อลงกรณ์ พลบุตร รายงานและหารือประเด็นการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน โดยชี้ให้เห็นปัญหาการบริหารที่ยังไม่เป็นระบบ ซึ่งส่งผลต่อการดูแลชุมชน โดยเฉพาะด้านแหล่งน้ำ การเกษตร และการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมเสนอให้เสริมความเข้มแข็งของชุมชนในยุทธศาสตร์ชาติ และวิพากษ์โมเดลการปกครองเปรียบเทียบระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่นเพื่อหาจุดสมดุลในการจัดการอำนาจ อีกทั้งย้ำความสำคัญของการรักษาโครงสร้างตำรวจในรูปแบบส่วนกลางเพื่อป้องกันการแทรกแซง รักษาประสิทธิภาพในการบูรณาการแก้ไขอาชญากรรมข้ามพื้นที่ และรักษาความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะในการต่อต้านการก่อการร้ายและคุ้มครองเศรษฐกิจ พร้อมเรียกร้องให้การวิพากษ์วิจารณ์เป็นไปบนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน
รายงาน เรื่อง การปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินเปึ้นเรื่องใหญ่มากนะครับ และเปึนจุดเปลี่ยนที่สำคัญยิ่งอย่างที่ท่านมิ่งขวัญได้พูดถึง จึงมีสมาชิกแสดงความจำนง จำนวนมากนะครับ แล้วก็ขณะนี้เพิ่มเติม ๒ ท่าน หลังจากนั้นก็คงจะเปึ้นเรื่องการชี้แจง ของกรรมาธิการนะครับ ขอเชิญท่าน พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรม ขอเชิญครับ
พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ : กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ท่านกรรมาธิการที่เคารพรัก กระผม พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ สปท. ลำดับที่ ๓๙ ครับ วันนี้ผมก็ต้องขอชื่นชมท่านกรรมาธิการเช่นเดียวกับเพื่อน สปท. ที่ได้อภิปรายไปแล้วนะครับ ที่ท่านได้หยิบยกปัญหาที่เปึนปัญหาหลักของประเทศไทย ผมใช้คำว่า ปัญหาหลักของประเทศไทย นะครับว่าการจัดการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ว่าจะเปึนส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นมันยังไม่ลงตัวนะครับ ที่ไม่ลงตัวอย่างไร ทางด้านกรรมาธิการก็ได้อภิปรายเสนอไปแล้วว่ามันมีในพื้นที่โดยเฉพาะในส่วนจังหวัด หรือกลุ่มจังหวัดที่เปึนอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือของส่วนราชการปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีปัญหามากนะครับ เริ่มตั้งแต่ว่าหลาย ๆ งานขาดคนเปึนเจ้าภาพ หลาย ๆ งานขาดการบูรณาการ หลาย ๆ งาน ขาดงบประมาณ หลาย ๆ งานไม่มีใครดูแลให้กับประชาชน ผลสุดท้ายพื้นที่โดยเฉพาะ ผมจะใช้คำว่า ชุมชน เพราะว่าชุมชนถือว่าเปึนหน่วยเล็กที่สุดของการปกครองเปึนหมู่บ้าน รวมกันเปึนตำบล รวมกันเปึนอำเภอ รวมเปึนจังหวัดหลายจังหวัดเปึนประเทศ เพราะฉะนั้น ชุมชนของเรานี่เราพูดกันว่าเราอยากเห็นชุมชนเข้มแข็งนะครับ เผอิญผมเองลงไปศึกษา หลายเรื่อง เนื่องจากเติบโตมาจากชนบท อย่างเรื่องแหล่งน้ำในชุมชนเพื่อการอุปโภคบริโภค และการทำเกษตรในหน้าแล้ง อย่างที่ผมเคยอภิปรายไปแล้วว่าไม่มีครับ ตําบลไม่สามารถ จะรู้เลยว่าในชุมชนของตัวเอง ในหมู่บ้านของตัวเองมีน้ำต้นทุนเท่าไร แล้วก็จะใช้เกษตร หน้าแล้งเท่าไร ไม่มีนะครับ ยิ่งผมลงไปทําดูว่าในป้หน้าถ้าผมจะเสนอเรื่องการทำเกษตร ในหน้าแล้งของชุมชนจะทําได้ไหม