กวินา กิจกําแหง เสนอการเปลี่ยนแปลงร่างพระราชบัญญัติเพื่อเปิดเผยข้อมูลข่าวสารในเชิงอิเล็กทรอนิกส์ และจัดตั้งศูนย์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว
โอเค (Okay) คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเช่นว่านี้ก็จะมีวาระ ๔ ปี ตัวสํานักงานเองก็จะมีเลขาธิการ คณะกรรมการ ซึ่งมาจากการคัดเลือก โดยความเห็นชอบของวุฒิสภา
สําหรับกรณีของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารจากเดิม เราได้มีการเปลี่ยนแปลงการทํางานให้มารวมอยู่ในหมวด ๙ วินิจฉัยคําอุทธรณ์การเปิดเผย ข้อมูลข่าวสาร โดยที่อาจจะไม่จําเป็นต้องจัดตั้งขึ้นเป็นคณะกรรมการวินิจฉัย แต่ให้อํานาจ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารในการที่จะพิจารณาเอง หรือตั้งอนุกรรมการเพื่อดําเนินการก็ได้ และมีการทํางานในรูปแบบขององค์คณะ และมีการกําหนดกรอบเวลาในการพิจารณาเรื่อง ให้ชัดเจนมากขึ้น คือต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน หรืออาจขยายได้แต่ไม่เกิน ๖๐ วัน ในส่วนของการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ตามหลักการที่บอกว่าให้สิทธิประชาชนในการที่ได้รู้ ให้สิทธิการคัดค้าน ให้สิทธิในการร้องเรียนหรือการอุทธรณ์ สิทธิต่าง ๆ เหล่านี้เรายังคงเดิม แต่ว่าได้มีการปรับปรุงรับรองสิทธิต่าง ๆ โดยกําหนดให้ชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการ กําหนดหน้าที่และขอบเขตในทางปฏิบัติให้อํานาจคณะกรรมการในการกําหนดนโยบาย แล้วก็ในการกําหนดรายละเอียดให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในตัวร่างพระราชบัญญัติเอง ก็มีการกําหนดกรอบการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้มีช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น ไม่จําเป็น จะต้องไปเป็นในทางกระดาษอย่างเดียว โดยที่มุ่งเน้นการเปิดเผยในเชิงอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนได้สามารถเข้าถึงได้ นอกจากนี้ก็มีการปรับปรุงกําหนดกรอบการเปิดเผย ข้อมูลให้เจ้าหน้าที่สามารถที่จะมีกรอบที่ชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม อันนี้ก็จะปรากฏอยู่ใน หมวด ๒ ของร่างพระราชบัญญัติ
นอกจากนี้ในมาตรา ๘ ก็จะเป็นการแสดงว่าตัวกฎหมาย ตัวร่างพระราชบัญญัติ จะเป็นกฎหมายกลาง อาศัยหลักการว่าหากไม่ได้กําหนดไว้ในข้อยกเว้นหน่วยงานมีหน้าที่ จัดให้ข้อมูลนี้สามารถเข้าถึงได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ก็มีการกําหนดกรอบระยะเวลาไว้ ในรายละเอียดของมาตราต่าง ๆ ในการที่จะพิจารณาการเปิดเผยข้อมูล และกําหนดให้มี การประเมินผล การเปิดเผยข้อมูลอย่างจริงจัง และให้มีการทบทวนเป็นระยะเวลา ในรายละเอียดจะขอกล่าวถึงเป็นบางมาตรานะคะ เมื่อสักครู่ที่บอกว่าการกําหนดหน้าที่ของ หน่วยงานรัฐ ก็จะปรากฏอยู่ในมาตรา ๗ ส่วนของที่กําหนดให้ตัวร่างพระราชบัญญัติเป็น กฎหมายกลางในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารก็จะอยู่ในมาตรา ๘ ส่วนมาตรา ๙ จะเป็นมาตรา ที่เพิ่มกรอบหน่วยงานภายใต้กฎหมายให้ครอบคลุมมากขึ้น ให้ครอบคลุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการ ใช้เงินแผ่นดิน ผู้ใช้อํานาจรัฐ ผู้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสาธารณสมบัติ แล้วก็รวมไปถึงการ ถือครองที่ดินของบุคคล องค์กรและหน่วยงาน โดยที่มีการระบุข้อยกเว้นเอาไว้ด้วย ส่วนใน มาตรา ๑๐ ก็จะเป็นการกําหนดกรอบว่าให้มีช่องทางในการเปิดเผยที่หลากหลาย โดยเฉพาะ การเปิดเผยในทางอิเล็กทรอนิกส์ ตัวมาตรา ๑๕ ก็จะพูดถึงกรอบระยะเวลาในการพิจารณา คําขอ โดยปัจจุบันเรากําหนดว่าจะต้องพิจารณาภายใน ๑๕ วัน แต่ว่ากรณีที่มีเหตุขัดข้อง อาจจะขอเลื่อนระยะเวลาได้ แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน ๓๐ วัน ในส่วนอํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมการเอง เราก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง กําหนดให้คณะกรรมการมีอํานาจในการ วางนโยบาย กําหนดหลักเกณฑ์วิธีการในการจัดทําฐานข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล แล้วก็การส่งเสริมให้มีการสนับสนุนการจัดตั้ง การตั้งศูนย์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และให้มีการ เชื่อมโยงข้อมูล จัดทําบัญชีหน่วยงานที่จะต้องมีการเปิดเผยข้อมูล นอกจากนี้ต้องมีการ เผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบ มีการติดตามประเมินผลเพื่อให้มันสอดคล้องกับความจําเป็น และการให้สาธารณชนได้รับทราบ
เพิ่มเติมเมื่อสักครู่นี้ข้ามมาในส่วนของสํานักงาน ส่วนของสํานักงานเอง เราได้มีการยกระดับ จากเดิมที่เป็นเพียงหน่วยงานภายใต้สํานักปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี เรายกระดับขึ้น โดยให้มีฐานะเป็นหน่วยงานในระดับกรม ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีเลย แล้วก็ในส่วนของหมวด ๑๐ ของร่างพระราชบัญญัติที่จะพูดถึงการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ พูดถึงบทกําหนดโทษกรณีที่มีการฝ่าฝืน นอกจากนี้เองก็มีการกําหนด บทกําหนดโทษ กรณีที่ผู้ที่มาขอข้อมูลขอโดยเจตนาที่ไม่สุจริต โดยที่ให้อํานาจคณะกรรมการที่จะพิจารณา ตามความร้ายแรงแล้วก็ประโยชน์ที่จะได้รับจากการนั้น ๆ ในส่วนของบทเฉพาะกาลเอง ก็จะเริ่มที่การกําหนดกรอบระยะเวลาในการคัดเลือกและสรรหากรรมการ แล้วก็มาตรา สุดท้ายเราได้มีการกําหนดกรอบเวลาในการออกกฎหมายลําดับรองตามบทบัญญัติ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่าจะต้องดําเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน ๑ ปี ขอบคุณค่ะ