สุวิระ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๔ · ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๙

สุวิระ ทรงเมตตา วิพากษ์ข้อเสนอการปฏิรูปการสื่อสารและโทรคมนาคมว่าครอบคลุมไม่เพียงพอ พร้อมเสนอให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการแห่งชาติที่มีอำนาจบูรณาการทุกหน่วยงานในช่วงวิกฤต เสริมด้วยระบบสื่อสารหลักและรองที่หลากหลายเพื่อการแจ้งเตือนประชาชนแบบเรียลไทม์ รวมถึงการจัดทำแผนเผชิญเหตุระดับชาติที่ชัดเจน มีการรายงานผลการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ลดความซ้ำซ้อนและรั่วไหล พร้อมผลักดันให้มีหมายเลขกลางสำหรับเหตุฉุกเฉินที่เชื่อมต่อทุกบริการได้อย่างรวดเร็ว และแยกศูนย์บริการตามประเภทการร้องเรียนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ

พลตำรวจโท สุวิระ ทรงเมตตา

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผม พลตำรวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สมาชิกลำดับที่ ๑๗๖ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชนที่ได้เสนอในเรื่องของ การปฏิรูประบบและเครื่องมือด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม เพื่อสนับสนุนการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยและประโยชน์สาธารณะ แต่ว่าพออ่านเนื้อหาของท่านแล้ว วิธีปฏิรูปของท่านในหน้า ๑๐ มีเพียงแค่ ๔ ข้อ รู้สึกว่าน้อยมากครับ เพียงแต่บอกว่า ดำเนินการติดตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์การปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ ลงวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๘ อันที่ ๒ ก็เรื่องนำแผนพัฒนาระบบดิจิทัล (Digital) ประเทศไทยระยะ ๓ ปี มาใช้โดยมุ่งเน้นแต่ละด้าน คือท่านเน้นเฉพาะเรื่องความถี่นะครับ ทีนี้จริง ๆ แล้วมันมี องค์ประกอบมากกว่านั้น แต่อาจจะเกินจากขอบเขตของคณะกรรมาธิการของท่าน ที่รับผิดชอบก็ได้นะครับ จะทำอย่างไรครับ อาจจะส่งไปถึงคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบ ราชการ อาจจะเป็นเจ้าของเรื่องนำนะครับ ผมขออนุญาตนำเสนอสิ่งที่อยากให้ท่านเพิ่มเติม ในประเด็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้นะครับ

เรื่องแรก เรื่องช่องทางการรับแจ้งเหตุ ประกอบด้วย ผู้แจ้งก็ควรจะมี ส่วนราชการแจ้งมาได้นะครับ ประชาชนแจ้งได้ และที่สำคัญอีกอันหนึ่งครับ ที่อยากให้มี ก็คือว่าเครื่องมือพิเศษต่าง ๆ เช่นทุ่นเตือนภัยพายุหรือสึนามิที่อยู่กลางทะเล ติดเครื่องมือ สื่อสารไว้หรือเครื่องมือพิเศษไว้เมื่อมีสัญญาณออกมาก็สามารถแจ้งเตือนเข้ามายังศูนย์ได้ โดยอัตโนมัติ อันนี้ก็ถือว่าเป็นการแจ้งเหตุได้โดยใช้เครื่องมือพิเศษนะครับ ส่วนช่องทาง การรับแจ้งนั้นในปัจจุบันนี้ยุคที่การสื่อสารมันทันสมัยสามารถแจ้งได้โดยโทรศัพท์พื้นฐานก็ได้ โดยโซเชียลมีเดีย (Social media) ก็ได้ หรือโดยโมบายแอปพลิเคชัน (Mobile application) ก็ได้ หรือโดยคลื่นวิทยุสื่อสารก็ได้นะครับ อยากให้เปิดช่องทางหลาย ๆ ช่องทางนะครับ

