อำนวย นิ่มมะโน หารือแผนปฏิรูประบบการสื่อสารและโทรคมนาคมเพื่อรองรับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยย้ำความสำคัญของการป้องกันล่วงหน้ามากกว่าการเยียวยาหลังเกิดเหตุ พร้อมเสนอให้บูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเตือนภัยล่วงหน้า
กราบขอบพระคุณครับ เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน สมาชิกลำดับ ๑๙๗ ก่อนอื่นต้องขอ กราบขอบพระคุณท่านประธานกรรมาธิการครับ แล้วก็ให้กำลังใจท่านด้วยที่ท่านป่วยและได้ เลื่อนเรื่องนี้มา ๑ อาทิตย์ ๑ สัปดาห์ที่ผ่านมาก็เลยเปิดโอกาสให้ผมได้มีเวลาศึกษาไปค้นคว้า และขออนุญาตที่จะมาแต่งเติมแผนการปฏิรูปแผนนี้นะครับ ชื่ออาจจะยาวหน่อย ปฏิรูประบบเครื่องมือด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม เพื่อสนับสนุนภารกิจป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย และประโยชน์สาธารณะ ชื่อยาวแต่ความหมายสั้นครับ ที่ผมบอกว่าสั้นนี่ สาธารณภัยไม่ว่าจะเป็นสาธารณภัยที่เป็นภัยธรรมชาติ หรือภัยที่มนุษย์สร้างขึ้น ภัยเหล่านี้ เราป้องกันได้ครับ ผมอ่านในรายงานแผนการปฏิรูปให้น้ำหนัก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เกือบทั้งหมด ไปในเรื่องของการบรรเทา การเยียวยาภายหลังจากภัยเกิด น้ำท่วมแล้ว แผ่นดินไหวแล้ว สึนามิเกิดแล้ว แล้วเข้าไปเยียวยาเข้าไปบรรเทาเท่ากับว่าเรายอมรับผลกรรม เรายอมรับ ความพ่ายแพ้ เราจะไม่สู้กับภัยเหล่านั้น ผมว่าตรงนั้นไม่ถูก ผมก็จะขออนุญาตเติมตรงนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติหรือภัยที่มนุษย์สร้างขึ้น ผมยืนยันครับว่าเราป้องกันได้ คำว่าป้องกันได้นี่ไม่ได้หมายความว่าป้องกันไม่ให้ไม่เกิดครับ ถ้าแผ่นดินมันจะไหว ภูเขาไฟ มันจะระเบิด เราคงป้องกันไม่ได้หรอกครับ แต่เราป้องกันได้คือป้องกันไม่ให้ประชาชน ต้องรับผลของภัยนั้น ๆ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างครับ ส่วนใหญ่ก็จะยกกันไปแล้ว แต่เพื่อความชัดเจนครับ ผมเองเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เมื่อคราวสึนามิปี ๒๕๔๗ เกิดแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดียใกล้เกาะสุมาตรา วัดความสั่นสะเทือนได้ ๙.๑ ถึง ๙.๓ ริกเตอร์ มันใช้เวลาเดินทางคลื่นยักษ์สูงประมาณ ๓๐ เมตร ไปยัง ๑๔ ประเทศ รวมทั้ง ประเทศไทยด้วย มาเยี่ยมภูเก็ตใช้เวลาเป็นชั่วโมงครับ ภูเก็ตขึ้นที่ไหนก่อนทราบไหมครับ เรื่องนี้ผมเขียนบทความครับ มาขึ้นที่ป่าตองครับ ขึ้นที่ป่าตองก่อนครับแล้วครึ่งชั่วโมง ให้หลังไปขึ้นที่เขาหลัก ก็แปลว่าถ้าป่าตองเตือนเขาหลัก เขาหลักจะไม่มีคนตายเลยครับ ขึ้นที่ป่าตองก่อนแต่ป่าตอง ตายน้อยกว่าเขาหลัก มันแปลกไหมครับ มันน่าสงสัยไหมครับ แล้วผมจะเล่าให้ท่านฟัง แล้วควรจะปรับในแผนนี้ครับ ที่ป่าตองครับ มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นคนหนึ่งครับ พอเห็นน้ำทะเล ลดลงไปประมาณครึ่งกิโลเมตร ปลาดิ้นครับ คนลงไปจับปลาเพราะไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น เปลือกโลกเคลื่อนตัวน้ำมันลงไปในแนวช่องเปลือกโลกน้ำทะเลเลยลดประมาณ ครึ่งกิโลเมตรครับ ลงไปจับปลาครับ ญี่ปุ่นคนนั้นเขารู้ครับเพราะบ้านเขาเกิดบ่อย สึนามิเป็น ภาษาญี่ปุ่นครับ เขาก็วิ่งตะโกนไล่ไปตามชายหาดว่าสึนามิ สึนามิ สึนามิ ไม่รู้เรื่องครับ เพราะเราไม่รู้จัก ฟังเพี้ยน ๆ เป็นขายกะปิกระมัง จนกระทั่งมีไกด์ (Guide) ครับ ไกด์ (Guide) คนไทยแปลภาษาญี่ปุ่นว่าจะเกิดคลื่นยักษ์ คนที่ไปจับปลาก็เลยวิ่งขึ้นเขาหมด เลยครับ รู้ว่าจะเกิดคลื่นยักษ์ที่ป่าตองเลยตายไม่มาก ครึ่งชั่วโมงให้หลังไปเขาหลัก เขาหลัก ตายมากกว่า ตายรวม ๑๔ ประเทศ ๒๓๐,๐๐๐ คนครับ ของเรา ๕,๐๐๐ กว่าคนนะครับ ฉะนั้นผมอยากจะให้มีไกด์ (Guide) ญี่ปุ่นอย่างนี้เยอะ กำลังจะแปลว่าเป็นการเตือนภัย ให้พ้นจากภัยที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่ไปบรรเทาหลังจากที่เขาได้รับภัยแล้ว กระผมมีรายละเอียด ที่จะนำเรียนเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งครับว่า ระบบที่เราสร้างขึ้นมานี่จะต้องเป็นระบบที่บูรณาการ ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมเป็นเจ้าภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเตือนภัยให้พ้นภัย ไม่พ้นมีภัยอยู่บ้าง ได้รับการบรรเทา ดังนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องมาครบครับ ต้องมาครบครับ เราไม่ใช่ ไปเน้นที่เครื่องมืออย่างเดียวครับ มีเครื่องมือแต่ไม่มีข้อมูลไปไม่รอดครับ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุทกศาสตร์ กรมชลประทานนี่ตัวอย่างนะครับ มีมากกว่านี้ครับ กรมประชาสัมพันธ์ กสทช. กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผมนำเรียนเรื่องให้เห็นถึงความล้มเหลวของข้อมูล สักนิดหนึ่งครับ เพราะมันเกิดขึ้นกับเราทั้งนั้น ปี ๒๕๕๔ ครับน้ำท่วมใหญ่ ถามว่าเรารู้ไหมครับ ว่าน้ำมาจากไหน ปริมาณน้ำเท่าไร น้ำไหลด้วยความเร็วเท่าไร มีทิศทางจะไปที่ไหนเรารู้หมด เราเห็นหมดครับ แต่จากการที่เราไม่นำข้อมูลมาเตือนภัยให้ประชาชนครับ มีแต่มาพูดว่าเอาอยู่ เอาอยู่ จนกระทั่งศูนย์บริหารจัดการน้ำท่วมครั้งนั้นโดนท่วมเองครับ ที่ดอนเมือง หนีกันไม่ทัน กูเอาอยู่ เพราะฉะนั้นในเมื่อผู้รับผิดชอบยังเอาไม่อยู่ ชาวบ้านถึงเดือดร้อนครับ ผมอยู่บางกรวยผมจมก่อนเพื่อน ผมแห้งทีหลังเพื่อน ๒ เดือนกว่าอย่างนี้เป็นต้น มาบอก ผมว่าเอาอยู่ผมก็เชื่อ ฉะนั้นในเรื่องของข้อมูลการเตือนภัยเป็นเรื่องจำเป็นสำคัญ อย่างยิ่งนะครับ ผมขออนุญาตที่จะยืนยันเรื่องนี้ครับว่าการป้องกันสำคัญกว่า มีพระบรมราโชวาท ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่าน