นิกร จํานง แสดงความเห็นต่อรายงานการปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยชื่นชมความละเอียดแต่สะท้อนว่าเนื้อหามีลักษณะกว้างเกินไปจนขาดความลึกในประเด็นย่อย พร้อมเสนอให้มีการปรับปรุงเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง รวมถึงหารือประเด็นการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่ซับซ้อนและหลากหลาย โดยเสนอให้จัดทำยุทธศาสตร์และยุทธวิธีรองรับการแข่งขันในเวทีการค้าโลกอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมใช้หลักการจากตำราพิชัยสงครามของซุนวูในการวิเคราะห์สถานการณ์ ย้ำความจำเป็นในการรู้ทั้งตนเอง สิ่งแวดล้อม ผู้นำ เป้าหมาย และวิธีการ เพื่อวางกลยุทธ์รับมือกับข้อจำกัดด้านกฎหมายและอำนาจต่างประเทศอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังเน้นย้ำความสำคัญของการคุ้มครองมรดกวัฒนธรรมและผลิตผลทางการเกษตร เช่น ข้าวหอมมะลิและข้าวพันธุ์พิเศษ ผ่านการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ภูมิศาสตร์และการกำหนดราคาสนับสนุนเกษตรกร เพื่อรักษาข้อได้เปรียบทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมจากต่างชาติ และย้ำถึงความจำเป็นในการมียุทธศาสตร์ทรัพย์สินทางปัญญาที่สอดคล้องกับขีดความสามารถของประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จํานง สมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๗๙ เกี่ยวกับรายงานนี้อยากจะเรียนว่าก่อนอื่น ก็เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก ผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจชุดนี้ที่ได้ นําเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา เป็นเรื่องสําคัญเป็นอย่างมากทีเดียว แล้วก็ที่ต้องขอบคุณเป็นพิเศษ ก็คือขอบคุณท่านรัฐมนตรีปีติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา นะครับ ผมเองสนิทกับท่าน ผมได้อ่าน รายงานตั้งแต่สองวันที่แล้ว แล้วก็ติดใจอยู่บางส่วน เลยโทรไปหาท่านในฐานะที่สนิทสนมกันว่า ผมเห็นว่าประเด็นนี้อาจจะยังมีปัญหาอยู่บ้าง ด้วยความที่สนใจเรื่องนี้ คิดว่าจะเป็นประโยชน์ และท่านก็ได้อธิบายให้ฟัง แล้วก็บอกว่า ผมเข้าใจแล้ว ท่านบอกว่าให้ผมอภิปรายเถอะ จะได้ ช่วยกันดู ผมก็เลยจะขออภิปรายในประเด็นเกี่ยวกับรายงานเรื่องนี้ ก็เรียนว่าเหมือนที่ได้ เรียนกับท่านว่าคงจะอภิปรายแบบเอาจริงเอาจังแล้วก็ตรงไปตรงมา แต่อยากจะเรียนว่า อาจจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่นบ้าง