รัชกฤต กาญจนวัฒน์ แถลงรายงานความคืบหน้าและเสนอแนวทางปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังภาครัฐ โดยชี้ปัญหาด้านกฎหมาย วินัยการคลัง การบริหารงบประมาณที่ล้าสมัย และการขาดระบบควบคุมเงินนอกงบประมาณ พร้อมเสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติเพื่อเพิ่มความโปร่งใส ควบคุมหนี้สาธารณะไม่เกินร้อยละ 60 ของจีดีพี และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและท้องถิ่นในการจัดทำงบประมาณเชิงพื้นที่ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพสำนักงบประมาณและเสนอให้มีกลไกการประชุมนโยบายการคลังในระดับสูงเพื่อกำหนดทิศทางการคลังของประเทศอย่างมีวินัยและเป็นระบบ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม พลเอก รัชกฤต กาญจนวัฒน์ ในนามของประธานอนุกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังภาครัฐ ขออนุญาตนำเสนอรายงาน เพื่อให้สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้พิจารณาครับ
ขออนุญาตให้ดูที่ตัวเอกสารก่อนครับ ท่านอาจจะมีความลำบากเล็กน้อย ในการดู ดูที่หน้าสารบัญครับ ในนั้นจะมีภาคผนวกอยู่ครับ ในภาคผนวก ข นั่นคือ ร่างพระราชบัญญัติการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. .... คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้เสนอนะครับ เป็นร่างที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยพัฒนามาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ พัฒนามาเป็นเวลา ๗ ปี ๘ ปี จึงมานำเสนอในยุคนี้ แล้วก็ในภาคผนวก ค ก็คือร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. .... ตรงนี้เป็นร่าง งบประมาณที่ปรากฏในภาคผนวก ค นะครับ เป็นร่างงบประมาณที่สำนักงบประมาณเสนอ ทั้ง ๒ ร่างพระราชบัญญัติที่ปรากฏในภาคผนวกนั้นเป็นไปตามสั่งการของท่านนายกรัฐมนตรี ให้สำนักงบประมาณ ให้กระทรวงการคลังเสนอร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ร่างพระราชบัญญัตินี้ และเพื่อที่จะให้นำไปสู่การประกาศใช้ภายในเดือนตุลาคม ๒๕๕๙ ส่วนที่ท่านได้รับแจกนั้น เป็นตารางเปรียบเทียบตามที่ท่านประธานยงยุทธได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้แล้ว ช่องทางซ้ายสุด ก็คือพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ที่ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ทุกวันนี้นะครับ ในช่องที่ ๒ นั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. .... ซึ่งสำนักงบประมาณ เสนอเป็นร่างแรกที่เข้าสู่คณะรัฐมนตรี ขณะนี้ร่างที่ปรากฏในผนวก ค นั้นเป็นร่างที่อยู่ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงมีการขยับไป ๑ มาตรา ตามที่ท่านคำนูณได้ทักท้วง เมื่อเช้านี้ เพราะฉะนั้นขอให้ทราบความเป็นมาตรงจุดนี้ด้วย ตรงนี้เป็นไปตามความต้องการ ของท่านรองวลัยรัตน์ที่ต้องการให้เสนอตารางเปรียบเทียบตรงนี้เข้ามาเพิ่มเติม จึงได้นำเสนอ เข้ามาครับ ทั้งหมดนี้มาจากปัญหาและอุปสรรคทางด้านการเงินการคลังภาครัฐ ท่านจะเห็น ข้อมูล ถ้าดูจากหน้าสารบัญจะขออนุญาตทบทวนหน่อยก็คือ ในข้อ ๑.๑ นั้นเหตุผลและความจำเป็น และ ๑.๒ นั้นก็คือข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทั้งหมดนี้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินนำมา จากปัญหาและอุปสรรคของสภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ แล้วก็เอาข้อเสนอของสภาปฏิรูป แห่งชาติมาบรรจุไว้ด้วยนะครับ ว่าท่านได้กรุณาคิดมาอย่างดียิ่งแล้วแต่ไม่ได้รับตามนั้น ทั้งหมด ขออนุญาตนำเสนอปัญหาและอุปสรรคด้านวินัยทางการคลังของรัฐครับ มีปัญหา ความไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายว่าด้วยการเงินการคลังนะครับ แล้วก็จุดอ่อน ของกฎหมายบางฉบับใช้มา ๗๐ กว่าปีแล้วยังมีช่องโหว่มีจุดอ่อนอยู่ การขาดวินัยทางการเงิน การคลังนะครับ บางหน่วยงานใช้เงินงบประมาณแผ่นดินอย่างขาดวินัยการคลังนะครับ แล้วก็มีการยักย้ายถ่ายเทเพื่อชดเชยที่ต้องถูกตัดงบประมาณ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นำไปสู่ ผลกระทบทางการคลังของประเทศ ปัญหาและอุปสรรคด้านระบบงบประมาณ วิธีการ งบประมาณ หน่วยต่าง ๆ ดำเนินการเสนอผ่านกระทรวงขึ้นมานะครับ โดยที่สำนักงาน ปลัดกระทรวงอาจจะไม่ได้กลั่นกรองเท่าที่ควรก็เป็นภาระของสำนักงบประมาณที่จะต้องมา ตัดทอนมาพิจารณาแล้วทำให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงได้อย่างง่ายดายนะครับ กระบวนการจัดทำคำของบประมาณบางทีใช้ระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควรเกิน ๑ ปีนะครับ มีปัญหาความไม่ทันสมัยต่อเหตุการณ์ที่จะดำเนินการในการใช้จ่ายงบประมาณต่าง ๆ ต่อไป งบประมาณที่ถูกจัดสรรลงในพื้นที่มีลักษณะกระจายตัวและซ้ำซ้อนครับ ในกระบวนการ ชี้แจงงบประมาณต่าง ๆ ขณะนี้กำลังเกิดขึ้นที่อาคาร ๒ มีคนมารอเป็นจำนวนเป็นร้อย ใช้ระยะเวลาเป็นเดือนนะครับ บางทีหลายเดือนจนกว่าจะได้ข้อยุติ กระบวนการชี้แจง งบประมาณต่าง ๆ ตรงนี้มีปัญหาพอสมควร การติดตามผลสัมฤทธิ์ของการใช้งบประมาณ และการใช้ตรวจสอบ มองไปที่ปัญหาด้านการคลังท้องถิ่น การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมนะครับ คุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น รายได้ต่าง ๆ ที่ได้ไม่เพียงพอเท่าที่ควร ในส่วนของการคลังท้องถิ่น การบริหารงบประมาณ การรักษาวินัยทางการคลัง ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ต่าง ๆ มีปัญหามากอยู่พอสมควร ระบบฐานข้อมูลด้านการเงินการคลังของ ท้องถิ่นมาตรฐานยังไม่มีดีเท่าที่ควร ดูไปที่ปัญหาและอุปสรรคด้านระบบสนับสนุน การตัดสินใจของรัฐสภาในการพิจารณางบประมาณแผ่นดิน ชื่อนี้ถูกเปลี่ยนไป ข้อเสนอของ สภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นให้ตั้งสถาบันวิเคราะห์งบประมาณประจำรัฐสภา เราก็น้อมรับมา ด้วยความยินดีนำมาบันทึกไว้ในรายงานฉบับนี้ เทิดทูนไว้เหนือสิ่งอื่นใดข้อเสนอต่าง ๆ แต่ไม่ได้ปฏิบัตินะครับ เดี๋ยวจะเป็นข้อเสนอเป็นอย่างอื่น
ปัญหาและอุปสรรคด้านเงินนอกงบประมาณเงินกองทุนของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชนนะครับ ข้อมูลเงินนอกงบประมาณในภาพรวมไม่มี ความสมบูรณ์แล้วก็ขาดระบบบริหารหรือกำกับดูแลควบคุมที่เป็นรูปธรรม การใช้จ่ายเงิน นอกงบประมาณนั้นไม่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณางบประมาณปกติเช่นเดียวกับ งบประมาณรายจ่ายประจำปีครับ หลายกองทุนไม่สามารถหารายได้ของตนเอง ต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีนะครับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ เงินนอกงบประมาณนั้นเป็นเพียงการเขียนถึงอย่างกว้าง ๆ ไม่มีนโยบายที่ชัดเจน ระบบ เงินนอกงบประมาณไม่มีกฎหมายกำหนดชัดเจนว่าจะต้องมีการรายงานต่อรัฐสภาอย่าง ชัดเจน การบริหารเงินนอกงบประมาณก็ไม่ครอบคลุมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินได้นำเอา ข้อเสนอ ได้นำเอาปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ นี้รวมทั้งข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติมา ประกอบการศึกษา การสร้างวินัยทางการคลังท่านเสนอมาอย่างมากมายนะครับ เป็นข้อมูล ที่มีประโยชน์มาก ๆ ท่านไปดูได้ในหน้า ๙ ถึงหน้า ๑๐ เมื่อท่านมีเวลาที่จะอ่านอีกถึง ๒ สัปดาห์ การปฏิรูปกระบวนการงบประมาณนะครับ มีการเสนอแม้กระทั่งข้อเสนอ ของสภาปฏิรูปแห่งชาติให้มีสมัชชาพลเมืองระดับชาติ ระดับจังหวัด ระดับตำบล ให้มีการแก้ กฎหมายต่าง ๆ นะครับ ถ้าท่านดูไปที่หน้า ๒๑ นะครับกฎหมายที่ทางสภาปฏิรูปแห่งชาติ เสนอให้แก้ไขนั้นมีถึง ๖ ฉบับ ส่วนหนึ่งเท่านั้นนำมาสู่ความก่ายหน้าผากของ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินพอสมควรว่า จะดำเนินการต่อไปอย่างไรนะครับ จึงมาลดลงเหลือเพียงแค่ ๒ ฉบับในสิ่งที่ผมจะกล่าว ต่อไปนะครับ
