ธวัชชัย ชี้ปัญหาขาดส่วนร่วม แจงแนวทางเสริมบทบาทท้องถิ่น

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๔ · ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙

ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย หารือปัญหาการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ต่ำในการพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งเกิดจากข้อมูลไม่เพียงพอ ความไม่เข้าใจบทบาท และข้อจำกัดด้านเวลา รวมถึงการไม่รับฟังความเห็นจนทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย จึงเสนอให้เสริมสร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงผ่านการจัดเวทีประชาคมแบบไม่เป็นทางการ การปรับระเบียบเพื่อให้เบิกจ่ายงบประมาณได้คล่องตัว และการขับเคลื่อนแผนชุมชนที่เริ่มจากความต้องการของประชาชนเอง โดยเชื่อมโยงกับแผนระดับสูงอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันให้มีการปรับการจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างเท่าเทียม

นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานและ ที่ประชุม สปท. ทุกท่านนะครับ ในส่วนของข้อเสนอแนะของแต่ละท่านที่ได้เสนอมา ผมก็ เห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีแล้วก็มีประโยชน์อย่างยิ่ง ผมขออนุญาตตอบในประเด็นบางประเด็นนะครับ ในเรื่องของการสร้างจิตสํานึกหรือการทําอย่างไรที่ให้ภาคประชาชนนั้นเข้ามามีส่วนร่วม อันนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนนะครับว่า ในเรื่องของการมีส่วนร่วมนั้นเราคํานึงถึงปัญหาของ ภาคประชาชนนะครับว่าสาเหตุที่ภาคประชาชนไม่เข้ามามีส่วนร่วมเพราะอะไร เราได้ กําหนด มันมีสาเหตุหลาย ๆ ประการนะครับ เช่น การไม่ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร หรือได้รับ ความรู้ข้อมูลข่าวสารแต่ไม่เพียงพอไม่ทั่วถึงหรือเท่าเทียมกันทุกกลุ่มทุกองค์กรนะครับ รวมทั้งการรับรู้ข้อมูลข่าวสารล่าช้าไม่ทันต่อเหตุการณ์ แล้วก็การที่ประชาชนไม่เข้าใจ เกี่ยวกับความสําคัญของการมีส่วนร่วมของตนเองว่ามีบทบาทต่อการพัฒนาท้องถิ่นมากน้อย แค่ไหน คิดแต่เพียงว่ามีผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งเข้าไปทําหน้าที่ แล้วก็เพียงพอนะครับ

ประเด็นที่ ๓ ก็คือการไม่มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในหลาย ๆ กิจกรรมที่จําเป็นจะต้องร่วมมือกัน โดยอาจเป็นเพราะเงื่อนไข ข้อจํากัดด้านเวลาที่อาจจะไม่ตรงกัน หรือบางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ให้ความสําคัญ กับการมีส่วนร่วมของประชาชน แล้วก็การที่ประชาชนปฏิเสธไม่เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย ในเหตุผลต่าง ๆ เช่น ไม่มีเวลา ต้องทํามาหากิน หารายได้ให้ตนเองแล้วก็ครอบครัว ซึ่งในประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่ผมได้เรียนให้ทราบนี้ก็คือเป็นประเด็นที่เราไปสรุปมาว่าขณะนี้ ปัญหาของการมีส่วนร่วมนั้นมีอะไรบ้าง ทีนี้ในการทําการมีส่วนร่วมผมก็คิดว่าคงจะเอา ทุกภาคส่วนให้ทุกคนมา ผมคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้นะครับ ก็คงจะต้องอาจจะเป็นตัวแทนกลุ่ม หรือผู้ที่สนใจหรืออะไรต่าง ๆ เราเอาเขาเข้ามา แต่ที่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาก็คือว่า ส่วนใหญ่พี่น้องประชาชน ผมยกตัวอย่างเช่น เรื่องของการจัดทําแผนชุมชน ส่วนใหญ่เวลา เขาเข้ามาก็มาเสนอโน่นเสนอนี่ เสร็จแล้วสิ่งที่เขาเสนอมามันไม่ได้รับการนําไปดําเนินการ ครั้งแรกนี่ก็ไม่เป็นไรก็เดี๋ยวลองเสนอครั้งที่ ๒ ลองเสนอครั้งที่ ๓ แล้วก็ไม่เห็นความสําเร็จ เขาก็เบื่อเขาก็ไม่อยากมา แล้วมันก็ไม่มีบทบังคับที่เขาจะต้องไปดําเนินการหรืออะไรต่าง ๆ ซึ่งในส่วนนี้เราก็ได้นําเอาประเด็นปัญหาต่าง ๆ เอามาแล้วก็มาประมวลในเรื่องของการแก้ไข แล้วก็คิดว่าเราเริ่มต้นเพิ่มความเข้มของการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคประชาชน ผมก็คิดว่า จากนี้ไปเมื่อได้ดําเนินการตามอันนี้แล้ว การเข้ามามีส่วนร่วมของภาคประชาชนก็คงจะดีขึ้น แล้วก็จะเป็นการเสริมสร้างจิตวิญญาณ แล้วก็พี่น้องประชาชนเมื่อเข้ามาร่วมในเรื่องภาค ต่าง ๆ ได้แล้วเขาก็จะสามารถนั่นได้