แต่ไม่ได้มีเจตนาอันใด แค่ต้องการอยากจะให้เป็นกรอบ ที่ว่า เผื่อจะเป็นประโยชน์เพิ่มขึ้น โดยสภาพของข้อเสนอเป็นรายงานที่ละเอียดมากนะครับ มีเอกสารที่เสนอถึง ๗ ประเด็น ถือเป็นวาระแห่งชาติ เป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คือ เป็นรายละเอียด ๗ ด้าน ผมมองว่าตรงนี้เมื่อพิจารณาของสภาพข้อเสนอแล้ว เป็นการเสนอ ที่ท่านอาจจะตั้งใจว่าอยากจะทําให้กว้าง ครอบคลุม สิ่งที่เราดึงกว้างมากมันจะมีปัญหา แทรกซ้อนขึ้นมา มันจะบาง หมายถึงว่าการจี้ลงไปในประเด็นมันจะบาง ก็คือคลุมทั้งหมด แต่ว่าบาง คือเบาบาง ผมมองว่าตรงนี้เองก็เลยกลายเป็นว่ามันเป็นเหมือนกับเป็นหลักปฏิบัติ ทั่วไปของเรื่องสิทธิบัตร เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ก็คือเป็นพรินซิเพิล (Principle) ที่กว้างขวาง ก็คือท่านจะมีรายละเอียดว่า ในยุทธศาสตร์เป็นแบบนี้ ๆ ความเป็นมาเป็นแบบไหน กฎหมาย เป็นแบบไหน คือคลุมทั้งหมด แต่ผมมองว่าทําให้บางนะครับ
ประเด็นต่อมาก็คือรายละเอียดที่นําเสนอนี้เป็นการนําเสนอแบบรวม ๆ นะครับ ไม่ได้แยกส่วน ก็คือว่าแสดงลักษณะที่ต่างกันนี้ คือเสนอเป็นองค์รวมในการจัดการ โดยเรื่องกฎหมายเรื่องอะไร ประเด็นที่เสนอนี้จริง ๆ แล้วมีความแตกต่างกัน เป็นกฎหมาย หลายฉบับมาก เรื่องลิขสิทธิ์การคุ้มครองเมื่อสร้างสรรค์เสร็จไม่ต้องจดทะเบียนก็เป็นฉบับหนึ่ง นะครับ สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สิทธิบัตรการออกแบบคุ้มครองเมื่อจดทะเบียนย้อนไปถึงวัน มีคําขอก็เป็นอีกแบบหนึ่ง เครื่องหมายการค้าก็เป็นชุดหนึ่งของส่วนที่นัยสําคัญคือเป็นเรื่อง กฎหมายนะครับ ความลับทางการค้านี้เป็นเรื่องใหม่ขึ้นมานะครับ การคุ้มครองที่ยังคงเป็น ความลับอยู่ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ แล้วก็ทางวัฒนธรรม ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่สําคัญ ประเด็น เหล่านี้เองมองว่าเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนมาก แต่การเสนอที่เราจะเสนอเป็นรวม ๆ ในสภาพปัญหา คือแต่ละอย่าง ๆ ที่ผมเรียนแล้วว่าบาง แต่ว่าถ้าลึกไปแต่ละอย่างตรงนี้ อาจจะทําให้เราสามารถเจาะเข้าไปได้ในฐานของปัญหา ซึ่งไม่เหมือนกันเลยในแต่ละเรื่อง นะครับ ผมก็เลยอยากจะเสนอว่า ผมไม่ได้มองในลักษณะเป็นข้อสังเกต แต่ผมเสนอในเชิง นโยบาย คือเรื่องนี้ผมมองว่ามันเป็นเรื่องที่ใหญ่ สําคัญ แล้วก็เกี่ยวเนื่องกันเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นการสร้างความเข้มแข็งในเรื่องนี้ เป็นเรื่องการสร้างความเข้มแข็งในด้านการ แข่งขัน คือเราอยู่ในโลก ประเด็นที่สําคัญก็คือเหมือนอยู่ในสนามรบ แล้วทุกคนรบกันหมด เราเองแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านแค่โขนยังจะรบกันเลย นี่ว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้าน อยู่ใกล้บ้านกันไม่ต้องไปพูดถึงที่ไกล ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เองประเทศไทยต้องต่อสู้ กับประเทศต่าง ๆ คือทั้งเป็นมิตร ทั้งต่อสู้ ถูกครอบโดยสนธิสัญญาทางการค้า ซึ่งมันมีบท แซงก์ชัน (Sanction) มากมาย การอยู่ในสภาวะแบบนี้เรามีทั้งความได้เปรียบ แต่ส่วนใหญ่ เราอยู่ในภาวะเสียเปรียบ เพราะความที่เราเป็นประเทศเล็กในจํานวนประชากรนะครับ แล้วก็เราเองก็ไม่ใช่เป็นประเทศหลังเขาหรอก เราพัฒนาช้ากว่าเขา เพราะฉะนั้นประเทศ ของเราเองเรามีความอ่อนด้อยอยู่หลาย ๆ เรื่องนะครับ แล้วเรื่องการคุ้มครอง ไม่ใช่เรา คุ้มครองแต่เดิม เราถูกบังคับให้คุ้มครอง เป็นกฎหมาย ถ้าหากว่าเราไม่ทําเราจะถูกแซงก์ชัน (Sanction) อย่างโน้นอย่างนี้ เท่ากับว่าตรงนี้ต้องดูให้ดีว่าเราถือปลายหรือถือด้าม เราเอา มือจับที่คม เขาจะรูดเมื่อไรมันก็บาดมือเราเมื่อนั้น ตรงนี้เป็นประเด็นสําคัญอยู่เช่นกัน ที่จะต้องมองให้ออกว่าเป็นภาวะของการต่อสู้อยู่ในตลาดการค้าที่โลกเป็นหนึ่งเดียวไปแล้ว นะครับ เราพึ่งพามาก การต่อสู้ในด้านนี้ของเรานี้ เราจะต้องมีการกําหนดทั้งยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีที่เหมาะสมเพื่อจะเอาตัวรอดให้ได้นะครับ
ประเด็นที่ถ้าพูดถึงยุทธวิธีแล้ว ผมก็อยากจะนําเสนอว่า เรามาดูกันยุทธวิธี ที่ยิ่งใหญ่นะครับ ก็คือว่าเรื่องตําราพิชัยสงครามของซุนวู ซึ่งเป็นชาวตะวันออกเหมือนกัน เรามาลองปรับแอปพลาย (Apply) กับตรงนี้ดูนะครับว่าเป็นอย่างไร ผมอยากจะเรียน อยากจะยกตัวอย่างว่า หลักการที่มันมีการนําเสนอเป็นลักษณะเหมือนกันเป็นแบบดาวสี่แฉก นะครับ ของซุนวูเองอยากจะเรียนท่านประธานว่ามีลักษณะเป็นดาวสี่แฉกแบบนี้ สิ่งที่จะต้อง ชัดเจนมากในการทําสงครามหรือว่าการสู้รบ สงครามขนาดใหญ่แบบนี้ก็คือว่า ต้องรู้ อะไรบ้าง ต้องรู้ดิน รู้ฟ้านะครับ รู้ดินก็คือรู้ว่าเราเป็นเพลซ (Place) ตัวเราเองหมายถึงว่า มีภาวะเป็นแบบไหน จุดแข็งเราคืออะไร มีจุดเข้มแข็งอะไรบ้าง เราอยู่ตรงไหน อย่างไร รู้ฟ้าก็คือรู้ตัวเองนั่นเอง การรู้ฟ้าก็คือรู้สิ่งแวดล้อมทั้งมวลว่าฟ้านี้เป็นสิ่งที่เราต้องรู้ให้ได้ แต่เราควบคุมไม่ได้ คือภาวะของโลก ภาวการณ์เปลี่ยนไปกรณีที่เกิดขึ้นจากอียู (EU) จากประเทศอังกฤษที่แยกตัวออกไป สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเหล่านี้เราควบคุมไม่ได้เลย แต่เราต้อง รู้ให้ได้ตามสมควร ไม่อย่างนั้นเราอยู่ท่ามกลางตรงนี้ รู้ว่าฝนจะตกจะได้หลบทัน จะได้เตรียมร่ม แต่เราป้องกันฝนตกไม่ได้ สิ่งที่จะต้องมีอีกอย่างก็คือว่าการรู้ผู้นํานะครับ การรู้ผู้นําก็คือว่า ใครจะเป็นคนนําเรา เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้พูดแล้วว่าเรื่องนี้เป็นกรมทรัพย์สินทางปัญญา แต่คนที่จัดการอยู่นี้ก็คือกลายเป็นสํานักงานตํารวจแห่งชาติเป็นคนบังคับใช้กฎหมาย ดังนั้นผู้นําแท้ ๆ ของเราในระดับรัฐบาลเป็นใคร แล้วจะไปกันตรงไหน อย่างไร แล้วก็ต้อง รู้เป้าหมายด้วยว่าเราจะไปจุดตรงไหนจุดที่เราจะไปยึดให้ได้ ที่ต้องชนะให้ได้ ไม่อย่างนั้น มันจะเป็นการต่อสู้เข้าไปในสงครามขนาดใหญ่ ระยะทางและเวลาจะทําให้เราแพ้ในที่สุด ประเด็นที่สําคัญอีกอย่างก็คือว่าอาวุธที่เราใช้หรือว่าวิธีการ รู้วิธีการนอกจากว่าเรารู้ผู้นํา รู้เป้าหมายแล้ว วิธีการที่จะใช้เพื่อให้ทุกองคาพยพของเรานี้เคลื่อนไปด้วยกันจะได้รู้ ไม่ใช่ว่า หน่วยหนึ่งรู้ อีกหน่วยหนึ่งไม่รู้ ไม่รู้จะไปสู่เป้าหมายอย่างไร ผมเรียนว่าเป็นสงครามที่ยิ่งใหญ่ จริง ๆ ดังนั้นจุดดังกล่าวนี้ เหมือนที่ซุนวูบอกว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง เป็นคํากล่าว แต่จริง ๆ แล้วลึก ๆ ตรงนี้เป็นการใช้กําลัง เขาบอกว่าถ้าเรามีกําลังมากกว่า เขามาก ๆ ให้ล้อมไว้ ไม่ต้องโจมตีให้เสียกําลัง เดี๋ยวก็แพ้ไปเอง สิ่งเหล่านี้เรากําลังถูกล้อม ไม่ว่าจะจากประเทศมหาอํานาจแบบประเทศจีน หรือทางยุโรป หรืออเมริกา เหมือนไอยูยู (IUU) นี่คือเราถูกล้อม ไม่ต้องทําอะไรเลย ไม่ต้องเข้ามาโจมตีเลย นั่นคือการที่เขามีกําลัง มากกว่าเรามาก ให้ล้อมไว้ ถ้ามีกําลังมากกว่าเขา ๑๐ เท่าให้เข้าโจมตี ถ้ามีกําลังเท่ากัน ให้ดูจังหวะแล้วจึงโจมตี ถ้ามีกําลังน้อยกว่าอย่าเข้าโจมตี แต่ว่าต้องใช้วิธีที่ว่าซุ่มโจมตี แต่ถ้าน้อยกว่ามาก ๆ ให้หนี อย่าสู้ การปะทะโดยตรงมีแต่ทําให้แพ้และเสียเลือดเนื้อ เสียเปล่า ๆ ทีนี้เรื่องนี้เรามาพิจารณาเรื่องของเราว่าถ้าเราใช้ลักษณะแบบนี้ ลักษณะของ เราเองนะครับ เรื่องแรกคือลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ในองค์ประกอบที่ท่านได้เสนอแล้วว่าจะต้อง สร้างกันมากมายเลย ปัญหาก็คือเวลาเคลื่อนไปพร้อมกันเราจะสร้างทันไหม นี่ก็คือว่า ความอ่อนแอของเรา การเสียเปรียบของเรา เราต้องเข้าใจตรงนี้ ดังนั้นเราไปสู้รบอย่าวิ่ง