ทินพันธุ์ ชี้แจงถวายสดุดีในหลวงรัชกาลที่ 9 ครบ 70 ปี ย้ำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๔ · ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๙

ทินพันธุ์ นาคะตะ ขออนุญาตที่ประชุมถวายสดุดีเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองราชย์ครบ 70 ปี โดยยกย่องพระองค์ในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้ทรงยึดมั่นในธรรม ทรงเป็นแบบอย่างของผู้ปกครองที่เสียสละเพื่อประชาชน และมีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงทางการเมืองและศาสนา ตลอดจนการทรงงานด้านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและส่งเสริมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าของการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน แจ้งวาระการพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และขอความร่วมมืองดถ่ายทอดการประชุมเป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันสวรรคต เพื่อถวายความจงรักภักดีอย่างสงบตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช โดยย้ำให้สภายังคงขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามโรดแมปต่อไปอย่างเหมาะสม

ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

สวัสดีครับ เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุมจำนวน ๑๑๔ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อดำเนินการ ประชุมตามระเบียบวาระ

เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระการประชุม

- ก็คือว่าผมอยากจะขออนุญาตจากที่ประชุมเพื่อถวายสดุดีพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ประชาธิปไตย ๗๐ ปีที่ครองราชย์ จึงอยากจะขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตถวายคำสดุดีแด่พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วยนะครับ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองราชย์ครบ ๗๐ ปี นับแต่ พ.ศ. ๒๔๘๙ ยาวนานที่สุดในโลกและในประวัติศาสตร์ไทย ได้ทรงทุ่มเท พระสติปัญญา พระวรกาย ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะ ตรากตรำบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ น้อยใหญ่นานัปการ ดังนี้

๑. “ทรงเป็นพระเจ้าทรงธรรม” จากพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” เป็นต้นมา พระองค์ ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ เพราะเหตุแห่งธรรมที่ทรงยึดมั่นอย่างเคร่งครัดเสมอมา พระมหากษัตริย์ไทยนับตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน ทรงปรารถนาที่จะได้เป็น พระเจ้าทรงธรรมโดยทรงยึดมั่นในทศพิธราชธรรม ซึ่งได้แก่ การให้ การสำรวม การทำสาธารณประโยชน์ ความซื่อตรง ความสุภาพ การชนะชั่ว การไม่โกรธ ความไม่เบียดเบียน ความอดทน และความยุติธรรม ทั้งนี้ นอกเหนือจากจักรวรรดิวัตรและราชสังคหวัตถุอีกด้วย

๒. ทรงเป็นนักปกครองที่ดี ที่ทรงเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของ ผู้รับการปกครอง ในทุกพระราชกรณียกิจและทุกขณะ ซึ่งเป็นผู้ปกครองในอุดมคติที่บรรดา นักปรัชญาการเมืองแสวงหามากว่า ๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว พระราชดำรัส พระราชดำริ และพระราชกรณียกิจ รวมถึงโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ก็เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมทั้งนั้น บางทีเราอาจรู้สึกว่าพระบรมราโชวาทของพระองค์นั้นเป็นยิ่งกว่าคำสอนของคำพระเสียอีก จึงทรงได้รับการยกย่องจากต่างประเทศว่าทรงเป็นกษัตริย์ของกษัตริย์ คิง ออฟ คิงส์ (King of Kings)

๓. ทรงแบกรับภาระของชาติอันหนักอึ้งไว้แต่พระองค์เดียวในรอบ ๗๐ ปี ที่ผ่านมา ไม่อาจทรงวางมือหรือทรงผ่องถ่ายไปให้ผู้อื่นได้ เมื่อเปรียบเทียบกับนายกรัฐมนตรี แต่ละคนที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามารับภาระของชาติ เมื่อพ้นวาระไปแล้วก็ไม่ต้องรับรู้ เครียด และเหนื่อยกับปัญหาใด ๆ ของประเทศอีก แบบผ่านมาแล้วก็ผ่านไป สามารถ พักผ่อนและหาความสุขส่วนตัวที่บ้านได้