ได้พระราชทานแนวทางไว้อย่างชัดเจนว่า เทียบเคียงนะครับ ไม่ตรงทีเดียวแต่เทียบเคียงกับ เรื่องนี้เลยครับ การจับผู้ร้ายนั้นไม่ถือเป็นความชอบ เป็นแต่นับว่าผู้นั้นได้กระทำการครบถ้วน แก่หน้าที่เท่านั้น แต่จะถือเป็นความชอบต่อเมื่อได้ปกครองป้องกันเหตุให้ชีวิตและทรัพย์สิน ของข้าแผ่นดินในท้องที่นั้นอยู่เย็นเป็นสุขสมควร พระองค์ท่านได้พระราชทานแนวทางนี้ไว้ว่า การป้องกันละครับสำคัญที่สุด ไม่ใช่ให้เกิดเหตุแล้วไปตามจับกัน ไม่ใช่ให้เกิดเหตุแล้วไปตามแก้กัน ดังนั้นในเรื่องของแผนการปฏิรูปเรื่องนี้ครับผมขออนุญาตที่จะยืนยันว่าจะต้องนำเรื่องของ ข้อมูลเพื่อนำไปป้องกันเหตุ เหตุป้องกันไม่ได้ก็ต้องให้ประชาชนรู้ล่วงหน้าเขาจะได้ หลบทัน ผมให้ดูตัวอย่างครับ ประเทศญี่ปุ่นครับ เราไปเที่ยวญี่ปุ่น กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น บอกว่าวันนี้ฝนจะตก ท่านเตรียมร่มไปได้เลยครับตกแน่ ตกแน่ครับ บอกว่าวันนี้ฝนไม่ตก ท่านไม่ต้องเอาร่มไปเลยครับ ชัวร์ (Sure) ครับ ของเราว่าอย่างไร ของเราบอกว่าเมื่อวานซืนนี้ ฝนตก วานนี้ฝนก็ตก เมื่อเช้านี้ฝนก็ตก แต่เย็นนี้กับพรุ่งนี้จะตกหรือไม่ ไม่ทราบ บอกทำไม ผมกำลังพูดว่าข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ ข้อมูลไม่ตรง ต้องพัฒนาศักยภาพของ ข้อมูลครับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นกรมอุทกศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น กรมอุตุนิยมวิทยา ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทานมันเกี่ยวกันทั้งนั้นละครับ เอามาบูรณาการ แล้วบริหารจัดการเรื่องข้อมูลก่อนนะครับ ตอนนี้เริ่มเป็นมืออาชีพครับผมควบคุมเวลาได้ครับ อีกนิดเดียวครับเป็นของฝากจากกรรมาธิการคณะของท่านเองครับ เรื่องนี้ผมไปนั่งคุยกับ พี่พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ครับ พลตำรวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ กรรมาธิการของคณะท่านครับว่า ถ้าสมมุติว่าเครือข่ายในการสื่อสารถูกทำลายจะโดยวินาศกรรม จะโดยธรรมชาติ จะโดยอะไรก็แล้วแต่ ท่านจะทำอย่างไร ท่านจะเอาที่ไหนเป็นเบส (Based) ท่านจะเอาที่ไหน เป็นศูนย์กลาง ขออนุญาตอาจจะเป็นความลับนิดหนึ่งนะครับ ถ้าบนบกถูกทำลาย เรามี เรือรบหลวงจักรีนฤเบศร์ถูกออกแบบมาเพื่อการนี้ครับ ใช้เป็นศูนย์กลางได้ ใช้เป็นเซ็นเตอร์ (Center) ได้ ในการที่จะเป็นแม่ข่าย ในการที่จะประสานงานเครือข่าย อันนี้ฝากไว้ในแผน ด้วยครับ กระผมขออนุญาตนำเรียนว่าการที่กระผมมานำเสนอในเรื่องเหล่านี้ทุกครั้ง ผมจะต้องทำการค้นคว้าในหลายมิติบวกกับจะต้องนำประสบการณ์ที่ผมผ่านการทำงานมา ผสมผสานกันแล้วนำมาแต่งเติมในแผนของการปฏิรูปในทุกแผนที่กระผมมีประสบการณ์ เหล่านั้น ก็เชื่อแน่ว่าคณะกรรมาธิการอาจจะนำข้อเสนอของกระผมไปปรับไว้ในแผนตามแต่ จะเห็นสมควร กราบขอบพระคุณครับ