ประการที่ ๒ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญครับ อยากให้มีศูนย์เรียกว่าคอมมานด์ เซ็นเตอร์ (Command Center) หรือว่าศูนย์รับแจ้งเหตุหรือศูนย์กระจายข่าวและ ศูนย์สั่งการที่เป็นศูนย์ของชาติอย่างแท้จริง ซึ่งศูนย์นี้ผู้ที่เป็นผู้บริหารสูงสุดของศูนย์จะต้อง สามารถสั่งการได้ทุกกระทรวง ทบวง กรมของประเทศนะครับ ซึ่งผู้ที่เป็นหัวหน้าศูนย์นี้ อาจจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง สาเหตุที่เป็นอย่างนั้น ก็เพราะว่าเมื่อยามเกิดวิกฤตขึ้นจะต้องสามารถสั่งการบูรณาการความร่วมมือของ ทุกกระทรวงได้ แล้วก็อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ของทุกเหล่าทัพได้ รวมทั้งของสื่อสารต่าง ๆ เช่น ยกตัวอย่างโทรศัพท์พื้นฐานก็สามารถใช้ได้ โซเชียลมีเดีย (Social media) โมบาย แอปพลิเคชัน (Mobile application) ได้ ระบบออนไลน์ (Online) ได้ ซีซีทีวี (CCTV) ได้ วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video conference) ได้ ต่างสถานีและวิทยุโทรทัศน์ให้ยุติ การแพร่ภาพปกติมาเป็นแพร่ภาพข่าวเรื่องนี้ก็อาจจะทำได้นะครับถือว่าเป็นช่วงวิกฤต เพราะฉะนั้นผู้ที่อยู่ศูนย์นี้จะต้องมีอำนาจถึงขนาดนั้นนะครับ หรือถ้าไม่มีอำนาจก็ต้องเขียน ช่องทางว่าเปิดให้เขาใช้อำนาจพิเศษตรงนี้ได้นะครับ

ประการที่ ๓ การสื่อสารถึงลูกข่ายในการขับเคลื่อนการปฏิบัติจะต้องมีทั้ง เครือข่ายหลักและเครือข่ายรอง อุปกรณ์การสื่อสารหลัก อุปกรณ์การสื่อสารรอง จะมีคลื่นวิทยุอย่างเดียวไม่ได้ครับ คงจะต้องบอกไปด้วยว่าเครื่องมือสื่อสารอะไรบ้างที่ต้อง เอามาใช้นะครับ แล้วต้องอยู่ในงบประมาณด้วยนะครับ แล้วก็การสื่อสารถึงลูกข่ายในการ ขับเคลื่อนนั้นสถานีวิทยุโทรทัศน์ก็เป็นส่วนสำคัญครับ บางครั้งจะแจ้งเตือนประชาชน ทางเรามีข้อมูลจะแจ้งแต่ประชาชนไม่สามารถรับข้อมูลเราได้ เพราะฉะนั้นอาจจะต้องออก ทั้งสื่อวิทยุและโทรทัศน์ในขณะนั้นแบบเรียลไทม์ (Real time) ก็ได้นะครับ แล้วก็วิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ (Video conference) แล้วก็การสื่อสารพื้นฐานนะครับ

ประการที่ ๔ ครับ การรายงานผลการปฏิบัติและการช่วยเหลือจะต้องมีการ รายงานกลับเข้ามาที่ศูนย์ เพื่ออะไรครับ เพื่อประสานการปฏิบัติในการช่วยเหลือและ การส่งต่อ บางทีนี่นะครับผู้บาดเจ็บระดมกันไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งจนล้นโรงพยาบาล ก็ต้องมีส่งต่อไปที่อื่น เพราะฉะนั้นก็ต้องมีประสานการส่งต่อ หรือช่วยลดการซ้ำซ้อน บางที การช่วยเหลืออย่างหนึ่งที่บอกว่าขาด พอไปถึงกลายเป็นเกิน ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ น้ำท่วมใหญ่ ปรากฏว่ามีการประชาสัมพันธ์ทางสื่อโทรทัศน์ว่าขาดอาหารครับ ทุกคนก็แห่เอาข้าวผัด ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ เอาไปให้เป็นหลายคันรถเลยครับ ท้ายที่สุดทุกคนก็เอาไปให้ เหมือนกัน แล้วท้ายที่สุดก็เน่าเสีย อันนี้ครับ แต่ถ้าเรามีระบบการรายงานผลการปฏิบัติมา ที่ศูนย์อย่างเรียลไทม์ (Real time) ทันเหตุก็จะสามารถรู้ได้ทันทีว่าอะไรพอแล้ว อะไรยังขาดครับ

ประการที่ ๕ การช่วยเหลือเยียวยาและการฟื้นฟูหลังจากเกิดเหตุ เพื่อให้การ ช่วยเหลือนั้นกระทำการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบแล้วก็ไม่ซ้ำซ้อน แล้วก็ไม่ตกค้าง เหมือนกับ การช่วยน้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา ของบางอย่างนะครับน้ำแห้งจนปกติแล้วของยังอยู่ ที่ศูนย์รวมที่จะส่งไปช่วยเหลือเลยครับ หรือแม้กระทั่งงบประมาณบางคนก็บริจาคเงินไป เงินยังไม่ลงถึงผู้ที่เดือดร้อนเลยครับ จนกระทั่งน้ำแห้งเป็นปกติแล้ว แล้วก็มีปัญหาการรั่วไหลกัน มีปัญหากันภายหลังอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นตรงนี้จะต้องมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบครับ

ประการที่ ๖ คงจะต้องมีการซักซ้อมแผนปฏิบัติการเผชิญเหตุนะครับ เป็นระยะ ๆ เพราะขณะนี้ผมเห็นด้วยนะครับ ท่านที่อภิปรายไปก่อน ๆ บอกว่ายังไม่มี การซ้อมแผนเผชิญเหตุในด้านวิกฤตต่าง ๆ ของชาติ แล้วก็ยังไม่มีแผนนะครับ ที่เป็นรูปธรรม เวลาเกิดเหตุวิกฤตใหญ่ ๆ ขึ้นมานี่ก็สั่งกันทำโดยอัตโนมัติวุ่นวายนะครับ ไม่มีใครที่เป็น คอมมานด์ (Command) อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าระเบียบจะมีนะครับว่า ในจังหวัดนั้นให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้า แต่ถึงเวลาจริง ๆ ถ้ามันเกิดข้ามมา ๑ จังหวัดขึ้นล่ะครับ มันก็ยังไม่ชัดเจนนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากให้มีแผนปฏิบัติการ ระดับชาติให้ชัดเจนนะครับ โดยการออกเป็นซีพีเอกซ์ (CPX) ก็คือ คอมมานด์ โพสต์ เอกซ์เซอร์ไซส์ (Command Post Exercise) หรือเรียกว่า การแก้ไขปัญหาที่บังคับการ ออกมาก่อน ก็จะกลายเป็นแผนชาติออกมานะครับเป็นแผนแก้วิกฤตของชาติ สมมุติยกตัวอย่างนะครับ เมื่อมีสึนามิเกิดขึ้นนี่แต่ละหน่วยจะต้องทำอย่างไรบ้างออกเป็นแผน พอออกเป็นแผนเสร็จแล้วต่อไปก็ต้องมีการฝึกการบริหารวิกฤตระดับชาติ โดยเอาแผนนั้น มาฝึกปฏิบัติ เรียกว่า ไครซิส แมเนจเมนต์ เอกซ์เซอร์ไซส์ (Crisis Management Exercise) หรือเรียกว่าซีเมกซ์ (CMEX) นั่นเองครับ ฝึกจำลองสถานการณ์จริงแล้วจะรู้ว่าเมื่อเกิด เหตุจริงแล้วนี่มันจะบกพร่องอะไร ก็ปรับปรุงแผนแล้วเอาแผนนั้นไปใช้ในยามจริงต่อไป เพราะเวลาเกิดเหตุจริงแล้วนั้นจะเกิดความสับสนวุ่นวาย ถ้าไม่เคยมีการฝึกกันมาก่อน นะครับ ซึ่งในศูนย์คอมมานด์โพสต์ (Command Post) หรือว่าศูนย์สั่งการที่ท่านเสนอมานี้ ผมอยากให้มีฝ่ายต่าง ๆ สัก ๗ ฝ่ายดังนี้นะครับ ฝ่ายแรกคือฝ่ายกำลังพล ซึ่งทำหน้าที่ว่า เมื่อเกิดเหตุวิกฤตขึ้นจะมีการระดมสรรพกำลังที่จะไปช่วยเหลือจากหน่วยไหนบ้าง และมีปริมาณกี่คน จำนวนเท่าไรนี่นะครับ ต้องมีการระดม ฝ่ายที่ ๒ คือฝ่ายข่าว ฝ่ายข่าวนั้น คือฝ่ายข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลข่าวสารนั้นรวมถึงข้อมูลข่าวสารของดินฟ้าอากาศ ภูมิประเทศ ว่าขณะนี้ภัยมาถึงไหนแล้ว ต้องเป็นข้อมูลข่าวสาร ฝ่ายข่าวเป็นคนรวบรวมนะครับ ฝ่ายที่ ๓ คือฝ่ายนโยบายและแผน คงจะต้องออกแผนรองรับเมื่อมีข่าวมาแล้วรู้แล้ว สมมุติว่าน้ำท่วมหนัก สมมุติเขื่อนแตกก็แล้วกันนะครับ มีข่าวออกมาแล้วว่าเขื่อนจะแตก ปริมาณน้ำไหลมาเท่าไรแล้วเขาจะรู้เลยครับว่ามันจะท่วมจากไหนมาบ้าง เมื่อรู้เสร็จแล้ว ฝ่ายแผนต้องออกแผนรองรับเลยครับต้องทำอย่างไรบ้าง เมื่อออกแผนรองรับเสร็จ ฝ่ายส่งกำลังบำรุงฝ่ายที่ ๔ จะต้องส่งเฮลิคอปเตอร์จะต้องส่งรถ ส่งเรือ ส่งอะไรไปช่วยขนคน หรือช่วยบรรเทาเหตุอย่างไรบ้าง นี่ครับฝ่ายส่งกำลังบำรุง ฝ่ายที่ ๕ ครับ ฝ่ายกิจการพลเรือน หรือฝ่ายฟื้นฟูและฝ่ายประชาสัมพันธ์ เมื่อหลังจากเหตุมันผ่านไปแล้วนั้นจะต้องมีการฟื้นฟู มีการช่วยเหลือเยียวยาอย่างไรบ้างก็ต้องทำเป็นระบบ และฝ่ายที่ ๖ คือฝ่ายการสื่อสาร ก็คงจะต้องรับผิดชอบในการสื่อสาร จัดเครือข่ายระบบการสื่อสาร ที่ท่านพูดมาทั้งหมดนี้นะครับ ที่ท่านเสนอมานี้คงจะเกี่ยวข้องกับฝ่ายที่ ๖ ฝ่ายเดียวเอง ที่จริงแล้วผมอยากให้ดำเนินการ ในรูปองค์รวมและเกี่ยวข้องทั้งหมดในทุกฝ่ายนะครับ และที่สำคัญคือฝ่ายที่ ๗ ครับ ฝ่ายกฎหมาย เวลาจะออกคำสั่งปฏิบัติการใด ๆ คำสั่งนั้นจะต้องชอบด้วยกฎหมาย ไม่ไปละเมิดสิทธิคนอื่น อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นก่อนออกคำสั่งทุกคำสั่งจะต้องดู ข้อกฎหมายด้วย เพราะฉะนั้นควรจะมีทั้ง ๗ ฝ่ายอย่างนี้ ทีนี้ผมขออนุญาตนำเสนอนะครับว่า เพราะว่าท่านพูดถึงเรื่องระบบแจ้งเหตุหมายเลขเดียวด้วยนะครับ ผมอยากจะให้ท่านเป็น ข้อมูลไว้นะครับว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ขออนุญาตเวลาสักเล็กน้อยนะครับ

