เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือประเด็นการปฏิรูปการเลือกตั้ง ส.ส. โดยเน้นความสำคัญของการได้ผู้แทนที่ดีตามหลักประชาธิปไตย และเสนอให้ทบทวนบทบาทของ กกต. กับกระทรวงมหาดไทย พร้อมเสนอแนวคิดจัดตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งเฉพาะจังหวัดเพื่อเพิ่มความเป็นกลางและโปร่งใส รวมถึงเรียกร้องให้มีการยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการทุจริต ทั้งยังขออนุญาตหารือต่อเนื่องภายใต้เวลาที่กำหนด
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตนแ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณที่ท่านประธานได้กรุณาให้เวลาในการอภิปราย เรื่องประเด็นที่สำคัญต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเสนอโดยกรรมาธิการ ด้านการเมือง ก็คงเห็นด้วยกับทุกท่านที่ว่าเป็นเรื่องสำคัญ เป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งของ ระบบการปกครองประชาธิปไตยของเรา แล้วเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ได้มีความพยายาม ในการที่จะยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การจัดการเลือกตั้ง ส.ส. นั้นประสบความสำเร็จ ตามเปู้าหมายของรัฐธรรมนูญและของกฎหมายคือที่จะให้ได้คนดีเข้าสู่สภา เพราะฉะนั้น เราก็จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่จะมีผลบังคับใช้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ได้ให้ความสําคัญ ต่อการเลือกตั้ง ส.ส. บัญญัติไว้เพิ่มเติมในคุณสมบัติของการสมัครเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและข้อห้ามของผู้ที่ไม่ให้เข้ามาเป็น ส.ส. หรือดำรงตําแหน่งทางการเมืองอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างเข้มขั้นจนเรียกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงได้ตัดสิทธิในเรื่องต่าง ๆ ไว้มากมาย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็สอดคล้องกับการที่เรานําเสนอเรื่องประเด็นที่เราเห็นว่า สำคัญที่จะเสนอต่อรัฐบาลเพื่อเสนอต่อไปยัง กรธ. เข้าสู่กระบวนการที่จะยกร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่ผมได้อ่านแล้วก็อยากจะหยิบยกเป็นข้อ อภิปรายประมาณ ๓ เรื่องนั้น
ในเรื่องแรกก็คงเกี่ยวกับเรื่องการที่กรรมาธิการด้านการเมืองได้เสนอไว้ใน บททั่วไป ในข้อ ๖ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดหรือดำเนินการให้กระทรวงมหาดไทย จัดการเลือกตั้ง ถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ เห็นด้วยส่วนหนึ่ง แต่อยากจะปรับปรุงให้ครอบคลุม มากกว่านี้ เรื่องการที่เราให้ กกต. รับผิดชอบในการทั้งควบคุมและจัดการเลือกตั้งตั้งแต่ได้มี กกต. มาก็เป็นเรื่องที่พูดจากันมากว่า กกต. สามารถจัดการเลือกตั้งได้ดีมากน้อยเพียงใด แล้วถ้าจะปรับปรุงหลังจากที่ได้ทดลองมาแล้วตั้งเกือบ ๒๐ ปี มันจะทำให้การจัดการเลือกตั้ง ดีขึ้นหรือไม่ ทางด้านหนึ่งก็จะมีคนบอกว่าถึงแม้จะเปลี่ยนมาเป็น กกต. จัดการเลือกตั้ง เราก็ยังได้คนที่ไม่ดีเข้าสู่สภา มีการโกงกันทุกรูปแบบที่ กกต. ไม่สามารถจะจับได้ ยิ่ง กกต. ก็ไม่สามารถจะไปตรวจสอบเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ได้ เพราะว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่ตัวเองเป็นคนตั้งขึ้น อันนั้นก็เป็นแนวคิดของอีกฝั่งหนึ่งที่อยากจะแยกผู้ที่ควบคุมการเลือกตั้ง ผู้ที่ติดตามดู การจัดการเลือกตั้งออกจากผู้ที่จัดการเลือกตั้ง ทฤษฎีที่จะให้กระทรวงมหาดไทยเป็นคน จัดการเลือกตั้งนั้นก็มีการเสนอทั้งในมุมมองของอดีตที่ผ่านมาว่ากระทรวงมหาดไทยจัดการ เลือกตั้งมาตลอดตั้งแต่เรามีรัฐธรรมนูญมาจนกระทั่งมามี กกต. ทําไมเราถึงต้องมี