เลิศรัตน์ เสนอเพิ่มประสิทธิภาพเตือนภัยดิจิทัล-เดินหน้าบริหารจัดการภัยพิบัติ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๔ · ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๙

เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือการพัฒนาระบบเตือนภัยและการสื่อสารในภาวะภัยพิบัติ โดยเสนอให้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบสื่อสารไร้สายเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการแจ้งเตือนประชาชน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณและกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบชัดเจนภายใต้กรอบแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อให้การบริหารจัดการภัยพิบัติเป็นไปอย่างทันท่วงที ไม่ซ้ำซ้อน และสามารถฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้โอกาสในการอภิปรายแสดง ความคิดเห็นตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ อย่างเช่นที่ท่านสมาชิกทั้ง ๘ ท่านได้กรุณาให้ข้อสังเกต แล้วก็สนับสนุนแนวคิดในการที่จะ พัฒนาระบบการติดต่อสื่อสาร ระบบโทรคมนาคมเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นในประเทศของเรา ผมก็มีบางท่านพาดพิงในเหตุการณ์ที่ได้ไปมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ ที่เกือบทุกท่านได้พรรณนาถึงคือเรื่องภัยพิบัติจากคลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ คือเมื่อ ๑๑ ปีครึ่งที่แล้ว เพราะถ้านึกถึงภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในบ้านเราแล้วอันนั้นก็คงจะถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด แต่ที่จริงก็ยังมีภัยพิบัติอื่น ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นอัคคีภัยที่ไทยออยล์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ที่ปทุมธานีหรือว่าจะเป็นโคลนถล่มปิดหมู่บ้านในภาคเหนือตอนกลางแถวพิษณุโลก อุตรดิตถ์ต่าง ๆ ซึ่งเกิดขึ้นหลายครั้งในช่วง ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านได้พูด ในเรื่องของการเตรียมเผชิญภัย จะเรียกว่าสาธารณภัยหรือจะอุทกภัยก็แล้วแต่ ที่จริงสาธารณภัย มันก็รวมภัยทุกชนิดที่เกิดขึ้น จะเป็นภัยที่เกิดเป็นประจำหรือภัยที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ก็แล้วแต่ แต่สิ่งหนึ่งที่ได้มีการวางระบบไว้ค่อนข้างชัดเจนโดยรัฐบาลก็คือแผนป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยแห่งชาตินะครับ ซึ่งได้มีการจัดทำมาหลายครั้ง อย่างน้อยกระผมว่า ไม่ต่ำกว่าเกือบ ๒๐ ปี ปัจจุบันนี้ก็เป็นแผนปี ๒๕๕๘ ที่ได้มีการปรับปรุงจากประสบการณ์ ต่าง ๆ ในการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผมเองก็เคยเป็นประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของ คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศอยู่ประมาณเกือบ ๑๐ ปีนะครับ ก็ได้เห็นพัฒนาการในการช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยพิบัติในเรื่องต่าง ๆ มาโดยตลอด และในระหว่างที่รับราชการอยู่ก็จะเป็นผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องรับผิดชอบในการกู้ภัย ในการฟื้นฟู เกือบทุกเหตุการณ์อยู่ไม่ต่ำกว่า ๑๕ ปีนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราไปดูในแผนป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยของรัฐบาลที่จริงก็ครอบคลุมทุกเรื่องที่พวกเราได้พูดถึงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน การจัดตั้งคอมมานด์เซ็นเตอร์ (Command Center) ในรูปแบบต่าง ๆ ถ้าเกิดที่อำเภอใครเป็น เกิดที่จังหวัดใครเป็น เกิดที่กรุงเทพฯ ใครเป็น เกิดใหญ่ ๆ อย่างเช่นสึนามิใครเป็นนะครับ แล้วก็จะมีการอินิชิเอต (Initiate) หรือมีการจัดตั้งศูนย์อย่างไร กองอำนวยการอย่างไร มีอยู่หมดครับ ในแผนการบรรเทาและ ป้องกันสาธารณภัยแห่งชาติ ปี ๒๕๕๘ แล้วทุกคนก็รู้หน้าที่ของตัวเอง แล้วก็มีการสั่งการให้ ฝึกซ้อมในเรื่องต่าง ๆ นะครับ ให้สามารถปฏิบัติได้จริงเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติขึ้น ในแผนนี้ก็ยัง พูดถึงเรื่องการพัฒนาระบบเตือนภัยที่หลาย ๆ ท่านได้พูดถึง ซึ่งก็พูดถึงเรื่องการปรับปรุง อุปกรณ์เครื่องมือและเทคโนโลยีให้สามารถรองรับกับระบบเตือนภัยในปัจจุบันและ ต่างประเทศได้ เพราะเดี๋ยวนี้ภัยพิบัติมันเป็นสากลแล้วนะครับ มันเป็นโลกาภิวัตน์แล้ว มันเกิดขึ้นนอกประเทศ เกิดขึ้นที่ประเทศพม่าก็มาเขย่าบนตึกสูงที่กลางกรุงเทพมหานครได้ ห่างกันตั้ง ๑,๕๐๐ กิโลเมตรนะครับ สิ่งเหล่านี้จะต้องมีความร่วมมือร่วมกัน และที่จริงเรามี ความร่วมมือร่วมกันในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สมัยผมรับราชการอยู่ เคยเดินทางไปประชุมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับอาเซียน (ASEAN) มีการแลกเปลี่ยนกันว่าเราจะแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างไร มีการพัฒนาขีดความสามารถอย่างไร นอกจากนั้นก็มี รปจ. นะครับ และที่สำคัญก็พูดถึงเรื่องกระบวนการ วิธีการเตือนภัย อย่างเช่นเขาบอกว่าให้ทำเว็บเซอร์วิส (Web Service) ในการนำเสนอข้อมูลและโมบาย แอปพลิเคชัน (Mobile Application) เพื่อเป็นช่องทางในการให้บริการข้อมูลและแจ้งเตือนภัย ให้แก่ประชาชนและบุคคลที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษในกลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ผ่านสมาร์ตโฟน (Smartphone) หรือแท็บเล็ต (Tablet) สิ่งที่ผมชี้ให้เห็นนี้คือว่ามันไม่ใช่การติดต่อสื่อสาร ยิ่งการแจ้งเตือนภัยในเมื่อเกิดภัยขึ้นแล้วมันจะต้องใช้ทุกวิถีทาง เดี๋ยวนี้ถ้าแจ้งไปทางไลน์ (Line) ก็คงจะรู้กันประมาณ ๓๐ ล้านคน เพราะมันไปเร็วมากนะครับ ไม่ถึง ๑ ชั่วโมงทุกคน ที่เล่นไลน์ (Line) จะได้ข้อมูลเดียวกันหมด เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คิดว่าระบบ การเตือนภัยด้วยวิธีการต่าง ๆ นั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ

เรามาดูข้อเสนอของกรรมาธิการ กรรมาธิการได้เสนอวิธีการปฏิรูปไว้ ในหน้า ๑๐ ใน ๔ ประเด็น ซึ่งก็มีหลายท่านได้กล่าวไปแล้วนะครับ อย่างเช่นท่านนิกร ได้ลงรายละเอียดในเรื่องเหล่านี้ ที่สำคัญคือผมคิดว่าการที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม ดิจิทัล (Digital) และเทคโนโลยีบรอดแบนด์ (Broadband) ไร้สายมาใช้ในการที่จะแจ้งเตือน ในการติดต่อประสานงาน ในการดำเนินการเพื่อที่จะให้การกู้ภัย การฟื้นฟูนั้นกระทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ทันการณ์ ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นมันมีหลายขั้นตอน อย่างสึนามินี่มีตั้งแต่ขั้นตอนของการช่วยชีวิตคน ในช่วง ๖-๗ วันแรก การค้นหาศพ จากนั้นก็เป็นการที่จะช่วยดูแลเขาในขั้นต้น และช่วยการ ฟื้นฟูในระยะกลาง ในระยะยาว รวมถึงการสร้างบ้าน สร้างโรงเรียน ผมใช้เวลา ๑๐ วัน ในการสร้างบ้านชั่วคราว ๕๐๐ หลัง และใช้เวลาอีก ๑ ปีที่อยู่ที่พังงาและ ๖ จังหวัดในการ สร้างบ้านถาวรอีก ๑,๒๐๐ หลัง เพราะฉะนั้นขั้นตอนต่าง ๆ นั้นก็ต้องมีการประสานงานกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการที่จะดำเนินการให้แบ่งความรับผิดชอบระหว่างกัน หน่วยทหาร หลาย ๆ หน่วยที่ลงไป ของผมไปในนามของกองทัพบกก็มีส่วนในการดำเนินการ กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ คุณหมอพรทิพย์ที่หลายท่านพูดถึงที่ท่านไปชันสูตรศพ ท่านก็ใช้ ทหารของผมในการที่จะพลิกศพไปพลิกศพมาอยู่ตลอดเวลานะครับ เพราะท่านไปคนเดียว ท่านไม่มีกำลังคน เพราะฉะนั้นการทำงานต้องทำงานร่วมกัน การแจกจ่ายสิ่งของบริจาค กระทรวงมหาดไทยมอบให้ผมดูแล อันนั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต่าง ๆ ที่ ขาดแคลนสิ่งของ ที่ต้องการสิ่งของจำเป็นเพื่อไปแจกจ่ายให้กับลูกบ้านนั้นเขาจะติดต่อเข้ามา อย่างไรเพื่อให้การดำเนินการมันไม่ซ้ำซ้อน มีประสิทธิภาพ การรับบริจาคสิ่งของมหาศาล เพราะฉะนั้นการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญจำเป็น หลาย ๆ ท่านพูดถึงการล้มของพวกเสาโทรศัพท์ของเครือข่ายทั้งหลายทุกยี่ห้อที่เราใช้อยู่ใน ๒-๓ วัน แรกใช้ไม่ได้เลย เพราะพังหมด ไม่ใช่ว่าเราจะรับสัญญาณจากกรุงเทพมหานครโดยไม่มีรีเลย์ สเตชัน (Relay Station) ทุกเครือข่ายโทรศัพท์ก็มีรีเลย์สเตชัน (Relay Station) อยู่ตาม หมู่บ้าน ตามตำบล ตามจังหวัดต่าง ๆ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดภัยขณะนั้นก็ไม่สามารถ ติดต่อสื่อสารได้ แล้วก็มีอีกหลายครั้งที่เกิดเหตุในภาคเหนือที่ดินถล่มปิดหมู่บ้าน ทางกองทัพ ต้องไปตั้งศูนย์โทรศัพท์เพื่อบริการให้กับประชาชนอยู่เป็นเวลาหลายสัปดาห์กว่าที่โทรศัพท์ จะใช้ได้อย่างปกติ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพด้วยวิธีการที่ ทางกรรมาธิการเสนอ ผมคิดว่าก็เป็นเรื่องที่น่าจะลองดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนการ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่รัฐบาลได้ออกมาแล้ว มีหน่วยงานรับผิดชอบชัดเจน เพราะฉะนั้นเราก็ควรจะต้องเสนอรัฐบาล ที่ผมพยายามพูดในประเด็นต่าง ๆ เพื่อให้ข้อเสนอ ต่อรัฐบาลมันชัดเจนว่าเราต้องการอะไรในข้อเสนอของกรรมาธิการคณะนี้ในเรื่องการปฏิรูปอันนี้ ไม่ใช่เราไปเสนอบอกให้รัฐบาลพิจารณาจัดตั้งคอมมานด์เซ็นเตอร์ (Command Center) ไม่ใช่ครับ ไม่ถูกเลยไปคนละเรื่องเลย อันนั้นมันมีอยู่แล้วในแผนวิธีการปฏิบัติและบริหาร ราชการของรัฐบาล สิ่งที่เราเสนอก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการด้านข้อมูล ข่าวสาร ด้านการแจ้งเตือนก่อนหลัง และด้านการประสานงานต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมาธิการ ได้ประสานกับ กสทช. ที่มีคลื่นมีขีดความสามารถในด้านนี้ที่จะเข้ามาสนับสนุน เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมจึงคิดว่าข้อเสนอต่อรัฐบาลนั้นต้องชัดเจน มิฉะนั้น ครม. ก็ไม่รู้จะอนุมัติอะไร ถ้าฟังจากที่ท่านอภิปรายกันไปทั้งหลายคือการอนุมัติระบบการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ของประเทศ ซึ่งมันมีอยู่แล้วทั้งหมด มีอยู่ทั้งสิ้นเลย แต่อะไรที่เราจะเพิ่มประสิทธิภาพในการ ดำเนินการ อันนั้นคือสิ่งที่สำคัญและจำเป็น ในเรื่องงบประมาณเช่นเดียวกัน จริง ๆ แล้ว การทำแผนทางรัฐบาลได้กำชับมาแล้วว่าถ้าเราจะเสนอโครงการปฏิรูปอะไรสักอย่างหนึ่ง ต้องมีงบประมาณบอกเขาว่าเท่าไร อย่างผมกำลังทำศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านพลังงาน ผมก็บอกเลย ปีแรกจะใช้ ๘๐ ล้าน ปีที่ ๒ ใช้เท่าไรล้าน ถ้าเราเสนออย่างนี้บอกก็ใช้ งบประมาณประจำปีงบประมาณ งบกลางต่าง ๆ งบลงทุนเครือข่ายบรอดแบนด์ (Broadband) ไร้สาย แต่ไม่มีตัวเลขเลย ก็เป็นอะไรที่มันยังไม่สมบูรณ์เพียงพอนะครับ ถ้าจะให้พูดก็คงพูดได้อีกเยอะอีกยาว แต่ก็ต้องรักษาเวลาครับ ก็ขอขอบพระคุณท่านประธาน ที่กรุณาให้ผมได้มีโอกาสอภิปราย ก็ขอเป็นกำลังใจ และขอสนับสนุนแผนปฏิรูปในเรื่องนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยชีวิตของผู้คนเมื่อเกิดเหตุเภทภัยขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