วลัยรัตน์ เสนอปฏิรูปแต่งตั้งตำรวจ เปิดทางข้าราชการชั้นประทวน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๙ · ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๙

วลัยรัตน์ ศรีอรุณ กล่าวขอบคุณและเชิญชวน พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ ขึ้นกล่าวในที่ประชุม ก่อนหารือการปฏิรูปการแต่งตั้งตำรวจให้เป็นธรรมและโปร่งใส โดยเน้นความสำคัญของเกณฑ์วัดผลการปฏิบัติงาน อาวุโส ความรู้ความสามารถ และการป้องกันการแทรกแซงจากอำนาจภายนอก เพื่อสร้างข้าราชการตำรวจที่เป็นกลางและเป็นของประชาชน พร้อมเสนอแนวทางพัฒนาข้าราชการตำรวจชั้นประทวนด้วยการรับและบรรจุในพื้นที่เดิม แก้ปัญหาการโยกย้าย และผลักดันให้มีการทบทวนเส้นทางอาชีพให้มั่นคงยิ่งขึ้น

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปเรียนเชิญท่าน พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงยุติธรรม เรียนเชิญค่ะ

พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ : กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกที่รัก กระผม พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๓๙ ก่อนอื่นก็ขอชื่นชมกรรมาธิการนะครับที่มีความกล้าหาญนําเสนอในเรื่องนี้ ซึ่งสิ่งที่ท่าน เสนอมานี้ในฐานะตํารวจเก่า ท่านได้นําวัฒนธรรมที่ดี ๆ เก่า ๆ เฉพาะในเรื่องแต่งตั้ง วันนี้ ผมจะพูดถึงในเรื่องแต่งตั้ง นํากลับมานะครับ ไม่ว่าจะเป็นชั้นของโรงพักซึ่งผมค่อนข้างจะ ไม่อยากเห็นว่าใช้คําว่าชั้น ชั้น ๑ ชั้น ๒ ผมอยากให้เป็นขนาด เพราะว่าเป็นชั้นแล้วรู้สึกมันมี ความด้อย จะขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ ขนาดอะไรนะครับ สําหรับเรื่องการแต่งตั้งนี้สําคัญ หลาย ๆ ท่านอภิปรายไปแล้วว่าตํารวจมีหน้าที่รักษากฎกติกาของบ้านเมือง ทําตํารวจให้ดี เถอะครับ ทําตํารวจให้เป็นกลาง อย่าให้ตํารวจเปลี่ยนไปตามวิถีทางการเมืองเลย ทําให้มันดีเถอะครับ หัวใจของการแต่งตั้ง ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะให้ตํารวจเป็นกลาง ไม่อย่างนั้นพอมีใครเปลี่ยนมาตํารวจก็เฮโลไป ถ้าเพื่อกฎกติกาในการแต่งตั้งไม่มีความชัดเจน ผมเชื่อว่าเพื่อนตํารวจหรือลูกศิษย์ลูกหา ที่เป็นน้อง ๆ ตํารวจ อยากจะเป็นตํารวจที่ดีให้กับสังคม ไม่อยากเห็นใครมาประณาม หรือมาว่าตํารวจนะครับ ทําตํารวจให้ดีเถอะครับ แล้วผมอยากเห็น อยากให้กําลังใจ กับกรรมาธิการชุดนี้ กับรัฐบาลชุดนี้ทําตํารวจให้ดีเถอะครับ อย่าให้ตกเป็นผู้รับใช้ผู้มีอํานาจ ในยุคใดหรือสมัยใดเลย นี่สิ่งที่ผมอยากจะเห็นนะครับ เพราะฉะนั้นในการปฏิรูปครั้งนี้ ก็อย่างที่หลาย ๆ ท่านอภิปราย ตํารวจต้องได้รับความเป็นธรรม และประชาชนก็ต้องได้จาก การปฏิรูปสิ่งเหล่านี้ สําคัญคือตัวนี้นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านได้เขียนไว้นั้น มันเป็น วัฒนธรรมที่เราทํากันมาแล้วในเรื่องอาวุโส ความรู้ความสามารถหรือความประพฤติ ประกอบการอันนี้ เป็นเรื่องที่เราทํามานะครับ ผมเคยอภิปรายไปแล้วว่าผมเป็นทั้งผู้แต่งตั้ง คนอื่น เป็นทั้งผู้ได้รับการแต่งตั้งนะครับ ลําดับอาวุโสเราให้ความสําคัญนะครับ เพราะฉะนั้น ในเวลาการพิจารณาเราจะไล่เลยว่าเบอร์ ๑ เบอร์ ๒ เบอร์ ๓ จนถึงเบอร์สุดท้าย ถ้าเบอร์ ๑ มีจุดด่าง จุดด้อย มีข้อบกพร่อง เราก็ไม่ตั้งนะครับ เราไล่ตามอาวุโสหมดเลย เพราะฉะนั้น เวลาไล่ตามอาวุโสสําคัญอยู่ที่ตัวเคพีไอ (KPI) ของท่านเหมือนกันครับ เวลาท่านบอก เบอร์ ๑ ทําไมไม่ได้ เบอร์ ๒ ทําไมไม่ได้ เบอร์ ๓ ทําไมไม่ได้ เบอร์ ๔ ทําไมไม่ได้ ทําไมท่านไม่ทํา เคพีไอ (KPI) ให้มันชัดเจน ถ้าเผื่อทําเคพีไอ (KPI) ชัดเจน การแทรกแซงจากภายนอก ก็จะมีน้อยลงนะครับ เคพีไอ (KPI) ในอดีตที่คนโบราณ ผู้หลักผู้ใหญ่ในอดีตเขาทําไว้มีอยู่ ก็ได้แก่ อันที่ ๑ เรื่องการรักษาวินัย การแต่งตั้ง การถูกกรรมการจัดการโทษทางวินัยนะครับ อันที่ ๒ ภาระหรืองานปกติที่ทํานะครับ อันที่ ๓ คืองานที่รับผิดชอบเป็นพิเศษ งานพิเศษ ในสมัยที่ผมยังอยู่ราชการ จะถามเลยว่าคุณบอกผมหน่อยว่าใน ๑ ปีที่คุณทํามา คุณทําให้กับ ราชการ ทําให้กับบ้านเมืองเป็นพิเศษที่เป็นตัวเด่นว่าคุณจะได้ ๒ ขั้น หรือจะได้เลื่อนตําแหน่ง มีอะไรบ้าง กรุณาบอกผมมาหน่อย ไม่ใช่ว่าเป็นคนของผมแล้วได้ ไม่ใช่นะครับ ตัวนี้ต้องเอา ไปอยู่ครับ แล้วออกกฎกติกาให้มันชัดเจน หรือจะออกเป็นข้ออะไรก็ตามที่ให้มันมีความถาวร ไม่ใช่ว่ามันเปลี่ยนไปตามผู้มีอํานาจในบ้านเมือง ไม่อย่างนั้นตํารวจก็ได้เฮโลไปอย่างนั้น ต้องเข้าใจตํารวจครับ ตํารวจก็เป็นคนไทยเหมือนกับเรานี่ล่ะครับ มีจิตวิญญาณ แล้วก็เชื่อว่า ญาติพี่น้องของหลาย ๆ ท่านก็เป็นตํารวจนะครับ เพราะฉะนั้นช่วยกันทําตํารวจให้มันดี เพราะฉะนั้นในอดีตการจะเลื่อนตําแหน่ง เราทําครับ ว่าคุณจะเลื่อนไปกองบัญชาการไหน คุณต้องมีเหมือนกับต่างกรม ต้องมีการสมัครใจข้ามกรม อยู่ดี ๆ คุณจะข้ามไปขึ้นตําแหน่งเลย ไม่ได้ อย่างน้อยคุณต้องไปอยู่หน่วยนั้น ๑ ปี คุณถึงจะขึ้นได้ เรามีกติกาไว้ ทํากติกาให้มัน ชัดเจน นี่คือเป็นวัฒนธรรมเก่า ๆ ผมทันครับ เมื่อครั้งผมเป็นนายตํารวจเด็ก ๆ อธิบดี กรมตํารวจ จะย้ายคนในกองบัญชาการต้องเชิญผู้บัญชาการมาหารือนะครับ มีวัฒนธรรม อย่างนั้น ไม่สามารถที่จะไปเปลี่ยนของเขาได้ แล้วต้องให้เขาเป็นคนเลือกมาด้วย อันนี้คือ เป็นสิ่งที่ว่าแม้จะไม่มีเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เราก็ทํากันนะครับ หรือแม้กระทั่งว่าอธิบดี มีอํานาจในการแต่งตั้งผู้การในกองบัญชาการไหน อธิบดีก็จะถามว่าผู้บัญชาการคุณอยากได้ ใครบ้างที่เป็นผู้การในเขตของคุณ กรุณาเสนอขึ้นมาหน่อย เพราะฉะนั้นเราก็จะทําการ ประเมิน มีบางยุคคนไม่ต้องวิ่งเต้นก็ได้รับการแต่งตั้ง มันต้องอย่างนั้นสิครับ ตํารวจถึงจะเป็น ตํารวจของประชาชน เพราะฉะนั้นในเรื่องของหน้าที่ตํารวจผมอยากตอบอีกอันหนึ่งว่า ตํารวจแน่นอนครับ เป็นหน่วยกลางอยู่แล้ว หน่วยบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ สามารถที่จะมาขอกําลังตํารวจ ไปผสมผสานในการที่จะบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยสรรพสามิต หน่วยป่าไม้ หน่วยอะไร เขาสามารถที่จะร้องขอได้อยู่แล้ว ตัวนี้ก็ต้องทําให้มันชัดเจน สมัยนี้ก็คือ เขาเรียกว่ามัลติทัช (Multitouch) คือหมายความว่าจะต้องมีหน่วยบังคับใช้กฎหมาย ผสมผสานถึงจะทําได้ หน่วยเดียวทําไม่ได้หรอกครับ แม้กระทั่งภายในสํานักงานตํารวจ แห่งชาติหน่วยเดียวก็ทําไม่ได้ ก็ต้องผสมผสานกันในการทํานะครับ เรื่องตํารวจในการแต่งตั้ง โยกย้าย ผมเชื่อ ทําไปเถอะครับมันเป็นจิกซอว์ (Jigsaw) ตัวหนึ่งที่จะทําให้ตํารวจดีขึ้น ทําให้ประชาชนจะได้รับบริการที่ดีขึ้น ถ้าเขามีความมั่นใจในตําแหน่งหน้าที่ของเขาแล้ว เชื่อเถอะครับว่าเขาจะทําได้ดีถ้าแข่งกันด้วยผลงาน ด้วยฝีมือที่แฟร์ ๆ (Fair) มันก็จะไปได้ นะครับ ตัวนี้ภาพตํารวจจะดี

ส่วนในเรื่องของการปฏิรูปตํารวจ มีหลาย ๆ ท่านอภิปรายไปถึง ผมเห็นด้วย เพราะว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้องปฏิรูป เพราะปัจจุบันนี้อย่างข้าราชการชั้นประทวน จากสิบตํารวจจนถึงนายดาบตํารวจมีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งนะครับ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผมว่าเราก็คิดกันมาทุกสมัยก็ยังไม่เพียงพอที่จะให้เขามีเส้นทางของงานอาชีพในลักษณะ วิชาชีพให้เขาเจริญเติบโต ทั้งที่คนเหล่านั้นพอมารับราชการด้วยความสดใสพอยิ่งโตไป มันเหี่ยวแห้ง ผมอยากให้เขาขึ้นไปเหมือนกับตํารวจในประเทศที่พัฒนาแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นปัญหาในการพัฒนาข้าราชการตํารวจชั้นประทวนนี้ แม้กระทั่งถ้าเผื่อในความคิด ส่วนตัวผมเองพยายามที่จะให้ตํารวจมาจากจังหวัดไหนก็อยู่ในพื้นที่จังหวัดนั้น เขาจะได้ไม่มี ปัญหาในเรื่องที่อยู่ ปัจจุบันนี้ก็พยายามที่จะโยกย้ายกลับถิ่น สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ก็มีนโยบายเรื่องนี้นะครับ แต่ก็ไม่สามารถที่จะสนองได้ เพราะฉะนั้นมันต้องเริ่มต้นจากการรับ จากโรงเรียนตํารวจเป็นเบื้องต้นจะต้องมา หรือแม้กระทั่งนายตํารวจสัญญาบัตรเหมือนกัน เราก็ควรจะรับจากจังหวัดแล้วพอจบแล้วก็ไปอยู่ที่นั่น ตัวนี้เราเองเราก็ยังไม่ได้ทํา ไม่อย่างนั้น ก็จะมีปัญหาเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายทีหลังว่าขอกลับจังหวัด ขอไปดูแลจังหวัด ขอไปดูแลพ่อแม่ พวกเหล่านี้มันเป็นปัญหาภายในทั้งหมด ซึ่งคราวนี้ผมมองดูว่าอยากให้ท่านคณะกรรมาธิการนี้ ทําทุกประเด็นที่ท่านได้นําเสนอ มันจะเป็นจิกซอว์ (Jigsaw) ที่ต่อกัน แล้วผมเชื่อว่าตํารวจ รอท่านอยู่ รอท่านครับ เพราะฉะนั้นผมมั่นใจว่าท่านมาถูกทาง แต่ขอให้เอาข้อสังเกตของ สปท. ทุกท่านที่ได้อภิปรายไปพิจารณาครับ ขอขอบคุณครับ

ขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีมากค่ะ ต่อไปเรียนเชิญท่านนิกร จํานง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมค่ะ