ทินพันธุ์ นาคะตะ ยินดีต้อนรับ พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงยุติธรรม โดยกล่าวถึงการปฏิรูปประเทศเพื่อความเป็นธรรมและส่งเสริมความสงบเรียบร้อยของสังคม และขอเชิญท่านนิกร จํานง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเรียนเชิญ พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงยุติธรรม
พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ : กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกที่รักทุกท่าน ผม พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ สมาชิกลําดับที่ ๓๙ วันนี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานกับท่านสมาชิกว่าวันนี้เราใช้เวลาคุ้มค่านะครับ เราไม่ได้ เสียเวลาที่เรามาทบทวนตัวเองประเมินตัวเองว่าสิ่งที่เราทําเป็นอย่างไร แล้วก็อนาคต เหลืออีกประมาณ ๖ เดือนข้างหน้านี้ เราจะทําอะไร ซึ่งตรงกับหลาย ๆ สมาชิกที่อภิปรายไป แล้วผมอยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่ผมจะพูดก็มีหลาย ๆ ท่านส่วนมากได้พูดไปแล้วนะครับ ก็อาจจะซ้ํากันบ้างนิดหนึ่ง ซึ่งก็คงจะไม่ยาว สําหรับเรื่องการปฏิรูปนั้นแน่นอนครับผมเชื่อว่า ทุกท่านที่มาเป็นสภาปฏิรูปประเทศ เป็นสมาชิกปฏิรูปประเทศมีความตั้งใจดี มีความ ปรารถนาดีที่อยากจะทําหน้าที่ของตัวเองนะครับ แล้วผมมั่นใจว่าทุกท่านก็มีวิธีและสไตล์ (Style) การทํางานของแต่ละท่านแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่เราอาจจะไม่เข้าใจก็คือเรื่อง การสื่อสารเรื่องคอมมูนิเคชัน (Communication) เท่านั้นเองที่เราอาจจะไม่เข้าใจ แต่ถ้า เผื่อเราได้พูดคุยกันแล้วข้อข้องใจหรือสิ่งเหล่านั้นก็หมดไปแน่นอนครับ ผมเชื่อว่าเราคงมี สปิริต (Spirit) ตัวนี้อยู่นะครับ สําหรับเรื่องการปฏิรูปนั้นเชื่อว่าทุกท่านทราบเป้าหมายว่า เพื่อความเป็นธรรม เพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคม เพื่อความอยู่ดีกินดีของชาวบ้าน ของประชาชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ําต่ําสูงของประชาชนเป็นหลัก เป็นพื้นฐาน เป็นหลักการ นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราปฏิรูปที่ผ่านมา เราคงจะต้องมองย้อนหลังว่าที่หลาย ๆ ท่าน ทราบว่ามันโดนใจประชาชนไหม มันเจอกับความต้องการของประชาชนไหมตัวนี้ เป็นตัวสําคัญครับ ตัวนี้เป็นตัวสําคัญ เพราะว่าการประเมินเราอยู่ที่คนอื่น ประเมินรัฐบาล ประเมินประชาชน ประเมินทั้งนั้น ไม่ใช่ตัวเราเองประเมินตัวเอง เพราะมีหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างนี้ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกคงไม่ต่างกับผมที่มีเพื่อนอยู่ในวงการต่าง ๆ ถามว่า เป็น สปท. แล้วปฏิรูปอะไรบ้าง เชื่อว่าทุกท่านถูกถามคําถามนี้ แล้วเรื่องหนัก ๆ เรากล้าไหม เราทําไหม หรือเรายังหลบอยู่ เพราะโอกาสนี้โอกาสเดียวนะครับที่เราจะปฏิรูปได้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องไม่หลบสิ่งเหล่านี้ เราจะต้องกล้าครับว่าทําแล้วประชาชนได้อะไร มีวิธีการอย่างไร ไม่ใช่ว่าทําแล้วผมได้อะไร ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่คิดถึงอนาคตว่าต่อไปผมทําอย่างนี้ แล้วอนาคตผมจะอย่างไร ไม่ใช่ ต้องทําเพราะว่าประชาชนได้อะไร ทําด้วยความตั้งใจจริงของเราต่างหากนะครับ อย่างผมมองดูว่าระยะเวลาที่เหลือ ๖ เดือนนี้ ผมว่าน่าจะมีคณะทํางานชุดหนึ่งใช้เวลาไม่เกิน ๑๕ วัน มากรองเรื่องไม่ควรจะเกิน ๖ เรื่อง เรื่องที่โดน ๆ นะครับ ถ้าเผื่อรัฐบาลไม่เอาไม่เป็นไรขอให้มันมีเอกสารไว้ รัฐบาลหน้ามาหยิบ ไปใช้ ไม่จําเป็นนะครับ ขอให้มันเป็นเรื่องปฏิรูปประเทศ ยกตัวอย่างถ้าเป็นความในใจของ ผมเองนะครับ อย่างเรื่องน้ําผมก็ถือว่าผมได้เสนอไปแล้ว ทั้งเรื่องปฏิรูปราชการแผ่นดิน ผมมองดูว่าเอกภาพของส่วนราชการในส่วนจังหวัดจะมีเอกภาพได้อย่างไร ถามเพื่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ใน สปท. ครับ ปัจจุบันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอํานาจหน้าที่ มีอํานาจ เป็นเอกภาพไหม ตัวนี้สําคัญที่สุด ถึงเวลาแล้วที่จะต้องทําครับ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น ลักษณะมีอํานาจเป็นซิงเกิลคอมมานด์ (Single Command) ในจังหวัดให้ได้ ตัวนี้เรากล้า แตะไหม เราก็ไม่ได้แตะนะครับ หรือความไม่มีวินัยของคนในสังคม ไม่ว่าจราจร การบุกรุกป่า การบุกรุกแม่น้ําลําคลอง การยึดลํากระโดงมีให้เห็นไปทั่ว การยึดทางเท้าสาธารณะมีให้เห็น ไปทั่ว แล้วเราก็ไม่แก้ ใครแก้ครับ ผมก็นึกว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องเอาดิจิทัล (Digital) มาเป็นวอตช์ด็อก (Watchdog) ให้ประชาชนทั้งประเทศเป็นเจ้าของประเทศช่วยกันส่งมา แล้วมีหน่วยงานในการรับผิดชอบ เราต้องกล้าปฏิรูปครับ หรือเรื่องที่ ๓ เรื่องปากท้องของ ประชาชน เราก็ไปพูดถึงป่า โอเค (Okay) ป่ามีความสําคัญ แต่ปากท้องของเขาละครับ การปลูกต้นไม้ การดูแลต้นไม้ในชุมชนเมือง ชุมชนชนบทที่เป็นพืชเศรษฐกิจเราส่งเสริม เขาไปหรือยัง เรื่องที่โดน ๆ มันต้องมีครับ อันนี้เป็นแต่เพียงความคิดส่วนตัวของผมที่อยากจะ เห็นว่าให้มีการปฏิรูปจริง ๆ เพราะฉะนั้นผมถึงได้วิงวอนเพื่อนสมาชิกและท่านประธาน เราคงจะต้องใช้เวลาที่เหลือ ๖ เดือนให้เป็นประโยชน์สูงสุด ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเรียนเชิญท่านนิกร จํานง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม