สุวัฒน์ จิราพันธุ์ หารือประเด็นการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างรอบด้าน โดยเน้นบทบาทในการส่งเสริมการลงทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาประเทศตามแนวทางไทยแลนด์ 4.0 พร้อมเน้นความสมดุลระหว่างการเข้าถึงความรู้กับการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งยังเรียกร้องให้ปฏิรูปกรอบนโยบายให้ชัดเจน มีกลไกกำกับดูแลที่เข้มแข็ง และผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติที่เชื่อมโยงกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและกลไกเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในช่วงเปลี่ยนผ่าน
กราบเรียนท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ เรียนสมาชิก สปท. ทุกท่านที่เคารพครับ กระผม นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๗๕ ประเด็นแรกเลยนะครับต้องขอขอบพระคุณทางคณะกรรมาธิการ เป็นอย่างยิ่งที่ให้ความสําคัญต่อเรื่องนี้ ซึ่งกระผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ แล้วก็ จะเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะนําพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมายแห่งการเป็นไทยแลนด์ ๔.๐ นะครับ เป็นการวางแนวทางเพื่อการปฏิรูปอย่างแท้จริง สอดคล้องกับภารกิจที่พวกเราได้รับ มอบหมายตามมาตรา ๒๗ เพราะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญานั้นกระผมเห็นว่านอกจาก จะมีส่วนสําคัญในการส่งเสริมให้มีการลงทุนมาจากต่างประเทศ ผู้ลงทุนนั้นยังมีความมั่นใจ ว่าเขาจะไม่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ และเป็นการสร้างเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศไทย นอกจากนั้นแล้วในอีกด้านหนึ่งยังเป็นโอกาสที่จะส่งเสริมคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่นและ การแสดงออกทางวัฒนธรรม ตลอดจนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของไทย ท่านประธานครับ การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเดียวก็คงไม่ทําให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากการเป็น ประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลางเสียทีเดียว หากในกระบวนการนั้นปราศจาก ซึ่งการส่งเสริม การคิดค้น และการพัฒนา ขาดการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม เพราะมิฉะนั้น เราก็คงจะเป็นได้แต่ผู้ซื้อเทคโนโลยีตลอดไป การให้ความสําคัญตั้งแต่การบ่มเพาะการศึกษา ให้เด็ก ๆ มีทัศนคติเป็นนักคิด นักประดิษฐ์ โตขึ้นมาอีกหน่อยก็คือการทุ่มเทงบประมาณ อย่างจริงจังให้เกิดการพัฒนาวิจัย ร่วมมือกับกลไกประชารัฐ ผลักดันออกมาเป็นนวัตกรรม อันนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในระยะยาวที่จะทําให้ประเทศไทยนําไปสู่การเป็นไทยแลนด์ ๔.๐ ท่านประธานครับ ในเรื่องของการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญานั้นกระผมเห็นว่าหลักการ สําคัญ ๆ ที่ควรจะให้ความสําคัญก็คือ
ประเด็นที่ ๑ ความสมดุลของการเข้าถึงสินค้า ยา แหล่งความรู้ ควบคู่กับ ส่งเสริมนวัตกรรม การวิจัย การพัฒนา และการประดิษฐ์คิดค้น
ประเด็นที่ ๒ ในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของต่างประเทศในไทย และการคุ้มครองของทรัพย์สินทางปัญญาของไทยในต่างประเทศก็เป็นสิ่งสําคัญเช่นเดียวกัน
ประเด็นที่ ๓ การมีคลังรวมของผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งฐานข้อมูลที่เกี่ยวกับ ทรัพย์สินทางปัญญาทั้งมิติภายในและต่างประเทศ และต้องมีแผนพัฒนาบุคลากรและ ผู้เชี่ยวชาญที่ชัดเจน
ประเด็นที่ ๔ การเอาต์วิต (Outwit) ทําความเข้าใจและความตระหนักรู้ ในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและหลักการให้แก่ประชาชนและผู้ส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ จะมีส่วนสําคัญอย่างมากครับ
สําหรับข้อเสนอของกรรมาธิการนั้นถือได้ว่าครบถ้วนกระบวนความ และขั้นตอนเกือบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียนรู้ การแสวงหาทรัพย์สิน การคุ้มครอง การเพิ่มค่า และการบังคับใช้กฎหมาย ผมเข้าใจดีว่าการที่กรรมาธิการนําเสนอ อย่างครบถ้วนนั้นก็จะทําให้ไม่สามารถลงลึกมากได้ อย่างเช่นที่ผู้อภิปรายก่อนหน้า ผมได้กล่าวไปแล้ว ซึ่งผมก็เห็นว่าการที่นําเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติและบรรจุในแผนพัฒนา รวมทั้งยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ก็เป็นการจุดเริ่มต้นที่จะทําให้การพัฒนาเรื่องนี้ได้ขับเคลื่อนต่อไป สัจธรรมอย่างหนึ่งที่ผมเชื่อว่าทุกท่านคงทราบกันดีก็คือว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดที่ย่อม ไม่เกิดผลกระทบทั้งในแง่ผลดีและผลเสีย ความท้าทายของการปฏิรูปคือการนําการเปลี่ยนแปลง ในองค์รวมไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องให้การคุ้มครองเยียวยา และใช้ระยะเวลา เปลี่ยนผ่านนั้นให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบในทางลบได้รับผลกระทบน้อยที่สุด หรือมีหนทาง ที่ทดแทนจากเดิม ตรงนี้จึงเป็นประเด็นสําคัญที่จะต้องให้ความสําคัญและดูแลในระยะ เปลี่ยนผ่าน ด้วยเหตุนี้กระผมจึงขอนําเสนอเป้าหมายที่เกี่ยวกับเรื่องการปกป้องทรัพย์สิน ทางปัญญาใน ๒ ด้านหลัก ๆ เหมือนเหรียญ ๒ ด้าน
