วรพงษ์ ชิวปรีชา อภิปรายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงระบบการฝึกอบรมและระบบการสรรหาบุคลากรตํารวจ รวมถึงการปรับปรุงระบบการบริการประชาชนและระบบป้องกันการกระทำผิด นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการปราบปรามเหตุใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการปฏิรูปการบริหารตำรวจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ
กราบเรียนท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกเป็นอย่างยิ่งที่ท่านได้กรุณา ให้ความสนใจ ให้ความสําคัญกับปัญหาที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมได้หยิบยกขึ้นมานะครับ หลายเรื่องทุกเรื่องที่ท่านสมาชิกอภิปรายผมจดแล้วก็ได้ฟังอย่างตั้งใจ พูดด้วยความสัตย์จริง ไม่ใช่เยินยอ ทุกประเด็นมีประโยชน์ทั้งสิ้น ถึงแม้บางเรื่องสอดคล้องกับที่เราคิดอยู่แล้ว นั่นก็เป็นการตอกย้ําว่าคณะกรรมาธิการของเรานั้นก็คิดตรงกับท่าน ซึ่งก็จะทําให้เรามั่นใจ ในการที่จะเดินและขับเคลื่อนต่อไป อย่างไรก็ตามก็อยากจะอภิปรายหรือตอบบางท่าน บางเรื่องเพื่อความชัดเจนมากยิ่งขึ้น อาจจะไม่ได้ไล่ทั้งหมด แต่ถ้าไม่ครบอย่างไร ท่านถามอีกรอบหนึ่งนะครับ ทั้งในเรื่องของการปรับปรุงสํานวนการสอบสวนให้สั้นและง่าย อันนี้ก็อยู่ในหัวข้อที่เราจะทํา
ข้อที่ ๒ เรื่องของการปรับระบบระเบียบในทางสอบสวนนะครับ ท่านนิกร จํานง ท่านให้ความสําคัญกับระบบการฝึกอบรม ท่านพูดถึงฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) ว่าเรากําลังจะไปใส่ซอฟต์แวร์ (Software) ให้กับตํารวจ แต่เหมือนว่า ตํารวจทั้งระบบ ๒๐๐,๐๐๐ คนรับสิ่งนี้ได้ไหมถ้าเราไม่ปรับในเรื่องของการฝึกอบรม อันนี้ก็ต้อง ขอบพระคุณอย่างยิ่ง แล้วก็สอดคล้องกับในแผนปฏิรูปฉบับใหญ่ของเราในข้อ ๙ คือเรื่องของ ระบบการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการตํารวจและระบบการฝึกอบรม ซึ่งระบบการฝึกอบรม นั้นก็คือทั้งพรีเซอร์วิซ (Pre service) และอินเซอร์วิซ (In service) แต่ผมมีข้อมูลเรียนท่าน อย่างนี้นะครับ ผมมีข้อมูลเชิงประจักษ์กับด้วยตัวเองเมื่อครั้งผมเป็นผู้บัญชาการตํารวจภูธร ภาค ๗ ที่ท่านชูชาติได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้นะครับ เมื่อประมาณ ๘ ปีที่แล้ว ผมได้รับ การจัดสรรงบประมาณในการฝึกอบรมจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติว่าปีนี้ให้ท่านจัดฝึกอบรม ตํารวจสายตรวจทางด้านยุทธวิธีในการใช้อาวุธ ในการฝึกเรื่องการป้องกันที่คุณหมอพรพันธุ์ เน้นเรื่องการป้องกันก็คือการฝึกสายตรวจ จะป้องกันเมื่อเผชิญเหตุอย่างไร ผมได้รับ งบประมาณมารวมค่ากระสุน รวมค่าฝึก ให้ฝึกได้ ๑๐๐ คน