รวีวรรณ ภูริเดช ชี้แจงแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการตั้งหัวหน้าเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศในตำแหน่งถาวรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเจรจาระดับนานาชาติ และเสนอให้ส่งเสริมพลังงานสะอาดทั้งด้านรถไฟฟ้าในระบบขนส่งสาธารณะและโซลาร์รูฟท็อป โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีท้องถิ่น การบูรณาการงบประมาณ และการติดตามตรวจสอบผลการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างโปร่งใสตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในภาคเกษตรที่ต้องมีเป้าหมายเฉพาะและระบบรายงานคู่ขนานเพื่อรับมือกับข้อตกลงระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
ขอกราบเรียนท่านสมาชิก สปท. ที่มีคำถามนะคะ ดิฉันคิดว่าในภาพรวมก็ขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่งนะคะ
ท่านแรกนะคะ ท่านปานเทพ ดิฉันก็ขอขอบคุณแล้วก็จะรับข้อสังเกตท่านมา ปรับปรุงในเรื่องของกลไก ในเรื่องของโครงสร้างองค์กรที่ท่านให้คำแนะนำไว้ ในปัจจุบันนี้ จริง ๆ แล้วเรามีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี มีท่านนายกรัฐมนตรีเปึ้นประธาน คณะกรรมการไคลเมตเช่นจ์ (Climate Change) แห่งชาติอยู่แล้วนะคะ เพียงแต่ว่าขาด ในตัวของฝ์ายเลขาจริง ๆ แล้วมีแค่กระทรวงการต่างประเทศกับกระทรวงทรัพยากร ดิฉัน คิดว่าตรงนี้เราน่าจะขยายฐานไปยังกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อแนะนำของท่าน ในเรื่องของงบประมาณนะคะ น่าจะมีแผนบูรณาการงบประมาณในเรื่องของไคลเมตเช่นจ์ (Climate Change) ให้ชัดเจน รวมทั้งจะรับข้อสังเกตของท่านในเรื่องของการมี ผู้ประสานงานระดับกระทรวงของทุกกระทรวงเข้ามาในชุดคณะกรรมการประสานงาน แห่งชาติด้วยนะคะ ก็จะขออนุญาตรับไปปรับปรุงในพาร์ต (Part) ตรงนี้นะคะ
ในส่วนของท่านคุรุจิตดิฉันขอขอบคุณที่ท่านช่วยเสริมแล้วก็พูดถึงองค์ความรู้ แล้วก็ในเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับไคลเมตเช่นจ์ (Climate Change) ให้มีความกระจ่างมากขึ้น นะคะ รวมทั้งจริง ๆ แล้วท่านก็เน้นตัวที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือระบบการติดตามตรวจสอบ ซึ่งจริง ๆ แล้วในเรื่องของเอ็มอาร์วี (MRV) ที่ท่านนี่พูดนะคะ มอนิเตอริง (Monitoring) รีพอร์ตติง (Reporting) แล้วก็เวอริฟ่เคชัน (Verification) เราถูกตรวจสอบตลอดเวลา โดยองค์กรกลางของยูเอ็นเอฟซีซีซี (UNFCCC) นะคะ เพราะฉะนั้นไม่ว่าตัวเลขการรายงาน ฐานข้อมูลต่าง ๆ หรือตัวเลขที่เราจะเคลม (Claim) ตัวคาร์บอนที่เราลดได้หรือเกิดขึ้น มีองค์กรตรวจสอบชัดเจน เพราะฉะนั้นระบบเอ็มอาร์วี (MRV) นี้มีนะคะ ต้องขอบคุณ ท่านคุรุจิตที่ท่านช่วยเติมตรงนี้ด้วยนะคะ
