เสรี สุวรรณภานนท์ หารือการปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังภาครัฐ โดยเน้นความจำเป็นในการรับฟังความคิดเห็นประกอบร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างพิจารณาของกฤษฎีกา และเรียกร้องให้มีมาตรการป้องกันการทุจริตในการจัดตั้งงบประมาณที่อาจถูกตั้งเผื่อเพื่อการแบ่งผลประโยชน์ พร้อมสนับสนุนแนวคิดการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นแต่ต้องควบคู่กับความโปร่งใส
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิก สปท. ก็คงจะเป็นเรื่องการอภิปรายแล้วใช่ไหมครับ ก็คือจะพูดเรื่องรายงานที่ กรรมาธิการได้จัดทำมาเพื่อให้เห็นก่อนที่จะมีการอภิปรายกันในอีก ๒ สัปดาห์ข้างหน้า นะครับ ซึ่งต้องกราบเรียนในเบื้องต้นท่านประธานครับว่า สิ่งที่กรรมาธิการเสนอรายงานนั้น เป็นเรื่องสำคัญยิ่งของบ้านเมืองของประเทศไทยเรา เกี่ยวกับการปฏิรูประบบงบประมาณ และการคลังภาครัฐ แต่ส่วนหนึ่งที่เข้าใจว่าต้องรีบเร่งก็คือมีร่างกฎหมายอยู่ในสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งกำลังพิจารณาอยู่นั้น ผมก็หารือท่านประธานในประเด็นนี้ ผมคิดว่าถ้าเร็วได้ก็เป็นเรื่องที่ดีนะครับ แต่การรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกในช่วงเวลา ดังกล่าวนี้ ผมว่าก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการที่จะทำให้การจัดทำรายงานการปฏิรูประบบ งบประมาณและการคลังของภาครัฐได้สมบูรณ์ขึ้น ก็หารือท่านประธานว่า ถ้าไม่เร่งรัด จากรัฐบาลในการที่จะให้ออกกฎหมายตามที่เสนอมาดังกล่าวนี้ แล้วร่างกฎหมายดังกล่าวนี้ ก็อยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้าท่านประธานจะกรุณาประสานกับสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาว่า ในส่วนของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเองก็ได้พิจารณา ข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับร่างกฎหมายดังกล่าว ถ้าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ได้รีบเร่ง ดังกล่าวนี่ครับ ก็ขอให้รอเพื่อจะนำความคิดเห็นและรายงานของกรรมาธิการนี่นะครับเข้าไป พิจารณาประกอบ อันนี้ก็เป็นทางหนึ่ง อีกทางหนึ่งถ้าเกิดว่าสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาส่งกฎหมายมา กระบวนการเสนอกฎหมายก็ไม่ได้เสร็จในทันทีทันใดนะครับ ก็คงจะต้องผ่านไปที่รัฐบาล รัฐบาลก็คงเสนอมาที่ สนช. นะครับ สนช. ก็คงที่จะต้องรับฟัง ความคิดเห็นจาก สนช. ด้วยกันเองนะครับ แล้วก็พิจารณากฎหมายตามระบบ ดังนั้นในส่วน ความคิดเห็นของกรรมาธิการที่จะทำรายงานดังกล่าวแล้วสมาชิกเสนอความเห็นนั้น ผมว่า ก็ยังเข้าสู่กระบวนการในการที่จะเอาข้อมูลดังกล่าวนี้นำเสนอทำให้ร่างกฎหมายนั้นสมบูรณ์ ได้อยู่ ดังนั้นที่เสนอไปแล้วก็เห็นด้วยกับการที่จะขยายเวลาไปพิจารณาต่อในอีก ๒ สัปดาห์ เพราะไปติดวันหยุดอะไรนี่นะครับ ผมว่าก็ชอบด้วยเหตุผล ถ้าเราเร่งรีบเราก็จะขาดโอกาสอันดีนะครับ แต่ในช่วงนี้ผมต้องกราบเรียนว่าสิ่งที่เป็นห่วง