นินนาท ชี้กรุงเทพฯ ต้องร่วม ครม. แก้ปัญหาเมืองหลวงทันที

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๒ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๙

นินนาท ชลิตานนท์ ชี้ประเด็นกรุงเทพมหานครมีข้อจำกัดในการจัดการปัญหาเมืองหลวงโดยเฉพาะด้านการศึกษา การจราจร และการบริการสาธารณะ จึงเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ร่วมกับปริมณฑลและให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีส่วนร่วมใน ครม. เพื่อการตัดสินใจที่รวดเร็วและบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจกรุงเทพมหานครในการร่วมทุนกับภาคเอกชนและพัฒนาบริการประชาชนให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการยกระดับเป็นแบงค็อก เซอร์วิส เซ็นเตอร์ และเร่งแก้ปัญหาประชากรแฝงที่กระทบต่อการวางแผนบริการสาธารณะ

นางนินนาท ชลิตานนท์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติค่ะ ดิฉันก็ขออนุญาตเสริมการตอบปัญหาของท่าน ที่ได้กรุณาอภิปรายนะคะ

ของท่านถวิลวดี ขออภัยที่เอ่ยนามนะคะ ก็ยังพูดถึงเรื่องการจัดการศึกษา ซึ่งฝากเอาไว้สำหรับท้องถิ่นทั่วไปกับท้องถิ่นพิเศษ อันนี้ก็กราบเรียนว่าการจัดการศึกษา ตามหน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ถ้าหากเป็นหน้าที่หลักเขาก็จะให้ทำ ในเรื่องของการจัดการศึกษาภาคบังคับ แต่ขณะเดียวกันเราก็ยังมีการกำหนดเอาไว้ในหน้าที่ และอำนาจที่จะทำเพิ่มเติมได้ อย่างของกรุงเทพมหานครนั้นก็จะมีข้อ ก อำนาจตามข้อ ก และข้อ ข ข้อ ก นั้นเป็นเรื่องหลัก หลักก็คือจัดการศึกษาภาคบังคับ แต่ข้อ ข ก็ยังเพิ่มได้ ซึ่งก็มีการทำ อย่างของกรุงเทพมหานครเขาก็มีการจัดการศึกษาไปถึงขั้นระดับอุดมศึกษานะคะ ซึ่งของท้องถิ่นทั่วไปก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันนะคะ

ของท่านเสรีซึ่งได้กรุณานำเสนอให้ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั้นได้มี โอกาสเข้าไปนั่งอยู่ใน ครม. อันนี้ดิฉันก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะคะ เพราะว่าในการแก้ปัญหา เมืองหลวงของเราในหลาย ๆ เรื่อง ถ้าหากท่านผู้ว่าได้มีโอกาสที่จะเข้าไปนั่งอยู่ใน ครม. ซึ่งไม่ต้องไปลงมติอะไรกับใครเขา แค่นั่งรับฟังสิ่งที่จะเกิดขึ้นในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อ กรุงเทพมหานครก็จะสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นั้นได้ทันท่วงที แล้วก็รับทราบปัญหาต่าง ๆ นั้น ได้ทันท่วงทีเช่นเดียวกันนะคะ

ส่วนในเรื่องของคณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาเมืองหลวงและ ปริมณฑลนั้นต้องกราบเรียนอย่างนี้ค่ะว่า โดยปกติแล้วอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครนั้น ก็ยังคงเป็นไปตามที่กำหนดเอาไว้ในกฎหมาย คือหลักนี่ หน้าที่และอำนาจของ กรุงเทพมหานครมีอย่างไรต้องทำไปตามนั้น แต่ขณะเดียวกันในพื้นที่กรุงเทพมหานครนี้ ยังมีประเด็นปัญหาที่กรุงเทพมหานครไม่อาจแก้ไขได้โดยลำพังอยู่ ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ

ประเด็นที่ ๑ คือปัญหาที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครและกรุงเทพมหานคร ไม่ได้มีอำนาจในการดำเนินการนั้นแต่เพียงผู้เดียว ยังมีกระทรวงอื่น ๆ หรือหน่วยราชการอื่น ๆ หรือส่วนราชการอื่น ๆ นั้นได้มีส่วนในอำนาจนั้นด้วย ในการทำงานนั้นด้วย เช่นในเรื่องของ ปัญหาจราจรตามที่ท่านประธานอนุกรรมาธิการท่านธวัชชัยท่านได้กราบเรียน เพราะฉะนั้น ในการแก้ไขปัญหาจราจรกรุงเทพมหานครทำโดยลำพังไม่ได้ เพราะว่าไม่ได้มีอำนาจนี้ แต่เพียงผู้เดียวนะคะ ส่วนราชการหลายแห่งก็มีหน้าที่และอำนาจที่จะต้องทำด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้จำเป็นที่จะต้องมีการบูรณาการกันนะคะ เพราะฉะนั้นในข้อนี้ กรุงเทพมหานคร ทางท่านประธานก็เลยเสนอว่าน่าที่จะต้องมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ แก้ไขปัญหาเมืองหลวง อันนี้ก็ต่อเนื่องไปที่ปริมณฑลด้วย คือประเด็นแรกนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ในกรุงเทพมหานคร แต่กรุงเทพมหานครมิอาจแก้ไขได้โดยลำพังเนื่องจากเกี่ยวพันไปยัง อำนาจหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรมอื่นของหน่วยราชการอื่น

ประเด็นที่ ๒ ที่มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาเมืองหลวงและ ปริมณฑล ประเด็นที่ ๒ คือมีปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครและส่งผลกระทบไปยัง ปริมณฑล หรือปัญหาที่เกิดขึ้นในปริมณฑลและส่งผลกระทบมายังกรุงเทพมหานคร ซึ่งอันนี้ กรุงเทพมหานครก็มิอาจแก้ได้โดยลำพัง จำเป็นจะต้องมีผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าเพื่อจะเป็น ผู้สั่งการหรือประสานสั่งให้มีการบูรณาการกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน ในการแก้ไขปัญหานั้น เพราะฉะนั้นทางคณะกรรมาธิการจึงเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมี คณะกรรมการยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาเมืองหลวงและปริมณฑลขึ้นนะคะ ซึ่งอันนี้ก็จะเสริม การทำงานของกรุงเทพมหานครในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่นอกเหนือไปจากอำนาจหน้าที่ตามลำพังของกรุงเทพมหานคร อันนี้ก็คิดว่าจะเป็น ส่วนที่จะสามารถทำให้การให้บริการสาธารณะของกรุงเทพมหานครและบางเรื่องที่มี ผลกระทบต่อปริมณฑลนั้นสามารถให้บริการได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเช่นผังเมือง อย่างนี้ค่ะ เมื่อกรุงเทพมหานครกำหนดผังเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่าตรงนี้เป็นพื้นที่ สีเขียวนะ แต่ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งซึ่งอยู่อีกในจังหวัดหนึ่งก็กำหนดว่าเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นถนนเส้นเดียวกันมองฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่สีเขียว แต่มองฝั่งขวามีตึกรามบ้านช่อง เกิดขึ้นมากมาย อย่างนี้มันก็ไม่เหมาะสมสอดคล้องกันนะคะ ก็จำเป็นที่จะต้องมี คณะกรรมการชุดนี้เพื่อที่จะได้มีการบูรณาการ แล้วก็หาทางแก้ไขปัญหาที่ได้มาตรฐาน เดียวกันนะคะ อันนี้ก็เป็นต้น

สำหรับอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านเสรีก็ห่วงใยในเรื่องว่าจะทำอย่างไรให้การ บริการของกรุงเทพมหานครนั้นพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ในขณะปัจจุบัน ซึ่งกราบเรียนว่า เท่าที่ดิฉันเคยอยู่กรุงเทพมหานครก็เห็นเขามีการดำเนินการในเรื่องของการพยายามที่ จะให้มีวัน สตอป เซอร์วิส (One Stop Service) คือพี่น้องประชาชนไปถึงสำนักงานเขต ก็สามารถไปขอรับบริการได้ที่นั่น ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาจากวัน สตอป เซอร์วิส (One Stop Service) เป็นปัจจุบันคือแบงค็อก เซอร์วิส เซ็นเตอร์ (Bangkok Service Center) ซึ่งท่านทั้งหลายก็จะเห็นว่าถ้าท่านไปที่สำนักงานเขตก็จะมีแบงค็อก เซอร์วิส เซ็นเตอร์ (Bangkok Service Center) คือศูนย์ที่ท่านจะเข้าไปแล้วก็สามารถไปขอรับบริการ ในทุกเรื่อง แต่ขณะเดียวกันมิได้หมายความว่าเรื่องที่ขอรับบริการนั้นจะสำเร็จในวันนั้น วันเดียว อย่างเช่นการขอใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ตรงนั้นเป็นฟรอนต์ออฟฟิศ (Front Office) ที่จะรับเรื่องต่าง ๆ ของท่าน แล้วก็นำไปตรวจสอบ แล้วก็นำกลับมามอบให้พี่น้องประชาชน ณ จุดนั้นนะคะ อันนี้ก็เป็น ความพยายามที่จะบริการพี่น้องประชาชนให้รวดเร็วขึ้น แม้กระทั่งเรื่องการทำบัตรประจำตัว ประชาชนหรืออะไรก็ดีก็จะพบว่าขณะนี้ก็เร็วขึ้นกว่าเดิมมากนะคะ

