เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือการพัฒนาอุตสาหกรรมหลักเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ พร้อมเสนอให้ปรับปรุงแนวทางของกรรมาธิการให้ชัดเจนและปฏิบัติได้จริง โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลมีการดำเนินการในหลายมิติอยู่แล้วแต่ยังต้องเร่งเชื่อมโยงและพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้โอกาส ที่จริงที่ได้อาสาลุกขึ้นมาอภิปรายเพราะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญต่อพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศ ที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจได้เสนอ คือเรื่อง การเพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมสาขาหลัก ตอนแรก ๆ ก็มีผู้อาสาอภิปรายอยู่ เพียงแค่ ๒-๓ ท่านนะครับ ก็ดีใจที่มีเพิ่มขึ้นหลาย ๆ ท่าน ถ้าเราได้ฟังมุมมองแง่คิดต่าง ๆ ก็จะเห็นว่าคล้าย ๆ กัน คือข้อเสนอที่อยากให้มีการ คงไม่ใช่เรียกว่าปรับปรุง ให้ความสําคัญ เพิ่มมากขึ้น ผมดูรายงานฉบับนี้ซึ่งไม่ยาวแต่ก็ได้สรุปเนื้อหาที่มีความสําคัญ รวมถึงการที่จะชี้ ถึงปัญหาที่ประเทศไทยมีอยู่ในการที่จะพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาอุตสาหกรรมสําคัญ ๆ ไปสู่ สภาพที่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ได้ อย่างในหน้า ๒ ข้อชี้ของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (World Economic Forum) หรือข้อชี้ของสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติที่พูดถึงปัญหาของประเทศไทยเน้นที่เชิงโครงสร้างผมคิดว่ามีความสําคัญ แล้วก็เป็นปัญหาที่มีอยู่จริง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของโพรดักทิวิตี (Productivity) หรือว่าด้าน ผลิตภาพเรื่องเอสเอ็มอี (SMEs) เรื่องการอาร์แอนด์ดี (R&D) คือการวิจัย แล้วที่สําคัญก็ยังพูดถึง ในเรื่องของปัญหาเรื่องแรงงานของบ้านเราที่จะต้องเผชิญในอนาคต ๕ ปี ๑๐ ปีข้างหน้า อย่างที่หลาย ๆ ท่านก็พูดกันอยู่เสมอที่เราเข้าไปสู่สังคมผู้สูงวัย ที่เราอาจจะต้องสูญเสีย แรงงานกลับไปสู่เพื่อนบ้านเขา หรือว่าการสร้างแรงงานทดแทนให้มีคุณภาพสามารถทํางาน ได้อย่างจริงจังในโรงงานหรือในบริษัทต่าง ๆ เพราะฉะนั้นปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทย มีค่อนข้างมาก ทางคณะกรรมาธิการได้แบ่งแนวทางแก้ไขไว้นะครับ อาจจะเขียนลําดับไว้ อาจจะอ่านยากนิดหนึ่ง การแบ่งหัวข้อต่าง ๆ ยังขาดความชัดเจน ข้อ ๑ ข้อ ๒ ต่าง ๆ แต่ก็ได้ พยายามอ่านแล้วก็สรุปว่าทางกรรมาธิการได้เสนอว่ามันมีแนวทางการแก้ไขในภาพรวมเป็น ยุทธศาสตร์ ๓ ยุทธศาสตร์ ดังที่กรรมาธิการได้ชี้แจงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่ม การยกระดับความสามารถอุตสาหกรรมดั้งเดิม และสุดท้ายคือการพัฒนาผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) และโอทอป (OTOP) ต่าง ๆ จากนั้นก็ได้ไปพูดถึงแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมหลัก ก็คืออุตสาหกรรมใน ๕ ด้าน ที่กรรมาธิการได้ให้ความสําคัญนะครับ แล้วก็พูดถึงอินดัสทรี ๔.๐ (Industry4.0) ที่ผม อยากจะเรียนก็มีประเด็นเดียวเพิ่มเติมจากที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว คือว่าบทสรุป ของกรรมาธิการในอุตสาหกรรมหลัก ๕ ด้าน กรรมาธิการก็ได้ไอเดนทิไฟ (Identify) คือได้ พยายามชี้ว่ามีอะไรบ้างที่ควรจะดําเนินการในภาพรวมในระยะยาวในการให้ความสําคัญ เพื่อที่จะทําให้การพัฒนาอุตสาหกรรมเหล่านี้สามารถไปสู่เป้าหมาย สามารถแข่งขันกับนานา ประเทศได้ แต่ก็ยังเสียดายว่าคือพอเราไปทําทั้ง ๕ อุตสาหกรรมหลัก แล้วก็พูดในประเด็นที่ เป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบันนี้ มันก็เลยเป็นภาพที่ค่อนข้างกว้าง กว้างมาก ๆ กว้างจนกระทั่งมันอ่าน อย่างไรก็ใช่นะครับ อย่างที่ผมพยายามเริ่มตั้งแต่ว่าปัญหาของประเทศมันมีเยอะ ปัญหาด้าน อุตสาหกรรมมีเยอะ ด้านแรงงานมีเยอะ ด้านอาร์แอนด์ดี (R&D) มีเยอะ ด้านงบประมาณ มีเยอะ เสร็จแล้วกรรมาธิการก็มาสรุปว่าในแต่ละด้านนั้นควรจะทําอะไรบ้าง การเชื่อมโยง การสร้างคอนเนกทิวิตี (Connectivity) ต่าง ๆ การพัฒนาบุคลากร แรงงาน จึงทําให้ดู เหมือนว่ารายงานเมื่อไปสู่คณะรัฐมนตรีแล้ว ผมคิดว่าคณะรัฐมนตรีอาจจะใช้ประโยชน์ไม่ได้ มากนัก ที่ผมอยากจะเพิ่มอยากจะพูดก็คือว่าถามว่ารัฐบาลทําในสิ่งเหล่านี้อยู่หรือไม่ ทําทุกเรื่อง แต่บางเรื่องอาจจะยังไปไม่ถึงในสิ่งที่กรรมาธิการได้เสนอ เพราะมันยังเป็นเรื่อง ของระยะยาว ผมเองก็ได้มีส่วนอยู่ในคณะกรรมการสานพลังประชารัฐครับ ของท่าน ดอกเตอร์สมคิด ของรัฐบาลที่แบ่งออกไปเป็นหลาย ๆ เรื่อง เราจะเห็นการเคลื่อนไหวของ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าสภาอุตสาหกรรมเอง สภาหอการค้าเอง สมาคมธนาคารเอง รวมถึงบริษัท ใหญ่ ๆ ของประเทศไทย ตอนนี้ไม่มีบริษัทไหนที่ไม่อยู่ในโครงการสานพลังประชารัฐ ที่จะลง ไปขับเคลื่อนจนถึง บางคนก็ไม่อยากให้ใช้คํานี้ คือรากหญ้า หรือเอสเอ็มอี (SMEs) ได้ยิน หลายท่านพูดถึงสตาร์ตอัป (Startup) ได้ยินหลายท่านพูดถึง เดี๋ยวนี้คําหนึ่งที่ไม่ค่อยพูดกันแล้ว คือเอนเทอเพอเนอร์ (Entrepreneur) นะครับ ก็มีการปรับเปลี่ยนไปเพราะฉะนั้นก็จะเห็นว่า มีความพยายามในการแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้างจากภาครัฐนี่ค่อนข้างมาก ถ้าผมไม่ลุกขึ้นพูดตรงนี้ มันเหมือนกับว่าเรากําลังเสนอในสิ่งซึ่งรัฐบาลไม่ได้ทํา แต่ที่จริงก็ไม่ใช่อย่างนั้น ในรายงาน ก็พูดถึงงานที่รัฐบาลทําอยู่ เพราะมีหลายครั้งที่เราพยายามเสนออะไรใน สปท. นี้ รัฐบาล ท่านก็อาจจะมีความรู้สึกว่า อ้าวรัฐบาลไม่ได้ทําอยู่หรืออย่างไร ก็เพียงแต่เสริมให้เห็นว่า รัฐบาลได้พยายามทํานะครับ พยายามแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมเชิงโครงสร้าง อินดัสทรี ๔.๐ (Industry4.0) นี่ท่านดอกเตอร์สุวิทย์ เมษินทรีย์ ซึ่งเคยเป็นสมาชิกของพวกเราใน สปช. ท่านก็ไปบรรยาย ท่านก็ไปเขียนมาผมนั่งอ่านบทความของท่านอยู่เกือบทุก ๒-๓ อาทิตย์ ท่านก็จะส่งมาบทความหนึ่งที่พยายามเชื่อมโยงการแก้ไขปัญหา การที่นําประเทศไปสู่ เอสเคิร์ฟอินดัสทรี (S-Curve Industry) ไปสู่อุตสาหกรรม ๔.๐ จนเรียกว่าไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand4.0) แล้วตอนนี้นะครับ ไม่ใช่แค่อินดัสทรี ๔.