ปรีชา ชี้แจงร่าง พ.ร.บ. ผังเมืองใหม่ เน้นกระจายอำนาจ-เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๙

ปรีชา รณรงค์ ชี้แจงและผลักดันร่าง พ.ร.บ. การผังเมืองฉบับใหม่ โดยเน้นการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถออกข้อบัญญัติได้ พร้อมเสนอให้รวมการวางแผนผังเมืองระหว่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑลให้เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อแก้ปัญหาการจราจรและโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่สอดคล้องกัน นอกจากนี้ยังย้ำความสำคัญของการจัดการผังเมืองในระดับลุ่มน้ำ โดยเสนอให้เชื่อมโยงแผนผังภาคกับการบริหารจัดการลุ่มน้ำ 25 แห่ง พร้อมชี้แจงว่าการจัดตั้งผู้ตรวจการผังเมืองในร่างกฎหมายมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมบทบาทการตรวจสอบและให้คำปรึกษาอย่างชัดเจน โดยไม่ใช่การตั้งข้าราชการใหม่ เพื่อป้องกันการปฏิบัติที่ไม่สุจริตและเร่งให้การจัดทำผังเมืองมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายปรีชา รณรงค์ ผู้ชี้แจงในนามคณะกรรมการ

กราบเรียนท่านประธาน สภา สปท. ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม ปรีชา รณรงค์ ในนามของคณะกรรมการ อยากจะเรียนชี้แจงทําความเข้าใจบางประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้มีความเห็นเอาไว้ นะครับ

ประเด็นแรก เรื่องเมื่อปรับปรุง เมื่อมีการยกร่าง พ.ร.บ. การผังเมืองฉบับใหม่แล้ว จะดําเนินการให้มีการออกกฎกระทรวงตามกระบวนการและขั้นตอนตามที่ท่านสมาชิก ได้นําเรียนหรือไม่ ผมเรียนว่าใน พ.ร.บ. ฉบับใหม่ในการปฏิรูปครั้งนี้ได้กําหนดโดยเฉพาะ ในเรื่องการออกข้อบังคับตามกฎหมายที่จะใช้บังคับผังเมืองนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผังที่นําไปสู่การปฏิบัติที่เป็นผังเมืองรวม เดิมได้กําหนดไว้เป็น ๒ ระดับ ระดับแรกก็คือ ที่ออกเป็นกฎกระทรวง ซึ่งใน พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ นั้นได้กําหนดไว้เพียงอย่างเดียว คือให้ออกกฎกระทรวงได้เพียงอย่างเดียว และดําเนินการโดยส่วนกลางเป็นหลัก ก็เกิด ประเด็นปัญหาว่ากระบวนการขั้นตอนนั้นค่อนข้างยาว และที่สําคัญก็คือกระจุกตัวอยู่ที่ ส่วนกลาง เมื่อจํานวนผังเมืองรวมที่จะต้องจัดทํานั้นเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในระดับพื้นที่ ในระดับชุมชนต่าง ๆ จําเป็นที่จะต้องมีผังเมืองรวมของตนเองในแต่ละจังหวัดนั้น ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็ได้ออกแบบให้มีการใช้บังคับได้ ๒ รูปแบบก็คือ ออกเป็นกฎกระทรวง ถ้าดําเนินการโดยส่วนกลาง นั่นคือกรมการผังเมืองที่จะเกิดขึ้นใหม่ กระบวนการการออก กฎกระทรวงนั้น จริง ๆ แล้วก็มีขั้นตอนตามปกติอยู่นะครับ ก็คือต้องเข้า ครม. แน่นอน แล้วก็ต้องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบ เสร็จแล้วกลับมา ครม. เพื่อเห็นชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงลงนามประกาศเป็นกฎกระทรวงใช้บังคับได้ แต่หลังจากที่ปรับปรุง พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้ว ผังเมืองรวมส่วนใหญ่จะถูกกระจายอํานาจออกไปสู่ ส่วนจังหวัด นั่นคือดําเนินการโดยคณะกรรมการส่วนจังหวัด แล้วก็ออกเป็นข้อบัญญัติ ท้องถิ่นได้ นั่นก็คือแต่ละพื้นที่เมื่อดําเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกําหนดแล้วสามารถ ออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่นใช้บังคับผังเมืองรวมได้ แต่ก็มีการคานอํานาจระหว่างท้องถิ่นกับ ส่วนกลาง ถ้ามีประเด็นที่จะต้องดําเนินการอุทธรณ์ ฎีกา ขึ้นมาถึงส่วนกลางก็จะได้มี กระบวนการขั้นตอนในการคานอํานาจตรงนั้น โดยมีเกณฑ์มาตรฐานที่ชัดเจนในการดําเนินการ ตรงนี้ต่างหากละครับที่จะช่วยให้การทําผังเมืองไม่เหมือนเดิม นั่นคือกระบวนการไม่ล่าช้า เหมือนเดิม นี่ประเด็นหนึ่งครับ

