อโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ หารือถึงความจำเป็นในการปฏิรูปการพัฒนากำลังแรงงานของประเทศอย่างบูรณาการ เพื่อยกระดับทักษะแรงงานให้สอดรับกับนโยบายรัฐและแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ พร้อมเสนอร่างกฎหมายเพื่อขับเคลื่อนเป็นวาระแห่งชาติ และเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการการพัฒนากำลังแรงงานของชาติ (กบรช.) เพื่อเชื่อมโยงนโยบายกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการพัฒนาแรงงานให้ได้มาตรฐานสากล เพิ่มขีดความสามารถและรายได้ เพื่อความมั่นคงทางสังคม ก่อนส่งต่อให้ประธานอนุกรรมาธิการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม
กราบเรียน ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมาธิการได้นําวาระการปฏิรูปที่ ๓๗ ปฏิรูปการแรงงานสมัยสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปตามมาตรา ๓๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่องที่ ๑ การพัฒนาฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของการแข่งขันของ แรงงานไทย การมีงานทําที่ยั่งยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า และร่างพระราชบัญญัติ บูรณาการการพัฒนากําลังแรงงานแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการ และได้ส่งรายงานฉบับนี้ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้พิจารณา อาทิ กระทรวงแรงงาน กระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ เพื่อรับฟังความคิดเห็น ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ที่ทางคณะรัฐมนตรีได้จัดส่งไปนั้น มีความเห็นว่าเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปการแรงงานและแนวทางการดําเนินงาน ควรเป็นวาระแห่งชาติ ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีกฎหมายที่บังคับใช้อยู่แล้ว ก็เป็นเพียงระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งการพัฒนากําลังแรงงานของหน่วยงานต่าง ๆ แยกกันทําตามหน้าที่ของ ส่วนราชการ ทําให้ขาดผลสัมฤทธิ์และขาดยุทธศาสตร์การพัฒนากําลังแรงงานของประเทศ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมกับเรื่องดังกล่าวนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล สอดคล้องกับทิศทางของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ และสอดคล้องกับกรอบยุทธศาสตร์ ระยะ ๒๐ ปี คณะกรรมาธิการจึงแต่งตั้งอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบแรงงาน และระบบคุ้มครองผู้บริโภคขึ้นเพื่อพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าว และเพื่อให้การพิจารณา เป็นไปด้วยความละเอียดรอบคอบ ได้มีการเชิญหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม เพื่อรับฟังข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ อาทิ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อที่จะขับเคลื่อนและ ผลักดันให้มีการพัฒนากําลังแรงงานเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมกับเร่งยกระดับฝีมือแรงงาน ให้สอดคล้องกับความต้องการ จากการพิจารณาศึกษาพบว่ามีหน่วยงานของรัฐจํานวนมาก มีส่วนร่วมในการพัฒนากําลังแรงงานของประเทศซึ่งมีลักษณะที่ค่อนข้างจะยาก การดําเนินการ ตามอํานาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานทําให้ขาดสัมฤทธิ์ผลในการผลักดันนโยบายและ ยุทธศาสตร์การพัฒนากําลังแรงงานของประเทศ และสร้างความสับสนในการใช้บริการของ ประชาชน ดังนั้นเพื่อปฏิรูปการพัฒนากําลังแรงงานของประเทศให้เกิดการบูรณาการภารกิจ ของหน่วยงานต่าง ๆ สนับสนุนหลักการพื้นฐานในการยกระดับขีดความสามารถของกําลัง แรงงานไทยให้สูงขึ้น แก้ปัญหาการขาดแคลนกําลังแรงงานทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ เพิ่มความแข็งแกร่งและ ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตอย่างมั่นคง เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ บนรากฐานทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพสูง จึงได้จัดทํารายงานเรื่อง การพัฒนาฝีมือแรงงาน แห่งชาติเพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของแรงงานไทย และร่างพระราชบัญญัติ บูรณาการการพัฒนากําลังแรงงานแห่งชาติ พ.ศ. .... โดยร่างพระราชบัญญัติบูรณาการ การพัฒนากําลังแรงงานแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้จะทําให้
๑. มีกฎหมายที่จะทําให้เกิดการบูรณาการภารกิจของแต่ละหน่วยงานเพื่อ สร้างประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ
๒. มีคณะกรรมการระดับชาติเพื่อทําหน้าที่ในการกํากับดูแล กําหนดนโยบาย และยุทธศาสตร์ในการดําเนินงาน ด้านการพัฒนากําลังแรงงานของประเทศ เรียกว่า คณะกรรมการบูรณาการการพัฒนากําลังแรงงานของชาติ โดยเรียกย่อว่า กบรช. ประกอบด้วย ๑. นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ ๒. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นรองประธานกรรมการ ๓. กรรมการโดยตําแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้อํานวยการ สํานักงานสถิติแห่งชาติ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุน ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ผู้อํานวยการ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ๔. ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ๕. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้อธิบดีกรมพัฒนา ฝีมือแรงงานเป็นกรรมการและเลขานุการ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นกรรมการ และผู้ช่วยเลขานุการ และให้ข้าราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงานซึ่งอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือ แรงงานมอบหมายเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
๓. มีคณะอนุกรรมการในระดับพื้นที่เพื่อทําหน้าที่ในการศึกษาความต้องการ แรงงานและประสานการดําเนินงานของทุกหน่วยในเขตพื้นที่
๔. มีกรอบการดําเนินงานเร่งด่วนที่ต้องดําเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่กําลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน และมีแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาภารกิจของทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในอนาคต
๕. ได้แรงงานที่มีคุณภาพมาตรฐานสากลพร้อมกับสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ แรงงานด้วยการติดอาวุธทางปัญญา ส่งผลให้แรงงานมีรายได้สูง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและ เกิดความมั่นคงทางสังคม
ในลําดับต่อไปก็คงขออนุญาตให้ท่านศิริชัย ไม้งาม เลขานุการกรรมาธิการ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศระบบแรงงานและระบบ คุ้มครองผู้บริโภคได้ชี้แจงรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับผลงานนําเสนอครั้งนี้ครับ