กกต. ก็เพื่อให้มีคนที่เป็นกลางในความรู้สึก คือคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง คำว่า เป็นกลาง กับ ไม่เป็นกลาง ตรงนี้ไม่ใช่หมายความว่ากระทรวงมหาดไทยจะไม่มีความเป็นกลางในทางการเมือง แต่มีความหมายในประเด็นที่ว่าเราควรจะได้องค์แก้รอิสระซึ่งเป็นแนวคิดตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ให้มีผู้ที่เราสรรหาและเราเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ เชื่อมั่นในความซื่อสัตย์แสุจริต เข้ามาทำหน้าที่ในด้านต่าง ๆ รวมทั้งทำหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งด้วย จากนั้นก็พัฒนามา จนกระทั่งมี กกต. จังหวัด ดำเนินการในการจัดการเลือกตั้งต่าง ๆ ถามว่าการจัดการเลือกตั้ง โดย กกต. และโดยกระทรวงมหาดไทยมีความแตกต่างกันหรือไม่ ในส่วนหนึ่งก็มี ความแตกต่าง ถ้าเราไปดูพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ การเลือกตั้ง พ.ร.บ. กกต. จะเห็นว่า กกต. กลางเขาแต่งตั้ง กกต. จังหวัด จังหวัดละ ๕ คน ดำรงตำแหน่ง ๔ ปี ดำรงตำแหน่งได้วาระเดียว กกต. จังหวัดนี่แหละเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญ ในการจัดการเลือกตั้งในทุกระดับตั้งแต่ระดับชาติจนถึงระดับท้องถิ่น รวมถึงการออกเสียง ประชามติด้วย เพราะ กกต. จังหวัดจะมีอำนาจหน้าที่ทั้งเสนอแนะการแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งปัจจุบันนี้ก็จะมี ๓๕๐ เขต บางจังหวัดอาจจะมีเขตเดียว บางจังหวัดมีตั้ง ๘ เขต ๑๐ เขต นอกจากนั้น กกต. จังหวัดจะเป็นผู้เสนอในการแต่งตั้งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และคณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งก็มีอยู่ ๓๕๐ เขต บางจังหวัดเขตเดียว อย่างที่ผมเรียนแล้ว บางจังหวัดมีหลายเขต กกต. จังหวัดก็เป็นผู้เสนอแนะ เพราะ กกต. กลางจะไม่รู้จักหรอกครับว่าใครเป็นใคร และในแต่ละจังหวัดภายใต้ กกต. จังหวัดก็มี ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอยู่ คนเหล่านี้จะเป็นผู้ที่จะเสนอแนะการแต่งตั้ง คณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งประจำเขต จะเป็นเขตเดียวหรือหลายเขตในแต่ละจังหวัด ก็แล้วแต่ และคณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งประจำเขตเขาจะไปแต่งตั้งคณะกรรมการ ประจำหน่วย ท่านทราบไหมครับ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งมีอยู่กี่คน มีอยู่ ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน เพราะเรามีหน่วยเลือกตั้งประมาณเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ หน่วย เลือกตั้งทั่วประเทศ ใน ๓๕๐ เขตเลือกตั้ง คูณ ๑๐ เข้าไปก็จะเป็นประมาณเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนที่จะทําหน้าที่ในการดําเนินการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นที่เรามาถกเถียงกันว่า ใครจะเป็นคนจัดเลือกตั้งดีหรือไม่ดี นัยทั้งหมดมันอยู่ที่ว่าใครเป็นคนแต่งตั้งผู้มีส่วน ผู้มีสิทธิ หรือผู้มีอํานาจในการดําเนินการจัดการเลือกตั้ง ตรงนี้ละครับที่เราจะต้องมาดูว่าทําไมเราถึง บอกไม่ให้ กกต. จัด ให้กระทรวงมหาดไทยจัด ทำไมปี ๒๕๔๐ เขาบอกให้ กกต. จัด ความสําคัญมันอยู่ตรงที่ว่าใครเป็นคนแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการเลือกตั้งขึ้นมานะครับ ในระดับต่าง ๆ อย่างที่ผมเรียนคณะกรรมการจัดการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ๓๕๐ เขต แต่งตั้งโดยข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ กกต. จังหวัด ๕ คนนั้น ทีนี้ กกต. จังหวัดนี้ มาอย่างไร ก็มาจากการคัดเลือก มาจากการสรรหา และ กกต. ก็แต่งตั้ง ส่วนใหญ่ก็จะเป็น