เบญจวรรณ ชี้แจงการปฏิรูปองค์กร-กระจายอำนาจ-ตั้งผู้ว่าฯ แบบใหม่

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๕ · ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙

เบญจวรรณ สร่างนิทร์ หารือการปฏิรูปภาครัฐโดยเน้นการจัดตั้งหน่วยงานในภูมิภาค การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น และบทบาทของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมศิลปากร พร้อมยืนยันความพร้อมของเอกสารประกอบ ขณะเดียวกันเสนอให้กำหนดโครงสร้างและขอบเขตอำนาจหน้าที่อย่างชัดเจนก่อนการจัดสรรบุคลากร รวมถึงการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่องและจัดทำคู่มือเพื่อความยั่งยืน พร้อมแลกเปลี่ยนแนวคิดการปรับบทบาทกระทรวงและกระบวนการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้องผ่านการสร้างประสบการณ์อย่างเป็นระบบจากหลายภาคส่วน

นางเบญจวรรณ สร่างนิทร์ กรรมาธิการ

ขออนุญาตชี้แจงข้อสังเกตจาก ท่านสมาชิกนะคะ ที่ท่านบวรเวทพูดถึงหน้า ๔ ข้อ ๒ ทั้งหมดนะคะ สภาพปัญหาการบริหาร ราชการไทยในปัจจุบันทั้งหมดมาจาก สปช. แต่ท่านให้ข้อสังเกตที่ดี เดี๋ยวจะไปหาฟุตโน้ต (Footnote) มาว่าตอนนั้นที่เขาเขียนไว้ รู้สึกที่เขาเขียนไว้ก็ไม่มีเหมือนกันนะคะ

ท่านกษิตพูดถึงสำนักหนังสือเดินทางต่างประเทศที่ไปตั้งตามส่วนภูมิภาค บางอย่างในการจัดตั้งส่วนราชการนั้นต้องดูฐานความเปึนมาของเรื่องด้วย ก่อนหน้านี้ จะจัดเปึนรูปโมบาย (Mobile) ไปให้บริการสำหรับหน่วยที่มีผู้ใช้บริการค่อนข้างมาก ถ้าในอนาคตก็คงจะเปึ้นฐานส่วนหนึ่ง แต่ในอนาคตคงจะต้องมีการพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ว่าสมควรจะไปจัดตั้งในกรณีที่มีผู้ใช้บริการมากแค่ไหน เพียงใด ส่วนที่บอกว่ามีลิสต์ (List) ทั้งหมด ภาพทั้งหมดนั้นมีไหม เรามีค่ะ มีประกอบในภาคผนวกนะคะ

ท่านบวรเวทพูดถึง จริง ๆ ท่านพูดถึงหมายถึงการกระจายอำนาจไปท้องถิ่น มากกว่า ไม่ว่าจะเปึ้นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอสมุด หอจุดหมายเหตุ แล้วก็ห้องสมุดนั้น ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่สำคัญเหมือนกันค่ะว่าการเตรียมความพร้อมเพื่อจะรองรับให้กับ ท้องถิ่นควรจะให้เข้มแข็งมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามกรมศิลปากรก็จะต้องเปึ้นพี่เลี้ยง เปึ้นที่ปรึกษาให้หน่วยงานต่อไป

สำหรับท่านศานิตย์ก็ให้ความเห็นโดยทั่วไปก็คิดว่าดิฉันก็รวบรวมไว้แล้ว

ส่วนท่านต่อมาคือท่านมิ่งขวัญ ดิฉันอยากจะเรียนท่านมิ่งขวัญว่าการปฏิรูปนั้น เราต้องเอาโครงสร้างเปึนตัวตั้งก่อน เมื่อเรากำหนดโครงสร้าง กำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ ของแต่ละหน่วยโดยออกมาเปึนกฎกระทรวงแล้ว การจัดคนอะไรทั้งหลายจะตามไปนะคะ แต่ถ้าดูคนไปพร้อมกับโครงสร้างที่ผ่านมาก็คือการทำแผนอัตรากำลัง ๓ ป้ ซึ่งการทำแผน อัตรากำลัง ๓ ป้ ซึ่งตอนหลังก็มีการยกเลิกไปนั้น สิ่งที่เราได้ก็คือทำแผนอัตรากำลัง ๓ ป้ ที่ผ่านมามีแต่เพิ่มคนกับเพิ่มหน่วยงาน พอเพิ่มเสร็จดิฉันเคยไปทำตามที่ท่านบอกว่า ถ้าไม่มีการประเมินผลต้องยอมรับมาก ๆ เลยนะคะ ไปทำแผนรอบหนึ่ง แผนรอบสอง พอแผนรอบสามเราตามไปดูว่าที่ตกลงกันไว้รอบหนึ่งกับรอบสองนั้นไปถึงไหนแล้ว เขาบอกว่าไม่ พอแผนออกมาเสร็จได้คนเพิ่ม ได้งานเพิ่ม ได้หน่วยงานเพิ่มเขาก็จบ เขาก็กลับไปทำเหมือนเดิม เขาไม่ได้ทำตาม คือขอเพียงให้ได้ซีเพิ่มกับให้ได้จำนวนคนเพิ่ม อย่างอื่นเขาไม่สนใจ ดิฉันคิดว่าเรื่องติดตามประเมินผลที่ท่านเสนอแนะเปึ้นเรื่องที่ดีมากนะคะ ระหว่างฟังไปดิฉันก็คิดตามไปด้วยนะคะว่าเราน่าจะต้องจัดทำคู่มือในการดำเนินการต่าง ๆ แล้วสิ่งที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าข้อเสนอ แล้วก็คิดเหมือนหลายท่านที่เสนอนะคะว่า ข้อเสนอของ สปท. ที่ให้มีหน่วยงานจัดตั้งขึ้นมานั้นสอดคล้องกับหลักการนี้แค่ไหน เพียงใด น่าจะเปึนเรื่องที่จะต้องตามมา จริง ๆ เรื่องประเมินผลเราเคยคิดไว้เหมือนกันค่ะ ก็คือเรา จะบอกว่าจะเปึนรีอีเวลูเอชัน (Reevaluation) หรือเปล่า ทีนี้มันมี ๓ รี (Re) แล้วเราจะเพิ่ม รี (Re) ที่ ๔ อย่างไรนะคะ