ส่วนท่านกษิต ภิรมย์ ท่านให้ข้อแนะนำแล้วก็เรื่องของการจัดตั้งองค์กร แต่ท่านก็บอกว่ายังไม่เห็นด้วยที่จะต้องมีหัวหน้าที่มเจรจากับ กต. ซึ่งดิฉันก็ขอขอบคุณ ท่านรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศซึ่งท่านก็ได้เห็นว่ามีความจําเปึ้นที่จะต้องมีหัวหน้าที่ม เจรจาที่มีตําแหน่งที่ชัดเจน จริง ๆ แล้วหัวหน้าที่มเจรจาไม่ใช่โพสต์ (Post) อยู่ที่ไหนนะคะ อยู่ที่เมืองไทยนะคะ เพียงแต่ว่าเราฟ่กซ์ (Fix) ไว้ว่าเปึนหัวหน้าชีฟ ไคลเมตเช่นจ์ (Chief Climate Change) อินิชิเอเตอร์ (Initiator) ของไทยซึ่งทุกประเทศมีนะคะ เพราะว่า การประชุมมีประวัติศาสตร์ยาวนาน เราเปลี่ยนอยู่เรื่อย เราไม่รู้ เราไม่ทันประเทศอื่น ที่จะทํางานเรื่องนี้ ดิฉันคิดว่าเราต้องมีทีมที่ถาวรแล้วก็มีหัวหน้าที่รู้เทคนิคัลเทอม (Technical Term) ที่ชัดเจนว่าเขาพูดอะไรกัน เขาพูดถึงอะไร แล้วเทคนิคัลเทอม (Technical Term) ที่เขาใช้เขามีนัยอะไร ตรงนี้หากเราเปลี่ยนตลอดเวลาเราก็ต้องไปไล่ตาม เรียนใหม่ตลอดเวลามันก็เหนื่อยนะคะในการที่จะเจรจาต่อรองต่าง ๆ เพราะว่าอาจจะซ่อน ประเด็นต่าง ๆ เอาไว้นะคะ ก็ขออนุญาตนำไปปรับปรุงประเด็นนี้ด้วยนะคะ ในส่วนของ ท่านกษิต ดิฉันขอรับข้อแนะนำของท่านซึ่งเปึนประโยชน์อย่างมากแล้วก็ไปทำให้ข้อเสนอ ของ สปท. มีสตรอง (Strong) ขึ้นในเรื่องของปรับรถสาธารณะเปึ้นรถไฟฟัานะคะ ขออนุญาตเติมเข้าไปเลยนะคะ ไม่ว่าจะเปึนรถเมล์ต่าง ๆ ก็คิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ที่จะมูฟ (Move) เข้าสู่โหมด (Mode) ที่จะเปึนรถสาธารณะของไทยที่จะเปึนรถไฟฟัาเสียที่
ในเรื่องของการเป่ดเสรีภาคพลังงานนะคะ ดิฉันคิดว่าจริง ๆ แล้วประเด็น อยู่ตรงนี้นะคะ แล้วก็เห็นด้วยกับท่านคุณหมอชูชัยนะคะ ว่าเราอาจจะไปหารือในประเด็น กรรมาธิการย่อยว่าด้วยเรื่องนี้ให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งนะคะ ประเด็นอยู่ตรงนี้ในส่วนของ ที่ท่านดุสิตได้คุยด้วย ก็เห็นด้วยทุกประการนะคะ สนับสนุนเรื่องของโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้รัฐบาลนี้ คนที่ติดโซลาร์ (Solar) เขาขายเปึ้นเฟื่สต์ ออปชัน (First Option) ขายเข้ากริด (Grid) ใช้เองน้อย เฟ่สต์ออปชัน (First Option) ที่ขาย เข้ากริด (Grid) เพราะอะไรเพราะได้เงินจากเรื่องของแอดเดอร์ (Adder) หรือฟ้ดอินแทริฟ (Feed-in Tariff) ที่ชีป (Cheap) ได้มากกว่าการที่จะใช้เองเปึนเฟื่สต์ออปชัน (First Option) อันนี้ที่ท่านบอกว่าท่านก็เสนอให้ใช้เองเปึนเฟื่สต์ออปชัน (First Option) คือติดแล้วก็ใช้เอง แต่รัฐบาลก็จ่ายค่าลงทุนหรืออะไรก็แล้วแต่ ดิฉันคิดว่าในเรื่องนี้ก็น่าจะไปหารือ ถ้ากรรมาธิการคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสำคัญ สปท. ก็น่าจะหยิบยกเรื่องของส่งเสริมสนับสนุน เรื่องของโซลาร์ (Solar) อีกครั้งหนึ่งนะคะ แล้วก็ที่ท่านแนะนำในเรื่องของส่งเสริมโลคัลค่อนเทนต์ (Local Content) นะคะก็จะนําไปผนวกในเรื่องของเทคโนโลยีโรดแมป (Road map) ซึ่งจริง ๆ แล้วทาง สวทน. เปึนโฟคัลพอยต์ (Focal Point) หลักหรือกระทรวงวิทยาศาสตร์ เปึนโฟคัลพอยต์ (Focal Point) หลักที่รับผิดชอบในหัวข้อเรื่องของเทคโนโลยีโรดแมป (Road map) ของไทยที่นำไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ก็ขอจะขออนุญาตไปเติมตรงนั้นนะคะ แล้วก็ภาคครัวเรือนที่ท่านพูดว่าทําไมเราใส่แค่ .