กษิต ชูปฏิรูปตำรวจ แยกหน่วยงาน-เน้นจริยธรรมต้านอิทธิพล

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๙ · ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๙

กษิต ภิรมย์ หารือการปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเสนอให้ปรับโครงสร้างองค์กรให้กระจายอำนาจ แยกหน่วยงานเฉพาะทางออกจากกองบัญชาการหลัก และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อให้การปฏิรูปเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเน้นความจำเป็นในการเสริมสร้างจิตสำนึก จริยธรรม และความเข้มแข็งภายในของผู้บังคับบัญชาตำรวจระดับสูง เพื่อต้านทานอิทธิพลทางการเมืองและรักษาความยุติธรรม ความโปร่งใส เป็นแบบอย่างที่ดี โดยมองว่าการปฏิรูปที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการสร้างพลังภายในมากกว่าการกำหนดกฎระเบียบจากภายนอก

นายกษิต ภิรมย์

ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๗ ผมลุกขึ้นร่วมอภิปรายด้วยความลังเลใจ แล้วก็ด้วยความเคารพ ท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิก คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม เพราะว่าผมก็ไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับการที่จะแบ่งงานออกมาเป็น ๙ เรื่องในการที่จะปรับปรุงสํานักงานตํารวจแห่งชาติตั้งแต่แรก เพราะว่าผมมองไม่เห็น ภาพรวมว่าจะมีการปฏิรูปสํานักงานตํารวจแห่งชาติอย่างลึกซึ้งจริงจังขนาดไหน ๘-๙ เรื่อง ที่ระบุไว้เป็นแผนงานเป็นเรื่องปลีกย่อยเสียมากกว่า แต่คราวนี้ก็เป็นที่น่ายินดีที่ว่าหลังจาก ๒ ปีมานี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้เกิดให้ความสนใจที่จะใช้เวลาในการที่จะร่วมการปฏิรูป สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผมก็ขอกราบเรียนเสนอท่านประธานด้วยว่าในการประสานงานกัน ระหว่างแม่น้ํา ๒ สาย ๓ สาย ๕ สายนั้น จะได้มีการดําเนินการที่คู่ขนานกันไป และอะไร ที่ทาง สปท. ทําอยู่แล้วก็อาจจะขาดตกไปบ้างในเรื่องของการปฏิรูปสํานักงานตํารวจ แห่งชาตินั้น ก็ขอให้ทางฝ่ายบริหารรวมทั้ง สนช. ช่วยรีบดําเนินการไปด้วย เราจะได้เห็น การปฏิรูปสํานักงานตํารวจแห่งชาติอย่างจริงจัง เพราะว่าระยะเวลาของ สปท. ก็เหลืออีก ไม่กี่เดือนนะครับ คงจะทําได้เป็นแค่บางเรื่อง นั่นก็เป็นอันที่ ๑ แต่ว่าไหน ๆ จะพูดเรื่อง การปฏิรูปแล้ว ผมคิดว่าสิ่งที่เราน่าจะเน้นก็คือความสัมพันธ์ระหว่างโรงพัก ตํารวจ ทั้งในเขตเมือง แล้วก็โรงพักทุกโรงพักทั่วประเทศไทย คือตํารวจนครบาลกับตํารวจภูธร อันนี้น่าจะเป็นหัวใจของเรื่องที่เราน่าจะใช้เวลาใน สปท. ดําเนินการเพื่อให้มีการปฏิรูปทั้งในเรื่องของสวัสดิการของพลตํารวจ จ่าตํารวจ นายร้อยตํารวจ เครื่องมือเครื่องใช้ให้มันพร้อม ที่อยู่อาศัยให้มันพร้อม แล้วก็ความยุติธรรมในการที่จะเลื่อน ตําแหน่ง คู่ขนานกันไปนั้นแทนที่จะให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติเป็นแบบพีระมิดสามเหลี่ยม ให้เป็นแท่ง ๆ ได้ไหมครับ ผมก็ขอถือโอกาสเสนอเลยว่าตํารวจตระเวนชายแดนเข้าไปอยู่ใน เครือข่ายของกระทรวงกลาโหมได้ไหม เพราะมันเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัย อันนี้ ก็อาจจะรวมทั้งตํารวจน้ําบนลําแม่น้ํา จะเป็นแม่น้ําสาละวินหรือแม่น้ําโขง แล้วก็ทาง ชายฝั่งทะเล ก็อาจจะประสานกับทางกองทัพเรือได้ สันติบาลนั้นอาจจะไปอยู่ในเครือข่าย ของงานสภาความมั่นคงแห่งชาติและสํานักงานข่าวกรองแห่งชาติ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ การสืบราชการลับ แล้วก็หน่วยงานเฉพาะกิจ ตํารวจป่าไม้ ตํารวจท่องเที่ยว อะไรต่าง ๆ ให้เป็นแท่งของตัวเองไม่ต้องมาขึ้นอยู่ที่ผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติแต่ผู้เดียว หรือว่าคณะกรรมการข้าราชการตํารวจ มันเป็นการกระจุกตัวของอํานาจและมันก็อดไม่ได้ ที่จะมีเรื่องของวิ่งเต้นต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ นั่นก็เป็นประเด็นแรกที่อยากจะขอกล่าวไว้