ผมเรียกฝ่ายกําลังพล มาถามว่าเรามีสายตรวจทั้งหมดเท่าไร บอกว่ามี ๔,๐๐๐ คน ผมบอกว่าเพราะฉะนั้น หมายความว่าอีก ๓,๙๐๐ คนไม่ได้รับการฝึก ฝ่ายกําลังพลก็บอกว่าใช่ ผมลองนั่งหารตัวเลข ง่าย ๆ ผมเอา ๑๐๐ ไปหาร ๔,๐๐๐ ๔๐ ปี ผมต้องใช้เวลา ๔๐ ปีกับงบประมาณที่ให้ผมฝึก ปีละ ๑๐๐ คน ผมรับราชการตํารวจอายุราชการก็ ๓๘ ปีแล้วครับ ก็ไปพูดกับตํารวจบอกว่า ฝึกครั้งนี้ตั้งใจ ตั้งใจดี ๆ เพราะคุณจะไม่มีโอกาสถ้างบประมาณยังมาเท่านี้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และประสบการณ์จริง เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจไม่ใช่ว่าได้กันแล้วงอมืองอเท้า ผมก็ไปประสาน ของบประมาณจากท้องถิ่นจากอะไรแล้วเปลี่ยนใหม่ เปลี่ยนเป็น ๑๐๐ คนที่จะเป็นผู้ปฏิบัติ เพิ่มวิชาครูเข้าไป รู้สึกตอนนั้นผมไปติดต่อทางมหาวิทยาลัยราชภัฏอะไรอย่างนี้ บอกว่า มาสอนวิชาครูให้ตํารวจผมหน่อย ผมคัดตํารวจใหม่ ๑๐๐ คนเอามาฝึกเป็นครูฝึก แล้วกลับไปฝึกตํารวจในโรงพัก แต่แน่นอนเรื่องกระสุน เรื่องอะไรก็ต้องช่วยตัวเองไป อันนี้เล่าให้ฟังว่าเรื่องนี้สําคัญมากถ้าเรายังไม่ทุ่มเรื่องนี้ แล้วที่ผมพูดถึงเรื่องของการปฏิรูป ในระบบใหญ่ ในข้อ ๙ ถ้าเรายังไม่ทุ่มในเรื่องของระบบการสรรหาบุคลากรเข้ามาเป็นตํารวจ ยังใช้ระบบการสอบอย่างเดิมไม่ลงทุนเหมือนกับตํารวจเยอรมันก็คงจะยากเหมือนกัน เช่นเดียวกันการฝึกระบบที่เราไปดูงานประเทศเยอรมนีไม่ได้ฝึกเหมือนเราใช้การปฏิบัติ เป็นหลัก ลงไปสาธิตเลยว่าถ้าคุณเป็นตํารวจจราจรเจอคนขับรถเขามานิวแซนซ์ (Nuisance) อย่างนี้คุณจะตอบข้อกฎหมายอย่างไร อันนี้ผมขอบพระคุณที่ท่านเสนอความเห็นนี้แล้วก็ สอดคล้องจริง ๆ เราจะได้ขับเคลื่อนต่อไป
ในเรื่องของเทคโนโลยีที่ท่านสนับสนุนตอนนี้เรามีแล้วระบบไครมส์ (CRIMES) แต่ผมคาดการณ์ว่าถ้าเรายังขับเคลื่อนไปด้วยงบประมาณเท่าที่มีอีกประมาณ ๓-๔ ปีน่าจะเริ่มใช้งานได้ แต่กว่าจะฉลาดพอที่จะใช้งานได้ต้องใส่ข้อมูลเข้าไปนะครับ ผมเล่าให้ท่านฟังเพิ่มเติม ในอดีตคนหายพลัดหลงแจ้งความที่จังหวัดเชียงใหม่ว่าคนหาย เอารูปถ่ายมาให้ที่จังหวัดเชียงใหม่ กว่าเราจะกระจายภาพถ่าย รูปถ่ายทั้งหลายไปให้กับ ตํารวจ ๑,๔๖๗ โรงพักทราบให้ช่วยกันตามหาใช้เวลาเป็นเดือนครับ เพราะฉะนั้นเวลาเรา ไปเจอศพศพหนึ่ง ศพนิรนาม กว่าเราจะรู้ว่าเป็นใคร กว่าจะแมตชิง (Matching) ข้อมูลกัน จากตํารวจ ๑,๔๖๔ โรงพักมันก็ยากจริง ๆ แต่ด้วยระบบไครมส์ (CRIMES) ที่เรากําลังมี จะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ ก็ขอบพระคุณที่ท่านสนับสนุนตรงนี้นะครับ