ในเรื่องของการคลังท้องถิ่นได้มีข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านรายได้ การใช้จ่าย ด้านดุลการคลังต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นข้อมูลที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินได้นำมาประกอบการพิจารณา แล้วก็เชิญ แม้กระทั่งคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ เชิญหน่วยต่าง ๆ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ กระทรวงมหาดไทย หน่วยต่าง ๆ มาร่วมพิจารณาในการดำเนินการ แต่ในขณะที่กำลัง พิจารณานั้นท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งการไปยังสำนักงบประมาณ แล้วก็อนุมัติให้ ร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. .... ฉบับใหม่ เข้าไปสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการกฤษฎีกาเลย เรียกกระทรวงการคลังมาให้เสนอร่างพระราชบัญญัติการเงิน การคลังของรัฐ พ.ศ. .... แล้วก็อนุมัติให้เข้าไปสู่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเลย นี่คือที่มาที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากำลังเร่งกระบวนการที่จะให้ ทั้ง ๒ ร่างพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งคือหัวใจของการปฏิรูประบบงบประมาณและการคลัง ภาครัฐให้เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติให้จบแล้วประกาศใช้ภายในเดือนตุลาคม ๒๕๕๙ นี่คือความปรารถนาดี ความหวังดีของรัฐบาลที่จะดำเนินการต่าง ๆ เร่งกระบวนการต่าง ๆ ตรงจุดนี้นะครับ หัวใจก็จึงมาอยู่ที่ ๒ จุดตรงจุดนี้ที่เราพยายามเร่งกระบวนการ ในการดำเนินการเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เราไม่ได้อยู่ ในกระบวนการนี้เลยนะครับ เรื่องอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วกำลังจะผ่าน ออกไปเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติในการพิจารณาต่าง ๆ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ไม่ได้อยู่ในกระบวนการในการพิจารณาตรงจุดนี้ แต่สิ่งที่เราพยายามเสนอในขณะนี้เร่งด่วน ขึ้นมาก็เพื่อฟังความคิดเห็นของท่าน เอาละ ร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. .... ที่ปรากฏอยู่ในภาคผนวก ข และภาคผนวก ค ร่างพระราชบัญญัติการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. .... ที่ปรากฏอยู่ในภาคผนวกนั้นท่านเห็นสมควรจะแก้ไขอะไรบ้าง เพื่อส่งไปโดยเร็วให้ คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาข้อคิดเห็นข้อเสนอของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ประกอบ มิฉะนั้นท่านจะไม่มีโอกาสได้รับการพิจารณาข้อคิดเห็นที่ดี ๆ อย่างมากที่กำลังจะ ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ครับ สิ่งนี้นำมาสู่วิธีการปฏิรูปซึ่งเป็นสิ่งที่เราร่วมกันพัฒนาขึ้นมา ทั้งจากคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ในแนวทางเกี่ยวกับการสร้างวินัยทางการคลัง เดิมทีนั้น ประชุมกันแค่ ๔ หน่วยงาน กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงบประมาณ จึงเป็นข้อเสนอว่าท่านน่าจะจัดกระบวนการในการประชุมต่าง ๆ ตรงนี้ให้เป็นระบบ จึงมีข้อเสนอให้กระทรวงการคลังดำเนินการจัดประชุมโดยมีนายกรัฐมนตรีหรือ รองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานการประชุมร่วมกับสำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดนโยบายการคลัง ไม่ใช่ ๔ หน่วยนั้นเท่านั้นในการพิจารณาดำเนินการ แต่ให้ ท่านนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเข้ามาเป็นประธาน มีกระบวนการที่กำหนดไว้ใน กฎหมายอย่างชัดเจน มีข้อเสนอในการควบคุม การดำเนินนโยบายกึ่งการคลัง ท่านน่าจะใช้ เวลาที่มีอยู่อีก ๒ อาทิตย์นี้ไปอ่านที่หน้า ๒๙ ผมยังไม่กล่าวถึงในรายละเอียดนะครับ ข้อเสนอในการกำหนดหลักเกณฑ์การกันเงินภาษีอากรหรือการกันเงินรายได้แผ่นดินที่เป็น ค่าธรรมเนียมไปใช้จ่ายเพื่อการใดการหนึ่งเป็นการเฉพาะโดยไม่จัดทำเป็นงบประมาณ รายจ่ายประจำปีนะครับ
แนวทางในการสร้างวินัยทางการคลัง ประการต่อไปก็คือ ข้อเสนอในการ กำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมสำหรับการจัดทำหรือกำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี อีกสักครู่จะไปปรากฏในรายละเอียดว่ากฎหมายในมาตราใดที่จะไปเกี่ยวข้องต่าง ๆ ตรงจุดนี้ ข้อเสนอการควบคุมการตั้งวงเงินงบประมาณรายจ่ายงบกลาง ปี ๒๕๖๐ มีงบกลางถึง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ งบกลางในส่วนของเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม การควบคุมการขาดดุลการคลังและหนี้สาธารณะ พยายามที่จะเสนอตัวเลขที่เหมาะสม ตัวหนึ่งเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาให้กำหนดไปในร่างพระราชบัญญัติ การเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. .... ข้อเสนอในการป้องกันการนำเงินที่ถูกแปรญัตติ ของคณะกรรมาธิการไปใช้จ่ายผิดไปจากเจตนารมณ์ หรือของการเสนอกฎหมายว่าด้วย งบประมาณรายจ่าย ซึ่งสิ่งนี้ก็โชคดีปรากฏอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว แต่ก็บันทึกไว้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่ผ่านก็ยังคงมีข้อเสนอต่าง ๆ ตรงจุดนี้อยู่นะครับ แนวทางเกี่ยวกับการปฏิรูปกระบวนการงบประมาณก็มุ่งเน้นไปที่การบริหารงานเชิงพื้นที่ โดยการจัดสรรงบประมาณเชิงพื้นที่ลงไป จะมีรายละเอียดอยู่ในแผนภูมิที่ ๑ การมีส่วนร่วม ของประชาชนในกระบวนการงบประมาณ ท่านดูแผนภูมิที่ ๑ ท่านมีในตัวเอกสาร ที่ได้รับแจกไปแล้วนะครับกับภาพที่ปรากฏบนจอ นั่นคือข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินและข้อเสนอของสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศในการจัดทำแผนและคำของบประมาณเชิงพื้นที่ ภาพที่อธิบายง่าย ๆ หน่อยเกิดขึ้นในปัจจุบันก็คือในแถวกลางเป็นเรื่องของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด มีคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเป็นประธาน ภาพดูยิ่งใหญ่เหลือเกินแถวกลางนั้น แต่นั่นคือ การพิจารณางบประมาณเพียงแค่ ๒๖,๙๙๙ ล้านบาทในปี ๒๕๖๐ ต้องไปดูที่ภาพ ทางแถวซ้ายครับ นั่นก็คืออยู่ในส่วนของคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีงบต่าง ๆ อยู่ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นี่กำลังพูดถึง ตัวเงินงบประมาณในปี ๒๕๖๐ ๒๑๕,๖๕๙ ล้านบาท ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คุมอยู่ ตรงนี้ก็พยายามแทรกกระบวนการตรงนี้ลงไปนะครับ ภาพโดยรวมที่คณะกรรมการ การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทมากขึ้นในการพิจารณา ในการดำเนินการต่าง ๆ ตรงจุดนี้นะครับ เพราะว่ามีรายได้อีกส่วนหนึ่งที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นจัดเก็บเอง แล้วก็รายได้ที่รัฐบาลเก็บให้ และแบ่งให้ นั่นเป็นยอดเงินถึงประมาณ ๔๔๑,๘๐๐ ล้านบาทในปี ๒๕๖๐ สิ่งนี้เกิดขึ้นในแถวซ้ายนะครับ ในแถวซ้ายในด้าน การคลังท้องถิ่น แต่อำนาจที่ยิ่งใหญ่ จำนวนงบประมาณที่มากอยู่พอสมควรปรากฏอยู่ที่ แถวขวาครับ ก็คือทางด้านของราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนกลาง กระทรวงต้นสังกัดนะครับ ตรงนี้มีงบประมาณโดยรวมแล้ว ซึ่งแน่นอนมันก็จะย้อนไปลงในพื้นที่นั้นเป็นตัวเลขเกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำอย่างไรถึงจะมาบูรณาการการจัดทำแผนและคำขอ ข้อเสนอก็คือ มุ่งมาที่อำเภอ มุ่งมาที่จังหวัด มุ่งมาที่แผนพัฒนาจังหวัด แล้วก็กลุ่มจังหวัด ในช่องกลาง เพื่อระดมต่าง ๆ เข้ามานะครับ ในภาพที่ปรากฏนี้ อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบาย บริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการนั้น ก็จะสามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบ ต่อภาพรวมของงบประมาณทุกก้อนที่ลงในจังหวัด นี่คือความคาดหวังนะครับ ให้มองลงไปด้วย งบทุกก้อน กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ จะเป็นกลไกในการบริหาร ราชการส่วนภูมิภาค จะได้ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลผ่านแผนพัฒนาตำบล อำเภอ จังหวัด งบประมาณของท้องถิ่นทั้งหมดพยายามนะครับจะต้องให้มีแผนรองรับแล้วก็ไปบูรณาการ ที่อำเภอและจังหวัด เป็นไปได้หรือไม่เป็นกระบวนการที่จะต้องพัฒนากันขึ้นมา การกำกับ ดูแลการใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะขึ้นกับคณะกรรมการการกระจาย อำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แถวซ้ายครับ โดยจะมีสำนักงานรวบรวมคำขอ งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องปรับปรุงกลไกอำนาจ แล้วก็ให้เชื่อมโยงกับกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น เพราะว่าพูดถึงงบประมาณถึง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ไปอยู่ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เมื่อมามองที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั่นกำลังพูดถึง ๗,๘๕๓ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มี ๗๖ องค์การบริหารส่วนจังหวัด มี ๕,๓๓๔ องค์การบริหารส่วนตำบล มีเทศบาล ๒,๔๔๑ เทศบาล เป็นเทศบาลนคร ๓๐ เทศบาลเมือง ๑๗๘ เทศบาลตำบล ๒,๒๓๓ ทำอย่างไร สำนักงบประมาณท่านจัดสรรไหวหรือที่จะลงไปยัง ๗,๘๕๓ องค์กร แล้วก็แม้กระทั่งในขั้นตอนของการจัดทำแผนหรือคำขอ ตรงนี้ก็อาจจะมีกระบวนการว่า จะลงไปถึงระดับไหนเป็นสิ่งที่ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณจะพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ ต่าง ๆ ได้ แล้วก็ตรงนี้รวมถึงกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาด้วยนะครับ
ในกระบวนการต่อไป ส่วนขาลงที่ปรากฏบนจอนั้นก็เช่นเดียวกันก็คง ใกล้เคียงของเดิมที่จะแยกลงมา แยกตามส่วนต่าง ๆ ตามที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ในการพัฒนา ให้มีการพัฒนาระบบการติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ของการใช้งบประมาณในทุกระดับและ มิตินะครับ แล้วก็เสนอให้มีตัวอย่างปฏิทินการจัดทำงบประมาณเชิงพื้นที่ประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๑ สิ่งนี้ปรากฏอยู่ในภาคผนวก ช ปฏิทินการจัดทำงบประมาณประจำปี งบประมาณต่าง ๆ นั้นสำนักงบประมาณทำอยู่แล้ว แต่เพื่อให้สอดคล้องกับที่ ท่านผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเขียนไว้เองเลยตอนเสนอเข้า ครม. จะให้ประชาชนมามี ส่วนร่วมเพิ่มมากขึ้น ก็ขอให้ท่านกรุณาแทรกการจัดทำงบประมาณเชิงพื้นที่การมีส่วนร่วม ของประชาชนเข้ามาอยู่ในปฏิทินการจัดทำงบประมาณตรงนี้ด้วยนะครับ เจ้าหน้าที่เลื่อนไป ที่ภาพตัวอย่างปฏิทินการจัดทำงบประมาณเชิงพื้นที่ ตรงนี้สรุปมาจากภาคผนวก ช นะครับ เพื่อให้แทรกกิจกรรมที่เกี่ยวกับแผนพัฒนาชุมชน แผนพัฒนาตำบล องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น พัฒนาจังหวัดแบบบูรณาการ ในส่วนของแถวซ้ายและแถวกลางให้มาสมบูรณ์ มากยิ่งขึ้น แทรกไปในปฏิทินการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ซึ่งยังไม่ได้เริ่ม กำลังจะเริ่ม แต่ท่านยิ่งพิจารณาช้าไปเพียงใดข้อเสนอตรงนี้ก็จะเริ่มหมดโอกาส ที่จะนำไปปฏิบัติมากขึ้นเท่านั้นนะครับ ตรงนี้เป็นแนวทาง แนวทางเกี่ยวกับการเพิ่ม เกี่ยวกับการคลังท้องถิ่น ก็คือการเพิ่มรายได้ให้กับท้องถิ่นโดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้บริหารแล้วก็จัดเก็บภาษีเองได้มากขึ้น การเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในการบริหารงานคลัง นี่ก็คือภาพที่เกี่ยวกับการพัฒนาระบบการคลังท้องถิ่น พยายามที่จะให้คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านนายกรัฐมนตรีเช่นเดียวกันมาเป็นประธานอยู่ตรงนี้อยู่แล้วนะครับ ท่านเป็นประธาน ทั้ง ๒ คณะที่ได้กล่าวไปแล้วทั้งแถวซ้าย แถวกลางที่ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นะครับ ซึ่งคณะนี้ จะต้องปรับบทบาทพอสมควรให้ครอบคลุม การส่งเสริม การสนับสนุน การพัฒนาระบบ การคลังท้องถิ่น เพิ่มขีดความสามารถท้องถิ่นในการบริหารการคลัง โดยกระทรวงการคลัง กับกระทรวงมหาดไทยจะต้องร่วมในการพิจารณาดำเนินการตรงจุดนี้ด้วยนะครับ