ของการเสนอรายงานดังกล่าวนี้มาต้องกราบเรียนว่าการตั้งงบประมาณ ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานให้สิ้นถ้อยกระทงความไปเลยนะครับ คือการตั้งงบประมาณของ การจัดทำรายงานและเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวมา แล้วก็มีแนวทางที่จะให้ความสำคัญไปที่ การตั้งงบประมาณและกระจายไปยังส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าราชการส่วนกลางหรือส่วนท้องถิ่น ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดตั้งงบประมาณดังกล่าวนี้ ผมต้องกราบเรียนด้วยความเป็น ห่วงใยนะครับ จริง ๆ แล้วการกระจายไปสู่ท้องถิ่นหรือให้ประชาชนมีส่วนร่วมนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญของบ้านเมืองเราที่ปรากฏอยู่ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันนะครับ ในเรื่องของการใช้งบประมาณต่าง ๆ ที่ผ่านมานั้น ผมขอใช้คำว่า มันเป็นการตั้งงบประมาณ เผื่อโกงไว้นะครับ หมายความว่าท่านประธานจะอยู่สำนักงบประมาณหรือว่าคงจะมี ประสบการณ์แล้วก็เคยเห็นนะครับ เราก็จะมีการพูดกันอยู่ตลอดเสมอ ๆ ว่าในการจัดทำ โครงการต่าง ๆ คนที่ประมูลได้ก็ดี คนที่ได้เข้ามาจัดซื้อจัดจ้างก็ดี ก็จะต้องจ่ายเงินเป็น ค่าหัวคิวหรือว่าเป็นค่าตอบแทนให้กับบรรดานักการเมืองหรือข้าราชการ ๒๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง บางช่วงเวลา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ บางช่วงเวลามีการพูดถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธาน ลองคิดดูนะครับว่าเมื่อตั้งงบประมาณแล้ว ทำไมในเรื่องเกี่ยวกับการให้ค่าเปอร์เซ็นต์ให้กับ บรรดาคนที่มีอำนาจในการที่จะอนุมัติหรือเห็นชอบกับโครงการต่าง ๆ หรือในการจัดซื้อ อุปกรณ์อะไรต่าง ๆ ของทางราชการนั้น ทำไมถึงสามารถที่จะจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ ตอบแทนให้ทีละ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ มันก็เป็นเรื่องน่าแปลกครับ เพราะว่า บางครั้งถ้าเป็นเรื่องการก่อสร้างเราก็จะมีการตั้งงบประมาณกลางไว้ นั่นหมายความว่า มันก็จะต้องเป็นจำนวนเงินที่ใกล้เคียงแล้วก็ได้กำไรส่วนหนึ่งตามเหตุตามผล แต่ปรากฏว่า สิ่งที่มันปรากฏอยู่ในการใช้งบประมาณของบ้านเมืองไทยเรานั้นได้มีการแบ่งผลประโยชน์ ให้แก่กันจำนวนมากมายมหาศาลเช่นนี้อยู่ตลอดมานะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เมื่อเราจะมี กฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังภาครัฐนี่นะครับ ผมว่าเราต้อง คำนึงถึงเรื่องเหล่านี้ แต่สิ่งที่กรรมาธิการอธิบายนะครับ ก็พยายามที่จะเห็นระบบว่าในการที่ จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมหรือให้ท้องถิ่นเองนำเสนอในการที่จะให้มีการกำหนดงบประมาณ ในแต่ละพื้นที่หรือส่วนใดก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือมาตรการการป้องกันในการที่จะทำอย่างไร ให้ใช้งบประมาณแล้วสมเหตุสมผลนะครับ การจัดงบประมาณดังกล่าวนั้นผมว่าผมรับได้ สิ่งที่กรรมาธิการจัดทำมาถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ถือว่าอันนี้เป็นประโยชน์ แต่สิ่งที่ยังขาดนี่ครับ ท่านประธาน ถ้าจะดูในร่างกฎหมายก็จะเห็นได้ว่าเราให้ความสำคัญในเรื่องของการควบคุม การใช้งบประมาณน้อยมากครับ เราพยายามที่จะบอกว่างบประมาณนั้นควรจะจัดสรร ปันส่วนไปให้ความเป็นธรรม แล้วก็กระจายอย่างกว้างขวางอย่างทั่วถึง แต่เราขาดระบบ การตรวจสอบที่เป็นรูปธรรมแล้วก็ชัดเจนนะครับ ยกตัวอย่างในกฎหมาย พ.ร.บ. การเงิน การคลังของรัฐ ถ้าดูในมาตรา ๔๘ ท่านประธานครับ แล้วฝากกรรมาธิการครับ ผมอยากให้ ถ้าเราคิดนี่ครับ คิดให้มันแก้ไขปัญหาได้ด้วย ถ้าหากว่าเราสามารถที่จะจัดเก็บงบประมาณ จากภาษีอากรได้จำนวนมหาศาล แต่ถ้าเกิดการใช้จ่ายงบประมาณยังเป็นอยู่อย่างเก่า หรือใกล้เคียงกับอย่างเก่านี่นะครับ มันก็ไม่ได้เป็นประโยชน์นะครับ เพราะว่าถ้าหากว่าภาษีอากรที่เราจัดเก็บมา ประชาชนเข้าใจว่าเอามาใช้จ่ายเพื่อเป็น ส่วนกลาง ส่วนรวมในการบริหารประเทศร่วมกัน แต่ประชาชนถ้าหากเห็นว่ายังมีการทุจริต คอร์รัปชันมีการแบ่งผลประโยชน์ โดยเฉพาะนักการเมือง ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ประชาชน ไม่อยากเสียภาษีหรอกครับท่านประธาน เพราะเสียไปแล้วประชาชนก็รู้สึกว่าเสียแล้วมันก็ไปโกงกัน มันไปทุจริตกัน มันไปคอร์รัปชันกัน แต่ถ้าเกิดเราสามารถที่จะจัดสรรงบประมาณหรือจัดเก็บ งบประมาณได้เป็นอย่างดี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วเราสามารถใช้จ่ายควบคุมการใช้ งบประมาณแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน ประชาชนก็อยากเสียภาษีครับ ไม่มีใคร ละครับที่จะไม่คำนึงถึงส่วนรวม แต่พอเราทุจริตกันมาก ๆ มันก็เกิดการต่อต้านความรู้สึกว่า เอาเงินให้ไปแล้วมันไม่ได้กลับมาสู่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของท้องถิ่น ครับท่านประธาน ท้องถิ่นที่เราพยายามจะบอกว่าจัดการให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมเสนอ งบประมาณ แต่ในขณะเดียวกันท้องถิ่นเอง ผู้บริหารท้องถิ่นเอง ก็ยังได้ผลประโยชน์ หาผลประโยชน์จากงบประมาณเหล่านั้น ท่านลองคิดดูนะครับ สามารถที่จะหางบประมาณได้ แล้วก็ใช้งบประมาณเอง ทั้ง ๆ ที่ในท้องถิ่นทั้งหลายเราอาจจะมีกฎหมายป้องกันหรือไม่ให้เกิด แต่ในสภาพความเป็นจริงมันมีตัวแทนหมดครับ มีการทำถนน บริษัททำถนน มีรถขนดิน ของใคร ของนายกท้องถิ่นนั้น ท้องถิ่นนี้ ในชาวบ้านพูดกันอยู่ตลอดครับ อันนี้คือสิ่งที่เราคิดว่า ถ้าหากว่าเราจะใช้จ่ายงบประมาณให้มีประสิทธิภาพนี่นะครับ ในท้องถิ่นเองถ้าท่าน จะกระจาย ท่านต้องมีมาตรการครับ มาตรการว่าทำอย่างไรที่จะให้ท้องถิ่นนั้น ไม่หางบประมาณเอง ไม่ใช้งบประมาณเอง แล้วก็ไม่หาผลประโยชน์โดยตรง แต่จะใช้ชื่อ ทางอ้อมจากงบประมาณดังกล่าวเอง ในมาตรา ๔๘ ท่านประธาน ในมาตรา ๔๘ เองระบุว่า ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการตรวจสอบภายในเพื่อป้องกันความผิดพลาดและ เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน โดยให้กระทรวงการคลังกำหนดมาตรการและหลักเกณฑ์ การตรวจสอบภายในเพื่อให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติ เว้นแต่จะมีกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้ เป็นอย่างอื่นนี่ครับ มาตรการของการใช้งบประมาณเราน้อยเกินไปไหม เราสร้างระบบ งบประมาณให้มีการเก็บเงิน ได้เงินเข้าคลังอย่างมีประสิทธิภาพตามที่กรรมาธิการกรุณา เสนอมา แต่การใช้งบประมาณมันเป็นเรื่องสำคัญยิ่งไม่แพ้กัน แต่ปรากฏว่าในเนื้อหา ของกฎหมายอะไรต่าง ๆ ผมอยากให้ความสำคัญ จะบอกว่ามีกฎหมายห้ามทุจริต ป้องกันการทุจริตแล้ว ผมว่าในกฎหมายกลางของการเงินการคลังเหล่านี้น่าจะมีมาตรการ ที่ป้องกันไม่ให้ใช้เงินอย่างผิดกฎหมาย อย่างน้อยก็มีมาตรฐานที่จะนำไปใช้ได้ทุกหน่วยงานได้ ไม่ใช่เอากฎหมายครอบจักรวาล อะไรก็ ๑๕๗ กฎหมายอาญา ๑๕๗ มันใช้ไม่ได้ประโยชน์ นอกจากนั้นครับท่านประธานครับ ผมอยากจะฝากไว้ครับว่าการใช้งบประมาณของ ภาครัฐเองที่ผ่านมาเรากำหนดมาตรการการใช้งบประมาณของภาครัฐว่า ใครก็ตามถ้าหากว่า ตั้งงบประมาณใช้จ่ายในหน่วยงานของแต่ละหน่วยงานของรัฐนั้นแล้วต้องใช้ให้หมด เราสร้าง ความเชื่อถือว่าถ้าใช้งบประมาณไม่หมด ถือว่าไม่มีประสิทธิภาพ ถือว่าทำงานแล้วไม่มี คุณภาพ ดังนั้นพอถึงสิ้นปีท่านประธานก็จะเห็นนะครับว่าการใช้งบประมาณของแต่ละ หน่วยงานก็ใช้วิธีงบล้างท่อ โยกงบตรงนี้ไปไว้ตรงนั้น แล้วก็ถึงบอกว่าสามารถใช้งบดังกล่าวได้ จริง ๆ ต้องสร้างมาตรฐานหรือวัฒนธรรมการใช้งบประมาณในระบบราชการเสียใหม่ ใครก็ตามถ้าสามารถปฏิบัติหน้าที่แล้วมีผลงานที่กำหนดแผนงานในแต่ละหน่วยงาน แล้วสมบูรณ์ แล้วสามารถประหยัดงบประมาณได้ในหน่วยงานนั้น ๆ นี่คือผลงานความดี ความชอบ แล้วก็ให้หน่วยงานนั้น ๆ คืนเงินเข้าคลัง อาจจะเป็นงบกลางหรือนำไปใช้ ในส่วนจำเป็นอื่น ๆ ผมคิดว่าอันนี้มันก็จะได้ราชการที่รักษาผลประโยชน์ของรัฐนะครับ แล้วก็สามารถที่จะใช้ งบประมาณได้บนพื้นฐานของความเป็นจริงและอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็เป็นความดี ความชอบครับ ถ้าสามารถที่จะเอาเงินคืนคลังได้นะครับ มิฉะนั้นแล้วก็จะพยายามใช้ ๆ เสียให้หมด มิฉะนั้นแล้วปีต่อไปครับ ตั้งงบประมาณแล้วมันจะไม่ได้เท่าเดิม ก็คิดกันอยู่แบบนี้ ครับท่านประธาน ดังนั้นในระบบโครงสร้างของการใช้งบประมาณดังกล่าวผมต้องกราบเรียน ว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ใช่เราทำแค่แผนนี้เท่านั้น เราต้องคิดถึงปัญหาทั้งหมดของการใช้ งบประมาณการเงินการคลังที่ทำอย่างไรให้มีการใช้เงิน ซึ่งเป็นภาษีอากรของพี่น้องประชาชน อย่างมีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ เดี๋ยวท่านอื่นอาจจะอภิปรายนะครับ เพียงแต่ว่า ผมก็เกรงใจเพียงเนื้อหาสาระผมว่าก็คงที่จะเสนอเพื่อให้กรรมาธิการท่านได้พิจารณา ในเบื้องต้นก่อนนะครับ เพราะเข้าใจว่าเราก็ยังพอมีเวลาในการที่จะนำเสนอปัญหาอื่น ๆ ที่จะให้สภานี้ได้พิจารณาต่อไปด้วย ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