ส่วนอันที่ ๒ ผมคิดว่าที่เรายังไม่ได้คุยกันเลยก็คือเรื่องของความหนักแน่น ทางด้านจิตใจของข้าราชการนายตํารวจในระดับสูง ตั้งแต่ผู้บัญชาการ ระดับพลตํารวจเอก พลตํารวจโท ไล่ลงมาจนถึงพันตํารวจเอก (พิเศษ) ต่าง ๆ เหล่านี้ ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชา ระดับต่าง ๆ นั้นจะมีความกล้าหาญและสามารถที่จะยืนหยัดกับแรงบีบคั้นเข้ามาจากอิทธิพล ของการเมืองสามานย์ กับอันที่ ๒ อิทธิพลของเงินทุนสามานย์ได้มากน้อยแค่ไหน และใน การปฏิรูปกันนี้ทางคณะกรรมาธิการคิดว่าจะทําอย่างไร จะได้มีการประกันอย่างไรว่า ท่านผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาตินั้นท่านสามารถจะประกาศได้ไหมว่าจะไม่โอนอ่อน ต่อแรงผลักดันจากทางข้างนอก จะด้วยอํานาจทางการเมือง เส้นสายเป็นพี่เป็นน้อง อะไรต่าง ๆ เหล่านี้กัน แสดงให้เห็น ณ วันนี้ได้ไหมครับ ตั้งแต่บัดนี้ไปว่าการโยกย้ายทั้งหลาย ณ วันนี้โดยตัวของท่านเองกับคณะกรรมการข้าราชการตํารวจนั้นจะมีความยุติธรรม ไม่ต้อง รอการปฏิรูปหรือการเปลี่ยนแปลงที่เรากําลังเสนออยู่และจะลงมติกันในไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ ผมเป็นข้าราชการประจํามาเกือบ ๔๐ ปีที่กระทรวงการต่างประเทศ แล้วสิ่งหนึ่งที่พวกเรา มีความภูมิอกภูมิใจก็คือการยืนหยัดต่อความไม่ชอบมาพากลที่จะพึงเข้ามาที่กระทรวง การต่างประเทศ จะด้วยอํานาจใด ๆ ก็ตาม เพราะว่าปลัดกระทรวงของเราโดยตลอดมา หรือว่าส่วนใหญ่ยืนหยัดต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อาจจะมาจากอํานาจทางการเมือง มาจากระบบ เส้นสายอุปถัมภ์ทั้งหลาย และผมก็คิดว่าพวกเราทุกคนในห้องนี้ ประชาชนพลเมืองไทย ๖๕ ล้านคน ก็อยากจะให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติเป็นบุคคล ที่มีศักดิ์ศรี ยืนหยัดต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และสําคัญคือต้องทําตนเป็นแบบอย่างตั้งแต่วันนี้เลย เอามากันให้เห็น ๆ ให้มันชัด เสียงลือเสียงเล่าอ้าง ข่าวลือต่าง ๆ ที่ไม่ดีไม่งามกับสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่โอนอ่อนกับสิ่งที่ไม่ถูกต้องนั้นจะได้ไม่เกิดขึ้นเสียที เมื่อวันเสาร์ที่ ๔ มิถุนายนที่ผ่านมา ผมได้รับเกียรติอย่างสูงมาก ๆ เลย