อีกประเด็นหนึ่ง ในเรื่องของการจราจร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ได้พูดถึงว่าการจราจรในเรื่องของการผังเมืองนั้นจะไปช่วยตรงนั้นได้อย่างไรนะครับ ผมเรียนว่า ที่จริงแล้วการผังเมืองนั้นดําเนินการในส่วนของการจัดทําผัง โดยเฉพาะผังโครงสร้างพื้นฐาน ที่สําคัญก็คือ ระบบคมนาคมขนส่ง ซึ่งเป็นผังหลักผังหนึ่งนอกจากผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน ในผังเมืองรวมตามที่กฎหมายกําหนด ผังระบบคมนาคมขนส่งนั้นข้อเท็จจริงปัจจุบันก็คือ ทําผังถนนเป็นหลัก แต่ว่าในการผังเมืองนั้นไม่ได้ห้ามผังทุกระบบนะครับ จะเป็นผังรถไฟ ผังรถไฟความเร็วสูง หรือผังรถใต้ดิน หรือผังการขนส่งมวลชนรูปแบบใดก็ตามสามารถทําได้ แต่ที่ผ่านมาหลักก็คือการทําผังเมืองได้ทําเฉพาะเป็นหลักก็คือเรื่องถนน ทีนี้เรื่องถนนตรงนี้ เมื่อทําแล้วมีทั้งถนนสายหลัก สายรอง และสายย่อย ในทางปฏิบัตินั้นกรมโยธาธิการ และผังเมืองเดิมหรือหน่วยที่รับผิดชอบในทางผังเมืองไม่มีหน้าที่ในการที่จะก่อสร้างถนน เหล่านั้น มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ หรือกรมทางหลวงชนบท หรือ กรมทางหลวงแผ่นดินจะต้องรับผิดชอบในพื้นที่ซึ่งอยู่ในที่รับผิดชอบตามที่ผังเมืองกําหนด เพราะฉะนั้นการดําเนินการในเรื่องระบบตรงนี้จะช่วยให้การจราจรคล่องตัวหรืออย่างไร ก็เป็นไปตามลําดับความสําคัญหรือแนวทางที่จะดําเนินการให้สําเร็จเพื่อที่จะตอบสนอง ต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้น ๆ นะครับ แต่มีอยู่อย่างหนึ่งก็คือว่าที่ผ่านมานั้นหน่วยงาน ทางด้านผังเมืองไม่ได้มีความเห็นพอที่จะบอกว่าต้องทําถนนสายนี้ก่อน สายนั้นก่อน เพื่อแก้ปัญหา ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้กําหนดเอาไว้นะครับว่าโครงการใดที่ต้องปฏิบัติตาม ผังเมือง หน่วยงานรับผิดชอบด้านผังเมืองควรจะต้องมีความเห็น ควรจะต้องให้คําแนะนํา เพื่อที่จะให้เกิดการพัฒนาไปตามที่ผังเมืองกําหนด อันนี้คิดว่าจะช่วยแก้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ข้อเท็จจริงในพื้นที่ในเรื่องของระบบการจราจรนั้นเป็นเรื่องการบริหารจัดการ ด้านการจราจร มีหน่วยงานหรือมีคณะกรรมการ อนุกรรมการที่เกี่ยวข้องกับระบบ การจราจรในระดับจังหวัดอยู่แล้วนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ก็คิดว่า ถ้าเชื่อมโยงกันได้ชัดเจนก็จะทําให้คล่องตัวยิ่งขึ้น

