อลงกรณ์ แจงความคืบหน้าปฏิรูปประเทศ พร้อมตั้งสถาบัน 50 แห่งใน 3 เดือน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๙

อลงกรณ์ พลบุตร ชี้แจงความคืบหน้าการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผ่านการทำงานร่วมกันของภาครัฐและเครือข่ายภาคส่วนต่างๆ โดยมีแผนจัดตั้งสถาบันปฏิรูป 50 แห่งทั่วประเทศภายใน 3 เดือน พร้อมพัฒนาผู้นำการปฏิรูปอย่างต่อเนื่องร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาและองค์กรเครือข่าย เพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรครับ เราเป็นสังคมสูงวัยแบบทรงประสิทธิภาพนะครับ มีเรื่องเพิ่มเติม ที่จะแจ้งเพิ่มเติมนะครับ คือโดยภารกิจของเรา ๑. ผลิตแผนปฏิรูป ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการ ปฏิรูป บอกฮาวทู (How-to) ในการปฏิรูป กับ ๒. ก็คือการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นการผลิตแผนปฏิรูปนั้นก็มีความคืบหน้า อย่างที่ท่านรองประธานได้รายงานว่าอัปเดต (Update) ล่าสุดไปถึงขนาดไหนแล้ว บางส่วน ก็ไปสู่ทางปฏิบัติมากแล้ว เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีเร่งรัดเรื่องนี้ แล้วก็ดําเนินการปฏิรูป ในทุกภาคส่วนนะครับ

ส่วนที่ ๒ ก็คือส่วนการประสานการขับเคลื่อนนี้ครับ ซึ่งเรามี ๒ คณะ ท่านประธานก็ตั้งกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ในส่วนนี้ก็จะ ประสานในส่วนภาครัฐ อีกชุดหนึ่ง คือกรรมการบริหารเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ อันนี้จะรับที่นอกเหนือจากภาครัฐคือทุกภาคีภาคส่วนนะครับ ในส่วนนี้ก็ได้มีการ ทําความตกลงไปแล้วกับ ๗๒ องค์กรเครือข่าย แล้วก็ได้มีการขับเคลื่อนใน ๕ ภารกิจร่วม ที่เรียกว่า ภารกิจ ๕ ร่วม ๑. ก็คือร่วมสื่อสารสร้างความเข้าใจผ่านสมาชิกองค์กรเครือข่าย และถ้ามีศักยภาพก็ไปสู่สาธารณชนอื่นด้วยนะครับ ๒. ก็คือร่วมจัดตั้งดําเนินการสถาบัน การปฏิรูปที่เรียกว่า รีฟอร์มอะแคเดมี (Reform Academy) ซึ่งเขาไปไกลมากแล้วนะครับ วันที่ ๘ กรกฎาคมนั้นจะเป็นวันดีเดย์ (D-Day) ของการตกลงขั้นสุดท้ายในการจัดตั้งสถาบัน การปฏิรูป ๓๘ แห่งกับมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วทั้งประเทศ ๕ แห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏ อยู่ในกรุงเทพมหานคร แบ่งความรับผิดชอบเป็น ๑๐ เขต ต่อ ๑ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ก็เท่ากับ ๕ แห่ง ก็ ๕๐ เขตครอบคลุมกรุงเทพมหานคร ทั้งหมด ที่เหลือ ๓๓ แห่งนั้น เขาจะแบ่งเขตการดูแลนะครับ มหาวิทยาลัยหนึ่งก็ ๒ จังหวัดบ้าง ๓ จังหวัด หรือ ๑ จังหวัดขึ้นกับขนาดพื้นที่และประชากรนะครับ อันนี้วันที่ ๘ กรกฎาคม เราก็จะประชุมอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาครับ เป็นที่ประชุมอธิการบดีของมหาวิทยาลัย ราชภัฏทั้ง ๓๘ แห่ง หลังจากที่ประชุมแล้วก็มีคณะทํางานร่วมกันมาก็เวิร์กเอาต์ (Workout) มาจนกระทั่งเราจะไฟนัลดีซิชัน (Final Decision) ในขั้นสุดท้ายวันที่ ๘ กรกฎาคม ระหว่างนี้ก็มีการประสานกับทางสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยที่ท่าน ดอกเตอร์เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยท่านเป็นนายกสมาคม และเป็น ๑ ในองค์กรเครือข่ายครับ ก็ประสานกับ ๖๗ มหาวิทยาลัยเอกชนครับ แล้วก็ เมื่อวานนี้ ประทานโทษเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมากรรมการเราก็ลงไปพบร่วมประชุมกับ ที่ประชุม ทปอ. ที่ประชุมอธิการบดีซึ่งก็คือความร่วมมือกันในการที่จะจัดตั้งสถาบัน การปฏิรูปเฉพาะทางครับ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเก่งทางด้านสายเศรษฐกิจหรือการค้าอะไร อย่างมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยก็จะเป็นรีฟอร์มอะแคเดมี (Reform Academy) ทางด้าน ของการปฏิรูปเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็จะเป็นสถาบันการปฏิรูปทางด้าน ปฏิรูปเกษตร หรือว่ามหาวิทยาลัยมหิดลเก่งทางด้านสาธารณสุขก็จะเป็นสถาบันการปฏิรูป ทางด้านของการสาธารณสุข เป็นต้น อันนี้ตั้งเป้าว่าภายใน ๓ เดือนข้างหน้าเป้าหมายที่ กรรมการบริหารเครือข่ายนี้และกรรมการประสานการขับเคลื่อนวางไว้ก็คือว่าจะต้องตั้ง ให้แล้วเสร็จ ๕๐ สถาบันการปฏิรูป ๓๘ แห่งกลุ่มแอเรียเบส (Area based) พื้นที่ครบ ๗๗ จังหวัด อีก ๑๒ แห่งคือ ๑๒ ด้านการปฏิรูป คือเรามี ๑๑ ด้านจริง แต่ว่ามันมีด้าน ป.ป.ช. เข้ามาด้วย เพราะว่าองค์ความรู้ด้านการปฏิรูปมันเหมือนเทคโนโลยีครับ หมดยุคเรา ต้องทําต่อประเทศถึงจะก้าวขึ้นสู่การเป็นประเทศชั้นนําของโลกได้นะครับ ดังนั้นก็เลย เรียนให้ทราบ แล้วก็ในส่วนกรรมการประสานการขับเคลื่อนที่ประสานภาครัฐพรุ่งนี้ก็ได้ เรียนเชิญประธานกรรมาธิการแล้วก็ทีมโฆษกแล้วก็ท่านสมาชิกท่านใดสนใจนะครับ เราได้เชิญผู้นํารัฐวิสาหกิจแล้วก็องค์การมหาชนทั้งหมด ๙๕ แห่งทั้งหมดเลยมาร่วมประชุม บรีฟฟิง (Briefing) ด้วย แล้วก็หารือถึงแนวทางการร่วมในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่ห้องสารนิเทศ เวลา ๑๔.๐๐-๑๕.๐๐ นาฬิกา ที่ห้องสารนิเทศ ชั้น ๑ อาคาร ๑ เพราะฉะนั้น ก็เลยรายงาน นอกจากนั้นแล้วก็คือการสร้างผู้นําการปฏิรูปวันนี้สิ่งที่เราเห็น อย่างเช่น รัฐธรรมนูญนะครับ ก็พยายามให้มี ครู ก ครู ข ครู ค ก็คือคนที่จะเป็นกระบอกเสียงไปชี้แจง ทําความเข้าใจรัฐธรรมนูญในเรื่องปฏิรูปเช่นกันครับ เรามีอยู่แค่ ๒๐๐ คน เพราะฉะนั้น ไม่สามารถที่จะเป็นสื่อในการที่จะให้คนเกิดความเข้าใจหรือสร้างกระบวนการปฏิรูปขึ้นมาได้ อย่างต่อเนื่อง ก็ได้มีการจัดทําหลักสูตรในการพัฒนาผู้นําการปฏิรูปนะครับ รุ่นแรกนี่ก็ต้อง ขอบคุณท่านรองประธาน คนที่สอง นะครับ ท่านกษิต ภิรมย์ ท่าน พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ท่านกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด ที่ช่วยกรุณาไปเป็นวิทยากร เราได้ร่วมกับ สภาพัฒนาการเมือง ซึ่งเป็นองค์กรเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูปกับ สปท. และเป็น องค์การมหาชนนะครับ เป็นองค์การมหาชนตั้งตามพระราชกฤษฎีกา เพราะฉะนั้นเขาก็มี เครือข่ายอยู่ทั่วประเทศนะครับ มีสํานักงานอยู่ทุกจังหวัดก็จัดหลักสูตรการพัฒนาผู้นํา การปฏิรูปรุ่นแรกไป ๑๐๐ คนครับ มาจากสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองทั้ง ๗๗ จังหวัด จัดไปแล้วรุ่นหนึ่ง เราได้วางเป้าหมายว่าในส่วนของ สปท. เองเราก็จะจัดอบรมผู้นํา การปฏิรูปประมาณเดือนละ ๖๐๐-๗๐๐ คน ๓ เดือนต่อเนื่องคือเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน โดยเอากรรมการบริหารขององค์กรเครือข่ายซึ่งถือว่า เป็นระดับผู้นําเป็นลีดเดอร์ชิป (Leadership) อยู่แล้วมาเข้าสู่การพัฒนาสู่การเป็นผู้นํา การปฏิรูปให้ได้เข้าใจถึงเหตุผลความจําเป็นของประเทศนี้ว่าทําไมต้องปฏิรูปวิกฤตการณ์ ที่เกิดขึ้นในทุกมิตินะครับ ไม่ใช่ด้านการเมืองอย่างเดียว และเราจะเดินหน้าประเทศด้วยการขับเคลื่อนประเทศอย่างไร แผนปฏิรูปแต่ละด้านที่ครอบคลุม ๑๑ ด้านมีอะไรบ้าง ก็จะจัดที่นี่ครับห้องประชุมใหญ่ ซึ่งเราก็ใช้อยู่หลายครั้งในการจัดสัมมนา ครั้งแรกก็ตั้งใจวันที่ ๒๗ กรกฎาคม เพราะฉะนั้น ก็คงจะต้องรบกวนบรรดาท่านวิทยากรอาสาทั้งหลาย โดยเฉพาะท่านประธานกรรมาธิการ หรือผู้แทนกรรมาธิการที่จะต้องบรีฟฟิง (Briefing) ในส่วนของการปฏิรูปในแต่ละด้าน นะครับ แล้วก็ท่านที่จะบรรยายถึงวิสัยทัศน์ เรื่องของยุทธศาสตร์ ท่าน พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ ท่านก็เป็น สปท. แล้วเป็นผู้อยู่ในคณะกรรมการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติด้วย อย่างนี้เป็นต้น คือต้องการที่จะให้เกิดผู้นําการปฏิรูปที่จะสานต่องานปฏิรูปต่อไป ไม่ว่าเรา จะอยู่ถึงเมื่อไรก็ตามนะครับ แล้วก็สัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม เรามีหลักสูตรซึ่งตอนนี้ ลงตัวแล้วทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็พร้อมที่จะร่วมเป็นเจ้าภาพ โดยเราจะมีหลักสูตร ที่ว่านิว เจเนอเรชัน รีฟอร์ม ลีดเดอร์ (New Generation Reform Leader) ครับ หรือว่า ผู้นําการปฏิรูปรุ่นใหม่ โดยเราร่วมมือกับสภานิสิตนักศึกษาสัมพันธ์แห่งประเทศไทยนะครับ จัดหลักสูตรพัฒนาผู้นําการปฏิรูปรุ่นใหม่ของตัวแทนสภานักศึกษา ๕๐ มหาวิทยาลัย ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลก่อน