ร่วมกับเพื่อนสมาชิก ของ สปท. ๔-๕ คนไปเยือนโรงเรียนนายร้อยตํารวจสามพรานครับ ก็มีระดับนายพล หลายท่าน รวมทั้งหมดนายตํารวจที่อยู่ในแวดวงวิชาการ ๒๐ กว่าท่านให้การต้อนรับอย่าง สมศักดิ์ศรี ให้ข้อมูลมากมาย และพวกเราออกมาจากโรงเรียนนายร้อยตํารวจสามพราน มีความประทับใจเป็นอย่างยิ่งต่อความตั้งใจของครูบาอาจารย์ ต่อหลักสูตรต่าง ๆ โดยเฉพาะ ในเรื่องจริยธรรม ความมีระเบียบวินัย มันก็ทําให้เกิดขึ้นว่าไปอยู่ในสถาบันนั้น อันสูงส่ง มีความศักดิ์สิทธิ์ แล้วทําไมเมื่อจบออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนนายร้อยตํารวจ สามพราน แล้วทําไมถึงต้องเข้ามาตกอยู่ในสภาพอันน่าอดสูเป็นที่ลือที่เล่าอ้างของประชาชน กันทั้งหมด มันอะไรครับ ที่เด็กหนุ่ม ๆ อายุ ๒๐ กว่า ๆ ออกมาจากรั้วสถานการศึกษาด้วยอุดมการณ์ ด้วยอุดมคติอันสูง แล้วมันมีอะไรในสํานักงานตํารวจแห่งชาติที่มันดูดซึมให้เขาต้อง ไปในทิศทางที่เขาไม่อยากจะไป หรือเขาต้องอยู่ในอาณัติของสิ่งที่ไม่ดีงาม ผมคิดว่ามันก็ต้อง กลับมาที่ผู้บังคับบัญชาทุก ๆ ระดับ โดยเฉพาะในระดับสูง ตั้งแต่พันตํารวจเอก (พิเศษ) เป็นต้นไป ต้องทําตัวเป็นแบบอย่างที่ดีครับ แล้วต้องไม่เล่นพรรคเล่นพวก อันนี้เป็นเรื่อง ที่สําคัญ แต่ในเอกสารที่แจกมานี้ไม่มีคําว่า จริยธรรม จรรยาบรรณของผู้ที่มีอาชีพ เป็นนายตํารวจ ผมก็อยากจะขอฝากประเด็นนี้ไว้ ไว้เป็นสําคัญ เพราะว่าจะให้เขียนกฎเกณฑ์ จะปฏิรูปอะไร มันก็ยังเป็นเรื่องของกายภาพ ตราบใดที่การขัดเกลาแล้วก็ความแข็งแกร่ง ของทางด้านจิตใจนั้นมันยังไม่เกิดขึ้น ผมก็ขอให้มีการเน้นประเด็นเรื่องนี้เป็นสําคัญ แล้วก็ อยากจะให้กําลังใจด้วยนะครับ ถ้าเผื่อเรามาร่วมแรงร่วมใจกันในการส่งเสริมให้ตํารวจ เป็นผู้ที่มีศักดิ์ศรี เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างจริง ๆ จัง ๆ ผมคิดว่าพวกเราทั้งหมดก็พร้อม ที่จะให้ความร่วมมือในการที่จะปฏิรูปสํานักงานตํารวจแห่งชาติให้มันเป็นจริงเป็นจังสักครั้งหนึ่ง นะครับ แล้วมันจะต้องเป็นครั้งแรก ครั้งสุดท้าย เพราะหลังจากนี้ไปเราจะมีนายตํารวจ หรือว่าตํารวจทุกคนที่ประพฤติตนไม่ด้อยไปกว่าตํารวจที่ฮ่องกง หรือว่าที่ประเทศอังกฤษ ต้นฉบับครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน