เสรี แจงร่าง กกต. เสนอเข้มจริยธรรม-คืนความเชื่อมั่นการเลือกตั้ง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๑ · ๓ ตุลาคม ๒๕๕๙

เสรี สุวรรณภานนท์ นำเสนอความเห็นและข้อเสนอของกรรมาธิการด้านการเมืองเกี่ยวกับร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำการปฏิรูปกระบวนการประทานโทษ การใช้จ่ายงบประมาณอย่างประหยัด รวมถึงการเรียกร้องให้ถอดถอนผู้บริหารที่แต่งตั้งโดยไม่ถูกต้อง และเสนอให้ กกต. ยึดมั่นจริยธรรม ดำเนินงานอย่างโปร่งใส มั่นคง เพื่อคืนความเชื่อมั่นในการเลือกตั้ง พร้อมเสนอแนวทางการจัดทำร่างกฎหมายที่ครอบคลุมอำนาจหน้าที่ การควบคุมพรรคการเมือง บทกำหนดโทษ และประเด็นเซตซีโร กกต. เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมสำหรับพิจารณาในขั้นต่อไป

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ ในฐานะประธานกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ในวันนี้คณะกรรมาธิการขอเสนอความเห็นและข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองเกี่ยวกับ ประทานโทษ หยิบผิด ท่านประธาน มันหลายฉบับครับ เจอซองฎีกาของท่านวันชัยด้วยนะครับ ประทานโทษ เอกสารเยอะครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ขอเสนอรายงานเกี่ยวกับ ประเด็นสําคัญเพื่อการจัดทําร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ การเลือกตั้ง

ด้วยตามข้อบังคับของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๘ ข้อ ๗๓ (๑) ได้กําหนดให้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง มีอํานาจหน้าที่ในการศึกษา วิเคราะห์ จัดทําแนวทางแผนปฏิรูป วิธีการปฏิรูป พร้อมกําหนด ระยะเวลาปฏิรูป และข้อเสนอแนะเพื่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ให้สัมฤทธิผลตามอํานาจหน้าที่ที่สภามอบหมาย ซึ่งในวันนี้คณะกรรมาธิการได้นําประเด็น ข้อเสนอแนะจากรายงานในเรื่องเกี่ยวกับคณะกรรมการการเลือกตั้งที่คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยคณะกรรมาธิการได้นําเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้เป็นสําคัญ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมี ประเด็นสําคัญอีกหลายเรื่องที่กรรมาธิการได้พิจารณาและศึกษาแล้วเห็นว่าในการทําหน้าที่ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งดังกล่าวนั้นมีเรื่องสําคัญที่ควรจะต้องนําไปบรรจุในกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวโดยสาระสําคัญของรายงานดังกล่าวนี้ คณะกรรมาธิการได้ให้ ความสําคัญไปในเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องมีมาตรฐานทางจริยธรรมใช้บังคับกับ คณะกรรมการการเลือกตั้งและหน่วยงานธุรการของคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อรักษา เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ เพื่อส่งผลให้คณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถ ดําเนินการได้อย่างมั่นคง เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดสัมฤทธิผลในการทําให้ การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม ตลอดจนเป็นที่เชื่อถือและยอมรับของประชาชนโดยอย่างน้อย ให้อยู่ภายใต้หลักการสําคัญ ๗ ประการ คือ

๑. ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งสร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเป็นแบบอย่างที่จะไม่กระทําการใดอันเป็นประโยชน์ส่วนตน

๒. ให้ทํางานอย่างเป็นระบบมีความสัมพันธ์ประสานเชื่อมโยงกันระหว่าง ความเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วยกัน

๓. การบริหารงานในองค์กรให้รับผิดชอบต่อการทํางานร่วมกัน และไม่ควร แบ่งความรับผิดชอบเป็นส่วน ๆ

๔. ให้สร้างวัฒนธรรมองค์กรต่อการทํางานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมกัน

๕. ไม่กระทําการใด อันอาจทําให้ประชาชนขาดความศรัทธา อันอาจนําไปสู่ ความไม่เชื่อถือต่อการเลือกตั้ง

๖. ให้มีการใช้งบประมาณด้วยความประหยัดและจําเป็น

๗. การสับเปลี่ยนตําแหน่งประธานหรือกรรมการ โดยมิได้เป็นไปตาม บทบัญญัติของกฎหมาย เป็นการกระทําอันไม่สมควร

