อลงกรณ์ พลบุตร ได้อภิปรายเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจำแนกประเภทภัยพิบัติให้ชัดเจนเพื่อการตอบสนองที่เหมาะสม พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการสื่อสารทั้งในระดับประชาชนและภาครัฐ รวมถึงกลไกการแจ้งเตือนและข้อมูลที่ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยยกตัวอย่างกรณีสึนามิเพื่อชี้ให้เห็นช่องว่างในการประสานงานและบริหารจัดการข้อมูล พร้อมเรียกร้องให้มีการชี้แจงเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่พังงา และเสนอให้ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินำเสนอข้อมูลประกอบเพื่อความโปร่งใสและเข้าใจร่วมกัน
ต่อไปขอเชิญคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ครับ
คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ : เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศและท่านสมาชิกค่ะ สืบเนื่องจากมีการพูดเรื่องนี้แล้วก็พาดพิงมาอยู่มาก ๆ หลายคน นะคะ ก็คงเป็นประเด็นที่จะเรียนถามเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่สมบูรณ์ แล้วก็ตอบในฐานะ ที่เป็นผู้ปฏิบัติงาน จากการที่อ่านก็ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าอันนี้เป็นการเสนอเพื่อแก้ปัญหา ณ จุดใดที่ชัดนะคะ จากสถานการณ์ภัยพิบัติภาษาอังกฤษที่เราเรียกว่าดิสแอสเตอร์ (Disaster) มันถูกแบ่งออกเป็นคร่าว ๆ ๔ ประเภท ตัวนี้ตอบประเภทใด ประเภทที่ ๑ คือภัยธรรมชาติ ประเภทที่ ๒ คือภัยทางเทคโนโลยี เช่น ไฟไหม้ รถแก๊สคว่ำ อะไรประมาณนี้ ประเภทที่ ๓ คือเป็นเรื่องการก่อการร้าย ประเภทที่ ๔ เป็นสงคราม สิ่งนี้ตอบโจทย์ทั้งหมด ใช่หรือไม่นะคะ
ประเด็นถัดมาก็คือสิ่งที่เป็นปัญหาในการสื่อสารเราก็ต้องเข้าใจช่วงเวลาของ ภัยพิบัติค่ะ ภัยพิบัติมันถูกแบ่งออกเป็น ๕ ช่วง ช่วงแรกคือช่วงเตรียมตัว แต่ช่วงที่วิกฤตที่สุด ก็คือช่วงที่กำลังเกิดภัยพิบัติที่เรียกว่าช่วงแอตแท็ก (Attack) กับช่วงอิมมีเดียตแอตแท็ก (Immediate attack) คือประมาณ ๓ วัน ส่วนใหญ่การสื่อสารที่มีปัญหามาก ๆ อยู่ใน ๒ ช่วงนี้ แต่เป็นการสื่อสารจากล่างสู่บน บนลงล่างในการแก้ปัญหา อย่างเช่นในกรณีที่เกิด ภัยพิบัติสึนามิหรืออีกหลาย ๆ ครั้งมันเกิดจากการใช้โทรศัพท์ของแต่ละคนมันใช้ไม่ได้ ซึ่งได้ ทราบในเชิงเทคนิคเนื่องจากไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ว่ามันเกิดจากประเด็นคือโทรศัพท์ มันแจม (Jam) เนื่องจากเราใช้เครือข่ายบางอันมากไป เพราะว่าบางเครือข่ายมันกลับใช้ได้ แล้วก็คนที่เข้ามาแก้ในตอนสึนามินั้นก็คือแคท (CAT) ที่เข้ามาเดินสายโทรศัพท์แบบมีสายให้ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าอันนี้แก้ท่อนใดค่ะ ปัญหาในช่วงภัยพิบัติอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องของการ ต้องการข้อมูลข่าวสารซึ่งเป็นเรื่องการสื่อสารก็คือการสื่อสารมาถึงประชาชน ซึ่งเป็นที่ แน่นอนว่ารัฐมักจะกรองข้อมูลเพื่อป้องกันการตื่นตระหนก สุดท้ายก็ไม่รู้ เช่นเมื่อวานมีการ นั่งคุยกัน มีคนตั้งคำถามว่าน้ำที่เชียงใหม่ที่มันแตกมาเมื่อคืนนี้ ที่มันถล่มลงมาที่น้ำตก มันจะ ถึงแถบจังหวัดนนทบุรีวันไหน ไม่มีใครตอบได้ พูดง่าย ๆ มันก็คือการสื่อสารขาลงมาสู่ภาค ประชาชน ดังนั้นในส่วนที่อยากจะฝากไว้คือเพื่อให้เกิดความชัดเจน เพราะว่าเอกสารอันนี้ ไม่ได้พูดให้ชัดว่าสิ่งที่ทำนี้ใครได้ อย่างแรกเลยประชาชนจะเอาไว้แจ้ง แล้วจะแจ้งอย่างไร เพราะที่ผ่านมาก็คือพอเราแจ้งเขาก็จะบอกว่าไม่ใช่เบอร์นี้ ต้องไปทีมโน้น ประมาณอย่างนี้ ใช่ไหมคะ หรือถ้าแจ้งไปที่เดียวกัน คำถามก็คือว่าผู้รับแจ้งหรือหน่วยที่จะรับแจ้งมันก็ยังเป็น หน่วยที่อยู่ในระบบก็คือไม่ กสทช. ก็เป็นกระทรวงไอซีที (ICT) ประเด็นก็คือทั้ง ๒ หน่วยรับ ประเภทสถานการณ์ภัยพิบัติทั้ง ๔ ได้ไหม แล้วสุดท้ายมันก็จะไปถาม มันเหมือนกับแจ้งไปแล้ว จะถามกลับมาก็อาจจะไม่ได้ข้อมูลจากหน่วยนั้น ประเภทที่ ๒ ก็คือเจ้าหน้าที่แจ้งไปค่ะ โดยหลักส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่แจ้งไปเราถูกระบบราชการกำหนดว่าหน่วยใครหน่วยมัน กระทรวงมหาดไทยก็ต้องแจ้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรมก็แจ้งกระทรวงยุติธรรม สมมุติว่าแจ้งข้ามหน่วยจะเกิดอะไรขึ้นไหม มันไม่เห็นอยู่ในนี้ว่าจะให้ทำอย่างไร และส่วนที่ ๓ กลับมาก็คือระบบนี้ช่วยอะไรไหมในการที่สื่อสารลงสู่เจ้าหน้าที่และสู่ผู้ปฎิบัติ เพื่อให้เข้าถึงซึ่งข้อมูล ฝนที่ตกขนาดหนักในกรุงเทพมหานครไม่มีใครอาจทราบได้เลยว่า ถนนพหลโยธินช่วงไหนจะท่วมแน่นอน พูดง่าย ๆ ก็คือว่ามันมีข้อมูลข่าวสารซึ่งเป็น ทูเวย์ (Two way) เพราะฉะนั้นท้ายที่สุดก็คงอยากจะให้ท่านได้เติมข้อมูลให้ครบว่า กระบวนการนำเสนอตัวนี้แก้ ณ จุดใด ประชาชนจะได้อะไรในสถานการณ์ภัยพิบัติ แต่สิ่งที่ เราไม่เห็นค่ะ ใครคือผู้เอาข้อมูลนี้ไปใช้ แน่นอนมีบรอดแบนด์ (Broadband) แต่แล้วอย่างไร ข้อมูลนี้ไปอยู่ที่ใคร แล้วคนเหล่านั้นเขาจะแชร์กลับมาไหม ณ วันนี้คนไทยยังโชคดี ที่มีสื่อนะคะ ซึ่งแม้อาจจะเสนอข้อมูลหลากหลายด้าน แต่สื่อจะเสนอเรื่องนี้เร็วมาก เหมือนอย่างเช่นแผ่นดินไหวที่ไม่มีใครพูดถึงเลย คือแผ่นดินไหวเมื่อคืนนี้ที่จังหวัดเชียงราย ตื้นด้วย อย่างนี้เป็นต้น อันนี้ก็คืออยากจะฝากเติมเต็มเพื่อให้ข้อมูลมันชัดเจนสำหรับ การเสนอ เพราะมันจะไปติดที่วิป (Whip) อีกค่ะ ขอบพระคุณ
