บวรเวท ชี้จำเป็นต้องจัดทำเกณฑ์มาตรฐานคุณธรรมแห่งชาติ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๒ · ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๙

บวรเวท รุ่งรุจี หารือปัญหาการขาดเกณฑ์มาตรฐานกลางด้านคุณธรรมและความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ชัดเจน พร้อมเสนอให้ปรับโครงสร้างและแนวทางการดำเนินงานของศูนย์คุณธรรมให้มีกรอบการประเมินองค์กรคุณธรรม 7 ด้านตามมาตรฐานสากล โดยเน้นบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุน ไม่ใช่การตรวจสอบหรือตัดสิน เพื่อสร้างระบบการพัฒนาคุณธรรมอย่างเป็นรูปธรรมและตรวจสอบได้

นายบวรเวท รุ่งรุจี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม บวรเวท รุ่งรุจี กรรมาธิการ จะขออนุญาตนำเสนอรายงาน เรื่องการจัดทำเกณฑ์มาตรฐานคุณธรรมแห่งชาติ เพื่อขอรับทราบ ในข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะที่ท่านสมาชิกจะให้ทางคณะกรรมาธิการได้นำเอาไปใช้ เพื่อการปรับปรุงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ก่อนอื่นผมคงต้องขออัญเชิญบทพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ที่พูดถึง ถึงสูงศักดิ์อัครฐานสักปานไหน ถึงวิไลเลิศฟ้าสง่าศรี ถึงเก่งกาจฉลาดกล้าปัญญาดี ถ้าไม่มีคุณธรรมก็ต่ำคน อันนี้เป็นบทพระราชนิพนธ์ที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ให้เห็นถึงความสำคัญของคุณธรรม ซึ่งเรื่องของคุณธรรมนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เราจึงต้องมา พิจารณาดูว่าทำไมประเทศไทยถึงต้องสร้างเกณฑ์มาตรฐานคุณธรรมแห่งชาติ

ประเด็นที่ ๑ จากการศึกษาและจัดลำดับของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้ง ๑๖๘ ประเทศ ประเทศไทยถูกจัดลำดับอยู่ในลำดับที่ ๗๖ จากประเทศที่มีภาพลักษณ์ ของการคอร์รัปชันมากที่สุด ได้คะแนนทั้งหมด ๓๘ คะแนนจากคะแนน ๑๐๐ คะแนน อันนี้ก็คงจะเป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไมเราถึงต้องทำเกณฑ์เรื่องนี้ขึ้นมา

ประเด็นที่ ๒ จากการที่เราได้ศึกษาเราพบว่าการส่งเสริมด้านคุณธรรมนั้น ที่ผ่านมาจะเป็นไปตามยุคสมัย เป็นไปตามนโยบายของผู้นำประเทศในขณะนั้น หรือเป็นผู้นำ ขององค์กรว่าจะนำพาองค์กรไปในทิศทางใดที่จะทำให้องค์กรมีคุณธรรม จึงทำให้ ขาดการบูรณาการไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าจะพูดกันง่าย ๆ ก็คือต่างคนต่างทำที่คิดว่าไปใน ทิศทางที่ตัวเองเห็นว่าถูกต้องและสมควรแล้ว

ประเด็นที่ ๓ เราพบว่าเรื่องของคุณธรรมนั้นมีความเป็นนามธรรมค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นจึงขาดระบบการตรวจประเมินและการรับรองว่าสิ่งที่ได้ทำมาแล้วนั้นมันเป็นไป ในทิศทางที่จะทำให้การดำเนินงานด้านคุณธรรมนั้นเสริมความเข้มแข็งให้กับประเทศได้ ในอนาคต

ทั้ง ๓ ประเด็นนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เราคิดว่ามันต้องมีการสร้างมาตรฐาน คุณธรรมแห่งชาติขึ้น

ส่วนปัญหาที่เราพบหลังจากที่เรามีประเด็นในการศึกษาแล้วเราก็พบว่า เรื่องของคุณธรรมยังไม่มีเกณฑ์มาตรฐานกลางที่มีความชัดเจนที่จะทำให้เราสามารถกำหนด เกณฑ์มาตรฐานด้านคุณธรรมกลางได้เพื่อใช้เป็นการส่งเสริมคุณธรรมให้แก่องค์กร และให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและนานาชาติได้