เท่ากัน ไม่ใช่เขาอยู่กับที่ เขาก็เคลื่อนไปเหมือนกัน ดังนั้นจุดตรงนี้ถ้าเราเสริม เราต้องแยก ให้ออกว่าลิขสิทธิ์ การเสริมสร้างตรงนี้เรายังอ่อนด้อยอยู่มาก ดังนั้นเราจะประคองตัวอย่างไร ที่จะรักษาเอาไว้นะครับ ถ้าเราลุยไปเรื่อย ๆ ให้ออกกฎหมายอะไรเราก็ออกทันสมัย กลายเป็นว่าเรามาบีบตัวเอง สร้างปัญหาให้เราเอง อย่างสิทธิบัตรนะครับ สิทธิบัตรยา เมื่อก่อนนี้ ในประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลายนี้จะคิดยาได้สักกี่ขนานเชียว แต่ว่าการถูกบังคับ ด้วยสิทธิบัตรยานี้มันบังคับให้เราต้องใช้ยาแพงไประยะหนึ่ง เราจะทําอย่างไรกับตรงนี้ เมื่อก่อนเรามีปัญหาเรื่องนี้ ประเทศที่เขาหนี เขาใช้วิธีหนี เขาไม่สนใจ เขาใช้ยา แต่ว่าเขาหนี ก็คือไม่ยอมรับตรงนี้ เพราะว่าถ้าเขายอมรับ ประชาชนในประเทศเขา คนในประเทศของเขา จะรับยาราคาแพงมาก เขาก็เลยต้องหนี ต้องสู้แบบหนี เราคงไม่เป็นแบบนี้ แต่ว่าเราจะ ประคองตัวกันอย่างไรนะครับ สิ่งที่เสมอ ๆ กัน ก็คือเรื่องทะเบียนการค้า ตรงนี้เองเหมือน เสมอกัน อย่างนั้นสู้กันได้นะ ฉะนั้นการปรับปรุงที่เสนอแล้วทําให้เร็ว มีการกําหนดให้เร็ว ให้เป็นเรื่องที่ตรงนี้หมายถึงว่าสู้กันได้ เขาก็จด เราก็จด แล้วเราก็เป็นศูนย์กลางที่เขามาจด ในประเทศเรา การล็อกประเทศที่ข้ามมานี้จะทํากันอย่างไร สัดส่วนต้องเป็นเท่าไร ตรงนี้ เราปรับปรุงได้ แต่ ๒ เรื่องที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่เราอันเดอร์ (Under) มาก เราจะทําอย่างไร ใช้วิธีรบแบบเดียวกันไม่ได้
ประเด็นต่อมา ก็คือเป็นเรื่องที่เราได้เปรียบ แต่ว่าเราไม่สามารถจะทําให้ ได้เปรียบได้ เรื่องพันธุกรรมกับเรื่องวัฒนธรรม แล้วก็สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เรื่องพันธุกรรม เราอยู่ในภาวะแบบนี้ ในเรื่องเกี่ยวกับยา ที่ผมได้กล่าวแล้ว เราได้เปรียบมาก แต่ว่าความ ได้เปรียบตรงนี้เหมือนเปล้าน้อยก็ดี อะไรก็ดีที่เราสูญเสียไป ตรงนี้เองที่เราต้องมาป้องกัน ตัวเองว่าชาร์จ (Charge) ให้อยู่ เพราะนี่เป็นข้อได้เปรียบ ข้อได้เปรียบถูกยึดครองแล้วเราจะ เอาอะไรไปสู้ ในเมื่อจุดอื่น ๆ เราเสียเปรียบ เรื่องพันธุกรรม เรื่องวัฒนธรรม คนมาเที่ยวที่นี่ เรื่องสถานที่เราสู้ประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศกว้างใหญ่ไม่ได้หรือประเทศสหรัฐอเมริกา แต่คนมาเที่ยวเรื่องเชิงวัฒนธรรมจะมีลักษณะพิเศษ ดังนั้นที่เขามาในเชิงวัฒนธรรมนี้ การป้องกันตัวเองที่ผมเรียนแล้วเมื่อกี้ มวยไทยที่ท่านปีติพงศ์ได้พูดถึงนะครับ หรือท่ารํา หรือแม้แต่โขนที่เราคิดว่าเป็นของเรา สิ่งเหล่านี้เป็นวัฒนธรรม แต่เราป้องกันไว้ได้อย่างไร ถ้าเราเสมอกันตรงนี้ต้องสร้างรั้วโดยเร็วเพื่อป้องกัน เพราะว่าเขามีกําลังเยอะที่จะเข้ามา มันเป็นสิ่งที่เราได้เปรียบแต่เราป้องกันไม่ได้ เราก็กลายเป็นเสียเปรียบทั้งนั้น แล้วสิ่งที่ ได้เปรียบเรามีอยู่น้อยมากแล้วนะครับ อีกอย่างหนึ่งที่สําคัญก็คือเราเป็นประเทศเกษตรกรรม นะครับ จุดแข็งเราอยู่ที่นี่ คนผลิตอาหาร พวกผลิตน้ํามันผลิตแพงกว่า แต่ว่าสุดท้ายคนไม่ได้กินน้ํามัน คนกินอาหาร เรายังได้เปรียบอยู่ตรงนี้ แต่ว่ารายละเอียด ต่าง ๆ ผมยกตัวอย่าง เรื่องข้าวหอมมะลิที่พูดถึง ข้าวหอมมะลิมาจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ไม่ใช่ทุ่งกุลาร้องไห้ แต่ไปดังที่ทุ่งกุลาร้องไห้ได้อย่างไร ลักษณะของดิน ลักษณะของน้ํา ลักษณะของภูมิอากาศที่เป็นพิเศษตรงนี้ การจดทะเบียนเรื่องจีไอ (GI) ตรงนี้สําคัญมาก แต่ว่าเราไป ไป ไป แล้วตรงนี้เราจด จนบัดนี้ยังประคองตัวเองยังไม่ได้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ไปจดข้าวจัสมินไรซ์ (Jusmine Rice) ขึ้นมา แล้วก็สู้กันเรื่องความหอม ตรงนี้เองพอเรา ป้องกันไม่ได้ จุดแข็งของเรา เราให้มีการทําเกษตรอินทรีย์ แต่ว่าราคาเราไม่ป้องกัน ราคาเรา ป้องกันไม่ได้ เกษตรกรไทยได้ประมาณอีกนิดหน่อย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มจากราคาข้าวธรรมดา แล้วเขาจะไปทําข้าวอินทรีย์ทําไมนะครับ อย่างข้าวสังข์หยด เล็บนกอะไรพวกนี้ยังโอเค (Okay) ว่าเราป้องกันได้มากเพราะว่าจํานวนมันน้อย
สุดท้ายผมอยากจะเรียนว่า การเสนอการปฏิรูปด้านทรัพย์สินทางปัญญา นี่นะครับ ผมเห็นด้วยในเรื่องเป้าหมาย แต่เรื่องวิธีการ เรื่องยุทธการ เรื่องยุทธวิธี ยุทธศาสตร์ ผมคิดว่าเรากําลังสู้รบ คืออย่าสู้เต็มตัว บางอย่างสู้แบบถอย บางอย่างสู้แบบรุก คือแต่ละอย่างไม่เหมือนกันเลย ก็อยากจะฝากทางกรรมาธิการไว้นะครับว่าไปจัดรูปตรงนี้ จะช่วยให้เกิดประโยชน์เป็นอย่างมากต่อประเทศเรา แต่ว่าเราต้องไม่ลืมว่าเขาคือใคร เราคือใคร แล้วก็จุดแข็งของเราอยู่ตรงไหน แล้วกําลังเรามีขนาดไหน ไม่อย่างนั้นถ้าเราสู้ แบบไม่มียุทธศาสตร์ ยุทธวิธี โอกาสที่จะไม่ชนะมีเยอะครับ แต่ว่าถ้าเรามียุทธศาสตร์ที่ดี ถึงเราเป็นประเทศเล็ก ๆ ความคล่องตัวของเรา ลักษณะที่เรามีลักษณะเป็นพิเศษจะช่วย เราได้เยอะ แล้วเราจะได้เปรียบ ประชาชนชาวไทยก็จะได้อาศัยอานิสงส์ที่ท่านได้ทําไว้ นะครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