ของท่านสมพงษ์ สระกวี ที่ได้กรุณาแนะนำเรื่องประชากรแฝง อันนี้ก็เป็น ปัญหาโลกแตกค่ะ เพราะว่ามันเป็นปัญหาสำคัญของกรุงเทพมหานครเลยจริง ๆ เนื่องจาก ในทะเบียนราษฎรมีอยู่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนตามทะเบียน แต่ว่ามีประชากรแฝง อยู่ในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนั้นก็ยังมีพี่น้องประชาชนที่เข้ามาท่องเที่ยว อยู่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งทุก ๆ ท่านกรุงเทพมหานครก็คงจะต้องดูแลในการจัดบริการ สาธารณะ มีความพยายามหลายครั้งที่จะพยายามทำให้ประชากรแฝงเป็นประชากรจริง เนื่องจากว่าถ้าทำแล้วย่อมได้ประโยชน์กับทุกฝ่าย แล้วก็ในกฎหมายทะเบียนราษฎร ก็บอกอยู่แล้วว่าถ้าใครย้ายเข้ามาทำงานหรือว่าย้ายบ้านหรือย้ายอะไรภายใน ๑๕ วัน ท่านก็ต้องย้ายทะเบียนราษฎร แต่ว่าพอเป็นประชากรแฝงมันก็ค่อนข้างเป็นปัญหาเหมือนกัน เพราะบางทีเขาก็ไม่รู้จะย้ายมาอยู่ที่ไหนหรือเจ้าบ้านเขาก็ไม่รับหรืออะไรอย่างนี้นะคะ ซึ่งบทลงโทษตามกฎหมายก็มีแต่ก็ต้องไปแจ้งความ แต่มันก็เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาก็ไม่ค่อยเอาเรื่องกับเรื่องตรงนี้ เพราะว่าท่านก็มีภารกิจมากมาย เกี่ยวกับเรื่องทะเบียนราษฎร มันก็เป็นปัญหาของทุกท้องถิ่น อีกสักครู่เมื่อนำเสนอเรื่องของ พัทยาท่านก็จะพบเช่นเดียวกันว่าในพัทยาเขามีคน ๕๐๐,๐๐๐ คน เป็นประชากรจริงแค่ แสนกว่าคนเอง นอกนั้นอีก ๔๐๐,๐๐๐ คนเป็นประชากรแฝงนะคะ อันนี้ก็กราบเรียน ท่านที่เคารพด้วยค่ะ

นอกจากนั้นในเรื่องของการมีบริษัท กฎหมายฉบับปัจจุบันที่ยังไม่ได้แก้ไข ก็เปิดโอกาสให้กรุงเทพมหานครนั้นสามารถให้สัมปทานได้ สามารถตั้งบริษัทได้ แต่การจัดตั้ง บริษัทนั้นเป็นการจัดตั้งบริษัทเพื่อสาธารณูปโภค เพื่องานที่เป็นสาธารณูปโภคเท่านั้นนะคะ ซึ่งปัจจุบันเขาก็มีบริษัทกรุงเทพธนาคม ทีนี้ในกฎหมายที่แก้ไขใหม่จะเปิดโอกาสให้บริษัทนี้ สามารถทำงานอื่น ๆ ได้ด้วย แต่ต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้น ก็จะเป็นไปตามที่ท่านได้กรุณาให้คำแนะนำค่ะ นอกจากนั้นก็จะมีเรื่องของการร่วมมือกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นกับภาคเอกชนซึ่งอาจจะเป็นในรูปของสหการ ถ้าเป็นบริษัท ก็เรียกว่า วิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร แล้วก็มีเรื่องในการให้สัมปทานเอกชนได้นะคะ อันนี้ ก็เป็นเรื่องขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