อันดับแรกขอมาดูจากภาพถ่ายนะครับว่า หมายเลขโทรศัพท์ในโลกนี้แจ้งเหตุ ฉุกเฉินเขาใช้เบอร์อะไรกันบ้าง ท่านดูแผนที่ข้างบนนะครับ หมายเลขข้างบนที่เห็นเป็น อเมริกาเหนือทั้งทวีปอเมริกาเขาใช้ ไนน์ วัน วัน (Nine One One) คือ ๙๑๑ ครับ ส่วนที่เหลือ ในทุกภูมิภาคในโลกนั้นไม่ได้ใช้ ๙๑๑ ครับ ใช้เลขอื่นกันหลายอย่างครับ ๙๑๙ เหมือนเรา หรือว่า ๙๙๑ หรือว่าตัวเลขอื่นนั้นก็จะเห็นแต่ละภูมิภาคก็แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้น ไม่มีหมายเลขเดียวทั้งโลกนะครับ ส่วนของเรานั้นจะใช้หมายเลข ๙๑๑ หรือ ๙๑๙ หรืออะไร ก็แล้วแต่นะครับไม่เป็นไร แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเลขเดียวกันนะครับ ถึงแม้ว่าจะคนละเลข แต่ถึงเวลาแล้วบอกว่าให้เข้าไปเลขเดียวกันเพราะระบบมันทำได้ มันแก้ได้ ก็สามารถ ประยุกต์ได้ เพราะฉะนั้นเลขเดียวไม่ใช่ปัญหานะครับ แล้วผมก็มีข้อคิดเห็น อีกอย่างหนึ่ง ฝากท่านพิจารณานะครับ เป็นประโยชน์มากก็คือว่าเดิมนั้นผมใช้รวม ๑๙๑ แล้วทุกอย่าง แจ้งไปที่ ๑๙๑ ผมจะมีปัญหาครับ เพราะว่าบางส่วนนั้นแค่ขอใช้บริการบางส่วนแจ้ง เหตุด่วนเหตุร้าย เลยทำให้สายที่แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายไม่สามารถเข้ามาได้ทัน เพราะต้อง รอหลายกริ๊งแล้วก็วางไปในที่สุด เพราะฉะนั้นตรงนี้พอตอนหลังมาผมแยกการให้บริการ ไปอีกส่วนหนึ่งเลย แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายมาอีกส่วน ทำให้สายที่เรียกเข้ามาแล้วหลุดไป มีลดลงครับ เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นข้อคิดอันหนึ่งว่า สมมุติว่าใครเขารู้แน่แล้วว่าเขาแจ้งเหตุ ด่วนเหตุร้ายขอความช่วยเหลือตำรวจกดมาเลย ๑๙๑ ถ้าจะแจ้งเหตุเจ็บป่วยต้องการ รถพยาบาลด่วนกดไปเลยหมายเลขอะไรถ้าเขารู้ แต่ถ้าเขาไม่ทราบไม่เป็นไร แจ้งมาที่ ไนน์ วัน วัน (Nine One One) ๙๑๑ ก็ได้ อยากให้มีออปชัน (Option) นะครับ จะได้ไม่ต้อง เสียเวลาทรานสเฟอร์ (Transfer) เพราะถ้าแจ้งมาที่ศูนย์รวม ๙๑๑ แล้วเสียเวลาในการ โอนสายไปนี่อีกประมาณ ๔-๕ วินาทีในการรับเรื่อง และกว่าจะโอนออกกว่าปลายทางจะรับ อีกประมาณ ๔-๕ วินาที รวมแล้วร่วม ๓๐ วินาที เพราะฉะนั้นตรงนี้มันอาจจะทำให้เกิด ความเสียหายเกิดขึ้นครับ เป็นข้อคิดนะครับ ขออนุญาตนำเสนอท่านนะครับ ภาพที่ผมใช้ ให้บริการอยู่ขณะนี้ของตำรวจนะครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปนะครับ จะเห็นว่าเมื่อมีประชาชน แจ้งเหตุตามภาพนี้นะครับผ่าน ๑๙๑ นั้น ก็จะผ่านเข้าสู่ระบบคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ภายใน ๔ วินาทีจะมีคนรับนะครับ พอรับเสร็จเรียบร้อยแล้วนี่นะครับ ถ้าเป็นเหตุด่วนที่ จะต้องกระจายไปปฏิบัติยังศูนย์ต่าง ๆ จะมีเข้าไปที่ดิสแพตเชอร์ (Dispatcher) คือศูนย์วิทยุ ทันทีภายในวินาทีนั้นนะครับ พอเข้าไปศูนย์วิทยุแล้วนี่ในศูนย์วิทยุจะดูว่าเรื่องนี้ต้องกระจาย ทั้งกรุงเทพมหานครเลยหรือเปล่า หรือกระจายไปที่กองบังคับการใดกองบังคับการหนึ่ง ก็จะกดคีย์ (Key) สั่งการทันที จะสั่งแบบรวมก็ได้ สั่งแบบแยก บก. ก็ได้ เสร็จแล้วจาก บก. ก็แยกเป็นพื้นที่รับอีกแต่ละโรงพัก พอโรงพักได้รับทราบก็จะไปถึงที่เกิดเหตุ ในเมืองเขา กำหนดไว้ ๓-๕ นาที ในชุมชน ๕-๑๐ นาที และพื้นที่ชั้นนอก ๑๐-๑๕ นาทีไปถึงที่เกิดเหตุ เมื่อดิสแพตช์ (Dispatch) หรือว่าศูนย์วิทยุนี่นะครับได้รับข้อมูลเสร็จแล้ว เขาจะกระจาย ข่าวนั้นไปยังหน่วยกู้ภัยทันที ไปยังดับเพลิงทันที ไปยังสายตรวจ ๑๙๑ ทันที เพราะฉะนั้น มันจะเป็นแบบเวลาคล้าย ๆ จะเรียลไทม์ (Real time) ต่างกันนิดหน่อยนะครับ แต่ถ้าอีกกรณีหนึ่งครับ กรณีรถพยาบาลมีผู้ป่วยในรถก็แจ้งเหตุมาที่ศูนย์ผ่านฟ้าคือศูนย์ของ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ศูนย์ผ่านฟ้าได้รับข้อมูลปุ๊บจะแจ้งให้ บก. ๐๒ คือเจ้าหน้าที่ ตำรวจที่คุมสัญญาณไฟทั้งหมดเปิดสัญญาณไฟเขียวให้รถพยาบาลไปถึงจุดหมายปลายทางได้ เร็วที่สุด อันนั้นก็เป็นการประสานงานกัน แต่ถ้าเป็นกรณีที่มีเหตุที่ต้องสกัดจับด้วย มีเหตุต้อง ขอความช่วยเหลือด่วนด้วยก็จะไปยังศูนย์วิทยุที่กระจายไปยังศูนย์ปฏิบัติต่าง ๆ อันนี้เป็น การปฏิบัติงานอยู่ในขณะนี้นะครับ อันนั้นก็ขอเรียนท่านว่าศูนย์ของท่านที่ว่านั้นที่สามารถจะ กระจายการทำงานอย่างนี้ได้ก็จะเป็นประโยชน์มากครับ