แล้วอีกอันหนึ่งก็คือในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขาอยากจะเข้า มาดูในเรื่องของการให้มีส่วนร่วมของภาคประชาชน บางทีเขาติดขัดด้วยเรื่องระเบียบ คือไม่ได้ไปกําหนดระเบียบว่าให้เขาสามารถเบิกจ่ายเงินในเรื่องของการที่จะไปสนับสนุน องค์กรต่าง ๆ ในการเข้ามาจัดทําประชาคมหรือการมีส่วนร่วมอะไรในเรื่องต่าง ๆ เขาก็เบิก ไม่ได้ เมื่อเบิกไม่ได้ปั๊บมันก็เป็นปัญหาว่าการจัดประชุมหรืออะไรต่าง ๆ นี่มันก็จะเป็นปัญหา เราก็พยายามไปดูในเรื่องของประเด็นปัญหาต่าง ๆ แล้วก็ขจัดปัญหาต่าง ๆ ที่มันเป็น ตัวขัดขวางให้มันลดน้อยไปหรือหมดไปในที่สุด เพื่อที่จะให้การเข้ามามีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชนได้อย่างดียิ่งนะครับ

สําหรับในเรื่องของการกําหนดประเด็นสาธารณะ เราก็ให้เขาดูได้ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและเรื่องที่เขาคิดว่าในอนาคตมันก็ควรจะต้องมาพูดมาคุยกัน นะครับ เขาก็สามารถจัดเวทีมาได้เลย แล้วก็การคิดคงไม่ใช่เป็นผู้บริหารท้องถิ่นหรือ สมาชิกสภาท้องถิ่นเป็นผู้คิดเองคงไม่ใช่นะครับ ทุกภาคส่วนใครก็ได้ที่คิดในเรื่องสาธารณะ หรือเรื่องท้องถิ่นของตัวเองก็เอามาสามารถมาพูดมาคุยได้ แล้วเรื่องไหนที่เป็นปัญหาท้องถิ่น ของตัวเองก็สามารถเอาเข้ามาได้หมดเลย ทุกคนครับมีสิทธิแล้วก็เข้ามานั่นได้