๔. ทรงช่วยรักษาประชาธิปไตยไว้ได้ถึง ๗๐ ปีที่ทรงครองราชย์มา ถึงแม้ว่า จะเกิดการปฏิวัติรัฐประหารและการกบฏขึ้นเป็นครั้งคราว เมื่อเหตุการณ์ผ่านพ้นไป ระยะหนึ่ง ประเทศไทยก็จะกลับเข้าสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และที่สำคัญก็คือ อุดมการณ์ “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ได้ทำให้ประเทศไทยของเรารอดพ้นมาจากการเป็นสังคมคอมมิวนิสต์แบบหลาย ๆ ประเทศ ในอินโดจีนได้

๕. ทรงสามารถระงับวิกฤตการณ์ทางการเมืองได้อย่างประเสริฐ จากการที่ ทรงเป็นพุทธมามกะ และองค์ศาสนูปถัมภก จึงทำให้ทรงสามารถทำนุบำรุงชนชาติอื่น ศาสนาอื่นได้ จึงทำให้ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยทั้งชาติ ซึ่งอยู่กันด้วยความร่มเย็น เป็นสุขและทรงเป็นที่เคารพรักและเทิดทูนไว้เหนือเกล้าฯ ของพวกเราทุกคนเสมอมา นอกจากนี้แล้ว การที่ทรงอยู่เหนือการเมือง เพื่อจะได้ทรงเป็นกลางทางการเมือง เป็นพระมหากษัตริย์ของชาวไทยของทุกคนทุกหมู่เหล่าทุกฝ่าย และด้วยพระบารมี จึงทรงสามารถระงับวิกฤตการณ์วุ่นวาย รุนแรง โศกสลด ที่ทำให้คนไทยต้องบาดเจ็บ และสูญเสียชีวิตมากมายหลายครั้ง เช่น เหตุการณ์วันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ และเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

นอกจากนี้แล้วในเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ยังได้ทรงช่วยผ่าทางตัน ที่ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายรัฐบาลไม่อาจทำหน้าที่ได้ จึงทรงขอให้สถาบันตุลาการร่วมแก้ไข วิกฤติของประเทศจนผ่านพ้นภาวะนั้นไปได้

๖. ทรงยึดมั่นในหลักนิติธรรมของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เมื่อเกิดวิกฤติ ทางการเมืองและมีการเรียกร้องขอนายกรัฐมนตรีพระราชทาน โดยอ้างถึงมาตรา ๗ แห่งรัฐธรรมนูญบางฉบับ จะทรงมีพระราชดำรัสกับคณะตุลาการศาลปกครองสูงสุดว่า มาตราดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการให้พระมหากษัตริย์มีอำนาจที่จะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ หรือจะตัดสินทำได้ทุกเรื่อง เพราะจะเป็นการทำเกินหน้าที่ไป ส่วนการแต่งตั้งนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่ได้ทรงทำผิดรัฐธรรมนูญ เพราะมีรองประธานสภา เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ดังนั้น การขอนายกรัฐมนตรีพระราชทานจึงไม่ใช่ แบบประชาธิปไตย

๗. โครงการพระราชดำริ จากการที่ทรงตรัสว่า “ประชาธิปไตยจะเกิดขึ้น ไม่ได้เลยหากประชาชนยังหิวอยู่” จึงได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนพสกนิกร ทั่วราชอาณาจักร ทำให้ทราบปัญหาและความเดือดร้อนของพวกเขา เพื่อจะได้ทรงแก้ปัญหา ให้พวกเขาได้ จึงเกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอันเป็นประโยชน์ส่วนรวม นับแต่ พ.ศ. ๒๔๙๕ จำนวนกว่า ๔,๐๐๐ โครงการ เพื่อสร้างชีวิตใหม่ให้กับประชาชน ที่ยังหิวอยู่ ด้วยการพลิกฟื้น “ดิน น้ำ ป่า” ในพื้นที่ชนบททุรกันดาร