ทีนี้มาดูนะครับว่าแต่เดิมผมเอา ๑๙๑ และทุกอย่างมารวมกันเกิดอะไรขึ้น นะครับ ขออนุญาตท่านดูในสไลด์ (Slide) ต่อไปนะครับว่าในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้เอง มีสายเข้ามาที่ ๑๙๑ ทั้งสิ้น ๒๗๔,๔๓๘ สายนะครับ เป็นขอความช่วยเหลือจริง ๆ เรื่อง ลักทรัพย์ นักเรียนตีกัน ทะเลาะวิวาทและกู้ภัย ๑,๒๗๘ สาย คิดเป็น ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ มาดูครับที่เยอะที่สุด งานบริการครับ ๑๙๔,๘๕๕ สาย คิดเป็น ๗๑ เปอร์เซ็นต์เลยครับ ผมเรียงลำดับมากไปหาน้อยนะครับ สอบถามด้านข้อกฎหมายมากที่สุด สอบถามการจราจร รองลงมา สอบถามเส้นทางอันดับ ๓ สอบถามไฟฟ้าดับอันดับ ๔ มีปัญหาครอบครัวอันดับ ๕ สอบถามหมายเลขโทรศัพท์อันดับ ๖ ครับ มาดูนะครับ สิ่งที่ไม่คาดคิดนะครับ และผมมั่นใจ ว่าทุกศูนย์จะมีครับ โทรเล่น โทรก่อกวนครับ ๕,๕๑๗ สาย คิดเป็น ๒ เปอร์เซ็นต์ครับ ซึ่งตรงนี้มีการดำเนินคดีอาญาไปแล้วนะครับ สายที่ไม่ได้รับสมัยก่อนนั้นมีถึง ๔๗,๓๖๗ สาย นะครับ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าเข้ามาแล้วมีคนมาใช้บริการถามงานบริการและใช้เวลานาน รออยู่ ตอนหลังเราเปลี่ยนครับ ถ้าถามบริการเราโอนออกทันทีเลยให้ไปคู่สายที่ตอบบริการ จึงทำให้ ๑๙๑ มีช่องว่างเหลือ เลยทำให้สายที่โทรเข้ามาแล้วไม่สามารถรับได้ทันทีนั้น เหลือเพียงแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ก็คือเหลือแค่ ๗,๐๐๐ จาก ๔๗,๐๐๐ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เรียนท่านว่าถ้าท่านเอาทุกอย่างมารวมไว้ที่ศูนย์ท่านจะเจอปัญหาแบบนี้ แต่ถ้าท่าน แยกไปเป็นส่วน ๆ ได้จะทำให้เกิดการคล่องตัวในการประสานงานและการรับเรื่อง มากยิ่งขึ้นครับ และนอกเหนือจากนั้นมีการแจ้งเบาะแสถึง ๒๕,๔๒๑ สายนะครับ หรือเป็น ๙ เปอร์เซ็นต์ เป็นยาเสพติดมากที่สุดครับ ๖๗๕ ครั้ง การพนัน ๗๕๓ ครั้ง สถานบริการเปิด เกินเวลา ๙๓ ครั้ง และแข่งรถมากเหมือนกันนะครับ ๖๓๖ ครั้ง เหตุอื่น ๆ ๒๓,๒๖๔ ครั้ง นั่นเป็นข้อมูลท่านเพื่อประกอบการพิจารณาในการที่จะใช้หมายเลขเดียวครับ ผมขอนำเสนอ เพื่อประกอบการพิจารณาเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