สําหรับในเรื่องของภาคประชาชนที่ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นต่างแล้วก็ ไม่ยอมรับฟังอะไรเลยก็คือเมื่อไม่เห็นด้วยก็จะไม่เห็นด้วยตลอด อันนี้เป็นเรื่องปกตินะครับ อันนี้เราต้องมีใจเป็นกลางและต้องมีใจเป็นธรรม ก็คือหมายความว่าคือการรับฟัง ความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิมีความเห็นต่าง แต่ว่าสิ่งที่จะต้องทําก็คือจะต้องมานั่ง มาพูดมาคุยกัน แล้วก็ทําความเข้าใจกัน เมื่อการทํา ความเข้าใจได้ข้อยุติแล้วถึงค่อยดําเนินการ ซึ่งในส่วนนี้ที่ผมได้กราบเรียนไว้แล้วว่าเราจะ ไม่เอาการลงมติมาเป็นตัวตัดสินในเรื่องของการที่จะทําโน่นหรือทํานี่ เพราะว่าการลง ประชามติอะไรต่าง ๆ คงจะต้องผ่านหลายกระบวนการมานะครับ คงจะต้องผ่านหลาย กระบวนการและคงจะต้องมีการพูดคุยอะไรต่าง ๆ เพราะถึงแม้จะลงประชามติหรืออะไร ต่าง ๆ ไปแล้วมันก็ยังทําไม่สําเร็จนะครับอันนี้ ซึ่งตัวนี้เราก็ได้พยายามนั่นแล้วก็ระบุลงไปใน แนวทางปฏิบัติไว้แล้ว

สําหรับในส่วนของเรื่องวิทยากรกระบวนการนะครับว่าจะต้องไม่ไปครอบ ประชาชน ซึ่งตัวนี้ทางคณะอนุกรรมาธิการเองก็เป็นห่วงนะครับ แต่ว่าในส่วนผมเองที่อยู่ กระทรวงมหาดไทยแล้วก็กําลังทําในเรื่องนี้อยู่ก็เห็นว่าขณะนี้กระทรวงมหาดไทยก็เน้นย้ํา มาโดยตลอดนะครับว่าเจ้าหน้าที่มีแค่เป็นคุณอํานวยนะครับ คอยอํานวยความสะดวกนะครับ ไม่สามารถที่จะเข้าไปกําหนดว่าคนนั้นจะต้องทําอย่างนี้ คนนี้จะต้องทําอย่างนั้นอะไรต่าง ๆ คงไม่ได้นะครับ

แล้วก็สําคัญที่สุดก็คือในเรื่องของการจัดทําแผนชุมชนนะครับ ที่ท่านบอกว่า มันจะไปเชื่อมกับเครือข่ายของแผนอื่น ๆ ได้อย่างไร จะไปทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือในส่วนของส่วนราชการอื่น ๆ หรือในส่วนของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ผมขออนุญาต กราบเรียนนะครับว่าในเรื่องของความสําคัญของแผนชุมชน อันนี้การจัดทําแผนเราพูดไว้ ชัดเจนเลยนะครับว่าไม่มีใครรู้ปัญหาความต้องการดีกว่าประชาชนเจ้าของพื้นที่

การแก้ไขปัญหาและพัฒนา การพัฒนาที่เสนอจากประชาชนเราถือว่า เป็นข้อเท็จจริงนะครับ คือเกาถูกที่คัน แล้วก็ทําให้งบประมาณแก้ปัญหาได้ตรงจุด แล้วก็มี ความประหยัด มีประสิทธิภาพ แล้วก็ทําให้ชุมชนนั้นเกิดความเข้มแข็ง และสิ่งที่สําคัญก็คือ กระทรวงมหาดไทยได้มีระเบียบว่าด้วยการจัดทําแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี ๒๕๔๘ ซึ่งกําหนดสาระสําคัญไว้ครับว่า การจัดทําแผนพัฒนาท้องถิ่นจะต้องสอดคล้องกับ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายของรัฐ แผนการบริหารราชการแผ่นดิน แผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัด นโยบายผู้บริหารท้องถิ่น แผนชุมชน ซึ่งในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ผมขออนุญาตกราบเรียนนะครับว่าในเรื่องของการจัดทํา แผนชุมชนนั้นคือเราให้พี่น้องประชาชนไปจัดทําแผนขึ้นมา และเมื่อแผนชุมชนนั้น เข้ามาแล้วก็จะนําไปสู่การบรรจุลงในแผนท้องถิ่น ทีนี้ในเรื่องของการพิจารณาแผน คือในส่วนของแผนชุมชนบางทีบางท้องถิ่นมีความเข้าใจไม่ถูกต้อง คิดว่าแผนชุมชนนั้น สามารถของบประมาณได้เฉพาะของแผนท้องถิ่นได้อย่างเดียว ซึ่งในส่วนของการจัดทําแผน ชุมชนเราสามารถเสนอได้หลากหลาย แต่การเสนอได้หลากหลายมันก็มีกฎเกณฑ์ มีระเบียบ ของการที่เราจะไปเสนอขอในส่วนอื่นนะครับ อันนี้ผมขออนุญาตพูดในส่วนของท้องถิ่นก่อน แผนชุมชนที่ออกมาแล้วเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือเป็นไปตามแผนงานอะไรต่าง ๆ ของท้องถิ่นแล้วนี่ก็สามารถเสนอเข้ามาสู่ท้องถิ่นได้ ท้องถิ่นก็จะมาดูว่าโครงการไหนที่มัน สําคัญแล้วเขาก็มีแนวว่าเขาอยากจะทําในส่วนนี้อยู่ แล้วก็ตรงนี้เป็นความเดือดร้อน ของภาคประชาชนก็จะมาบรรจุลงในแผน แต่ถ้าในกรณีที่มีงบประมาณไม่เพียงพอก็จะเสนอ ขอรับการสนับสนุนไปที่ท้องถิ่นที่ใหญ่ขึ้นได้ เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งในส่วนนี้ ก็ดําเนินการในขั้นตอนนี้

