นิกร จำนง แสดงความเห็นถึงข้อกำหนดของ กกต. โดยเสนอให้แยกการช่วยงานศพและงานบวชออกจากข้อห้าม เนื่องจากเป็นประเพณีไทย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสมของการเก็บค่าธรรมเนียมสมาชิกพรรคและการทับซ้อนของข้อมูลที่แม้จะแก้ไขได้แล้ว แต่ยังมีปัญหาโครงสร้างที่ต้องระวัง โดยเฉพาะการให้กระทรวงมหาดไทยมีบทบาทในการกำกับการเลือกตั้งซึ่งอาจขัดรัฐธรรมนูญ รวมถึงความขัดแย้งระหว่างร่างกฎหมายกับรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้เร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ. กกต. ที่ยังค้างอยู่ 4 ฉบับเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคตแม้จะมีจุดที่เห็นต่างบ้าง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง ครับ สมาชิกลำดับที่ ๗๙ ในฐานะกรรมาธิการ ก็อยากจะเรียนว่าประเด็นนี้พูดกันชัด ๆ ก็คือว่าผมเองเป็นตัวแทนพรรคการเมือง แล้วก็อยากจะเรียนว่าผมเองเป็นผู้อำนวยการพรรค มาหลายสิบปี ก็ศึกษาเรื่องกฎหมายพรรคการเมืองมาตลอดเพราะบริหารอยู่เองนะครับ ทั้งกฎหมายเลือกตั้ง เพราะว่าเป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งด้วยนะครับ อย่างในกรรมาธิการ ของเราเรามีหลายส่วนหลายคณะ แล้วก็มันเป็นช่วงของพรรคการเมืองนี่เป็นจำเลย อยู่มากนะครับ ดังนั้นการเสนออะไรก็ดีผมก็ระวังปากระวังคำ แต่ประเด็นถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ เป็นความเห็นขึ้นมาก็ไม่ค้านนะครับ แต่บางเรื่องที่เห็นว่าไม่เหมาะสมอย่างเช่นกรณี เรื่องการช่วยงานผมก็แย้งในที่ประชุมแล้วว่าเรื่องนี้เรื่องการไปช่วยงานศพ งานบวชอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ กกต. เองเขามีข้อกำหนดอยู่ก่อนตั้งนานแล้วนะครับว่าในช่วงนั้นทำไม่ได้ แต่การที่ บอกว่าไม่ให้ทั้งหมดก็คือว่าให้เลิกไปเลยผมไม่เห็นด้วยส่วนตัว ผมถือว่าเป็นประเพณีไทย ในช่วง ก็มีการระบุว่าถ้าจะช่วยก่อนการเลือกตั้งก็ให้ไปรวมเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง เรื่องนี้ มีการแก้มาก็แย้งไว้ในที่ประชุม แต่ว่าไม่ได้สงวนคำแปรญัตติเอาไว้เพื่อจะมาชี้แจงตรงนี้ แต่ว่าก็เห็นนะครับ ในเรื่องของการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นสมาชิกซึ่งจะอยู่ใน พรรคการเมืองต่อจากนี้ผมก็แย้งนะครับ เพราะทราบว่าจริง ๆ แล้วไม่เกิดประโยชน์แอะไร แล้วก็เป็นความเข้าใจผิดที่ว่ามีสมาชิกอยู่เป็นจำนวนมากแล้วทับกัน จริง ๆ แล้วไม่ทับแล้ว เพราะมีการรีเซต์ (Reset) กันไปแล้ว ซึ่งตรงนี้กรรมาธิการเขาก็ถอยไป ก็แล้วไปนะครับ
เรื่องกระทรวงมหาดไทยผมแย้งมาแรง ๆ ก่อนหน้านี้ว่าเป็นการผิด รัฐธรรมนูญนะครับ แต่พอกลับไปคุยกันในที่ประชุมกรรมาธิการ คือประเด็นแรกเป็นให้ กระทรวงมหาดไทยมาใช้อำนาจเลย หมายถึงว่าข้าวที่ออกมา แล้วก็ไปคุยกันในกรรมาธิการ แล้วก็เขียนเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่เขียนจริง ๆ แล้วคํานี่พอรับได้นะครับ ก็คือบอกว่า ให้มากำกับแล้วก็ให้กระทรวงมหาดไทยจัดการ ซึ่งผมเชื่อว่าในความเห็นส่วนตัวผมผมเชื่อ อย่างนี้ว่าถึงจะเขียนไปอย่างนี้ กรธ. ก็ไม่เขียนตามหรอก ผมเชื่ออย่างนั้น เพราะว่า มันกำกวม คือถ้าเขียนเป็นอย่างนั้นมันต้องมีรายละเอียดมากกว่านั้น และมันสามารถ จะขัดรัฐธรรมนูญได้ ผมก็เลยไม่ได้ให้ความเห็นใด