ท่านคุณหมอพรพันธุ์พูดถึงแค่เรียร์แลดเดอร์ (Career ladder) ถ้าพูดถึง ในระดับท้องถิ่นก็เปึ้นอีกประเด็นหนึ่ง เพราะว่าแต่ละหน่วยนี้ความเปึนนิติบุคคลก็มี ในระดับหนึ่ง แต่เรื่องนี้น่าจะมองในภาพรวมทั้งระบบนะคะว่าถ้าจะมีการโรเทต (Rotate) กัน เพื่อจะไปรับตำแหน่งที่หรือมีทางก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้นควรจะวางระบบไว้แบบไหน อย่างไร ก็คงจะเปึ้นเรื่องของท้องถิ่นที่จะต้องรับไปดำเนินการนะคะ

ท่านวิทยาบอกว่า ดิฉันต้องเรียนอย่างนี้นะคะ ดิฉันเชิญบางท่าน ปลัดกระทรวงบางกระทรวงเข้าไป คำแรกที่ท่านพูดบอกว่าจะทำเรื่องนี้ให้รื้อกระทรวง ทุกกระทรวงเลย รื้อว่าบทบาทหน้าที่ที่เปึนอยู่ ณ ขณะนี้ยังใช่อยู่หรือไม่ใช่แล้ว ฟังท่านเสร็จ ดิฉันไม่ได้เอามือก่ายหน้าผ่าก็ทันทีนะ ก็คิดเพียงแต่ว่าตอนป้ ๒๕๔๐ ที่เราเจอต้มย้ำกุ้ง ป้ ๒๕๔๒ เราเอาแผนปฏิรูปภาครัฐ ระบบภาครัฐเข้าไปเสนอ ครม. เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๔๒ กว่าเราจะทําเรื่องนี้สำเร็จป้ ๒๕๔๕ นะคะ จากป้ ๒๕๔๕ ๓ ป้ คนทํานี่นะคะบอกว่า ตอนนั้นแทบจะทั้งสำนักงาน ก.พ. ถ้าไม่เห็นแสงหิ่งห้อยก็กลับบ้านยังไม่ได้ แต่นี่เรา สปท. มีเวลาก็จำกัด จำนวนคนที่รับผิดชอบก็ไม่มาก แต่ก็จะพยายามทำเต็มที่ ก็ต้องเรียนค่ะว่า ชั้นนี้เปึนการเขยื้อน เมื่อไรมีการเขยื้อนการขยับมันก็ต้องตามมาแน่นอนค่ะ จากหลายท่าน ที่ให้ข้อคิดต่าง ๆ ดิฉันก็ประมวลมาไว้ทั้งหมดนะคะ

สุดท้ายที่ท่านเพิ่มพงษ์พูดถึงนะคะว่า มันจะต้องมีการจัดทั้งหลายแหล่ สุดท้ายท่านมาพูดถึงเรื่องผู้ว่าราชการจังหวัด ตอนที่ศึกษาเรื่องนี้ดิฉันนำเรียนนะคะ ตอนที่ศึกษาเรื่องนี้ดิฉันมีข้อเสนอในเรื่องการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดด้วยนะคะ ก็ได้รับข้อคิดเห็นจากหลายหน่วยว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ดิฉันคิดว่าความเหมาะสมที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่กระทรวงมหาดไทยด้วยตัวระเบียบบริหารราชการแผ่นดินที่กำหนดไว้ ดิฉันว่าถูกต้องแล้ว แต่คนที่จะมาปฏิบัติงานนั้นอาจจะต้องพิจารณา ดิฉันใช้คำว่า โอเพนกัฟเวอร์เนอร์ (Open governor) น่าจะมาจากหลาย ๆ ภาคส่วน แต่ว่าไม่ใช่มาถึงบิน หรือลอยมาอยู่ตรงหัวเลย มันจะต้องสร้างสมประสบการณ์จากการเปึนรองมาก่อน แล้วการจะเปึ้นรองนั้นต้องทำงานในส่วนภูมิภาคมาก่อน มีอนุกรรมาธิการให้ข้อสังเกต บอกว่าอยากให้เรื่องนี้ผ่านหรือไม่ผ่าน ถ้าอยากให้เรื่องนี้ผ่านให้ตัดข้อนี้ออกค่ะ โดยสรุป ก็นำเรียนแค่นี้ค่ะ