๐ (Industry4.0) ว่าเราจะต้อง พัฒนาในทุกเซกเตอร์ (Sector) อย่างไร แล้วความพยายามรัฐบาลในการลงไปแก้ไขปัญหา ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งในด้านผลิตภาพ จริง ๆ ผมไม่ค่อยชอบคํานี้ไม่รู้ใครแปล ก็คือ โพรดักทิวิตี (Productivity) นี่นะครับ ก็ลืมทุกทีว่ามันมาจากโพรดักทิวิตี (Productivity) ซึ่งฟังดูง่ายกว่า อันนี้ก็มีการทํากันอยู่มากมายก่ายกองนะครับ พวกเราที่นั่งอยู่ในห้องนี้ ผมเชื่อว่าเกินครึ่งหนึ่งมีส่วนในการเข้าไปขับเคลื่อน ในการผลักดันให้เศรษฐกิจเข้มแข็ง เพราะแน่นอนปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ วันนี้มันก็ยังเป็นปัญหาที่สําคัญที่สุดที่คะแนน ของรัฐบาลจะได้น้อยที่สุด อันเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ํา ปัญหาการส่งออก เรายังเชิดหน้าชูตาอยู่ได้ก็ด้วยอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเท่านั้น เพราะฉะนั้นความพยายาม ในการพัฒนาบุคลากร พัฒนาอุตสาหกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ ก็จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสําคัญ เป็นอย่างมาก ก็โดยสรุปนะครับ ผมก็เพียงแต่อยากจะเรียนเสนอว่า ในการนําเสนอเรื่องต่าง ๆ ทั้งอุตสาหกรรมหลักทั้ง ๕ ด้านที่เป็นอุตสาหกรรมในเอสเคิร์ฟ (S-Curve) ผมยังเห็นว่ายังเป็นภาพที่กว้าง กว้างเกินกว่าที่รัฐบาลจะนําไปใช้ประโยชน์ ก็มีบางท่านก็พูดในประเด็นนี้ อาจจะต้องลงในรายละเอียด คือบางทีเราพยายามทํารายงาน อันนี้เหมือนกับเราเขียนแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีอะไรที่ท่านเขียนนี่จะด้านการพัฒนา ๕ อุตสาหกรรมนี้ แต่ว่ารายละเอียดที่จะลงไปสู่กระทรวง ทบวง กรม ไปสู่ในแต่ละเรื่อง แต่ละด้านยังน้อยกว่าที่จะไปสั่งการอะไรได้ ไม่ผิดละครับที่เสนอมานี่ถูกทุกเรื่องเลย เพียงแต่ว่า แวลู (Value) ของมันที่รัฐบาลจะนําไปใช้มันอาจจะยังไม่เพียงพอถ้าเราจะนําเสนอในแต่ละเรื่อง ให้มันชัดเจนขึ้น เรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมในบางด้าน มันก็อาจจะมีวิธีการในการพัฒนา ที่จะสามารถแข่งขันกับเขาได้รวดเร็วมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคตต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ก็เลยจะฝากเรียนท่านคณะกรรมาธิการว่า ถ้าท่านจะเพิ่มเติมในเรื่องที่มันลงไปสู่การเห็น ชี้เป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้นก็อาจจะเป็นประโยชน์ ท่านก็แตะทุกเรื่องถ้าพูดถึงเรื่องกรีนอีโคโนมี (Green Economy) พูดถึงเรื่องอุตสาหกรรมที่จะต้องคํานึงถึงสิ่งแวดล้อม เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม อย่างตอนนี้ผมไปที่เยอรมันเขาก็ไปสร้างโรงผลิตรถบีเอ็มที่เมืองเดรสเคน เป็นกรีนแฟกทอรี (Green Factory) ทุกอย่างหมด พลังงานต่าง ๆ หรือแม้แต่ความเป็นอยู่ ของคนงานต่าง ๆ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นเรื่องที่มีความสําคัญยิ่งก็คงจะเห็นด้วยกับรายงานนี้ เพียงแต่ว่าฝากข้อสังเกตตามที่ได้เรียนให้ทราบแล้ว ขอบพระคุณครับท่านประธาน