ก็คือว่าถ้อยมาอยู่ในที่ตั้ง ก็ไม่ได้สงวน คําแปรญัตติ เพราะผมเชื่อด้วยตัวผมเองว่าถึงเขียนไปอย่างนั้นไม่มีทางจะออกมาเป็นอย่างนั้น แต่ผมก็เชื่อว่ายังคุยกับทาง กกต. บางท่านว่านี่เป็นความเห็นให้อาจารย์เฉลิมชัยได้ทราบ ด้วยนะครับว่า ความบกพร่องในการเลือกตั้งคราวที่แล้วมันเป็นบาปติดตัวมา ดังนั้นในคราวนี้ การจัดการการเลือกตั้งจะต้องถูกดีไซน์ (Design) ออกไปหน่วยอื่นมากขึ้นแน่นอน จะถึงขั้นว่า อาจจะให้กระทรวงมหาดไทย ถ้าเราฟังดูผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเขาพูดบอกว่าไม่ใช่หน่วยงาน หน่วยเดียว อาจจะเป็นการศึกษาอะไรพวกนี้กระจายกันออกไป ชัดเจนตรงนี้นะครับ ดังนั้นตรงนี้ผมก็ไม่สงวนคําแปรญัตติ ก็ยอมตามนั้น
ในประเด็นต่อมานี่นะครับ เรื่องของ คสช. ผมเป็นกังวลมากว่าถ้าเขียนไป แบบนี้ เดิมเขียนไปว่าให้ คสช. เข้ามาหน่วยเดียว ตอนหลังไปเขียนพ่วงกับว่าให้เป็น หน่วยอื่นบ้าง ก็พอรับได้ เพราะว่า คสช. เขามีอำนาจตามมาตรา ๔๔ เยอะ แต่ยังเป็นกังวล อยู่บ้างว่าอาจจะมีใครโจมตี คสช. ผมไม่อยู่ฝุายนั้นอยู่แล้ว แต่ว่าในเมื่อจะเอาอย่างนี้ก็ได้ ไม่เป็นไร ก็ยังมีความเห็นแย้ง ๆ อยู่บ้าง แต่ว่าไม่สงวนคําแปรญัตติ ถือว่าพอรับได้ ผมยังนั่ง ตัดสินใจอยู่ว่าพอเสร็จแล้วมันมีหลายส่วนที่ผมเห็นด้วย หลายส่วนที่ผมไม่เห็นด้วย ผมตัดสินใจด้วยตัวเองว่าผมเองกะว่าจะงดออกเสียง เพราะมีหลายส่วนที่เห็นว่าดี แต่หลายส่วนที่เห็นแย้งนะครับ ดังนั้นก็ออกกลางเสียในส่วนตัว นี่เป็นความเห็น เพราะฉะนั้น ในประเด็นผมอยากจะเรียนด้วยว่าเป็นปัญหาที่ท่านเสรีพูดแล้วก็คือว่า ขณะนี้เร่งรัดมาก เพราะว่า กกต. เสนอร่างมาแล้ว ๒ และกำลังเสนอตามมาอีก เรื่อง พ.ร.บ. กกต. เสนอมาแล้ว และขณะนี้ทราบว่ากําลังพิจารณาเรื่องวุฒิ วุฒิไม่เคยมีอยู่ก่อนเลย ยากมาก เรื่องนี้ เพราะว่าจะต้องไปมโนเอาหมดเลย เพราะว่าเดิมนี่เป็นวุฒิอีกแบบหนึ่งอยู่ในกฎหมาย เดิมมี ๓ ฉบับ นี่เป็น ๔ ฉบับ แล้วกำลังเสนอมา กรธ. ขณะนี้เวลาเร่งรัดมากเขาก็รออยู่ ผมก็เลยมีความเห็นว่าเรื่องนี้เป็นความจำเป็นที่ต้องรีบสรุป แล้วก็ส่งไปให้เร็ว และประเด็นอย่างที่กรรมาธิการพูดแล้วว่าส่วนใหญ่นี่นะครับเป็นเรื่องที่ผ่านสภานี้ไปแล้ว แต่พอตอนนั้นที่ผ่านผมเคยอภิปรายแล้วว่ารัฐธรรมนูญยังไม่ได้ออกมา พอรัฐธรรมนูญ ออกมาหลายส่วนที่มันขัดก็ต้องมานั่งเกล้า
แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งอยากจะเรียนท่านประธานว่า เรื่องนี้เป็นกฎหมาย ๔ ฉบับ ที่ท่านคำนูณเสนอเมื่อสักครู่นี้อยู่ในกฎหมายว่าด้วย กกต. ไม่ใช่อยู่ในเรื่อง การเลือกตั้งซึ่งกำลังจะมา ซึ่งทางกรรมาธิการจะเสนอตามมา ดังนั้นก็ขอเพียงแต่ว่า ถ้าเป็นแบบนี้ก็คือว่ามันยังมีกฎหมายตั้ง ๔ ฉบับที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ และเราจะพิจารณา ทีละฉบับตอนนี้เราทำเสร็จมา ๒ ฉบับ ดังนั้นไว้พูดในเรื่อง กกต. ก็ได้ แต่ผมย้ำอีกที ท่านคำนูณเสนออยู่ในร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยเรื่อง กกต. และอำนาจของ กกต. เรื่องการออก ใบต่าง ๆ ไม่ได้อยู่ในฉบับที่เราเสนอนะครับ ก็นำเรียนว่าเป็นความเห็นแย้งซึ่งมีอยู่นะครับ แล้วก็สามารถจะให้ความเห็นได้ ก็นำเรียนเพื่อโปรดทราบ แต่ว่าเป็นภาระที่ว่าถ้าเราเสนอ ช้าไปจะมีปัญหาจริง ๆ ครับ นำเรียนครับ