ต่อไปท่าน คงจะไม่เอ่ยนาม ท่านพิสิษฐ์ก็สนับสนุนเห็นด้วยนะครับ ท่านเสรีเน้นเรื่องการปรับปรุงระบบการบริการประชาชน อันนี้ก็เห็นด้วยครับ ก็เป็นหลัก ที่เราจะรับไปนะครับ ท่านสุรินทร์ผมรับ เราจดไว้หมดแล้วนะครับ เรื่องจับแพะ เรื่องจิต สงสารของท่านสังศิต ท่านก็สนับสนุนเรื่องที่จะต้องสนับสนุนให้กําลังใจพนักงานสอบสวน ก็ตรงกับที่เราเตรียมการอยู่นะครับ แต่สุดท้ายท่านยังยืนยันว่าจะต้องแยกงานสอบสวน ออกจาก ตร. อันนี้ก็เคารพความคิดท่านนะครับ คุณหมอพรพันธุ์นะครับ ก็ขอบคุณ อันนี้ที่ผมก็ยอมรับว่าจริง ๆ แล้วงานป้องกันสําคัญจริง ๆ ถูกต้องเลยนะครับ อันนี้ เป็นเรื่องของแม้กระทั่งพระบรมราโชวาทของรัชกาลที่ ๕ ให้เลยว่าการปราบปราม ผู้กระทําผิดนั้นไม่ใช่ความชอบนะครับ เป็นแต่เพียงคุณทําตามหน้าที่เท่านั้น คือเมื่อมีเหตุ เกิดขึ้นแล้วคุณจับได้เป็นแต่เพียงคุณไม่ได้มีความดีความชอบ แต่การที่คุณทําไม่ให้มีเหตุเกิด นั่นละคือความชอบ อันนี้คือหลักของตํารวจอยู่แล้วนะครับ เพียงแต่ว่าครั้งนี้ที่เราเลือก ปัญหานี้มาทําเพราะว่าในแง่ของการป้องกันเรามีระบบในส่วนตัวที่ตํารวจมองว่า พอไปได้อยู่ แต่งานสอบสวนเมื่อเกิดเหตุแล้วการนําตัวผู้กระทําความผิดมาลงโทษเรายัง อ่อนแออยู่ เราวิเคราะห์กันอย่างนั้น แล้วในขณะที่ผ่านมาเราก็ผลักดัน หมายถึงว่า ตัวสํานักงานตํารวจแห่งชาติเองก็ผลักดันในเรื่องของระบบสายตรวจ ในเรื่องของระบบ การรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ๑๙๑ ตอนนี้ประสิทธิภาพของระบบการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ๑๙๑ ดีขึ้นมากนะครับ คือเรากําหนดเลยว่าสัญญาณดังภายใน ๔ วินาทีต้องรับสาย แล้วต้องไป ที่เกิดเหตุภายใน ๑๕ นาที ๕ นาที ตรงนี้ระบบเราวางไว้แล้ว เราจึงไม่นํามาขับเคลื่อน ยังไม่เสนอขับเคลื่อนในทางนี้นะครับ แต่ว่าถ้าที่ประชุมสภานี้เห็นว่าควรหยิบยกเรื่องนี้มา คณะกรรมาธิการก็พร้อมรับที่จะไปเติมและขับเคลื่อนเพิ่มเติมอีกในแง่ของระบบการรับแจ้ง เหตุฉุกเฉิน ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของระบบการป้องกันเหตุที่คุณหมอพรพันธุ์ได้กรุณาเสนอ ตรงนี้ แต่เรียนว่าระบบตรงนี้เรามีในเรื่องของการป้องกันนะครับ
ที่เรารู้สึกกังวลกับประสิทธิภาพในการปราบปรามเหตุ เมื่อสักครู่มีผู้อภิปราย ถึงเรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมลงไปทํางานตั้งแต่เริ่มต้นปี ๒๕๔๗ เก็บสถิติคดีทั้งหมด จนถึงปัจจุบัน มีคดีเกิดขึ้น ๙,๐๐๐ กว่าคดีนะครับ ท่านทราบไหมสุดท้ายแล้วศาลจนกระทั่ง ถึงกระบวนการยุติธรรม สามารถนําคนร้ายเข้าสู่กระบวนการคือมารับโทษได้เท่าไร ๓ เปอร์เซ็นต์ครับ หมายความว่ามีระเบิดเกิดขึ้น ๑๐๐ ครั้ง คนวางระเบิดครั้งหนึ่ง จะ ๑ คนหรือ ๒ คน แต่คนตายจะกี่คนไม่ทราบ ใน ๑๐๐ ครั้งเราเอาคนวางระเบิดมาได้ จนถึงจําคุกแค่ ๓ คนเท่านั้น อีก ๙๗ คนทําอะไรต่อครับที่ยังนําเข้ามาไม่ได้ ก็ระเบิดต่อ เพราะฉะนั้นถามว่าจํานวนอาร์เคเค (RKK) ใน ๓ จังหวัดเยอะไหม ไม่เยอะ เราประเมินว่า ไม่เกิน ๓,๐๐๐ ต่อเนื่องมา ๓,๐๐๐ เราเอาตํารวจ ทหารเป็นหมื่น แต่ด้วยระบบกระบวนการ ยุติธรรมของเรานะครับ เนื่องจากเราเป็นระบบกล่าวหา เขาเคลือบแคลงสงสัยนิดหนึ่ง ยก เคลือบแคลงสงสัยนิดหนึ่ง ยก เพราะฉะนั้นต้องปฏิรูประบบนี้กับ ๓ จังหวัดนะครับ นี่ยกตัวอย่าง น่าสงสารประชาชนผู้บริสุทธิ์ครับ คนร้าย ๙๗ คนยังลอยนวลอยู่ ปัญหาตรงนั้น คือเขาลอยนวลและเขาไม่อยู่เฉย เขาทําต่อ ตรงนี้คือสิ่งที่เราก็กําลังจะต้องคิดแก้ เพราะฉะนั้นคือเรื่องบอกว่าเริ่มตั้งแต่ประสิทธิภาพงานสอบสวน ผมมีกรณีเป็นตัวเลข ที่น่าวิเคราะห์อีกอย่างหนึ่งนะครับ ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกคงจําได้ที่มีคนร้ายเข้าไปโจมตี ฐานทหารนาวิกโยธินแต่แผนรั่ว นาวิกโยธินตอบโต้จนกระทั่งได้ศพคนร้ายคาอาวุธปืนล้อมรอบนาวิกโยธิน ๑๖ ศพ ปรากฏว่า ใน ๑๖ ศพมีอยู่ ๑๓ ศพที่มีหมายจับที่ตํารวจดําเนินการให้ศาลออกหมายจับแล้ว นั่นหมายความว่าอย่างไร หมายความว่า ๑๖ ศพที่ออกหมายจับใช่โจรแน่นอน คนร้าย แน่นอนไม่มีผิดแล้ว จะยังบอกว่าเขาคือผู้บริสุทธิ์อยู่ไปว่าเขาก็ตายคาปืน ผมถามว่าถ้าผมจับ ๑๖ คนนั้นมาได้ ขึ้นศาล ๑๖ คนจะติดคุกกี่คน ก็สัดส่วนคือ ๓ เปอร์เซ็นต์ครับ นี่คือสิ่งที่ ต้องเริ่มต้องปรับกระบวนการนี้ แล้วผมยิ่งเสนอว่าใน ๓ จังหวัดกฎหมายเป็นเหมือนเครื่องมือ เป็นเหมือนอาวุธที่จะระงับเหตุร้าย กฎหมายไม่ใช่เพียงแค่กระบวนการยุติธรรม แต่กฎหมาย คือเครื่องมือที่จะระงับเหตุร้ายในการก่อความไม่สงบ อินเซอร์เจนซี (Insurgency) เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเพิ่มเติม
ต่อไปท่านชูชาติ เรื่องของการทําคู่มือประชาชนภาครัฐ ท่านวิทยา ก็ตรงกัน ผมเองก็ไม่สบายใจเลยที่ปฏิรูปผ่านมาทุกครั้งเพิ่มตําแหน่งจนกระทั่งปัจจุบันนี้ ท่านทราบ ไหมครับในระดับสํานักงานตํารวจแห่งชาติมีผู้บริหารในสํานักงานตํารวจแห่งชาติระดับบน ๓๓ คน งานข้างล่างแบ่งกัน ๕ สาย สอบสวน สืบสวน ที่แบ่งอยู่ แต่ต่อไปจะรวมป้องกัน จราจร กิจการพิเศษ มีอยู่ ๕ สาย แต่ข้างบน ๓๓ คนสั่งงานมาที่ ๕ สายรับเละครับ ต้องมาแบ่งงานไม่รู้จักซอยงาน ในที่สุดเรื่องเดียวกันต้องมาแบ่งงานกันนะครับ เพราะฉะนั้น นี่ก็คือปัญหา ข่าวที่จะยุบตําแหน่งข้างบนผมเห็นด้วยเลย หมายถึงตําแหน่งบริหารนะครับ แต่ไปเพิ่มตําแหน่งอื่นอีกก็ไม่เห็นด้วย ก็ขอบคุณท่านวิทยาที่เสนอตรงกันครับ ท่านสุวิระ เป็นตํารวจอยู่แล้วก็รับทุกเรื่องนะครับ อาจจะต้องขออนุญาตเรียนเชิญมาเป็นที่ปรึกษา ในคณะกรรมาธิการนี้ด้วย ก็ขอขอบพระคุณครับ ถ้าไม่ครบก็พร้อมที่จะลุกขึ้นตอบครับ