หลังจากนั้นก็จะไปเป็นภาค ๆ อันนี้ก็เช่นกันครับ หลักสูตรก็จะเหมือนกันเหมือนกับที่เราจัดที่นี่ เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องเป็นอีกงานหนึ่ง ที่เพิ่มขึ้นสําหรับพวกเราครับ ก็ขออนุญาตรายงานเบื้องต้นถึงความคืบหน้าของแผนปฏิรูป ที่เราผลิตกันขึ้นมา ๕๐-๖๐ แผนแล้ว แล้วก็นําส่งไปยังกลางน้ํา ปลายน้ําต่อไป ๒. ก็คือ การปฏิรูปโดยการขับเคลื่อนให้เกิดเป็นจริงโดยความร่วมมือของภาคประชาชนและทุกภาคส่วน ก็ขับเคลื่อนในหลายรูปแบบ ก็เลยเรียนเพิ่มเติมเพื่อทุกท่านจะได้ทราบถึงความคืบหน้า ดังกล่าว แล้วก็คิดว่าในช่วงบ่ายวันอังคารนี้ที่เรามีการประชุมก็พยายามจะอัปเดต (Update) เพื่อเราจะได้รู้เท่า ๆ กัน แล้วก็มาร่วมด้วยช่วยกันในการที่จะแบ่งหน้าที่กัน เพราะว่า งานมันจะเพิ่มขึ้น ๆ ไปเรื่อย ๆ แล้วก็ที่น่าดีใจก็คือว่าสิ่งที่ สปท. ได้เพียรพยายาม การทํา หน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๗ และอื่น ๆ เราสานต่องาน สปช. มา บัดนี้เรื่องที่ ต่อสู้กันมา ๒๐ กว่าปีแล้วไม่สําเร็จก็มาสําเร็จในยุคนี้ แล้วท่านประธาน ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ทินพันธุ์ นาคะตะ ท่านได้นํา ๕ เรื่อง ซึ่งเมื่อสักครู่ที่ท่านรองประธานได้รายงาน ในลําดับต้น ๆ เมื่อปลายปีที่แล้ว ๕ เรื่องที่คิดว่าสําคัญมาก แล้วก็สอดคล้องกับแนวคิดของ ท่านนายกรัฐมนตรี ส่งให้ท่านนายกรัฐมนตรี หนึ่งในนั้นก็คือร่างพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ....ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม แล้วก็ส่งให้กับ สนช. เป็นร่างกฎหมายที่สะท้อนความเร่งด่วนและความมุ่งมั่น ในการปฏิรูป โดยที่ไม่ได้ส่งไปคณะกรรมการกฤษฎีกา ทําฟาสต์แทร็ก (Fast Track) เลย บายพาส (Bypass) เข้า สนช. สนช. ก็เห็นชอบในหลักการ แล้วก็พิจารณาวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ แล้วก็เห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน นี่เป็นคอร์รัปชันคอร์ต (Corruption Court) ครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ของประเทศ เป็นศาลชํานัญพิเศษ เรียกว่า ศาลทุจริตกลางมีฐานะเป็นกรม จะมีร่างกฎหมาย วิธีพิจารณาในระบบการไต่สวน คดีทุจริตทั้งหมดจะไปรวมอยู่ที่นั่นนะครับ แล้วก็ต้องขอบคุณทางศาลยุติธรรมที่ท่านให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง เพราะฉะนั้นการเสนอ ร่างกฎหมายหรือว่าข้อเสนอปฏิรูป เราต้องประสานหลายฝ่ายมากครับ ท่านประธาน ก็เหนื่อยมากต่อการต้องประสาน เพราะว่าการประสานเท่านั้นที่จะทําให้ทุกอย่างเดินหน้า ไปได้อย่างราบรื่นหรือว่ามีอุปสรรคหรือข้อขัดแย้งน้อยที่สุด เพราะฉะนั้นการประสานก็ต้อง ช่วยกันทุกฝ่ายทําความเข้าใจ ท่านกษิต ผมก็รบกวนครับ ยกมือขึ้นมา เชิญครับ