๔๔ เปอร์เซ็นต์จากเซกเตอร์ (Sector) ที่มา จากบิวดิง (Building) ดิฉันคิดว่าเราใส่น้อย จริง ๆ ก็ได้ทำเยอะนะคะ แต่ว่าปัญหามันอยู่ตรงนี้ค่ะ ว่าการติดตามตรวจสอบหรือว่าเอ็มอาร์วี (MRV) ที่ท่านคุรุจิตได้พูดถึงว่าถ้าเราจะเอาตัวเลข ไปเคลม (Claim) มันต้องมีระบบเอ็มอาร์วี (MRV) หรือติดตามรายงานผลที่ชัดเจน ก็อาจจะมีแอดดิชันนัลเบอร์เดน (Additional Burden) หรือว่าคอสต์ (Cost) ขึ้นมาอย่างนี้ เพราะฉะนั้นตัวเลขตรงนี้ก็ใส่ไว้น้อย แต่ว่าก็จะรับประเด็นของท่านว่าทําอย่างไร เช่น การได้รับสนับสนุนจากเอปโป (EPPO) นี่นะคะ จริง ๆ เอปโป (EPPO) ให้เยอะมาก แต่การที่เราไปแทร็กกิ้ง (Tracking) ตาม ปรับเปลี่ยนหลอดไฟในโรงงานต่าง ๆ ยังไม่ได้ รีพอร์ต (Report) ถึงเรื่องของจำนวนก๊าซเรือนกระจกที่ลด แต่รีพอร์ต (Report) แค่ได้สนับสนุน โครงการนี้เพื่อเบเนฟ่ต (Benefit) ในเรื่องของการลดพลังงานเท่ากับเท่าไร แต่เราก็ต้อง ประสานงานกับกระทรวงพลังงานว่าให้รีพอร์ต (Report) ด้วยว่าเท่ากับผลประหยัดจริง หลังจากที่ให้เงินฟันดิงโปรเจกต์ (Funding Project) ไปแล้วต้องลงตรวจติดตาม ก็คือบีย้อน (Beyond) ที่จัดจ์ (Judge) ให้ฟันดิง (Funding) ไป แล้วก็ถือว่าเปึนผลสำเร็จของกองทุน อนุรักษ์พลังงานก็ต้องไปตรวจติดตามแล้วก็เอาตัวเลขผลประหยัดจริงมาเพื่อจะเคลม (Claim) ตัวเปอร์เซ็นเท็จ (Percentage) ตัวนี้ด้วย ก็คิดว่าก็เปึนข้อแนะนําที่ดีที่จะนําไปเน้น ในเรื่องนี้เพราะจริง ๆ ก็ทําเยอะนะคะ
ส่วนประเด็นของท่านนิกรดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่สำคัญนะคะ ก็คือภาคขนส่ง ท่านก็สนับสนุนเรื่องของอีวี (EV) เหมือนกันคือรถไฟฟัา ขอบคุณท่านด้วยนะคะ
ส่วนในเซกเตอร์ (Sector) เกษตรนะคะ ขอกราบเรียนว่าเซกเตอร์ (Sector) เกษตรเปึนเซกเตอร์ (Sector) ที่ในการเจรจาทุกครั้งเราเปึนเซกเตอร์ (Sector) ที่เราอะแวร์ (Aware) เปึนเซฟการ์ดเซกเตอร์ (Safeguard Sector) จะเห็นว่าทําไมตัวเลขเปัาหมาย เซกเตอร์ (Sector) เกษตรที่ดิฉันนำเสนออัลโลเคต (Allocate) ยังไม่มีแต่เราขอร้องให้ ภาคเกษตรทำเปัาหมายของตัวเองในการลดเสียที
ส่วนการรายงานข้อ ๑ ข้อกราบเรียนว่าต้องรายงานข้อเท็จจริงนะคะ เราไม่สามารถ จะบิดเบือนข้อเท็จจริงได้เพราะมันฟัองด้วยภาพถ่ายทางอากาศและอื่น ๆ เพราะฉะนั้น ตัวเลขที่เรารายงานมันจะมีกรรมการกลางในการตรวจสอบต้องรายงานข้อเท็จจริง เพราะมันดูจาก ภาพถ่ายหรือว่าองค์กรกลางเขาคำนวณคู่ขนานกับตัวเลขที่ประเทศต่าง ๆ รีพอร์ต (Report) อยู่แล้วนะคะ