เพราะว่าในประเทศอิสราเอลเขาทําได้ การเกษตรในที่สูงทําได้ การเกษตรในหน้าแล้งทําได้ไหม ถ้าเผื่อทําได้นะครับ นโยบายของรัฐบาลเรื่องเพิ่มกําลังซื้อ ในชนบทก็จะเกิดขึ้น เราไม่เคยคิดถึงสิ่งเหล่านี้นะครับ แต่ลึกลงไปก็มาจากการบริหาร ราชการแผ่นดินของเรานี่ละครับ ปัญหาอย่างที่กรรมาธิการได้นำเสนอผมขอขอบคุณ และขอชื่นชมในความกล้าหาญของท่านที่หยิบตัวนี้ขึ้นมานะครับ หรือแม้กระทั่ง การปลูกต้นไม้ในชุมชนซึ่งผมก็มองว่าเมื่อชุมชนมีน้ำแล้วเราจะปลูกต้นไม้ในชุมชนเราจะปลูก ได้อย่างไร จะให้ใครเปึ้นเจ้าภาพดูแลในพื้นที่ไม่มีครับ เพราะว่าส่วนกลางอํานาจบางส่วน อยู่ในหน้าที่ของหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ซึ่งจัดไม่ลงตัว ณ วันนี้ เรายังไม่ลงตัวเลย ก็ต้องขอชื่นชมที่ท่านกษิตได้ยกตัวอย่างประเทศที่เราเติบโตคู่กันมา ใกล้เคียงกันมาก็คือประเทศญี่ปุ์น เขามีลักษณะใกล้เคียงกับเรามากในการปกครอง ไม่ว่าจะเปึนส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือส่วนท้องถิ่น เขามีความเข้มแข็ง เขารู้ว่าอันไหน จะต้องกระจาย อันไหนจะไม่ต้องกระจาย อันไหนที่จะต้องร่วมกันทำ ร่วมกันรับผิดชอบ เขาชัดเจนในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องตำรวจ ไม่ว่าจะเปึ้นเรื่องของหน่วยงานในกระบวนการ ยุติธรรมเขามีชัดเจนนะครับ มีชัดเจน แต่ก็หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าตั้งแต่ ผมเริ่มต้นรับราชการมาก็ฟังเรื่องนี้มาตลอด เพราะฉะนั้นผมยังอยากจะเห็นว่าไหน ๆ กรรมาธิการชุดนี้ก็รับผิดชอบเรื่องยุทธศาสตร์ของชาติแล้ว ผมอยากให้ท่านบรรจุเรื่องนี้ ในยุทธศาสตร์ของชาติครับ ว่าเราจะทำได้ภายในกี่ป้ถึงจะตอบโจทย์ ตอบปัญหา ให้กับประชาชนว่าเมื่อไรชุมชนเขาจะเข้มแข็ง เมื่อไรเขาจะลืมตาอ้าปากได้ ตัวนี้เปึน สิ่งสําคัญนะครับ ผมเองสนับสนุนเต็มที่ครับ อยากจะเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเร็ว ๆ นะครับ ขอขอบคุณครับ
ต่อไปขอเชิญท่าน พลตำรวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติครับ
พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา : เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผู้ทรงเกียรติที่เคารพ ผม พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สมาชิกลำดับที่ ๑๗๖ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ ทางคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ได้นำเสนอรายงานในเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรภาครัฐ การจัดความสัมพันธ์ ระหว่างส่วนราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ผมขออนุญาตเรียนเสนอว่า การบริหารราชการในแต่ละประเทศต่าง ๆ ในประเทศทั่วโลกนี้เขาแบ่งกันเปึน ๓ ประเภท ใหญ่ ๆ นะครับ ประเภทที่ ๑ คือแบบที่ส่วนกลางมีอำนาจมาก หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เปึนการปกครอง โดยรัฐบาลกลาง ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่นมีอํานาจดําเนินการตามที่รับมอบหมายจากส่วนกลางไปในรูป ของเงินอุดหนุนเฉพาะกิจให้ท้องถิ่นดำเนินการตามที่ส่วนกลางเห็นสมควร ภายใต้การกำกับ ดูแลของส่วนกลาง ทั้งก่อนและหลังดำเนินการผ่านกระบวนการทางการเงิน ประเทศเหล่านี้ ที่มีการบริหารงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ก็ได้แก่ประเทศญี่ปุ์น ประเทศไทย และประเทศอังกฤษ ในยุคสมัยนายกรัฐมนตรีมาร์กาเรต แธต่เชอร์ มาแบบที่ ๒ ครับ แบบที่ท้องถิ่นมีอำนาจมาก เปึ้นรูปแบบที่พบในประเทศที่เกิดใหม่ที่ท้องถิ่นเกิดก่อน รัฐบาลกลาง อํานาจรัฐบาลกลางคืออํานาจท้องถิ่นต่าง ๆ ที่มอบให้ ท้องถิ่นจะรับผิดชอบ จัดทำกิจกรรมสาธารณะต่าง ๆ ยกเว้นกิจกรรมระดับชาติที่เปึนส่วนกลาง ที่เกี่ยวข้อง กับความมั่นคงของชาติ หรือการรักษาความสงบเรียบร้อยภายใน ประเทศเหล่านี้คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสวีเดน ประเทศแคนาดา ประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์ ในประเทศสหรัฐอเมริกาเราจะสังเกตเห็นนะครับว่ารัฐต่าง ๆ นั้น เกิดขึ้นมาก่อน แต่ละรัฐนั้นก็มีกฎหมายของตัวเอง แล้วตอนหลังมาทุกรัฐก็มาร่วมกัน มอบอำนาจให้รัฐบาลกลางในการบริหารบางอย่างครับ มาแบบที่ ๓ ครับ แบบที่พยายาม หาดุลยภาพระหว่างส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่น อาทิเช่นประเทศฝรั่งเศสมีการปรับปรุงรูปแบบ ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นมีความคล่องตัวมากขึ้น โดยปรับบทบาทในการควบคุมของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่รัฐบาลกลางแต่งตั้งที่เคยมีอำนาจมาก ให้ทำหน้าที่เปึ้นเพียงผู้ประสานงาน และดูแล้งบประมาณจากส่วนกลาง ในขณะเดียวกัน ก็มีการจัดการดูแลในระดับมณฑล หรือที่เรียกว่ารีเจิน (Region) นะครับ ดูแลโดยเฉพาะ เรื่องการวางแผนพัฒนาในเขตพื้นที่ที่สำคัญอันนั้นเท่านั้นนะครับ อันนั้นคือ ๓ รูปแบบ
ทีนี้ในส่วนของเราที่ท่านเสนอผมก็เห็นด้วย แต่ผมอยากจะขอให้ข้อมูล สําหรับท่านที่เสนอว่าตํารวจควรไปขึ้นอยู่กับท้องถิ่น หรือว่าตํารวจควรไปขึ้นกับภูมิภาค หรือไม่ ผมในฐานะที่เปึ้นบุคลากรอยู่ใกล้ชิดกับปัญหามากที่สุด อยากจะให้ความรู้และข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้องกับหลายท่านกับทุกท่านนะครับ ในเรื่องแรกนะครับ หลายท่านบอกว่า ตํารวจควรจะไปขึ้นกับรัฐบาลท้องถิ่นอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะประเทศ สหรัฐอเมริกานั้นเขามีท้องถิ่นเกิดมาก่อน รัฐบาลสหรัฐอเมริกานั้นมีกฎหมายของแต่ละรัฐ แยกต่างหาก แต่ละรัฐก็มีกฎหมายของตัวเอง และประเทศสหรัฐอเมริกามีขนาดใหญ่ ๑ มลรัฐก็ร่วมเท่าประเทศไทยแล้ว ทั้งประเทศเขาก็ร่วมครึ่งโลกแล้ว และรูปแบบ การปกครองเขาเปึนแบบสหรัฐ ดังนั้นรูปแบบของเขาจึงเหมาะสมกับตำรวจท้องถิ่น แต่ท่านทราบไหมครับว่าตํารวจสหรัฐอเมริกาเปึนตํารวจที่อิทธิพลท้องถิ่นแทรกแซงมากที่สุด ประเทศหนึ่ง เรามาดูตํารวจที่มีการบริหารงานจากส่วนกลางนะครับ ก็ได้แก่ตํารวจ ที่เมื่อสักครู่นี้ท่าน พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ ท่านได้กล่าวไว้ว่าประเทศญี่ปุ์นครับ เปึนการปกครองที่ตำรวจมาจากส่วนกลาง คือตำรวจแห่งชาติ แต่ก็สามารถบริหารจัดการ ให้มีประสิทธิภาพสูงได้ โดยการจัดตั้งรูปแบบการให้บริการอยู่ในท้องถิ่นก็คือเรียกว่าโคบัง (Koban) หรือว่าตู้ยามตํารวจในชุมชน ประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศส ประเทศอาเซียน (ASEAN) แทบทุกประเทศเลยนะครับ ทั้ง ๑๐ ประเทศนั้นมีประเทศเดียวเองนะครับ ที่รัฐบาลไปขึ้นกับท้องถิ่น คือประเทศฟ่ลิปป่นส์ เหตุที่ประเทศฟ่ลิปป่นส์รัฐบาลไปขึ้นท้องถิ่น เพราะว่าประเทศฟ่ลิปป่นส์เปึนเกาะ และส่วนมากการติดต่อสื่อสารก็ลำบาก ก็เลยต้องไป ขึ้นอยู่กับท้องถิ่นในเกาะต่าง ๆ ผมในฐานะที่เคยมีประสบการณ์ประสานงานตำรวจอาเซียน (ASEAN) เมื่อครั้งเปึ้นผู้บัญชาการศึกษา ท่านทราบไหมครับว่าอุปสรรคในการประสานงาน ตํารวจในระหว่างประเทศมากที่สุดคือประเทศฟ่ลิปป่นส์ ขนาดเรื่องการฝ๊กอบรมนะครับ เพราะการตัดสินใจที่จะส่งใครมาฝ๊กอบรม การตัดสินใจที่จะประสานงานตำรวจในท้องถิ่น เพื่อที่จะส่งมาในภาพรวมในระดับอาเซียน (ASEAN) ในระดับประเทศยากครับ อันนั้นพูดถึงเรื่องการฝั๊กอบรมนะครับว่าจะส่งตํารวจจากเกาะเกาะหนึ่งมาฝ๊กอบรมที่ ประเทศไทย เขาต้องไปถามรัฐบาลท้องถิ่นก่อน นั่นความยาก นอกเหนือจากนั้นแล้วนะครับ การประสานงานการปฏิบัติในปัจจุบันนี้ประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) การประสานการปฏิบัติถ้าไปประสานการปฏิบัติผ่านตํารวจท้องถิ่น ขึ้นกับรัฐบาลท้องถิ่นยากมากเลยครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้นี่นะครับตํารวจจะไปขึ้นอยู่กับใคร จะบริหารอย่างไรนั้น ขอให้ดูว่าทำอย่างไรจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด ขอเรียนให้ทุกท่านทราบนะครับว่า ณ วันนี้ตํารวจไทยได้ชื่อว่าเปึนตํารวจที่มีประสิทธิภาพ หรือมีศักยภาพในการปัองกันและปราบปรามอาชญากรรมและแก้ไขปัญหายาเสพติด ติดระดับต้น ๆ ของโลกครับ หลายท่านอาจจะมองเข้าใจผิดว่าตำรวจไทยไม่มีประสิทธิภาพ เลยต้องเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ครับ ถ้าเปรียบเทียบในระดับโลกนี้จะเห็นว่ามีประสิทธิภาพสูงครับ ทีนี้มาดูนะครับว่าเราจะต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้างที่จะมาเปึ้นองค์ประกอบในการพิจารณา ว่าตํารวจควรจะบริหารจัดการอย่างไรนะครับ มาดูนะครับว่าเราจะทําอย่างไรที่จะไม่ให้ ผู้มีอำนาจในท้องถิ่นเข้ามาแทรกแซงในกระบวนการยุติธรรม เพราะตำรวจเปึ้นต้นน้ำ แห่งกระบวนการยุติธรรม ถ้าตำรวจไปขึ้นกับท้องถิ่น ถ้าการแต่งตั้งโยกย้ายอยู่ในท้องถิ่นหมด แน่นอนครับถูกแทรกแซง แล้วถ้าตำรวจอยู่แค่ในท้องถิ่นตั้งแต่เริ่มรับราชการในท้องถิ่น แล้วอยู่ในท้องถิ่นนั้นไม่สามารถโอนย้ายออกไปนอกท้องถิ่นนั้นได้จะมีปัญหาครับ จะไปสนิทสนมคุ้นเคยกับคนที่มีธุรกิจผิดกฎหมาย หรือเปึนผู้ที่มีบารมีในทางที่ผิดกฎหมาย ในพื้นที่ จะแก้ไขไม่ได้ ทุกวันนี้เราแก้ไขได้ครับ มีไปใกล้ชิด หรือเราก็ย้ายข้ามถิ่นไปเลย ข้ามจังหวัด ข้ามภาคไปเลยครับ
อันที่ ๒ เราจะทำอย่างไรถึงจะปลอดการแทรกแซงจากผู้มีอิทธิพล ในการบริหารงานตํารวจและการปฏิบัติงานของตํารวจ ถ้าขึ้นท้องถิ่น ถ้าขึ้นภูมิภาค และที่สำคัญอาชญากรรมที่เกิดในปัจจุบันนี้ไม่ใช่อาชญากรรมสมัยโบราณครับ เกิดลักทรัพย์ วิ่ง ชิง ปล้น ในพื้นที่ ทุกวันนี้เปึนอาชญากรรมเปึนขบวนการครับ การก่ออาชญากรรม อาจจะก่อข้ามอำเภอ ข้ามจังหวัด และเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่ข้ามชาติครับ เพราะฉะนั้นในการที่จะไป แก้ไขปัญหาเหล่านั้นจะต้องมีองค์กรที่เปึนรวมศูนย์และสามารถประสานงานการจัดการได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับว่าถ้าเปึนคดีที่ใหญ่ขึ้นมา