วันชัย ชี้ประชุม สปท. ขาดการประสาน ห่วงกิจกรรมเป็นพิธีกรรม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๗ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันชัย สอนศิริ วิพากษ์การจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการที่ขาดการเตรียมการและประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเรียกร้องให้ประธานแสดงบทบาทนำอย่างชัดเจนในช่วงเวลาที่เหลือ

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สปท. วันชัย สอนศิริ วันนี้อาจจะต้องพูดตรงสักนิดหนึ่งครับท่านประธาน เพราะคําพูดที่เรายอกันไปยอกันมา บางทีเราก็ไม่ได้อะไร เพราะฉะนั้นท่านประธานอาจจะต้องรับฟังในสิ่งที่อาจจะรู้สึกว่า มันไม่ค่อยชอบใจบ้างก็ได้ เพราะว่าถ้าเราหลอกตัวเองกัน ยอกันไป ยอกันไป ก็จบ ๆ กันไป ผมก็นั่งเป็น สปท. ไปพร้อมประธานแล้วจบ ไม่มีอะไร แต่ท่านประธานคงไม่ได้มีโอกาสรู้ว่า เมื่อเช้าผมถึงเห็นแล้วก็ดีใจ เห็นท่านประธานไปนั่งทานข้าวกับสมาชิก สมาชิกเขานั่งบ่น นั่งล้อ นั่งเล่น เย้ยหยันไยไทยด้วยกันเอง บางทีท่านประธานก็ไม่ทราบ ผมว่าสิ่งแรกผม ไม่อยากให้การพูดกันวันนี้เป็นพิธีกรรม ผมเสียดายจริง ๆ ครับ ท่านประธานทราบไหมว่า มีกรรมาธิการหลายคณะยังนั่งประชุมอยู่เดี๋ยวนี้ ทั้ง ๆ ที่วันนี้เป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการ ผมขออภัยนะครับ ผมถือว่าเป็นข้อบกพร่องอย่างแรงของประธานและกรรมการประสานงาน สมาชิกหลายคนมาถามผมว่าประชุมวันนี้อะไรกัน แม้ว่าบางคนอาจจะดูไลน์ (Line) บ้าง ไม่ดูบ้าง และบางคนไม่เข้าใจ แม้กระทั่งถามว่ามีลงมติหรือเปล่า นั่นแปลว่าการประสานงาน การดําเนินการนึกอยากประชุมก็มีมติประชุม เสร็จแล้วได้มีการเตรียมการ มีการประสานงานไหม ถ้าท่านใช้พิธีกรรมเหมือนกับการใส่สูทแล้วมายืนพูดแบบนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการประชุม สภาปกติ เพียงแต่ท่านทําบรรยากาศอะไรในห้องนี้ได้ แต่เรากําลังสัมมนาเชิงปฏิบัติการ มันควรจะมีสมาชิกทุกคนอย่างน้อยที่สุดต้องอยู่ถึง ๑๕๐ แต่ที่วันนี้ไม่ถึงหรือมีน้อย เป็นความบกพร่องของท่านประธานอย่างมาก ตรงไปตรงมาเลยครับ ที่ท่านไม่สามารถ ประสานกับประธานกรรมาธิการให้ไปขยายแล้วไประดมกันมา แล้วบอกว่าทุกคณะต้องหยุด มานั่งฟัง มานั่งพูดกัน ทุกคนไม่มีใครรู้นะครับ แล้วเขาจะต้องเตรียมอะไรบ้าง มาพูดเรื่อง อะไรกัน ท่านไม่ได้มีการกระตุ้น ไม่ได้มีการวางแผน ไม่ได้มีการเตรียมการ สักแต่ว่าเลิกจาก ชะอํา อยากจะทําตรงนี้ วันพฤหัสบดีคิดก็ส่งไลน์ (Line) ผมพูดแบบตรงไปตรงมาเลยครับ ไม่เกรงใจครับ แล้วแต่ละคนก็ไม่ได้กล้าพูดอะไรกัน เพราะฉะนั้นผมว่าต่อไปนี้อยากจะ ทําอะไรสื่อให้เข้าใจ มีประธานกรรมาธิการทุกคณะ มีวิธีการเยอะแยะมาก ที่ท่านอยากได้ ความรู้สึกอยากได้รู้ว่าอีก ๖ เดือนเราจะทําอะไรกัน ทุกคนจะได้เตรียมแล้วขอร้องว่า แต่ละคนให้มาพูด ไม่ได้คิดเลยครับ ผมกลุ้มใจแทนครับ ผมพยายามไปถอดคําพูดของ ท่านประธานตั้งแต่วันแรก ท่านประธานวันแรกพูดว่าอย่างไร ผมไปขอดูรายงานการประชุมหมด ผมลองทําการบ้านอยู่ ๒-๓ วัน เพราะวันแรกที่ท่านมา ผมเห็นท่านฟิต (Fit) มาก ขึงขังมาก เป็นอดีตที่ปรึกษา พลเอก เปรม ๘ ปีครึ่ง การปฏิรูปนั้นไม่ใช่ปฏิรูปเสร็จเอาไปโยนไว้ที่ เสาไฟฟ้า ท่านคงจําได้นะครับท่านพูดนี่ ผมกําลังจะเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ท่านประธานนี่หมายถึง ๓ ท่านนี้ล่ะครับ ท่านคิดว่าประเทศนี้มันจะเดินไปทางไหนมันอยู่ที่ นายกรัฐมนตรี ผมนี่ต่อสู้กับ ๕ นาทีมาตลอดจนกระทั่งหมดวาระ แล้วผมไม่เคยสู้ชนะสักที ท่านประธาน รู้ว่าวันนี้จะเป็นการสัมมนาแบบเชิงปฏิบัติการ เลิกเสียที ๕ นาทีนี่ คนพูดก็มี ไม่กี่คนหรอกก็ยังคิดอยู่แบบเดิมนี่ล่ะ ประเทศนี้จะเดินมันอยู่ที่นายกรัฐมนตรีคือผู้นํา สภาจะ เดินก็แล้วแต่ประธานสภาแต่ละยุคแต่ละสมัย ยุคท่านชัย ยุคท่านสมศักดิ์ ยุคท่านอะไร ก็ว่ากันไป ยุคท่านชวน สตช. สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ก็ ผบ. แต่ละคน ปลัด รองผู้ว่า อธิการบดี ผมว่าคนเหล่านี้เป็นผู้นําขององค์กรที่จะขับเคลื่อน แล้วจะมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ไม่อย่างนั้นเราจะมีจ่าฝูงกันไปทําไมครับท่านประธาน จ่าฝูงนี้คือหัวใจสําคัญที่สุดในการที่จะ นําลูกฝูงไปทางไหน อย่างไร ผมฟังจากท่านพูดกันนี่ ถ้าฟังเอาแบบสบายใจนี่ ได้ แล้วจะ นั่งเฉย ๆ ไม่พูด ก็ยังได้เลยครับท่านประธาน ผมจึงอยากจะถามท่านประธาน ทั้ง ๓ ท่าน ณ วันนี้ เดี๋ยวนี้ ในเวลาที่เหลืออีก ๖ เดือนนี้ ท่านคิดอย่างไรทําอะไรเป็นพิเศษเพื่อจะ ขับเคลื่อน มีแนวทาง มีวิธีปฏิบัติ มีอะไรเด่น ๆ ที่ท่านคิดไว้ บางครั้งผมคิด หลายคนคิด ไม่ได้เป็นอธิบดี ไม่ได้เป็นปลัด ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นประธาน มันไปไม่ได้บางที แต่คนเป็นผู้นํา เวลาคิด เวลานั้นมันนําได้แล้วมันพาไปได้ ท่านช่วยแสดงให้พวกเรา เห็นหน่อย บอกว่าท่านสมาชิกครับ ในระยะเวลา ๖ เดือนที่จะเหลือนี้ ทางกระผมได้คิด กันแล้วอยากจะทําดังต่อไปนี้ และผลงานนี้ออกไปแล้วขับเคลื่อนได้ ประชาชนทั้งประเทศจะ แซ่ซ้องสรรเสริญ ช่วยบอกหน่อย แล้วเราจะช่วยกันแตะ ช่วยกันเติม แล้วจะเดินไปตามท่าน