สําหรับในส่วนของแผนชุมชนที่ไปเชื่อมต่อกับแผนจังหวัดและแผนกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ นะครับ อันนี้หมายความว่าแผนชุมชนนั้นจะต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ วิธีการ แล้วก็เงื่อนไขที่ทางส่วนกลางได้กําหนดมาว่าในปีนี้งบประมาณแผ่นดินที่จะสนับสนุน ลงมาสู่ของแผนจังหวัดหรือแผนกลุ่มจังหวัดจะเน้นในเรื่องไหน อย่างไร ถ้าแผนชุมชนนั้น สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐหรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมที่แจ้งลงมา อันนี้ท้องถิ่น ก็สามารถที่จะเอาแผนตัวนี้ของชุมชนมาบรรจุลงในแผนท้องถิ่นก่อน แล้วก็เอาแผนของ ท้องถิ่นตัวนี้ไปเสนอขอรับการสนับสนุนไปใส่เข้าในแผนอําเภอนะครับ และจากแผนอําเภอ ก็ไปเสนอสู่แผนจังหวัด ซึ่งในแผนจังหวัดนี้ก็จะไปบูรณาการกับแผนทั้งของจังหวัดเองกับ กลุ่มจังหวัด แล้วก็แผนของในส่วนของส่วนราชการต่าง ๆ นะครับ ซึ่งตัวนี้มันจะไปได้ หลากหลาย แต่นี่เป็นกระบวนการของขั้นตอนของการจัดทําแผน ผมก็คิดว่าในส่วนของ การจัดทําแผนท้องถิ่นก็รับรู้อยู่แล้วนะครับ แต่คิดว่าเราคงจะไปเพิ่มความเข้มข้นให้เขารู้ อีกว่าในส่วนของการเสนอเขาควรจะเสนอแบบไหน อย่างไร เพื่อให้แผนชุมชนต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนเสนอมานี่สามารถสัมฤทธิผล และเมื่อแผนชุมชนนั้นสามารถสัมฤทธิผลแล้วผมก็คิดว่าประชาชนเมื่อเขาคิดมาแล้วและ ความคิดเขานั้นสําเร็จ ผมก็คิดว่าประชาชนเขาคงอยากจะคิดตลอดและคิดอยู่เรื่อย ๆ เพื่อความสําเร็จของท้องถิ่นเขา แล้วก็ในเรื่องของการจัดทําเวทีประชาคม เราคงจะได้ให้ ทุกหน่วยนะครับ ทุกหน่วยต้องมาร่วมกัน ที่กําหนดไว้ว่ามีทุกภาคส่วนใน ๕ ภาคส่วนต้องเข้า มาร่วม ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของทางที่ท่านเสนอไว้ว่าองค์กรชุมชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วม นี่เข้ามาได้เลยนะครับ ไม่มีปัญหา เพราะว่าเรากําหนดไว้แล้วว่า ผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้ที่ เกี่ยวข้องมีใครบ้าง อะไร อย่างไรบ้างนะครับ

