กษิต สนับสนุนร่าง ป.ป.ช. สร้างธรรมาภิบาล-เสนอฝึกอบรมก่อนเลือกตั้ง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๑ · ๓ ตุลาคม ๒๕๕๙

กษิต ภิรมย์ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติเพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและธรรมาภิบาลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมเสนอแนวทางปฏิบัติระยะ 12 เดือนข้างหน้า ทั้งการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่อย่างเป็นระบบ การเตรียมความพร้อมก่อนการเลือกตั้ง และการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านประชาธิปไตยและกฎหมายรัฐธรรมนูญแก่ประชาชนและผู้ที่จะทำหน้าที่ในระดับจังหวัด รวมถึงเรียกร้องให้มีการเปิดเวทีให้พรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมความสมานฉันท์และให้ทุกฝ่ายมีเสียงในการพัฒนาชาติอย่างแท้จริง

นายกษิต ภิรมย์ กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. ลําดับที่ ๗ เป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย ก็เห็นด้วยกับเอกสารนี้นะครับ แต่ว่าอยากจะเน้น เรื่องที่สําคัญยิ่งก็คือว่าร่างพระราชบัญญัตินี้แล้วก็การที่ได้นั่งคิดกันมาก็เพื่ออยากจะให้ ประชาชนพลเมืองมีศรัทธา มีความเชื่อมั่นในความเป็นองค์กรอิสระของคณะกรรมการ การเลือกตั้งเป็นสําคัญ คือให้ธรรมาภิบาลได้ปกคลุมการทํางาน แล้วก็ภาระหน้าที่ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งให้มีความชัด รวมทั้งการที่จะให้พนักงานของคณะกรรมการ การเลือกตั้งสํานักงานเลขาธิการมีจิตสํานึก มีคุณธรรมในการที่จะทําหน้าที่ เพราะฉะนั้น หัวใจของร่างพระราชบัญญัตินี้ก็คือสร้างความเคารพนับถือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในขณะเดียวกันก็เปิดทางให้ทุกหมู่เหล่า หน่วยราชการได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย ทั้งพลเรือน ทหาร ตํารวจ แล้วก็โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย และที่สําคัญคือประชาชนได้เข้ามา มีส่วนร่วมในการที่จะสอดส่องดูแล แล้วก็กํากับความเป็นไปทุกขั้นตอน เพราะว่าอันนี้ มันเป็นเรื่องที่สําคัญยิ่งของการที่จะปฏิรูปคณะกรรมการการเลือกตั้งจากประสบการณ์ ที่พวกเราก็ได้มีกันอยู่มาหลายปี ๑๐ ปีที่ผ่านมาเป็นการเฉพาะ ทั้งโดยทางตรง ทางอ้อม อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ นั่นก็เป็นประเด็นแรก

แต่ว่าประเด็นที่ผมอยากจะพูดมากก็คือว่าอยากจะฝากเป็นแนวทาง ในการปฏิบัติผ่านท่านประธานไปด้วยนะครับว่าเราจะมีเวลาประมาณ ๑๒ เดือน ช่วงตลอด ปี ๒๕๖๐ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ก็มีคําถามว่าแล้วควรจะทําอะไรกันบ้าง ๑๒ เดือนข้างหน้า ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม โดยเราประมาณว่าร่างพระราชบัญญัตินี้จะผ่านคณะรัฐบาล ผ่านคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ผ่าน สนช. ออกมาเป็นกฎหมาย สมมุติว่ามีเวลา ๓ เดือน ไปจนถึงสิ้นปีแล้วก็ประกาศใช้ อันนี้เราจะทําอะไรอีก ๑๒ เดือนข้างหน้าผมอยากจะมี ข้อเสนอ ๒-๓ ประการด้วยกันคือ

๑. อยากจะให้มีการฝึกอบรมพนักงานแล้วก็เจ้าหน้าที่ของสํานักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างเป็นกิจจะลักษณะ

