัญหา ในเรื่องของการขัดกันแห่งผลประโยชน์ซึ่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมนั้นก็ได้มีการยกร่างและกํากับในเรื่องเหล่านี้ไว้ สิ่งที่จะ เกิดขึ้นตามมาก็คือปัญหาจากพฤติกรรมของการทุจริตคอร์รัปชันจากการโฆษณา ประชาสัมพันธ์นั้น ทําให้รัฐต้องสูญเสียและสิ้นเปลืองทรัพยากร สูญเสียโอกาสที่จะทําให้ รัฐบาลสามารถบริหารประเทศไปอย่างโปร่งใสอย่างชัดเจน จึงนํามาสู่แนวทางการดําเนินการ ของอนุกรรมาธิการ จากที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐบาลโดยอาศัยแนวทางของ สภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะอนุกรรมาธิการได้มีการประชุมหารือกันหลายครั้งจนในท้ายที่สุด เรามองเห็นว่างานการบริหารการโฆษณาประชาสัมพันธ์นั้นจําเป็นที่จะต้องมีการปรึกษาหารือ กับฝ่ายบริหาร จึงได้เข้าพบท่านรองวิษณุซึ่งในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการ ประชาสัมพันธ์แห่งชาติ ในการเข้าพบครั้งนั้นมีแนวความคิด ๒ ประการครับ

ในประการแรก รัฐบาลอยากจะมีระเบียบ อยากจะมีหลักเกณฑ์และวิธีการ ให้สามารถลงไปกํากับดูแลงานทางด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในภาครัฐให้มีความชัดเจน

ในประการที่ ๒ ในระยะยาวเนื่องจาก พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ในส่วนของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบนั้นขณะนี้อยู่ในระหว่าง การยกร่าง ในระยะยาวจึงมีข้อเสนอว่าน่าจะได้มีการนําภารกิจในส่วนนี้ไปผนวกไว้ใน พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ดังนั้นในวันนี้เอง กรรมาธิการจึงขออนุญาตเสนอต่อที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในมิติในเรื่อง ของการยกร่างระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหาร การประชาสัมพันธ์ในภาครัฐเพื่อความโปร่งใส พ.ศ. ....

การดําเนินการในส่วนที่ผ่านมาเราได้มีการหารือผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลายหน่วยครับ ทั้งผู้แทนของ สปช. ในอดีตเอง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ สํานักงบประมาณ กรมประชาสัมพันธ์ รวมทั้งสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี และได้มี การศึกษาข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ จากเอกสารทางวิชาการ จนในท้ายที่สุดได้ปรากฏ ข้อเท็จจริงแล้วก็ปรากฏแนวทางหลักเกณฑ์และวิธีการในการที่จะนํามาสู่การยกร่างระเบียบ ชุดนี้ ซึ่งในข้อคิดเห็นและความเห็นของหน่วยงานต่าง ๆ นั้นปรากฏอยู่ในเอกสารรายงาน ที่ผมขออนุญาตไม่กล่าวสรุปในที่นี้นะครับ

สําหรับในประเด็นรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์นั้น พอดีทางท่านวสันต์ ซึ่งได้มีการเตรียมการเพื่อจะให้ท่านได้นําเรียนต่อกรรมาธิการเกี่ยวกับรายละเอียดเพิ่มเติม ในส่วนที่เป็นข้อห่วงใยของรัฐบาลและนํามาสู่การปฏิรูปในมิติของการยกร่างระเบียบฉบับนี้ ก็ขออนุญาตทางคุณวสันต์ได้กรุณานําเสนอในส่วนของรายละเอียดความเป็นมาโดยสรุป เพื่อให้กรรมาธิการได้เห็นภาพของการขับเคลื่อนในเรื่องนี้ครับ และหลังจากนั้น ผมขออนุญาตท่านประธานได้นําไปสู่การอธิบายถึงร่างระเบียบโดยคุณสมชาติ เจศรีชัย ในชั้นต้นขออนุญาตทางคุณวสันต์ได้รายงานครับ