ในอีกส่วนหนึ่งพูดถึงระบบโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานในส่วนของกรุงเทพมหานคร ที่เชื่อมโยงกับปริมณฑล เรื่องนี้เป็นเรื่องซึ่งมีความสําคัญมากในปัจจุบัน เกิดความลักลั่นกัน ความชัดเจนที่เกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะระบบโครงสร้างพื้นฐาน จะเป็นรถไฟ รถยนต์ หรือระบบ ไฟฟ้า ประปา อื่นใดก็ตามที่เกิดขึ้น กรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้นแยกส่วนกันไม่ได้ เนื่องจากว่าชุมชนเกิดขึ้นไม่มีขีดจํากัดในเรื่องของพื้นที่เขตการปกครอง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ณ ขณะนี้ในเชิงนโยบายก็ตาม ในคณะกรรมการซึ่งผมเองก็เป็นกรรมการปฏิรูปด้าน การผังเมืองและการใช้พื้นที่อยู่คนหนึ่งได้พูดคุยกันเรื่องนี้เป็นสําคัญว่าการวางผังเมืองเฉพาะ กรุงเทพมหานครและแยกส่วนเป็นปริมณฑลหรือจังหวัดต่าง ๆ ในพื้นที่โดยรอบนั้นคงไม่ สามารถดําเนินการได้ให้เป็นรูปธรรมอีกต่อไปนะครับ ควรที่จะต้องรวมกันเป็นหนึ่งเดียว มีอย่างน้อยถึงแม้ไม่รวมเรื่องการปกครอง แต่ต้องรวมในเรื่องการวางแผนและวางผังเมือง ในรูปแบบที่เชื่อมโยงต่อเนื่องและสอดคล้องกัน เรื่องนี้กําลังดําเนินการโดยคณะกรรมการ ผังเมือง แม้แต่กรมโยธาธิการและผังเมืองเองนะครับ แล้วก็ได้คุยกันหลายภาคส่วนแล้ว โดยเฉพาะกับกรุงเทพมหานครด้วยนะครับ ก็คิดว่าเรื่องเหล่านี้ในอนาคตจะเชื่อมโยงกัน แล้วก็ช่วยแก้ปัญหาในหลายระบบ ทั้งการจราจรแล้วก็ทั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานครับ

ในอีกประเด็นหนึ่งครับ ในเรื่องของผู้ตรวจการผังเมือง ซึ่งมีสมาชิกผู้มีเกียรติ บางท่านได้พูดถึงว่าผู้ตรวจการผังเมืองนั้นหลายท่านก็เห็นด้วยนะครับ ผมอยากเรียนว่า ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นเรื่องที่ยกร่างขึ้นมาเป็นครั้งแรกนะครับ เรื่องผู้ตรวจการผังเมืองไม่ใช่ ผู้ตรวจราชการกรมนะครับ เป็นเรื่องของผู้ตรวจการผังเมือง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ดูแล เรื่องการผังเมืองโดยเฉพาะ เพราะปัจจุบันเท่าที่มีประสบการณ์ก็คือในพื้นที่ต่างจังหวัด หรือท้องถิ่นต่าง ๆ เมื่อออกผังเมืองไปแล้วการดูแลผังเมืองเหล่านั้นก็มีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเป็นหลักในการดูแล บางครั้งก็มีประเด็นปัญหาเกิดขึ้น แล้วก็อาจจะมีข้อ ซึ่งไม่ทั่วถึงหรืออาจจะไม่สุจริตก็มีบ้างเหมือนกัน เพราะฉะนั้นในกฎหมายฉบับนี้ก็กําหนดว่า ต้องมีผู้ตรวจการผังเมืองซึ่งมีหน้าที่จะต้องไปดูแลให้คําแนะนําปรึกษาต่อองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแล้วก็หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องทั้งหมดทั่วประเทศนะครับ ซึ่งไม่ได้จัดตั้ง คนใหม่ขึ้นมาแต่อย่างใดนะครับ ใช้เจ้าหน้าที่ของกรมที่มีอยู่เดิมหรือกรมการผังเมืองที่จัดตั้ง ขึ้นใหม่นี่ละครับ แต่งตั้งโดยมีระเบียบออกมาต่างหากตามกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้รับผิดชอบ เรื่องเป็นผู้ตรวจการ มีอํานาจหน้าที่เป็นผู้ตรวจการผังเมืองอีกส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น ไม่ได้เพิ่มบุคลากรแต่อย่างใดแต่จะช่วยให้การผังเมืองมีผู้ดูแลได้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ทีนี้สมควรที่จะให้มีบุคคลอื่นเข้ามาดําเนินการด้วยไหม ซึ่งมีท่านเสนอว่าน่าจะเป็นผู้ตรวจ ปลัดกระทรวง ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเชิงวิชาการ ผู้ที่จะลงไปดูแลเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นบุคลากร ซึ่งเป็นลักษณะของมีความชํานาญหรือเป็นลักษณะของผู้เชี่ยวชาญที่กรมการผังเมืองที่จะ มีขึ้นอยู่แล้วนะครับ เป็นผู้ไปรับหน้าที่อีกส่วนหนึ่งเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพแล้วก็ผลประโยชน์ มากขึ้นนะครับ

ในประเด็นอื่น ๆ นะครับ ผมอยากจะนําเรียนว่าเรื่องลุ่มน้ํา ผมอยากจะเรียน ย้ําอีกครั้งหนึ่งครับว่าผังเมืองใน พ.ร.บ. ฉบับใหม่กําหนดมีหลายระดับ ระดับเชิงนโยบายนั้น มีตั้งแต่ผังประเทศ ผังภาคนะครับ หรือผังอนุภาค หรือกลุ่มจังหวัด หรือพื้นที่พิเศษอื่น ๆ อันนี้เราจะกําหนดให้ดูแลในพื้นที่ไหนหรือวางผังในพื้นที่ไหนก็ได้ เช่น ที่ผ่านมาลุ่มน้ําทั้งหมด ๒๕ ลุ่มน้ําของประเทศ ที่จริงแล้วกรมโยธาธิการและผังเมืองก็ได้วางผังลุ่มน้ําเหล่านั้นแล้ว แต่เนื่องจากว่ายังไม่มีกฎหมายรองรับครับ ในอนาคตลุ่มน้ําเหล่านั้นจะถูกรองรับด้วย กฎหมายฉบับนี้ครับ นั่นคือเป็นผัง จะเรียกว่าเป็นผังภาคหรืออนุภาคก็ได้ ซึ่งเป็นผังลุ่มน้ํา หรืออาจจะยกลุ่มน้ําหนึ่งลุ่มน้ําใดเป็นพื้นที่พิเศษก็ได้ตามที่กฎหมายฉบับนี้ได้กําหนดไว้แล้ว อันนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องลุ่มน้ําก็จะได้ถูกดูแลด้วย พ.ร.บ. ฉบับนี้ เช่นเดียวกันครับ ผมขอเรียนแค่นี้ครับ