บวรเวท รุ่งรุจี ชี้แจงและอภิปรายแนวทางการปฏิรูปประเทศที่ไม่ควรกำหนดตายตัว เพื่อให้แต่ละหน่วยงานสามารถปรับใช้ตามบริบท พร้อมเสนอให้มีการกำหนดอำนาจหน้าที่ของบอร์ดศูนย์คุณธรรมอย่างชัดเจน รวมถึงการประเมินผลองค์กรด้านคุณธรรมแบบเป็นระบบโดยคณะกรรมการกลาง พร้อมใช้แรงจูงใจทางงบประมาณส่งเสริมการมีส่วนร่วม และเน้นย้ำความจำเป็นในการป้องกันการทุจริตโดยกำหนดกรอบร่วมทั้งในภาพรวมและรายละเอียดเฉพาะหน่วยงานเพื่อเสริมความโปร่งใสและลดผลประโยชน์ทับซ้อน
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ผม บวรเวท รุ่งรุจี กรรมาธิการครับ ขออนุญาตชี้แจงรายละเอียด แต่ก่อนอื่นก็คงต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทุกท่านที่กรุณา ให้ข้อคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการก็คงจะนำไปใช้เพื่อการปรับปรุงหรือ แก้ไขเพิ่มเติมอะไรต่าง ๆ ให้ดีขึ้น ผมขออนุญาตสรุปในส่วนที่ท่านสมาชิกแต่ละท่าน ได้นำเสนอมา ก่อนอื่นก็คงต้องขอขอบพระคุณท่าน พลตำรวจโท อาจิณ ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่กรุณาพูดถึงรายละเอียดซึ่งจริง ๆ แล้วก็จะเป็นอย่างที่ท่าน พลตำรวจโท อาจิณ ท่านนำเสนอว่ามาตรฐานที่เรานำเสนอมานั้นเราไม่ได้เจาะจงลงไปว่าจะต้องเป็นของหน่วยงานไหน มันเป็นได้ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน หรือองค์กรไหนที่คิดว่าจะเอาไปใช้เพื่อในการ พัฒนาองค์กรตนเอง ส่วนรายละเอียดมันก็จะแตกต่างกันไปเหมือนอย่างที่ท่านนิกร จำนง ต้องขออนุญาตเอ่ยนามที่ท่านนิกร จำนง ได้พูดถึงทั้งกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งเขาก็จะมีภารกิจหรือมีเป้าหมายในการดำเนินงานที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นในรายละเอียดของทั้ง ๗ เกณฑ์ที่เรากำหนดไว้นั้นมันก็จะแตกต่างกันออกไป มันจะไม่เป็นลักษณะของการเทเลอร์เมด (Tailor-made) ที่จะตัดแบบเดียวแล้วทำเหมือนกันหมด ไม่ใช่ ในรายละเอียดนั้นจะมีความแตกต่างกันไปในส่วนของรายละเอียดของแต่ละหน่วยงาน ที่เขาได้ดำเนินการอยู่ว่าเขาควรจะต้องกำหนดแผนของเขาอย่างไร จะมีการตรวจสอบอย่างไร ตัวชี้วัดอย่างไร อะไรต่าง ๆ เหล่านั้นมันก็จะเป็นความแตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้น มันก็จะไม่เป็นการฟิกซ์ (Fix) ว่าจะต้องเป็นอย่างนี้ ที่เรานำเสนอใน ๗ หัวข้อนั้นเป็นแค่ กรอบใหญ่ ๆ ว่ามันควรจะต้องมีอะไรอยู่ในนั้นบ้างในส่วนนั้น
ส่วนที่ท่านเบญจวรรณได้พูดถึงมาตรา ๘/๒ อำนาจหน้าที่ของบอร์ด (Board) อันนี้คงต้องเรียนว่าจริง ๆ แล้วคือเราก็มีการปรึกษาหารือกันนะว่าปัจจุบันนี้ทางศูนย์คุณธรรมเอง เขาไม่มีกำหนดไว้ในอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเราก็ขอให้มีก่อน ส่วนการที่จะมีอำนาจของบอร์ด (Board) เป็นไปมากน้อยแค่ไหน จะมีมากน้อยแค่ไหนเดี๋ยวเราคงจะเอาไปพิจารณาดูอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนของท่าน พลอากาศตรี เฉลิมชัย ขออนุญาตเอ่ยนามที่ท่านขอให้เรา ต่อยอดจริง ๆ แล้วเราเองเราก็ขอให้อันนี้ผ่านก่อนนะครับ เพราะว่าการที่จะต่อยอดออกไป ที่จะขึ้นไปถึงในระดับเป็นกฎหมายหรือเป็นพระราชบัญญัตินั้นเราก็มีแนวความคิดอยู่ ในการที่จะดำเนินงานต่อไปนะครับ
ของท่านธานินทร์ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ในเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรม องค์กรที่ให้เราทบทวนเบนช์มาร์ก (Benchmark) อันนี้คือคงต้องเรียนอย่างนี้ว่าเราไม่ได้เอา ของใครมาใช้โดยตรง เพียงแต่ว่าเราอ่านเป็นแนวเฉย ๆ แล้วเอามาปรับประยุกต์ใช้ เราคงไม่ได้ไปถอดอะไรต่าง ๆ ของเขามาทีเดียวทั้งหมดในส่วนนั้น เราก็เอามาปรับใช้ ให้ตรงกับของเรา
ส่วนของท่านอาจารย์พรพันธุ์ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ที่ท่านพูดถึงประเด็น การประเมิน อันนี้อย่างที่ผมเรียนนะครับว่าผู้ประเมินนั้นคงไม่ใช่คนของศูนย์คุณธรรม ศูนย์คุณธรรมคงจะต้องมีคณะกรรมการที่จะประเมินในแต่ละสาขา ในแต่ละหน่วยงาน อะไรต่าง ๆ ที่เขาคงจะต้องไปดูแล้วก็พิจารณาเอาตามความเหมาะสม เพียงแต่ศูนย์คุณธรรม คงจะทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการในการที่จะประสานติดต่อ แม้แต่ตัวศูนย์คุณธรรมเอง ก็คงจะต้องเป็นหน่วยงานที่ต้องถูกประเมินเช่นเดียวกันในส่วนนั้น คือคงว่าไม่ใช่ไม่ประเมิน ตัวศูนย์คุณธรรมเองก็จะต้องมีกรอบของตัวเองในการที่จะดำเนินการตามเกณฑ์ที่ตัวเอง กำหนดขึ้นมาว่าตัวเองจะต้องทำอะไรบ้างแล้วก็ถูกประเมิน
ส่วนเรื่องของข้อเสนอแนะที่ท่านว่าเอามาผูกพันกับงบประมาณนั้นอันนั้นคง จะต้องเรียนว่าจริง ๆ แล้วเราอยากจะให้เหมือนกับเป็นอินเซนทิฟ (Incentive) ขออนุญาต เป็นแรงจูงใจที่จะทำให้หน่วยงานเขามาดำเนินงานหรือของบประมาณเพื่อไปใช้ในการที่จะ พัฒนาและปรับปรุงงานทางด้านเสริมสร้างคุณธรรมของเขานะครับ
ส่วนของท่านถวิลวดี ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านให้เราดูในเรื่องของ การแก้ไขปัญหาองค์กรซึ่งจริง ๆ แล้วต้องเรียนว่าอันนี้มันจะมีอีกหลายองค์กรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพอดีต้องขออนุญาตอ้างอิงคือท่านประธานสภาท่านทินพันธุ์ได้ให้รายละเอียดผมว่าจริง ๆ แล้ว มันจะมีหน่วยงานที่ถือว่าจะต้องมีเกณฑ์หรือมีรายละเอียด องค์ความรู้ของเขาคือครอบครัว กลุ่มเพื่อน วัด โรงเรียน สื่อมวลชน ที่ทำงาน กลุ่มอาชีพ พรรคการเมือง ระบบสังคมการเมือง ซึ่งในแต่ละกลุ่มอะไรพวกนี้ก็จะต้องมีรายละเอียด ในส่วนของตัวเองไปซึ่งผมคงต้องเรียนว่า ที่ท่านให้ข้อคิดเห็นว่าคุณภาพไม่ใช่คุณธรรม ในส่วนนี้ก็คือผมคงต้องเรียนว่าในรายละเอียดที่เราพยายามที่จะทำให้เกิดขึ้นก่อนก็คือ เรื่องของคุณธรรมที่เราใช้ในภาพรวม แต่ในรายละเอียดจริง ๆ แล้วที่ท่านเจาะลงไปในแต่ละ ประเด็นนั้นคงจะรับข้อคิดเห็นของท่านไปดำเนินการต่อไปนะครับ
ส่วนของท่านเลิศรัตน์ต้องขอขอบพระคุณท่าน ต้องขอความกรุณาเอ่ยนามท่าน ที่ท่านกรุณาสนับสนุน ถึงแม้ว่าเราจะแก้พระราชกฤษฎีกาของเรานั้นก็คงเป็นแค่เพิ่มเติมให้มี หน้าที่แต่ไม่มีบทลงโทษหรือไม่มีอะไรต่าง ๆ ที่จะไปประกาศว่าใครเป็นองค์กรไหน ที่มีคุณธรรมหรือไม่มีคุณธรรม เพียงแต่ว่าผ่านหรือไม่ผ่านอะไรต่าง ๆ แค่นั้นเอง
สุดท้ายขออนุญาตเอ่ยนามท่านคุรุจิต คือคงต้องเรียนว่าความซ้ำซ้อน อันนี้ อย่างที่ผมได้เรียนนะครับว่าเราได้มีการคุยกับทางกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดินแล้วก็ กรรมาธิการด้านปราบปรามคอร์รัปชันนะครับว่าในส่วนของที่เราจะนำเสนอนั้นมันจะเป็น กรอบใหญ่เฉย ๆ ส่วนรายละเอียดนั้นพอดีท่านนายแพทย์ณรงค์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ไม่ได้อยู่ในที่นี้ วันนั้นท่านก็ยกตัวอย่างของท่านนะครับ เพราะท่านอยู่ในกรรมาธิการ ปราบปรามคอร์รัปชันนะครับว่าในส่วนของท่านเองท่านก็จะทำในเรื่องเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข ท่านก็บอกว่าท่านจะกำหนดลงไปเลยว่าใครที่อยู่ ในหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างกระทรวงสาธารณสุขต้องห้ามไปกินข้าว ท่านยกตัวอย่าง ห้ามไปกินข้าวกับบริษัทร้านขายยาอะไรต่าง ๆ นั่นก็จะเป็นรายละเอียดที่แต่ละหน่วยงาน ที่จะเอากรอบไปดูนั้นเขาสามารถไปกำหนดรายละเอียดอะไรต่าง ๆ เหล่านั้นได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ ผมคงต้องขอขอบพระคุณท่านกรรมาธิการทุกท่านที่กรุณาให้ข้อเสนอแนะและทางกรรมาธิการ ก็จะได้นำไปใช้และปรับปรุงเพื่อดำเนินการต่อไปครับ ขอขอบคุณครับ