๘. ทรงพระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามฐานะของแต่ละคน ให้ใช้ความรอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง คือ เพียงพอที่จะสร้างความพออยู่พอกิน สร้างรายได้ เลี้ยงครอบครัวได้อย่างพอเพียง ซึ่งได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวางทั้งในและนานาประเทศว่า เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตที่เป็นทางสายกลางของการพัฒนาและรู้จักพอนั่นเอง

นอกจากนี้แล้ว ยังได้ทรงแนะนำแนวคิดการเกษตรแนวใหม่สำหรับ การประกอบเกษตรกรรมทั่วทุกภูมิภาคอีกด้วย

๙. การสดุดีพระเกียรติคุณ พระราชดำริและพระราชกรณียกิจทั้งหลาย สามารถทำให้พสกนิกรชาวไทยรอดพ้นจากวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงทรงได้รับรางวัลสดุดีพระเกียรติคุณ ๔๔ ครั้ง นับแต่ พ.ศ. ๒๕๑๘ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๕ เช่น องค์การอาหารและการเกษตร แห่งองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้วันที่ ๕ ธันวาคมของทุกปีเป็นวันดินโลก และได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญอะกริโคลา ที่ปรากฏพระบรมรูปของพระองค์ประทับนั่ง ท่ามกลางเกษตรกร นอกจากนี้ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล ความสำเร็จด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และองค์การสหประชาชาติเองก็ได้ประกาศ เป็นปณิธานแน่วแน่ที่จะส่งเสริมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้เพื่อจุดประกายแนวคิด การพัฒนาแบบใหม่ไปสู่นานาประเทศด้วย

๑๐. การปกครองจาก “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุข แห่งมหาชนชาวสยาม” จึงได้รับการยกย่องจากผู้นำทั่วโลกว่า ทรงเป็นต้นแบบของ นักปกครองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ทรงเป็นกษัตริย์ของกษัตริย์ เพราะเหตุแห่งธรรม ดังกล่าวที่ทรงยึดมั่นมาอย่างเคร่งครัดในทุกพระราชกรณียกิจ ทุกขณะ ตลอดระยะเวลา ๗๐ ปีที่ผ่านมานั่นเอง

ข้าพระพุทธเจ้า ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศและสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทุกคน ขอบพระคุณครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

- รับทราบพระราชบัณฑู รของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ำ มหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร

ด้วยผมได้รับทราบจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณ ะรักษาความสงบแห่งชาติว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระราชบัณฑูรว่าช่วงเวลานี้ทุกคน ทุกฝ่ายแม้แต่พระองค์ท่านเองอยู่ระหว่างความเศร้าโศก โทมนัสอาลัย จึงควรให้ทุกฝ่าย ช่วยกันทำให้รู้สึกว่าเราผ่านพ้นหรือบรรเทาความวิปโยคอาดูรนี้ไปได้บ้างก่อน อย่าให้ ความรู้สึกว่ามีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชกะทันหันเกินไป ทุกคนควรใช้เวลานี้รักษาความทรงจำอันงดงาม ของเหตุการณ์เมื่อ ๗๐ ปีที่ผ่านมา เมื่อการบำเพ็ญพระราชกุศลและพระราชพิธีพระบรมศพ ผ่านพ้นไปแล้วระยะหนึ่ง ก็น่าจะถึงเวลาสมควรดำเนินการต่อไปได้ การดำเนินการเช่นนี้ ก็ไม่น่าจะกระทบกระบวนการสืบราชสันตติวงศ์ตามรัฐธรรมนูญ กฎมณเฑียรบาล และราชประเพณีที่กำหนดไว้

รัฐบาลได้รับสนองพระราชบัณฑูรใส่เกล้าฯ ไว้แล้ว สภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศสมควรรับสนองพระราชบัณฑูรใส่เกล้าฯ ด้วยเช่นกัน โดยเดินหน้าทำหน้าที่ ตามโรดแมป (Road Map) ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศต่อไปให้ดีที่สุด ซึ่งคณะกรรมาธิการด้านต่าง ๆ ก็ยังมีการปฏิบัติหน้าที่กันอยู่ ดังนั้น ผมจึงได้มีคำสั่งให้มี การประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในวันนี้

- รับทราบงดการถ่ายทอดการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

ด้วยในช่วงเวลานี้ยังไม่ผ่านพ้นครบกำหนด ๓๐ วันแห่งวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผมจึงให้งดการถ่ายทอดการประชุม สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในระยะนี้ไว้ก่อน เนื่องจากเราควรอยู่ในภาวะของการสำรวม ทั้งหมดนี้ก็ได้มีการปรึกษาประธานกรรมาธิการทั้ง ๑๒ ด้านแล้ว เพราะฉะนั้นจากนี้ไป ก็ของดการถ่ายทอดการประชุม

(ที่ประชุมรับทราบ)

เรื่องต่อไป รับทราบสรุปผลการประชุมคณะกรรมการประสานงาน ๒ ฝ่าย คณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ่าย และคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภา

ด้วยในคราวประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภา ครั้งที่ ๔๑ วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ที่ประชุมมีมติให้นำสรุปผลการประชุมของ คณะกรรมการประสานงาน ๒ ฝ่าย คณะกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ่าย และ คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภา แจ้งให้สมาชิกทุกท่านได้รับทราบการดำเนินงาน ของคณะกรรมการและคณะกรรมาธิการดังกล่าว รายละเอียดปรากฏตามเอกสาร ที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ประจำที่นั่งของสมาชิกทุกท่านแล้วนะครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม

รับรองรายงานการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ครั้งที่ ๓๑/๒๕๕๙ วันอังคารที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๙

ครั้งที่ ๓๒/๒๕๕๙ วันจันทร์ที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙

ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๙ บริเวณห้องรับรองสมาชิก ชั้น ๑ อาคารรัฐสภา ๑ และหอสมุดรัฐสภา ก่อนที่จะเสนอ ให้ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศรับรองนะครับ

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

เมื่อไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมดังกล่าวนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

รายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหาร ราชการแผ่นดิน จำนวน ๓ เรื่อง คือ

๑. การบริหารจัดการของจังหวัดที่มุ่งหวังผลสัมฤทธิ์โดยยึดพื้นที่เป็นหลัก (Area-based Approach)

๒. การวางแผนกำลังคนภาครัฐเชิงยุทธศาสตร์

๓. แนวทางการกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมและการบังคับใช้ ในกระบวนการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานของรัฐ และร่างพระราชบัญญัติ จำนวน ๒ ฉบับ

(๑) ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ....

(๒) ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ด้วยประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหาร ราชการแผ่นดินได้มีหนังสือขออนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูล ที่เกี่ยวข้องและตอบประเด็นข้อซักถามของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศซึ่งได้พิจารณาแล้ว จึงได้อนุญาตนะครับ ได้แก่ ๑. ศาสตราจารย์อัมพร ธำรงลักษณ์ ที่ปรึกษาประจำ คณะกรรมาธิการ ซึ่งท่านเป็นอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ๒. ท่านพินิจ เนตรพุกกณะ อนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปธรรมาภิบาล ประสิทธิภาพ และการพัฒนาบุคลากรภาครัฐในคณะกรรมาธิการ ท่านเป็นอดีตรองผู้ว่าราชการ จังหวัดปราจีนบุรี ๓. ท่านชุติมา หาญเผชิญ อนุกรรมาธิการชุดเดียวกันนะครับ ท่านเป็นรองเลขาธิการ ก.พ. ๔. ท่านอารีย์พันธ์ เจริญสุข อนุกรรมาธิการด้านเดียวกัน ท่านเป็นผู้อำนวยการกองบริหารการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรม สำนักงาน ก.พ.ร. ๕. พลตำรวจโท ปัญญา เอ่งฉ้วน อดีตผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังกล่าวเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมด้วย

กราบเรียนท่านสมาชิกว่าเรางดเฉพาะการถ่ายทอดภายนอกนะครับ จนกว่าจะถึงเวลาอันเหมาะสม สำหรับวงจรปิดภายในนั้นก็ยังดำเนินการไปตามปกติของเรา ขอเรียนเชิญท่านยงยุทธ สาระสมบัติ