ปีติพงศ์ แจงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ 4 ด้าน เร่งปฏิรูปสร้างสรรค์-ดิจิทัล

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๒ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙

ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ชี้แจงความคืบหน้าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจกระแสใหม่ในสี่ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจเพื่อสังคม เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจสร้างสรรค์และวัฒนธรรม และเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามนโยบายที่ได้รับความเห็นชอบ เน้นการปฏิรูปเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์และดิจิทัลโดยเสนอแนวทางส่งเสริมผู้ประกอบการนวัตกรรม เศรษฐกิจผู้สูงอายุ และการปรับปรุงระบบสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน

นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ผม ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๙๙ ก่อนที่จะให้ คุณอรมนได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของการปฏิรูประบบทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งเป็น เรื่องที่เราจะพูดกันในวันนี้ ขอถอยหลังไปในสิ่งที่เราได้ดําเนินการไปแล้วเพื่อชี้ให้เห็นความ ต่อเนื่องของสิ่งต่าง ๆ ที่เราได้ทํากัน ช่วยเปิดเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ให้หน่อยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

ในเรื่องของการปฏิรูป หรือการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่เราเรียกว่า เศรษฐกิจกระแสใหม่ หรือว่า นิวอีโคโนมี (New Economy) เพื่อนสมาชิกคงจะทราบแล้วว่าเราได้นําเสนอไป ๔ เรื่องแล้ว เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการปฏิรูประบบเศรษฐกิจเพื่อสังคม (Social Economy) เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่อง การปฏิรูปเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องของการปฏิรูปเศรษฐกิจ เชิงสร้างสรรค์และเชิงวัฒนธรรม (Creative and Culture Economy) และเรื่องสุดท้าย ก็เป็นเรื่องของสิ่งที่เรียกกันว่า ดิจิทัลอีโคโนมี (Digital Economy) นะครับ สําหรับเรื่อง โซเชียลอีโคโนมี (Social Economy) และการปฏิรูปเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) ขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบแล้วและได้ส่งไปที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเพื่อให้เรา ประสานงานแล้วก็ดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

สําหรับเรื่องของเศรษฐกิจเพื่อสังคม หรือว่าโซเชียลอีโคโนมี (Social Economy) ประเด็นแรกที่เน้นก็คือเรื่องกฎหมาย และประเด็นที่ ๒ ที่เน้นก็คือว่าการจัดตั้ง สิ่งที่เรียกว่า โซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ (Social Enterprise) ให้ได้ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ได้มีการออกมาเพื่อให้กิจการนี้ดําเนินการไปได้อยู่แล้ว ในส่วนของไบโออีโคโนมี (Bio Economy) ก็จะมีการปรับเรื่องการจัดการองค์กรต่าง ๆ เพื่อให้หน่วยงานซึ่งมีอยู่แล้ว สามารถดําเนินการในเรื่องของการสร้างสรรค์เศรษฐกิจชีวภาพ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวพันกับ เอสเคิร์ฟ (S-Curve) ใหม่ของรัฐบาล ๘ ประเภท ให้มีประสิทธิภาพ ให้มีการขับเคลื่อน ได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

สําหรับการปฏิรูปเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ (Creative Economy) และ การปฏิรูปเศรษฐกิจเชิงดิจิทัล (Digita Economy) ในขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของ ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านขั้นตอนทางสภาไปหมดแล้ว ในเรื่องของครีเอทิฟอีโคโนมี (Creative Economy) หรือว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็จะเน้นเรื่องของการจัดองค์กร ส่วนในเรื่องของ ดิจิทัลอีโคโนมี (Digita Economy) ก็จะเน้นเรื่องการปรับข้อมูลของรัฐ ข้อเสนอของเรา ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับภาคเอกชนสักเท่าไร แต่ต้องการที่จะสร้างรัฐที่เปิดโอเพน (Open) แล้วก็ เชื่อมโยงกัน นี่คือคอนเนกต์ (Connected) ที่เรียกว่า โอเพน คอนเนกต์ กัฟเวิร์นเมนต์ (Open Connected Government) ส่วน ๓ เรื่องที่เรายังเหลืออยู่ ซึ่ง ๓ เรื่องนี้เป็นกลไก ที่มีความสําคัญมากเพราะจะต้องผลักดันอีโคโนมี (Economy) ทั้ง ๔ ชนิดเข้าไปให้ได้ เรื่องแรกก็คือการปฏิรูปและการพัฒนาส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่จากเทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งส่วนใหญ่ไปเกี่ยวพันกับทั้งเรื่องไฟแนนซิง (Financing) หรือว่าการเงิน เกี่ยวกับเรื่องของอินคูเบเตอร์ (Incubator) หรือว่าวิธีการอุ้มชูหรือฟื้นฟูสิ่งเหล่านี้ และเรื่อง สุดท้ายก็คือแอ็กเซเลอเรชัน (Acceleration) หรือการเร่งรัดให้เกิด ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่าง การดําเนินงานของเรา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ เรื่องแรก แล้วก็เกี่ยวพันกับทุกภาคส่วน เป็นเรื่องที่เรียกว่าครอส คัตติง อิชชู (Cross Cutting Issue) เรื่องที่ ๒ ก็คือเศรษฐกิจ เพื่อผู้สูงอายุหรือที่เราเรียกว่า ซิลเวอร์อีโคโนมี (Silver Economy) ซึ่งอันนี้คงจะสงสัยว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเองคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคมได้เสนอ เรื่องราวไปแล้ว แต่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องครอส คัตติง อิชชู (Cross Cutting Issue) เหมือนกันนะครับ แล้วก็มีหลายมิติ หลายมุมมอง ในส่วนของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจก็มองเห็นว่า การมองในเชิงเศรษฐกิจก็สําคัญไม่ยิ่งหย่อน กับการมองทางด้านสังคมเพื่อดูแลผู้สูงอายู ซึ่งจะเป็นเรื่องที่มีความสําคัญต่อเศรษฐกิจของ เราในอนาคต มุมมองของเราควรจะมองในแง่เรื่องของการผลิตสินค้าและบริการให้กับ ผู้สูงอายุ เรื่องของการที่จะหาเงินหาทองหรือการไฟแนนซ์ (Finance) ผู้สูงอายุให้สามารถ ที่จะรับสินค้าและบริการสําหรับผู้สูงอายุได้ และเรื่องของการนําผู้สูงอายุเข้าสู่ในระบบ เศรษฐกิจ ซึ่งอาจจะต่างจากมุมมองของท่านกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสังคม ซึ่งได้เสนอเรื่องราวไปแล้วเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว สําหรับวันนี้เป็นเรื่องการปฏิรูประบบ ทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจได้แจ้งต่อที่ประชุม ไปแล้วนะครับ เรื่องนี้มีผู้สนใจเยอะ มีมุมมองจากหลายฝ่าย มีคนที่ให้ความเห็นเยอะมาก ซึ่งผมคิดว่าหลังจากที่คุณอรมนได้ชี้แจงแล้ว ผมจะขอเวลาจากท่านประธานสัก ๑๐ นาที เพื่อสรุปในเรื่องนี้ ขอขอบพระคุณครับ