ประเด็นที่ ๒ เราพบว่าปัญหาเกิดจากกฎหมายไม่มีข้อกำหนดในภารกิจ ให้ชัดเจนว่าการสร้างเกณฑ์มาตรฐานคุณธรรมนั้นควรเป็นหน้าที่ของหน่วยงานใด ศูนย์คุณธรรมถึงแม้มีชื่อว่าเป็นศูนย์คุณธรรมแต่โดยบทบาทภารกิจแล้วก็จะมีหน้าที่เพียงแค่ การส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมหรือดำเนินงานทางด้านคุณธรรม แต่ไม่มีกรรมการกำหนด บทบาทว่าจะต้องมีการสร้างเกณฑ์มาตรฐานอะไรต่าง ๆ เกิดขึ้น และไม่มีหน้าที่ ในการที่จะไปตรวจประเมินใด ๆ ทั้งสิ้น

ประเด็นที่ ๓ เราพบว่าเรายังไม่มีระเบียบในการที่จะส่งเสริมคุณธรรม ที่ชัดเจนเพื่อให้องค์กรที่มีหน้าที่ในการส่งเสริมคุณธรรมนั้นสามารถนำไปใช้ซึ่งจะส่งผลให้ การดำเนินงานของหน่วยงานของตัวเองมีน้ำหนักในการนำไปปฏิบัติ คือไม่มีหน้าที่ที่กำหนดไว้ เป็นกฎหมายหรือเป็นระเบียบใด ๆ นอกจากนั้นแล้วก็ยังขาดการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ในเรื่องเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านคุณธรรม ทำให้งบประมาณที่ได้รับทางด้านนี้ก็จะแตกต่าง และแตกแยกกันออกไป

ในประเด็นสุดท้ายเรามองว่าถ้าจะต้องมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในเรื่องเกี่ยวกับ การดูแลเรื่องคุณธรรมนั้นศูนย์คุณธรรมซึ่งเป็นองค์การมหาชนก็ยังไม่มีโครงสร้างในการที่จะ เข้ามารองรับทางด้านนี้ นั่นก็เป็นความจำเป็นอีกประเด็นหนึ่งนะครับที่เราจำเป็นที่จะต้อง ขอมีการปรับแก้พระราชกฤษฎีกาของศูนย์คุณธรรมเพื่อให้ศูนย์คุณธรรมมีบทบาททางด้านนี้ โดยตรง

ส่วนในเรื่องของการปฏิรูปนั้น ประเด็นแรกที่เราจะขอนำเสนอนั้นก็คือเราขอ ปฏิรูปให้มีมาตรฐานในการส่งเสริมคุณธรรมที่สามารถเชื่อมโยงกับมาตรฐานของทั่วโลก ให้เป็นที่ยอมรับได้

ประเด็นที่ ๒ เราขอปฏิรูปให้มีระบบการตรวจและประเมินและรับรองผล ซึ่งอันนี้ต้องขอเรียนทำความเข้าใจว่าเราไม่ได้หมายความว่าเราจะให้ศูนย์คุณธรรมนั้น เป็นหน่วยที่จะออกไปตรวจสอบว่าองค์กรใดหรือหน่วยงานใดมีคุณธรรมหรือไม่มีคุณธรรม เรื่องของคุณธรรมนั้นไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องไปตรวจสอบเขาแล้วชี้ เรื่องของคุณธรรมนั้น จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการส่งเสริม การสนับสนุน เพราะฉะนั้นในส่วนของศูนย์คุณธรรมนั้น จะทำหน้าที่เหมือนกับเป็นฝ่ายเลขานุการในการที่จะออกไปส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานนั้น สามารถดำเนินงานกิจกรรมหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับคุณธรรมได้ เพราะฉะนั้นต้องเรียน ทำความเข้าใจในเบื้องต้นว่าไม่ได้มีหน้าที่ในเรื่องเกี่ยวกับการไปตัดสินว่าหน่วยงานไหน มีคุณธรรมหรือไม่มีคุณธรรม และในขณะเดียวกันเราก็คงจะไม่มีการที่จะบอกว่าหน่วยงานนี้ ถ้าทำตามเกณฑ์นี้แล้วมีคุณธรรม หน่วยงานนี้ไม่ทำไม่มีคุณธรรม สิ่งที่เราจะทำนั้นเราไม่ใช่ ออกมาในรูปแบบนั้นมันจะเป็นไปในรูปแบบที่เราจะเข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อจะทำให้ หน่วยงานต่าง ๆ นั้นเขาสามารถมีกรอบในมาตรฐานเดียวกัน