คุณหญิงจะช่วยเล่าประสบการณ์จริงตอนสึนามิหน่อยได้ไหมครับ
คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ : ก็ต้องเรียนว่าตอนลงไปเห็นข่าวทีวี (TV) ข่าวทีวี (TV) บอกว่ามีตายที่ภูเก็ต ๕๐๐ ศพ ธรรมชาติของเราคือพอรู้ว่ามีศพมากนี่ สถาบัน นิติวิทยาศาสตร์พร้อมอยู่แล้ว ก็เลยติดต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสมัยนั้นคือ ท่านพงศ์เทพ ติดต่อเครื่องบินซี-๑๓๐ (C-130) จากเพื่อน วปอ. แล้วก็ลงไปที่ภูเก็ต ทราบว่า ไม่มีใครรู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งมีพลเรือโทหรือใครสักคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ที่พังงา มากระซิบว่าพังงาหนักมากสูญเสียเป็นพัน ๆ เขาก็ไปขออนุญาตท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นว่าขอให้แบ่งทีมไปได้ไหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้นก็เลยขอให้ทีมสถาบันนิติวิทยาศาสตร์แบ่งไปพังงาก็มีไป ๓ คน นอกนั้นจะอยู่ ภูเก็ตทั้งหมด สิ่งที่เราทราบก็คือว่าติดต่อโทรศัพท์ไม่ได้ตลอดเวลาจำเป็นจะต้องโทรใช้ เครือข่ายจริง ๆ แล้วคือ ณ เวลานั้นคือดีแทค (DTAC) ใครมีโทรศัพท์อันนี้ก็คือโทรออก นอกพื้นที่ เมื่อเราไปถึงพื้นที่ที่ปฏิบัติงาน สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ก็คือโทรศัพท์ค่ะ คือสื่อสารไม่ได้เลยสักอย่างเดียวไม่ว่าจะโทรหาใคร โทรศัพท์มีสายก็ล่มหมดเพราะคลื่นพัด สายขาดหมด โทรศัพท์ที่เป็นมือถือก็โทรไม่ได้เพราะส่วนใหญ่เราจะใช้เครือข่ายเดียวกัน ณ เวลานั้นก็เป็นเอไอเอส (AIS) นะคะ ก็จะแจม (Jam) เกลี้ยงเลย แล้วก็คนที่ยื่นมือเข้ามา คนแรกก็คงเป็นแคท (CAT) ณ เวลานั้นซึ่งพอเขาได้ยินออกสื่อเขาก็มาช่วย ก็คงเป็นสั้น ๆ ค่ะ แต่ว่าในเรื่องการรายงานข้อมูลซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ค่ะ เราพบว่ามีการแจ้งข้อมูลแล้วมันคลีน (Clean) ข้อมูลไม่ได้ คนหายเพียง ๕ คนอาจจะกลายเป็นคนหาย ๑๕ คน เพราะว่าเขาแจ้ง เข้าไปในหลาย ๆ จุด เพราะฉะนั้นกระบวนการที่ท่านเสนอเป็นแค่วิธีส่งหรือวิธีสื่อสาร แต่ว่า เราไม่ได้ฟังว่าแล้วใครจะเป็นคนที่บริหารจัดการข้อมูล ก็คงสรุปสั้น ๆ ให้ท่านฟัง ขอบพระคุณค่ะ
ตอนกรรมาธิการชี้แจงอาจจะรบกวนท่าน พลเรือเอก ยุทธนานะครับ ช่วยต่อเติมเต็มในส่วนเหตุการณ์ที่ทางพังงาด้วย มันจะได้เห็นช่องโหว่ช่องว่าง ท่านสุดท้าย นะครับขอเชิญท่าน พลตำรวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติครับ ท่านขออนุญาตใช้เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ผมอนุญาตแล้วนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))