ผู้ที่มีชื่อเสียงในจังหวัดนั้น เป็นอดีตข้าราชการบ้าง เป็นข้าราชการบ้าง ซึ่งเราก็ไม่ได้เชื่อว่า เขาจะมีความเป็นกลางมากน้อยเพียงไร ถ้าเผื่อเราคิดจะไม่ให้เขาจัดการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นตรงนี้เมื่อตอนยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับของท่านอาจารย์แบวรศักดิ์ก็จึงเกิดแนวคิด ว่าเราตั้งเป็นคณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งขึ้นมาในแต่ละจังหวัด คณะกรรมการ ดำเนินการเลือกตั้งเรามองไปเฉพาะการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ส่วนการเลือกตั้งระดับอื่น ๆ นั้นก็ให้ กกต. จังหวัดซึ่งเราไม่ได้ยกเลิกดำเนินการต่อไปได้ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการ การเลือกตั้งก็สามารถตั้งขึ้นมาจากหลายภาคส่วน กกต. อาจจะเป็นส่วนหนึ่ง กกต. จังหวัด แล้วก็อาจจะมีข้าราชการที่ว่ามีตำแหน่งแห่งที่ ซึ่งท่านไม่ได้อยู่ประจำจังหวัดนั้น จังหวะที่ ท่านอยู่ท่านก็เข้ามาเป็นกรรมการ เพราะฉะนั้นท่านก็จะไม่ยึดโยงกับผู้คนในจังหวัดมากมาย แล้วก็มีภาคประชาสังคม ในข้อเสนอของกรรมาธิการการเมืองเสนอให้นักศึกษาเข้ามามีส่วน ซึ่งก็ไม่ขัดข้อง และคณะกรรมการดําเนินการเลือกตั้ง ส.ส. อาจจะมีสัก ๙ คน หรือ ๑๐ คน ประกอบด้วยหลายภาคส่วน พวกนี้จะมีบทบาทที่สำคัญคือ ควบคุมการเลือกตั้งในจังหวัดนั้น ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมตามที่กฎหมาย พ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กำหนดไว้ และเขาก็มีบทบาทสำคัญในการที่จะตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งต่าง ๆ ซึ่งมี ๓๕๐ เขต จากนั้นกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเราเชื่อว่าเป็นกลางก็จะไปตั้งกรรมการ ประจําหน่วยอีกเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นผมคิดว่านัยทั้งหมดของการที่ว่า ให้ใครเป็นคนจัดการเลือกตั้ง พอเราพูดไปว่ากระทรวงมหาดไทยอย่างเดียวก็มีเสียงที่ ไม่ตอบรับค่อนข้างเยอะ เพราะว่าไปมอบให้หน่วยงานหน่วยเดียว เราก็ต้องยอมรับว่า กระทรวงมหาดไทยก็อยู่ภายใต้การควบคุมของการเมือง เราไม่ได้มองการเมืองเฉพาะ ๕ ปีนี้ เราต้องมองว่ารัฐธรรมนูญนี้จะอยู่ไปยาว ๆ นะครับ หลาย ๆ สิบปี เพราะฉะนั้นกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ก็จะต้องนําไปบังคับใช้ในอนาคตด้วย เพราะฉะนั้นเราก็ไม่รู้ว่า ใครจะมาคุมกระทรวงมหาดไทย ใครจะเป็นรัฐบาล ก็เป็นที่ยอมรับกันว่าพรรครัฐบาลที่คุม รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยไปคุมการเลือกตั้ง การจัดการเลือกตั้ง ก็จะได้เปรียบ ในการจัดการเลือกตั้ง มีตัวอย่างเยอะแยะที่คนทั้ง ๑๐ คนในหน่วยเลือกตั้งอาจจะมี ความรู้สึก มีอุดมการณ์แค่วามคิดเดียวกันแล้วก็ไปช่วยเหลือผู้สมัครที่เป็นของฝุายอื่นได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นที่มาของว่าให้ใครจัดการเลือกตั้งดี ข้อเสนอของผมก็คือว่าผมเห็นด้วย ว่าให้ กกต. เป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) เป็นหลัก แล้วก็ควบคุมออกระเบียบต่าง ๆ รวมถึง ออกประกาศต่าง ๆ แล้วก็รวมถึงสืบสวนสอบสวน ประกาศผลการเลือกตั้งทั้งสิ้นเลย เว้นแต่ การตั้งคณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งของจังหวัดในการเลือกตั้ง ส.ส. นั้นให้เป็น การดำเนินการแต่งตั้งขึ้นมาเป็นคณะกรรมการอีกคณะหนึ่ง ประกอบด้วยองค์แประกอบซึ่งเรา อาจจะเขียนไว้เพิ่มเติมได้ นั่นก็เป็นข้อสังเกตเป็นเรื่องแรกนะครับ
ในเรื่องที่ ๒ ที่อยากจะเรียน ต่อไปก็ประเด็นสั้น ๆ แล้วนะครับ ใช้เวลา นิดเดียวครับท่านประธาน ท่านประธานยังให้เวลาอยู่ใช่ไหมครับ เห็นบอกว่าออดจะไม่กดแล้ว เผอิญได้ยินเสียงออด