อันที่ ๒ ก็คือเมื่อรายงานข้อเท็จจริงแล้วผ่านคณะกรรมการแห่งชาติทุกครั้ง ที่จะเอนดอร์ส (Endorse) ท่านนายกก็เห็นชอบผ่าน ครม. แล้วซับมิต (Submit) ไปที่ยูเอ็น (UN) เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าตัวเลขนี่นะคะเราต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ เราต้องยอมรับ ความจริงแล้วก็ปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อเรามูฟ (Move) ไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเปึนการเกษตร ที่ใช้น้ำน้อย วิธีการเกษตรที่มีประโยชน์ ถูกต้อง ใช้ปุิยเคมีลดลง แล้วก็ต้องคิดนะคะว่า ทำอย่างไรที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ ส่วนตัวเลขของไทยในเซกเตอร์ (Sector) เกษตร ๑๗ เปอร์เซ็นต์ เทียบเคียงกับตัวเลขที่ลีดดิง (Leading) ประเทศอื่นที่เซกเตอร์ (Sector) เกษตรนำ อย่างเช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เขาก็อยู่ประมาณเท่านี้ เขาอยู่ประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เขาก็โชว์ (Show) ตัวเลขนี้เพราะฉะนั้นมันเทียบกับประเทศต่าง ๆ ที่มีแอ็กทิวิตี (Activity) คล้าย ๆ กันมันเทียบกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นดิฉันก็ต้องขอกราบเรียนว่าเซกเตอร์ (Sector) เกษตรเปึนเซกเตอร์ (Sector) ที่เราให้ความสำคัญ เรามีเซฟการ์ดโพลิซี (Safeguard Policy) เพราะว่าทุกครั้งที่ไทยนิโกชิเอต (Negotiate) แล้วจะมีอิมโพสโพลิซี (Impose Policy) อะไรทางด้านเกษตร เราจะพูดตลอดว่าเราเน้นขอให้ความสำคัญในเรื่องของ ฟูัดซีเคียวริตี (Food Security) ขอให้ความสำคัญเรื่องความมั่นคงทางอาหาร อันนี้ก็คือ เหมือนกับเราก็มีประเด็นที่จะไปพูดคุยว่าอันนี้มันเปึนเรื่องของปัญหาความมั่นคง ทางอาหารด้วยนะไม่ใช่เรื่องของการลดก๊าซแต่อย่างเดียว แต่อย่างไรก็ตามเราต้องยอมรับ ความจริงว่าในอนาคตมันต้องมีวิธีการปรับเปลี่ยน วิธีการปลูกแน่นอน แล้วเราอาจใช้เวลา ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้หรือในอดีตจริง ๆ แล้วต้องเริ่มตั้งแต่ในอดีตที่ผ่านมาแล้วด้วยซ้ำ เช่น การปลูกพืชใช้น้ำน้อยหรือปุิยเคมีน้อยเหล่านี้เปึนต้นนะคะ ขอบคุณท่านอดีตผู้ว่าการ กฟผ. ด้วยนะคะ จริง ๆ แล้วแผนพลังงานที่ปรับใหม่ก็เปึ้นเบส (Base) ที่เอามาใช้ในการคำนวณ ตัวเลขการลดก๊าซ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของไทย ๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในเฟส (Phase) นี้นะคะ อย่างไรก็ตามก็คิดว่าก็ต้องให้ความสําคัญในเรื่องของการเลือกที่ดิฉันได้ กราบเรียนไว้นะคะ เรื่องล็อกอิน (Log in) เทคโนโลยีหลังจากที่เราเลือกชนิดแล้ว แล้วก็คิดว่า รัฐบาลควรมองภาพรวมที่เปึนบูรณาการว่าอันไหนดีหรือไม่ดีอย่างไรนะคะ ดิฉันคิดว่า หมดแล้วนะคะที่ดิฉันได้กล่าวถึงค่ะ ก็ขอขอบคุณทุกท่าน ท่าน สปท. ทั้ง ๘ ท่านที่ให้ความกรุณา ให้ข้อคิดเห็นที่เปึ้นประโยชน์ที่จะมาใช้ในการปรับปรุงให้ครบถ้วนต่อไปค่ะ ขอขอบคุณค่ะ