แต่ถ้าท่านบอกว่าแล้วแต่สมาชิกคิดกันมา แล้วมานั่งประชุมแบบนี้ ลงมติกันแบบนี้ ผมก็ เป็นประธานได้ท่านประธาน มันไม่ได้ยากอะไรนั่งเป็นประธานชี้ให้คนพูด แล้วหมดเวลา ๕ นาที เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ท่านจะต้องแสดงความ องอาจบทบาทอย่างสําคัญ แม้แต่เมื่อสักครู่นี้ท่านกษิตพูด ท่านอื่น ๆ พูด ตีความไปได้แล้ว ผมว่ามันอยู่ที่ผู้นํา ลึก ๆ ผมรู้ด้วยว่าผู้นําแต่ละท่านเป็นอย่างไรก็ไม่อยากพูด ใครจะไป คนละทาง ใครจะไปคนละทิศ ท่านประธานที่เคารพครับ เดี๋ยวผมกําลังจะพูดในวาระ ๖ เดือนที่เหลือ เดี๋ยวจะบอกมาต่อว่ากัน แต่ว่าการต่อว่านี่ต่อว่าด้วยปิยมิตร กัลยาณมิตร เคารพท่าน ผมอยากให้สภานี้เวลาเราเดินไปไหนแล้วมันองอาจ เฮ้ย วันชัยทําอะไรบ้าง ที่ผ่านมา ผมว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านทํางานเยอะนะ แต่ชาวบ้านก็จะบอกว่าคนก็จะพูดกัน เยอะแยะ ทําอะไร ๒ ปีแล้วทําอะไร แต่นายกรัฐมนตรีบอกว่าทําเยอะ เหมือนรองประธาน คนที่หนึ่ง ก็บอกว่าทําเยอะ เหมือนนายกรัฐมนตรีบอกทําเยอะ แล้วพวกเราเองก็ไม่กล้า องอาจบอกหรอกครับว่าสภาเราทําอะไรไปบ้าง ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วครับท่านประธาน ต้องมานั่งพิจารณากันใหม่ว่าเราเหลือ ๖ เดือนจะเอาอะไรบ้างที่มันใหญ่ ๆ ระดมกันได้ไหม คือทุกเรื่องผมเห็นแล้วบางเรื่องมันเป็นเรื่องปกติ ขออภัยที่เอ่ยนาม เหมือนท่านกษิตว่า คือถ้าจะมาพูดว่านี่ส่งแล้ว โน่นส่งแล้ว นั่นรายงานกันได้ทั้งวันล่ะครับ แต่มันขับเคลื่อนไปแล้ว มันเกิดผลแล้วมันมีทางเป็นไปได้ ท่านประธานเป็นคนบอกเลยว่าไม่ใช่อยู่ที่เสาไฟฟ้า ไม่ใช่ โยนไปที่เสาไฟฟ้า จะต้องประสานกับผู้มีอํานาจอย่างโน้นอย่างนี้อย่างนั้น ผมอยากเห็นครับ ว่าเรามาประมวลกันเสียว่าเราเหลือเวลาอยู่ ๖ เดือน ทําเรื่องที่มันถูกใจแล้วมันเป็น การเปลี่ยนแปลง มันเป็นการปฏิรูปจริง ๆ แล้วทําได้จริง ๆ โดยท่านทั้ง ๓ นี่ล่ะครับเป็น ส่วนสําคัญ เพราะจะเอาสมาชิกทั้งหมดไปพูดมันคงไม่ได้ ผมเข้าใจครับท่านบอกว่า มีประสาน ๓ ฝ่าย ๒ ฝ่าย โน่นนี่นั่นเข้าใจท่าน แต่ผมอยากให้ประชาชนเขารู้แล้วสัมผัส กอดได้จริง ๆ มันทุกเรื่องครับ เพราะฉะนั้นต้องสกัดมาเป็นเรื่องใหญ่ ๆ สัก ๖ เรื่องที่เหลือ ๕ เรื่องที่เหลือ ทุกคนระดมหัวกันให้หมด บอกเอา ๕-๖ เรื่องประสานอะไร อย่างไร ก็ว่ากันไป ประชาสัมพันธ์จะทําอย่างไรก็ทําไป ไม่ใช่ประธานไม่เอา รองประธานจะเอา โน่นจะไป นี่จะมา ผมคิดว่ามันต้องปรับกระบวนยุทธตั้งแต่นั่งอยู่ข้างบน แล้วก็ประสานผ่านมาข้างล่าง แล้วร่วมกันขับเคลื่อนไป ขอบพระคุณครับท่านประธาน