๒. มีการฝึกอบรมข้าราชการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็อาจจะเพิ่มด้วย หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีสํานักงานในต่างจังหวัดที่อาจจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวกับการจัดการ การเลือกตั้ง แล้วก็สามารถที่จะดําเนินการได้โดยสํานักเลขาธิการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นข้าราชการประจํา อาจจะร่วมกับสถาบันพระปกเกล้าแล้วก็แวดวงวิชาการ คือมหาวิทยาลัย ๑๐๐ กว่ามหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ทั้งของรัฐแล้วก็เอกชนในการเสริมสร้าง องค์ความรู้ ความเข้าอกเข้าใจเกี่ยวกับระบอบการเลือกตั้งในรูปแบบของสังคมประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประมุขอย่างกว้างขวาง แล้วก็ให้มีการใช้สื่อให้มากที่สุดผ่านทาง กรมประชาสัมพันธ์ กสทช. วิทยุโทรทัศน์ของภาครัฐทั้งหลาย ให้มีการเข้าอกเข้าใจเกี่ยวกับ เนื้อหาหลัก ๆ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับสังคมประชาธิปไตย แล้วก็ความเข้าอกเข้าใจ เกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง สิทธิหน้าที่ของประชาชนในการที่จะใช้สิทธิของเขาแล้วก็หน้าที่ด้วย ในการที่จะไปแสดงความเป็นเจ้าของ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับในช่วง ๑๒ เดือน ข้างหน้าตลอดปีใหม่ ปี ๒๕๖๐ นั้น น่าจะเป็นช่วงเวลาอันเหมาะสมที่จะเตรียม ความเป็นพลเมืองของประชาชนชาวไทย แล้วก็โดยเฉพาะกับหน่วยราชการต่าง ๆ ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเลือกตั้ง ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องสําคัญ

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือว่าถ้าเผื่อใครอยากจะสมัครมาเป็นคณะกรรมการ การเลือกตั้งประจําจังหวัด จังหวัดละ ๕ คน ถ้าเผื่อยิ่งประกาศตัวออกมาได้ว่ามีความสนใจ ก็ต้องมาเข้าโรงเรียนฝึกอบรมกันสักนิดว่ามีความเข้าอกเข้าใจเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง แล้วก็ระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยมากน้อยแค่ไหน ประเด็นของผมคืออะไรที่จะทําได้ น่าจะทําก่อนการเลือกตั้งอย่างไม่รอช้า

ส่วนประเด็นสุดท้าย ผมก็ขอพูดซ้ําซากว่าในสังคมไทยเป็นเวลา ๒ ปีกว่าแล้ว เกือบ ๓ ปี ยังมีคนส่วนหนึ่งที่ยังไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศไทย นั่นคือ พรรคการเมืองทั้งผู้บริหารแล้วก็สมาชิกพรรคการเมืองก็ต้องวิงวอนขอร้องว่าให้เปิดเวทีนะครับ เพราะว่าการจะพูดว่าพรรคการเมืองได้มีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับ กฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งมันเป็นการเสนอความเห็นโดยองค์บุคคล ปัจเจกชนของแต่ละพรรคแต่มันไม่ใช่นามของพรรคการเมือง และพรรคการเมืองจะเป็น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอันสําคัญหรือเป็นผู้ที่จะบริการประชาชน เพราะอะไรที่มันเกี่ยวกับ พรรคการเมือง จะเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง กฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง มันก็ต้องเปิดเวทีให้พรรคการเมืองได้ประชุมปรึกษาหารือกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ และที่สําคัญคือจะสร้างความรู้สึกที่ดีในสังคมไทยครับ มันเป็นเส้นทางของการสมานไมตรี มิตรไมตรีที่จะมีต่อกัน อะไรที่จะทําได้อีก ๑๒ เดือนข้างหน้าน่าจะทํากันครับ เพราะว่าทุกคน เป็นคนไทย ทุกคนมีส่วนได้ส่วนเสีย ทุกคนอยากจะสร้างชาติ แต่การที่จะกันบุคคล กลุ่มคนคนหนึ่งไปแล้วนี่ ผมว่ามันดูกระไรอยู่ แล้วมันก็ควรจะยุติความรู้สึกอันนี้ และการปฏิบัติต่อกันอันนี้ด้วยครับ ผมขอเรียนแค่นี้ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