สนิท แจงแผนยกระดับคุณภาพใบขับขี่ ใช้เทคโนโลยีลดดุลยพินิจ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๙ · ๒ สิงหาคม ๒๕๕๙

สนิท พรหมวงษ์ ชี้แจงแนวทางยกระดียบคุณภาพใบอนุญาตขับขี่เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน พร้อมเสนอการใช้เทคโนโลยีและมาตรฐานกลางในการสอบทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติอย่างเข้มงวดและโปร่งใส

นายสนิท พรหมวงษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้วยความเคารพ ต้องขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ให้คำชี้แนะ คำแนะนำแล้วก็แลกเปลี่ยนพร้อมทั้งในเรื่อง ของข้อเสนอแนะ ก็ขออนุญาตนำเรียนประเด็นที่ทางสมาชิกได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่อง ของใบอนุญาตขับรถ หรือคุณภาพของใบขับขี่ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้คำแนะนำ ก็จะมีท่าน สปท. พรพันธุ์ ท่าน สปท. เฉลิมชัย ท่านกฤษณะ แล้วก็ท่าน สปท. สุรินทร์ ถ้าเอ่ยชื่อไม่ครบก็ขออภัยไว้ด้วยนะครับ ก็นำเรียนว่าจริง ๆ แล้วก็จุดประสงค์ตรงกัน ก็ในแง่ของความเชื่อมั่นความมั่นใจในการที่เราใช้รถใช้ถนนบนทางหลวงสาธารณะที่อยู่ ด้วยกัน คนที่ขับรถข้างหน้าเรา คนที่กำลังจะแซงเรา คนที่เรากำลังจะแซง เราจะได้มั่นใจว่า ใบอนุญาตที่คนที่ขับรถตรงนั้นมีคุณภาพในการขับรถได้มากน้อยแค่ไหน เพราะฉะนั้นกลไก ตรงนี้เองก็อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ที่ทางคณะกรรมาธิการเราได้นำเสนอไว้แล้ว เพียงแต่ว่า วันนี้ที่เราโฟกัส โฟกัสในภาพใหญ่ เมื่อสมาชิกให้คำแนะนำก็ขออนุญาตนำเรียนว่าในกรอบของยุทธศาสตร์ แนวทางในการเพิ่ม คุณภาพของใบอนุญาตเพื่อความเชื่อมั่นความมั่นใจในการขับขี่ ต้องนำเรียนว่าแนวคิดอันนั้น ก็คือเพื่อให้ใบอนุญาตขับขี่ทุกประเภททุกใบออกยาก แต่ยึดได้ง่าย กระบวนการของการออกยาก ก็เรียนว่าเราจะเพิ่มทั้งความเข้มข้นในทุกกระบวนการของใบอนุญาตเลย ทั้งในเรื่องของการ ต่อใบอนุญาต การออกใบอนุญาตใหม่ การทดสอบสมรรถนะร่างกายในขั้นตอนก่อนที่จะ ภาคทฤษฎี แม้แต่ภาคทฤษฎีเองเราก็จะเพิ่มทั้งตัวเนื้อหาให้ครอบคลุมในเรื่องของมาตรฐาน สอบข้อเขียน หรือแม้แต่สอบปฏิบัติทั้งข้อเขียนและปฏิบัติ ตอนนี้หน่วยงานเราเองก็ได้เริ่ม ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องของ เขาเรียกว่าเพื่อลดในดุลยพินิจ ไม่ว่าจะใช้สอบโดยการประเมิน โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ อันนั้นไม่ว่าจะเป็นของอีเอกซ์แซม (e-Exam) แล้วก็แม้แต่ ภาคปฏิบัติเองตอนนี้เราก็จะขยายผลไปสู่ในเรื่องของมาตรฐานที่ประเมินโดยลักษณะของ อิเล็กทรอนิกส์เช่นเดียวกัน อันนั้นก็คือในรูปของอีไดรฟ์วิง (e-Driving) ตรงนี้ก็จะขยายผลไป ทั้งทุกแห่งของหน่วยที่ออกใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งระบบแล้วเรียนว่าเราใช้เครื่องมือเทคโนโลยี มาพัฒนา ก็โดยใช้ระบบของการออนไลน์ (Online) แล้วก็ลิงก์ (Link) แล้วก็เป็นมาตรฐาน แนวทางเดียวกัน ก็นำเรียนว่าเกี่ยวกับเรื่องของความเข้มข้นในเชิงของภาคทฤษฎี จริง ๆ แล้วได้ปรับไปในระดับหนึ่งแล้ว ก็เรียนว่าจากเดิมที่ใบตัวข้อสอบทฤษฎีจาก ๓๐ ข้อ ผ่าน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ณ ปัจจุบัน เดี๋ยวนี้ก็คือเป็นข้อสอบที่ออก ๕๐ ข้อ ผ่าน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ตัวข้อสอบเองเราก็จะพัฒนาในทุกปี แล้วก็เรียนว่าข้อสอบนี้ก็จะเพิ่มมากขึ้นจาก ปัจจุบันที่เป็น ๑,๐๐๐ ข้อ ต่อไปก็จะอยู่ใน ๑,๕๐๐ ถึง ๑,๖๐๐ ข้อ เพื่อเป็นลักษณะของ แรนดอม (Random) ออกมาในการเลือก แต่เรียนว่าข้อสอบเหล่านี้ก็จะไม่ใช่เป็นเรื่องของ ความลับ ไม่เหมือนสอบของในระบบในการศึกษา เพราะว่าจุดประสงค์เราต้องการให้คน มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการขับขี่ เพราะฉะนั้นแล้วตรงนี้กรมการขนส่งทางบกก็จะลงไว้ เผยแพร่ในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเอกสารเผยแพร่ เอกสารโฆษณาไปจนถึงเว็บไซต์ (Web site) ของหน่วยงาน จริง ๆ ก็เพื่อต้องการให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของภาคทฤษฎี ที่ครอบคลุม ไม่ว่าในเรื่องของกฎหมายจราจร ในเรื่องของการใช้รถใช้ถนนไปจนถึงในเรื่อง ของพฤติกรรมการใช้รถต่าง ๆ แล้วเรียนว่าในการพัฒนาด้วยความเคารพ ก็คือเราได้กำหนด ทิศทางแล้วว่าจะเพิ่มมาตรฐานจากตรงนี้ไปอีก จากที่เรียนว่าเพิ่มจาก ๓๐ ข้อ ผ่าน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๕๐ ข้อ ผ่าน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ในปีต่อไป ในปีหน้าเลยตรงนี้เราได้ กำหนดเป็นเชิงนโยบาย แล้วก็ทิศทางตามยุทธศาสตร์ของคณะกรรมาธิการเรา ก็คือเริ่ม ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี ๒๕๖๐ ก็คือจะเพิ่มเป็น ๖๐ ข้อ ผ่าน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็จะเพิ่ม จำนวนข้อสอบ แล้วการแรนดอม (Random) จะไม่แรนดอม (Random) ในลักษณะของ ๑,๖๐๐ ข้อ มาแรนดอม (Random) ที่ ๖๐ ข้ออย่างเดียว เราจะคลัสเตอร์ (Cluster) ของกลุ่มความรู้ใน ๖๐ ข้อนี้จะต้องครอบคลุมทั้งในเรื่องของกฎหมายจราจร ในเรื่องการใช้รถ ใช้ถนน ในเรื่องของพฤติกรรมการใช้รถ อันนี้ก็จะเป็นในมาตรการ แล้วเรียนด้วย ความเคารพก็คือ ณ ปัจจุบันผู้ที่จะต้องมาประสานในเรื่องของการทำใบอนุญาตขับขี่ มีจำนวนที่มากขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากว่าจากปี ๒๕๔๖ เป็นต้นมา ทางกรมการขนส่งทางบก ได้ยกเลิกเกี่ยวกับเรื่องของใบอนุญาตตลอดชีพ ก็แปลว่าต่อไปนี้ผู้ที่มาผ่านกระบวนการทำ ใบอนุญาตใหม่ ๒ ปีนี้ชั่วคราว แล้วมาต่อเป็นใบอนุญาต ๕ ปี จาก ๕ ปีก็ต้องเป็นต่อ ๕ ปี จะต้องต่อทุกปี ก็แปลว่าคนที่มีอยู่แล้วก็ต้องมาผ่านกระบวนการในเรื่องของใบอนุญาต ซึ่งตรงนี้เองในการต่อใบอนุญาตเราก็จะไม่ให้ต่อในลักษณะของการใช้สิทธิ จะต้องมีผ่าน กระบวนการในเรื่องของทดสอบ ใบรับรองแพทย์ แล้วก็ทดสอบในเรื่องของภาคทฤษฎีด้วย อันนี้ก็เรียนว่าในกระบวนการ และอีกอันหนึ่ง ก็คือผู้ที่ทำใบอนุญาตใหม่ แม้แต่ ๑ ครอบครัว มีรถอยู่คันเดียว มีรถมอเตอร์ไซค์อยู่แค่คันเดียว ก็จะต้องทั้งครอบครัวมาทำใบอนุญาต ก็แปลว่าปริมาณประชาชนที่จะต้องมาติดต่อเพื่อทำใบอนุญาตขับขี่ตรงนี้มีมากขึ้น ในขณะที่ ทรัพยากรเราคงที่ เรียนว่าตอนนี้กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดทิศทางแล้วนะครับว่าภายใน ๑ ตุลาคม ปี ๒๕๖๐ หรือภายในปีหน้า ตรงนี้เราประกาศเพื่อที่จะให้ต่อไปในกระบวนการทำใบอนุญาต ขับขี่ในเรื่องของเข้มข้นทั้งเรื่องของการปฏิบัติ เข้มข้นทั้งเรื่องทฤษฎีนี่เราจะกำหนดให้ต้อง ผ่านจากโรงเรียนสอนขับรถนะครับ พอผ่านโรงเรียนสอนขับรถก็แปลว่าในกระบวนการของ กรมการขนส่งทางบกจะเป็นหน่วยงานในเรื่องของการควบคุมกำกับดูแลในเรื่องของ เรกูเลเตอร์ (Regulator) แล้วก็ติดตามโดยใช้พลังเจ้าหน้าที่ที่มีทั้งหมดในการออกแบบ ในเรื่องของการติดตาม อันนี้ก็เป็นทิศทางของใบอนุญาตเพื่อสร้างความมั่นใจ ในทุกกระบวนการ ก็ขออนุญาตใช้เวลาเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