อย่างคราวที่แล้วผมทำคดียูฟัน (UFUN) คดีฉ้อโกง ผมต้องใช้ตำรวจทั้งประเทศครับ พนักงานสอบสวนทั้งประเทศช่วยกันสอบ ผู้ต้องหาพร้อม ๆ กันให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด เพราะถ้าช้าก็ไปยื่นให้อัยการฟัองศาล ไม่ทัน ต้องมีกำหนดเวลา เพราะฉะนั้นต้องระดมกำลังครับ การประสานงานต้องประสาน ทั้งประเทศครับ ยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยภายใน ถือเปึนเรื่องของความมั่นคงแห่งรัฐ ในช่วงที่เกิดชุมนุมประท้วง ถ้าบอกว่าแล้วตํารวจ ขึ้นไปกับท้องถิ่น ถามว่าจะระดมกำลังตำรวจทั้งประเทศมาช่วยแก้ไขวิกฤตที่เกิดขึ้น ในกรุงเทพมหานครได้อย่างไร ถ้าตำรวจท้องถิ่นปัจจุบันนี้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมจะระดมกําลังตํารวจทั้งประเทศไปช่วยได้อย่างไร ทุกวันนี้ตํารวจ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้เปึนตํารวจทั้งประเทศส่งกันไปช่วยอยู่นะครับ นั่นเปึนตัวอย่างอันหนึ่งเรื่องการรักษา ความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายใน
อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องการต่อต้านการก่อการร้าย ทุกวันนี้ภัยที่คุกคาม คุณภาพชีวิตของประชาชน และเปึนภัยที่บ่อนทำลายเศรษฐกิจของชาติมากที่สุดคือ ภัยก่อการร้ายครับ ถ้ามีการก่อการร้ายขึ้นในประเทศไทย นักท่องเที่ยวก็ไม่มาเที่ยว นักลงทุนก็ไม่มาลงทุน คนไทยเองก็หวาดผว่า แต่ท่านทราบไหมครับว่ากระบวนการต่อต้าน การก่อการร้ายเขาทําอย่างไร รัฐบาลกลาง ตํารวจส่วนกลางต้องประสานเครือข่ายตํารวจ ทั้งโลกครับ ต้องประสานหน่วยข่าวทั้งโลก ตำรวจในประเทศไทยเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วจาก หน่วยประสานกลางจะต้องกระจายสู่หน่วยข่าวในพื้นที่ เมื่อกระจายเสร็จแล้วเขาต้องมีกระบวนการครับ สะกดร้อยติดตาม กระบวนการผลักดัน กระบวนการควบคุมพฤติการณ์ กระบวนการจับกุม กระบวนการรวบรวมพยานหลักฐาน มันต้องเปึ้นระบบครับ ไม่สามารถที่จะให้รัฐบาลท้องถิ่นทำได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ และเหตุที่เกิดไม่ว่าจะที่ราชประสงค์หรือว่าที่ไหนก็ตามที่เกิดแรง ๆ ในประเทศนั้นเกิดจากที่ จับได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เพราะเรามีตํารวจเปึนส่วนกลางครับ เพราะฉะนั้นท่านใดที่ไม่รู้ เรื่องการบริหารงานตำรวจอย่างแท้จริง ไม่รู้เรื่องลึก ขออนุญาตนะครับว่าอยากให้รู้ลึก ๆ แล้วค่อยวิพากษ์วิจารณ์นะครับ แล้วก็สิ่งที่ผมพูดนั้นผมพูดเพื่อประโยชน์ของชาติ ประโยชน์ของประชาชนเปึนหลักครับ อะไรก็ตามถ้าเปลี่ยนแปลงแล้วดีขึ้นเราพร้อมเสมอ แต่ถ้าเปลี่ยนแปลงแล้วไม่ดีขึ้นกลับสร้างปัญหา ผมจำเปึนต้องให้ความรู้และข้อมูลข่าวสาร ที่ถูกต้องครับ ผมขอสนับสนุนรายงานของท่านกรรมาธิการครับที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ ในการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นครับ แต่ในเรื่องของตำรวจ ขอให้ระมัดระวัง และขอให้ดำเนินการโดยใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง ขอขอบคุณครับ
อีกท่านหนึ่งนะครับ ท่านเพิ่มพงษ์ เชาวลิต อดีตเลขาธิการคณะกรรมการ ปัองกันและปราบปรามยาเสพติดครับ