ซึ่งถ้าหากมีการฝ่าฝืนในข้อเสนอเหล่านี้ กรรมาธิการเสนอว่าให้บุคคล เหล่านั้นพ้นจากตําแหน่งไป

ส่วนหลักการสําคัญเพื่อการจัดทําร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งในประเด็นสําคัญต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง บทกําหนดโทษ บทเฉพาะกาล ที่คณะกรรมการ การเลือกตั้งได้เสนอไว้ในรายงาน เรื่องข้อเสนอประเด็นสําคัญเพื่อการจัดทําร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามรายงานดังกล่าวนั้น ได้แบ่งออกเป็นส่วน ๆ โดยเรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เอกสารอันนี้ แจกท่านกรรมาธิการไปแล้ว ประเด็นสําคัญที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาก็คือเรื่องอํานาจหน้าที่ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็อย่างที่กราบเรียนครับว่าโดยหลักแล้วก็จะยึดหลัก ของร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการทําประชามติดังกล่าว แต่ด้วยการทําหน้าที่ของคณะกรรมการ การเลือกตั้งจะให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และทําหน้าที่อื่น ๆ ได้สุจริต และเที่ยงธรรมประการใดนั้น คณะกรรมาธิการก็ได้พิจารณาอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ซึ่งสามารถที่จะกําหนดเพิ่มเติมได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๔ โดยหลักการสําคัญอยู่ใน (๑)-(๔) แล้วก็จะมีเรื่องของการควบคุมพรรคการเมืองก็คืออยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๔ (๕) แล้วก็สามารถกําหนดอํานาจหน้าที่อื่น ๆ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งอยู่ในมาตรา ๒๒๔ (๖) แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามนะครับ ข้อที่มีการพูดกล่าวขานกันมากในเรื่องอํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะมีหน่วยงานหรือองค์กรอื่นมาช่วยงานในกรรมการการเลือกตั้ง อย่างไร การจัดสรรงานต่าง ๆ ให้หน่วยงานเหล่านั้นได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างไรนั้น ก็อยู่ในข้อ วิพากษ์วิจารณ์ อย่างเช่น ในเรื่องของกระทรวงมหาดไทยที่มีการกล่าวถึง เดี๋ยวท่านวิทยา แก้วภราดัย ก็จะนําเสนอกราบเรียนให้ที่ประชุมได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่งโดยให้มีความชัดเจนมากขึ้น นอกจากนั้นในเรื่องอํานาจหน้าที่อื่น ๆ เรื่องการทําสํานวนสืบสวนสอบสวน อํานาจหน้าที่ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดมีอํานาจหน้าที่มากน้อยแค่ไหน จะแก้ปัญหา เรื่องการแทรกแซง กกต. ประจําจังหวัดอย่างไร แล้วก็จะแก้ปัญหาให้ กกต. ประจําจังหวัดนั้น มีความเป็นกลางได้มากน้อยแค่ไหน ก็จะอยู่ในรายงานที่เราได้กราบเรียนเสนอต่อท่านประธาน ไปยังที่ประชุมแห่งนี้ นอกจากนั้นก็ยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับบทกําหนดโทษ ก็จะมีในเรื่องโทษต่าง ๆ การให้ใบเหลือง ใบแดง ใบม่วง ใบชมพู ใบดําอะไรทั้งหลายก็อยู่ในบทลงโทษที่รายงานนี้ ได้เสนอไว้นะครับ และส่วนสําคัญสุดท้ายก็จะมีในเรื่องเกี่ยวกับบทเฉพาะกาลที่เรามีการพูดถึง เรื่องการเซตซีโร (Set Zero) คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกรรมการการเลือกตั้งดังกล่าว ควรจะมีทิศทางอย่างไรนั้น เดี๋ยวทั้งหมดนี้กรรมาธิการก็จะมีท่านนิกร จํานง ท่านวันชัย สอนศิริ ท่าน พลเอก ฐิติวัจน์ กําลังเอก และท่านคํานูณ สิทธิสมาน ก็จะสรุปในส่วนท้ายว่าควรจะมีลักษณะใดนะครับ ก็กราบเรียนท่านประธานขออนุญาต ให้กรรมาธิการซึ่งได้กราบเรียนรายชื่อมาข้างต้นได้เสนอข้อเสนอแนะดังกล่าวให้ที่ประชุม ได้ทราบต่อไปด้วยครับ ขออนุญาตครับ ท่านวิทยาครับ