อันแรก คือการขจัด การที่คนไทย ผู้ประกอบการไทยละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญญาของต่างประเทศ แน่ละครับ เมื่อเราเข้มงวดกับสิ่งเหล่านี้ ผลกระทบย่อมมี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่เราต้องใช้จ่ายหรือเสียค่าสินค้าเหล่านั้นในอัตราที่สูงขึ้น หรือแม้กระทั่งยา สิ่งหนึ่งที่จะขอฝากกรรมาธิการไว้อย่างหนึ่งก็คือการพิจารณาเรื่องการ เซฟการ์ด (Safeguard) มีหลายท่านพูดถึงในเรื่องของการคุ้มครอง โดยเฉพาะสิทธิบัตรยา สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่าภายใต้โดย ๕ เดแคลเรชัน (Declaration) นั้นให้ไว้แล้ว เราก็เคย นํามาใช้แล้วคือการ เรียกว่าใช้หลัก คอมพัลซอรีไลเซนซิง (Compulsory Licensing) หรือ เรียกมาตรการบังคับใช้สิทธิ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทําให้เราสามารถปกป้อง ประชาชน ปกป้องผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการที่จะต้องใช้ยาแพงมาในภาวะที่จําเป็น อันนี้ ก็มีสิ่งที่ทางมาตรการระหว่างประเทศเปิดให้ไว้ ในขณะเดียวกันผมก็เชื่อได้ว่าด้วยสติปัญญา ของคนไทยนั้น ผมเชื่อมั่นและภูมิใจเสนอไม่ว่าจะไปดํารงตําแหน่งเอกอัครราชทูตที่ไหน ก็มักจะได้รับการสรรเสริญถึงความสามารถของพี่น้องชาวไทย โดยเฉพาะบุคลากร ทางการแพทย์ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นจุดหนึ่งที่ทําให้เชื่อว่า หากเราทุ่มเทให้มีการวิจัยมีการพัฒนาอย่างจริงจัง เราก็สามารถจะก้าวเข้าไปสู่ประเทศที่มีลิขสิทธิ์ในเรื่องของสิทธิบัตรยาหลากหลาย ได้เป็นประโยชน์ อีกด้านหนึ่งของเรื่องของหลักการในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา สิ่งหนึ่งที่เราจะได้ประโยชน์ก็คือ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของสินค้าไทย วัฒนธรรมไทย และความหลากหลายทางชีวภาพ ตรงนี้อย่างที่ผู้อภิปรายหลายท่านได้เกริ่นไปแล้ว ผมก็ขอฝากว่า ในเรื่องของความซับซ้อน ระยะเวลา บุคลากร อันนี้ก็คงจะต้องจําเป็นที่จะ ต้องมีการพัฒนาให้เกิดความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อันนี้ผมก็ขอสนับสนุน อีกอันหนึ่งก็คือ เรื่องของปัญหาต่างชาติลักลอบขโมยภูมิปัญญาและทรัพยากรของชุมชนไทย คงจะทราบกันดี มีหลายกรณีที่ต่างชาติมาร่วมทําวิจัยกับประเทศไทยเรา เรามีนักวิจัยหลากหลายไปร่วม กับเขา แต่ในที่สุดแล้วลิขสิทธิ์วิจัยนั้นกลายเป็นของต่างชาติ และในขณะเดียวกันในระหว่าง กระบวนการเหล่านั้นเขาก็นําความรู้เหล่านั้นไปเผยแพร่ ไปใช้ประโยชน์ แล้วก็นําไป จดทะเบียน อันนี้ก็คงจะต้องมีมาตรการที่มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้นนะครับ สิ่งหนึ่งที่มี ผู้อภิปรายท่านหนึ่งได้อธิบายถึงก็คือเรื่องของการที่มอบหมายให้กงสุลกิตติมศักดิ์นะครับ กระผมในฐานะกระทรวงการต่างประเทศก็ขอเรียนว่าในส่วนนี้ผมเชื่อว่าทางกงสุลกิตติมศักดิ์ คงจะมีขีดความสามารถได้ระดับหนึ่งที่จะช่วยดูสอดส่อง แต่ถึงขั้นที่จะให้มีการตรวจสอบนั้น ก็คงจะต้องใช้ระยะเวลาที่จะต้องขอความร่วมมือ หรืออาจจะเป็นได้เพียงแค่ว่าเป็นการ สอดส่องเท่านั้นเอง แล้วก็นําเสนอเพื่อให้ส่วนกลางหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับรู้ มีการอะเลิร์ต (Alert) ในสิ่งที่จะต้องปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย
สุดท้ายนะครับท่านประธาน ผมก็ขอฝากกรรมาธิการว่าในเรื่องของกลไก และหน่วยงานที่จะต้องดูแลนั้น เท่าที่ผมศึกษาดูจากเอกสารก็ยังไม่ค่อยมีความชัดเจนมาก เท่าไรนัก ว่าใครเป็นโพลิซีเมกเกอร์ (Policy Maker) นะครับ เรกูเลเตอร์ (Regulator) อิมพลีเมนเตอร์ (Implementer) อันนี้ก็คงจะต้องฝากให้ที่ช่วยชี้แจงเพิ่มเติมด้วยนะครับ สุดท้ายผมขอเรียนว่า ขอสนับสนุนข้อเสนอการปฏิรูปนี้นะครับให้อยู่ในวาระแห่งชาติ และรวมทั้งวาระในแง่ของยุทธศาสตร์แห่งชาติและรวมทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ เช่นเดียวกัน ก็ขอบพระคุณครับ