และในประเด็นที่ ๓ เราจะขออนุญาตแก้ไขพระราชกฤษฎีกาการจัดตั้ง ศูนย์คุณธรรมซึ่งเป็นองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้มีวัตถุประสงค์และมีเป้าหมายในการที่จะ ดำเนินงานตามมาตรฐานของคุณธรรม เมื่อพูดถึงมาตรฐานของคุณธรรมเท่าที่เราไปศึกษาดู เราก็พบว่ามันไม่มีเกณฑ์ของมาตรฐานคุณธรรมที่ชัดเจนระบุเอาไว้เลย มีแต่ที่ใช้กันอยู่ ที่เราเอามาอ้างอิงนั้นก็คือเดอะ มัลคัม บัลดริจ เนชันนัล ควอลิตี อะวอร์ด (The Malcolm Baldrige National Quality Award) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นต้นแบบรางวัล คุณภาพแห่งชาติ ซึ่งในต้นแบบของรางวัลคุณภาพแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกานั้นก็มี หลายประเทศเอาไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น ประเทศออสเตรเลีย ประเทศสิงคโปร์ หรือประเทศฟิลิปปินส์ ในประเทศไทยเราก็ได้มีการนำเอามาใช้ โดยใช้ในชื่อของรางวัล คุณภาพแห่งชาติ ไทยแลนด์ ควอลิตี อะวอร์ด (Thailand Quality Award) หรือบางหน่วยงาน เช่น ก.พ.ร. ก็เอามาใช้ที่เรารู้กันในนามของพีเอ็มคิวเอ (PMQA) คือเกณฑ์รางวัลคุณภาพ การบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้นั้นเราเห็นว่ามันมีแนวทางที่เขาได้มีการดำเนินการ เอาไว้แล้ว เราจึงได้มีการนำเอากรอบร่างของเขามาประยุกต์ใช้กับแนวทางของเรา โดยเรา จะมีการแบ่งออกเป็น ๗ เกณฑ์ โดยในเบื้องต้นนั้นหน่วยงานที่จะเข้าเกณฑ์จะต้องมี การตรวจสอบตนเองก่อนว่าหน่วยงานของตัวเองนั้นมีความพร้อมที่จะเข้าสู่การเป็นองค์กร คุณธรรมหรือไม่ หลังจากนั้นแล้วอย่างที่เรียนครับ ความมีคุณธรรมเกิดขึ้นจากผู้นำ เพราะฉะนั้นในเกณฑ์ที่ ๑ เราจะพิจารณาถึงเรื่องการขับเคลื่อนองค์กรเพื่อเป็นองค์กร คุณธรรมโดยวัดที่ผู้นำ หลังจากนั้นก็จะดูแผน ดูการจัดการด้านคุณธรรมสำหรับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย การบริหารจัดการภายในองค์กรของตัวเอง การบริหารส่งเสริมหน่วยงานภายใน และการวัดผล และสุดท้ายก็คือผลลัพธ์ทางด้านคุณธรรม ซึ่งทั้ง ๗ รายการนั้นผมต้องเรียนว่าเราได้มี การนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งของภาครัฐ ยกตัวอย่างเช่น ของกรมการพัฒนาชุมชน ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ว่าถ้าเรานำเกณฑ์เหล่านี้มาใช้ท่านมีความเห็นว่าอย่างไร รวมทั้งในส่วนของ คณะกรรมาธิการของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศแห่งนี้เช่นเดียวกัน เราได้มีการนำหารือ ร่วมกันว่าในส่วนที่เกี่ยวข้องนั้นเราจะทำเป็นกรอบใหญ่ เราจะไม่ได้ระบุเจาะลงไปว่า จะต้องเป็นหน่วยงานไหน อย่างไร เพราะฉะนั้นในประเด็นของทั้ง ๗ หัวข้อนั้นผมจะต้อง เรียนขออนุญาตท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้กับท่านอาจารย์พิสัณห์ ได้เป็นคนนำเสนอในรายละเอียดต่อไปครับ