ขอเข้าไปสู่เรื่องแนวทางเกี่ยวกับระบบสนับสนุนการตัดสินใจของรัฐสภา ในการพิจารณางบประมาณแผ่นดิน ข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นข้อเสนอที่ดีที่มี คุณค่ามากเป็นภาพในความฝัน ภาพในอนาคต แต่ถ้าย้อนลงมาดูในสิ่งที่เป็นไปได้ในปัจจุบันนั้น อาจจะไม่ง่ายนักที่จะเกิดขึ้น จึงเป็นข้อเสนอให้พัฒนาขีดความสามารถของสำนักงบประมาณ ของรัฐสภา มีอยู่แล้วนะครับ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีสำนักงบประมาณ ของรัฐสภา ชื่อมันดูยิ่งใหญ่ แต่เป็นเพียงแค่กลุ่มงานเท่านั้นเองไม่ใช่สำนัก ในสำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้นมีอยู่ ๒๒ สำนัก แต่คำว่า สำนักงบประมาณของรัฐสภา นี้เป็นเพียงแค่กลุ่มงานนะครับแต่ชื่อดูยิ่งใหญ่ คนของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีคนเท่าไรท่านทราบไหมครับ ๒,๒๕๕ คน คนที่อยู่ในสำนักงบประมาณของรัฐสภามี ๒๒ คน ก็เสนอให้เพิ่มขีดความสามารถตรงนี้แทนที่จะไปจัดตั้งหน่วยใหม่ ก็เป็นข้อมูล ประกอบการพิจารณาที่เสนอต่าง ๆ ต่อไปครับ แนวทางเกี่ยวกับเงินนอกงบประมาณและ เงินกองทุน ก็เสนอให้ปรับแก้คำนิยามให้ทั้งที่ปรากฏในร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. .... ให้มีสาระที่เหมือนกัน มีนัยที่ ตรงกันครอบคลุมถึงเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยครับ ปรับแก้ร่างพระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. .... โดยกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องแสดงฐานะการเงินนอกงบประมาณไม่ว่าหน่วยนั้น จะขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายต่อสำนักงบประมาณหรือไม่ก็ตามเพื่อให้มอง ในภาพรวมได้ทั้งหมดครับ ให้กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานเพื่อพัฒนาให้เกิดศูนย์ข้อมูล และระบบงานด้านเงินนอกงบประมาณอย่างบูรณาการ การจัดตั้งเงินทุนหมุนเวียน หรือกองทุนใหม่จะต้องมีมาตรฐานที่เข้มงวด และก็กองทุนที่มีรายได้หลักจากการจัดสรรภาษี ให้เป็นการเฉพาะจะต้องรายงานการใช้จ่ายกองทุนต่อรัฐสภาด้วย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็นำไปสู่ การแก้กฎหมายที่สำคัญ ๒ ฉบับซึ่งอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วนะครับ กำลังพิจารณาในรายมาตราแล้วก็จะดำเนินการให้ได้ข้อยุติตามสั่งการของ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายในตุลาคม ๒๕๕๙ เรากำลังเร่งกระบวนการข้อเสนอ ตรงจุดนี้ เพื่อเร่งเสนอไปให้ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยพิจารณาหน่อย สปท. มีข้อคิดเห็นอย่างนี้นะท่านควรจะปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมอะไร เพื่อให้เขาประกอบ การพิจารณาก่อนที่จะได้ข้อยุติแล้วออกมาโดยไม่มีโอกาสให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้เข้าไปเกี่ยวข้องอีกนะครับ ก็คือข้อเสนอเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. .... ที่กระทรวงการคลังร่างมาทั้ง ๒ ร่างนั้นแบบนี้ เราต้องไปอ้อนวอนขอเขามานะครับ เขาไม่ได้อยากให้เรา สำนักงบประมาณเมื่อมาชี้แจงก็ไม่ได้ให้ตัวร่างที่เสนอเข้า ครม. ตัวร่าง ที่ไปอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเราต้องไปดิ้นรนขอมาในทางที่เหมาะสม พอสมควรเพื่อให้ได้ตรงนี้มานะครับ เพราะเขาไม่อยากให้เราเข้าไปยุ่ง ร่างพระราชบัญญัติ การเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. .... ก็เช่นเดียวกัน คนของกระทรวงการคลังมาชี้แจงก็ให้เป็น แค่ร่างสรุป ๆ ไม่ให้ตัวร่างนี้ให้เราดู ไม่อยากให้ท่านเข้าไปยุ่งวุ่นวายมากนักหรอกแต่เรา ก็ต้องไปดิ้นรนเอามา เพื่อให้ได้มาพิจารณาให้ได้ข้อเสนอออกไปเพื่อประกอบการพิจารณา ก็คือในร่างพระราชบัญญัติการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. .... ในมาตรา ๘ ที่ปรากฏ ในภาคผนวก ข ก็คือเสนอให้มีการประชุมโดยท่านนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานในการกำหนดนโยบายการคลัง เป็นการแก้ไขในมาตรา ๘ ท่านคงมีเวลาไปอ่านอีก ๒ สัปดาห์ต่อจากนี้ไปนะครับ แก้ไขมาตรา ๒๔ ในภาคผนวก ข วรรคหนึ่ง ก็คือในส่วนที่เกี่ยวกับงบกลางเพิ่มลงไป ต้องมิใช่รายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ จะปรากฏในรายละเอียดตามที่ขีดเส้นใต้อยู่ในแถวขวาในตัวเอกสารที่ท่านได้รับแจกอยู่ ตรงหน้าท่านแล้ว ในตัวรายงานก็มีอยู่แล้วนะครับ เพื่อให้ท่านไปศึกษาต่อ
มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง ขอแก้ไขการกู้เงินไม่เคยกำหนดสัดส่วน ก็เป็นไปได้ไหม ที่จะกำหนดว่า เพดานสัดส่วนภาระหนี้สาธารณะต้องไม่เกินร้อยละ ๖๐ ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศ ยังไม่เคยถึง แต่เป็นการล็อกไว้ก่อนว่าอย่าให้เกินนี้ไปได้ไหม เป็นข้อพิจารณาเพื่อให้ท่านพิจารณาด้วย ท่านอาจจะมีตัวเลขอื่นที่เหมาะสมกว่านี้ก็ยินดี น้อมรับเพื่อมาประกอบการพิจารณาครับ