สําหรับในส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนะครับ ก็คงจะไปกําหนด อีกว่าในส่วนนี้เขาก็คงจะต้องให้เข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องของการดําเนินการในส่วนนี้ เพราะต่อไปผมก็คิดว่าการจัดสรรงบประมาณในส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดก็อาจจะ ลดลง เพื่อเอาเงินในส่วนที่ลดลงไปเพิ่มให้กับหน่วยปฏิบัติการ ก็คือในส่วนของเทศบาล อย่าให้ลืมหน้าที่หลักของ สจ. สท. ที่จะให้เข้ามามีส่วนร่วม อันนี้ก็ได้กําหนดไว้แล้วใน ๕ ภาคส่วน ซึ่งในส่วนของ สจ. สท. ก็จะมาอยู่ในภาคส่วนของผู้บริหารท้องถิ่นกับสมาชิก สภาท้องถิ่นนะครับ

ในส่วนของท่านอาจารย์ถวิลวดีนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ในส่วนนี้ ก็อยากจะเรียนอาจารย์ไว้ด้วยว่า ส่วนใหญ่กรอบแนวความคิดอะไรต่าง ๆ ก็ใช้หลักการ และแนวคิดของอาจารย์ถวิลวดีมาใส่ไว้เยอะเลยนะครับ เพราะรู้ว่าอาจารย์เป็นผู้มีความรู้ ความชํานาญด้านนี้แล้วก็เป็นคนที่มีความตั้งมั่น ตั้งใจจริงในการที่จะให้ภาคประชาชนนั้น เป็นใหญ่ แล้วก็เข้ามามีส่วนร่วมของราชการนะครับ เวลาจัดก็คงจะเอาที่ประชาชนสะดวก เพราะว่าถ้าเราเอาเวลาที่ประชาชนไม่สะดวก ไปถึงไม่มีคนมานั่งฟังเราก็พูดไม่ออกนะครับ เพราะว่าในส่วนของอยู่ภูมิภาค เพราะชาวบ้านพอกินอาหารเย็นเสร็จปั๊บต้องดูละครก่อน นะครับ เพราะฉะนั้นเราจะไปเราต้องไปหลังที่มีละคร หรือว่าอาจจะต้องให้เขามาประชุม แต่อย่างที่ผมกราบเรียนข้างต้นว่าเขาคงมาได้ไม่หมดทุกคนนะครับ ก็คงจะมาได้เฉพาะเป็น ส่วน ๆ ซึ่งในส่วนนี้ผมก็คิดว่าท้องถิ่นเขาจะมีการตั้งผู้นําชุมชน ผู้นํากลุ่มอะไรต่าง ๆ ไว้เรียบร้อยแล้วนะครับ ก็คงจะคัดในส่วนนี้มา รวมตลอดถึงผู้ที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วม ในการทําในส่วนนี้ ซึ่งการจัดเวทีประชาคมนั้นเราจะไม่ใช่เป็นรูปแบบของความแข็งตัว ก็จะเป็นการพบปะแบบไม่เป็นทางการนะครับ และมาพบปะมาพูดคุย คุยทุกเรื่องนะครับ ที่เป็นปัญหาและไม่เป็นปัญหา แต่ว่าเป็นสิ่งที่คนในท้องถิ่น หรือในชุมชน หรือในอะไรต่าง ๆ มีความเห็นร่วมกันว่าควรจะเอาเรื่องนี้เข้ามาสู่เวทีประชาคมนะครับ ในส่วนนี้ผมก็คิดว่า เราก็พยายามจะดูในหลากหลายนะครับ แต่ว่าเราก็คิดว่าในส่วนการมีส่วนร่วม ในประเด็น ทั้ง ๓ ประเด็นที่เสนอเข้ามา ถ้าเราทําใน ๓ ประเด็นนี้สําเร็จก็จะทําให้การมีส่วนร่วมของ ภาคประชาชนก็คงจะมีความเข้มแข็งมากขึ้นครับ ขออนุญาตกราบเรียนเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