ในมาตรา ๘ เช่นเดียวกันเพิ่มวรรคสามขึ้นมา โดยเกี่ยวกับการกำหนด นโยบายและแผนการคลังตามวรรคหนึ่ง ท่านดูที่ขีดเส้นใต้นะครับ ให้นำเสนอรายงาน หนี้สาธารณะของประเทศให้ครอบคลุมหนี้ที่รัฐบาลกู้เอง หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน หนี้ของ หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติในรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมต่าง ๆ ตรงนี้เข้าไปด้วย แล้วก็มาถึงจุดที่สำคัญก็คือในร่างพระราชบัญญัติการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. .... นั้น คำจำกัดความของเงินนอกงบประมาณนั้นไม่กว้างขวางเท่าที่ควร พูดถึงถ้าท่านดูที่ช่องซ้าย หน่วยงานของรัฐเท่านั้น แต่ข้อเสนอในการแก้ไขคำจำกัดความตรงนี้เงินนอกงบประมาณ ในช่องขวาก็คือบรรดาเงินทั้งปวงที่หน่วยรับงบประมาณ คำว่า หน่วยรับงบประมาณ นี้มีความหมายที่กว้างขวางมาก ทั้งจังหวัด ทั้งกลุ่มจังหวัด ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ เพื่อแก้ไขตรงจุดนี้ให้รวมเข้าไปถึงเงินกู้ อะไรต่าง ๆ ด้วยครับ ในส่วนของที่กล่าวมาตอนต้นนั้นเป็นของร่างพระราชบัญญัติ การเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. .... แต่มาถึงร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. .... แก้ไขมาตราเดียว ในข้อเสนอที่ท่านเห็นอยู่ตรงนั้น ทำไมครับ เพราะว่าสำนักงบประมาณ ได้ร่วมตั้งแต่สภาปฏิรูปแห่งชาติแล้ว ร่วมมีคณะทำงานในการพิจารณาข้อเสนอของ สภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็ได้เตรียมการยกร่างในส่วนที่เกี่ยวข้อง พอท่านนายกรัฐมนตรี สั่งปุ๊บ มกราคม ไม่ถึงเดือนในกุมภาพันธ์สำนักงบประมาณเสนอร่างนี้ขึ้นมาได้เลย เพราะว่า ได้พัฒนาโดยพิจารณาข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติประกอบด้วยอยู่แล้วในเรื่องของ จังหวัด กลุ่มจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มเข้ามาต่าง ๆ นะครับ จึงมีข้อเสนอ แก้ไขเพียงแค่มาตราเดียว แต่ถ้าท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมองว่า พระราชบัญญัติงบประมาณขณะนี้ที่ใช้ปี ๒๕๐๒ แล้วมันมีจุดที่จะแก้ไขมาก มีข้อมูลเพิ่มเติม ท่านจะแก้ไขมากกว่านี้ก็กระทำได้ ถ้าสามารถสมเหตุสมผลและมาพิจารณาประกอบรวมกัน เป็นภาพรวมที่เหมาะสม ซึ่งกำลังอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขตรงนี้ก็คือ มาตรา ๔ เงินนอกงบประมาณให้รวมไปถึงเงินกู้ด้วยนะครับ ซึ่งหมายถึงเงินที่หน่วยรับ งบประมาณกู้เองหรือให้กระทรวงการคลังกู้ให้หรือเพื่อใช้ในการบริหารโครงการ นี่ก็คือ เนื้อหาหลัก ๆ ในรายละเอียดนะครับ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีเป็นโชคดีที่ได้มีโอกาสส่งให้ท่านเพื่อ ไปศึกษาอย่างขะมักเขม้นถึง ๒ สัปดาห์ต่อไป แล้วก็จะน้อมรับข้อคิดเห็นของท่านมา ประกอบในการพิจารณาดำเนินการต่าง ๆ
ต่อไปครับ นำมาสู่กำหนดเวลาปฏิรูป เราแบ่งตามอายุของสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ระยะที่ ๑ กรกฎาคมถึงธันวาคม ๒๕๕๙ เราน่าจะอยู่ถึงประมาณ ไม่เกินกุมภาพันธ์กระมังครับ ก็คือสนับสนุนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. .... ให้เข้า สู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติและประกาศใช้ สนับสนุนการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. .... ตรงนี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการคลังท้องถิ่นนะครับ สำนักงบประมาณและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการจัดทำปฏิทินการจัดทำ งบประมาณเชิงพื้นที่ประจำปี ๒๕๖๑ ซึ่งต้องเร่งหน่อย ท่านต้องเร่งให้ผ่านโดยเร็วพอสมควร เพราะปฏิทินนี้ก็จะเริ่มประมาณสักสิงหาคมก็เริ่มแล้ว ถ้าท่านพิจารณานานมากก็อาจจะไม่มี ผลในทางปฏิบัติเท่าที่ควร กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ นำร่องดำเนินการปรับกระบวนการจัดทำ แผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภายใต้กระบวนการจัดทำงบประมาณเชิงพื้นที่นะครับ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการและพัฒนากลไก กระบวนการและ เครื่องมือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารงานคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พอไปถึงระยะที่ ๒ ก็คือตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม ปี ๒๕๖๐ ตามอายุของรัฐบาล ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าท่านอยู่แค่นั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการ ปรับปรุงกฎหมาย กฎและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการประกาศใช้พระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ ระบุไปเลยนะครับ และพระราชบัญญัติการเงินการคลัง ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๙ ถ้าคำสั่งของท่านนายกรัฐมนตรีท่านศักดิ์สิทธิ์พอสมควร ภายใต้ กระบวนการจัดทำงบประมาณเชิงพื้นที่ครับ ทั้งหมดนี้ก็นำมาสู่ข้อเสนอแนะนะครับ คณะกรรมาธิการจึงขอเสนอให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศพิจารณาเพื่อเห็นชอบ รายงานของคณะกรรมาธิการ เรื่อง การปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังภาครัฐ และให้ คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามข้อเสนอของสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศดังนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาปรับแก้ร่างพระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. .... ตามข้อ ๒.๖ หรือถ้าท่านจะเพิ่มขึ้นมาอีกก็กระทำได้ ใส่อยู่ในข้อ ๒.๖ นี้ตามที่เห็นสมควรนะครับ ขณะนี้มีผู้ทรงคุณวุฒิกำลังพิจารณาอย่างขะมักเขม้นที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาเป็นรายมาตรานะครับ แล้วก็ประกาศใช้ภายในเดือนธันวาคม ๒๕๕๙ สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาปรับแก้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. .... ที่เสนอโดยกระทรวงการคลัง นำเข้าสู่การพิจารณาประกาศใช้ภายในเดือนธันวาคม ๒๕๕๙ สำนักงบประมาณและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการร่วมกันจัดทำปฏิทิน การจัดทำงบประมาณเชิงพื้นที่ภายในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๙ เราไม่ได้เปลี่ยนแปลงระบบ งบประมาณของประเทศนะครับ ระบบงบประมาณของประเทศยังเป็นระบบงบประมาณ แบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์อยู่ แต่ให้เสริมมิติด้านพื้นที่เข้าไปให้การมีส่วนร่วม ของภาคประชาชนมีเพิ่มมากขึ้น กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจ นำร่องปรับกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัด และคำขอจัดสรรงบประมาณ เชิงพื้นที่ ภายใต้กระบวนการจัดสรรและจัดทำงบประมาณเชิงพื้นที่ตามแผนภูมิที่ได้เสนอ ไปแล้วในแผนภูมิที่ ๑ ที่ ๒ ภายในเดือนธันวาคม ๒๕๕๙ ครับ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจ จัดทำแผนปฏิบัติการ พัฒนากลไกกระบวนการต่าง ๆ ภายในเดือนธันวาคม ๒๕๕๙ ครับ แล้วก็นำมาสู่ข้อสรุป อันสุดท้าย เมื่อปรับกระบวนการต่าง ๆ แล้ว ภายในเดือนธันวาคม ๒๕๖๐ สำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่ได้ทดลองปฏิบัติ แล้ว ได้ข้อยุติแล้วว่าจะมีกระบวนการที่ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไปอย่างไร จึงค่อยมา ปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแล้วไม่จำเป็นต้องปรับแก้อะไร เหมือนเดิม ก็จบ ถ้าพิจารณาแล้วมีการปรับแก้บางส่วนก็จะแก้เท่าที่จำเป็น ไม่ใช่เรื่องที่ ยิ่งใหญ่หรือว่ายุ่งยากจนเกินไป นี่คือข้อเสนอของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นก็คือ สร้างความมีส่วนร่วม ของประชาชนในการจัดการตนเอง เสริมสร้างประชาธิปไตย แล้วก็บูรณาการประสิทธิภาพ ในการใช้งบประมาณ เสริมสร้างธรรมาภิบาลในการใช้งบประมาณแล้วก็การสร้างวินัย ทางการคลัง เพื่อประกอบการพิจารณาของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครับ ขอบคุณครับ