สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๗ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙

ประมนต์ สุธีวงศ์ หารือเรื่องการขับเคลื่อนผลงานของสภาแห่งชาติ และเรียกร้องให้เน้นการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อผลักดันการปฏิรูปและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

นายประมนต์ สุธีวงศ์

ขอบคุณครับท่านประธาน ผมมีความยินดีครับ วันนี้ ที่ท่านประธานได้จัดให้มีการประชุมเพื่อที่รับทราบผลงาน แล้วก็ได้มีการทบทวนเรื่อง ของปัญหาต่าง ๆ ผมคิดว่าเป็นเวลาจังหวะที่เหมาะ ผมเชื่อว่าจากผลงานที่รายงานเราก็มี ความภูมิใจในระดับหนึ่งว่าทางสภาแห่งนี้ได้มีผลงานที่ผ่านกระบวนการกลั่นกรองแล้วไปสู่ ท่านคณะรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี และได้รับการยอมรับถึง ๕๐ กว่ารายการด้วยกัน แต่ผมคิดว่าอันนี้เป็นเพียงความประสบความสําเร็จแต่เพียงครึ่งหนึ่ง เพราะหลายท่าน ในฐานะประธานกรรมาธิการก็ได้พูดว่าตราบใดที่ประชาชนยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ที่แท้จริงในชีวิตประจําวัน ผมก็เชื่อว่าเขายังคิดว่าการปฏิรูปของเรายังไม่ได้มีอะไรก้าวหน้า การที่เราจะปฏิรูปได้สําเร็จหลังจากที่ผ่านความเห็นชอบของ ๓ ฝ่าย แล้วก็ ครม. แล้วมีหน่วยงานที่เราจะต้องไปทํางานด้วยมากมาย เพราะว่าหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ว่า จะเป็นเรื่องต้องปรับปรุงในเรื่องระเบียบการปฏิบัติก็ดี หรือต้องออกพระราชบัญญัติใหม่ก็ดี จะต้องใช้เวลา ผมเชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่คณะกรรมาธิการของเราควรจะเน้นเรื่อง การขับเคลื่อน คําว่า เน้นการขับเคลื่อน ในที่นี้ผมหมายถึงว่าต้องไปร่วมทํางานกับหน่วยงาน ที่เรากําลังจะขอให้มีการปฏิรูป เพราะเสนอไปแล้วส่งเรื่องไปเฉย ๆ คงไม่พอเพียง ผมอยากจะเปรียบเทียบว่าถ้าเป็นกีฬา ขณะนี้เราก็เพิ่งผ่านการซ้อมใหญ่ ยังไม่ได้แข่งขันเลย ยังไม่ได้เข้าไปมีการแข่งขันเลย เพราะว่าถ้าตราบใดหน่วยงานที่เราต้องการจะปรับปรุงแก้ไข ยังไม่มีโอกาสได้มาร่วมที่จะแก้ไขร่วมกับเรา หลายท่านได้ทําไปแล้ว ผมฟังประธาน กรรมาธิการหลายท่าน ท่านได้ทํางานควบคู่กันไปว่าในระหว่างที่เสนอก็ไปทํางานผมด้วย ผมอยากจะยกตัวอย่างที่ผมเองมีประสบการณ์ในฐานะที่เป็น สปช. เดิม และ สปท. ๒ เรื่องในเรื่องของการปฏิรูป เรื่องของการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันที่ใช้เวลาเกือบ ๒ ปี แล้วขณะนี้ก็ยังไม่ประสบความสําเร็จที่แท้จริง เรื่องศาลคดีทุจริตท่านจําได้ ท่านประธาน คงจําได้ เพราะท่านได้ผลักดันเรื่องนี้ด้วยตัวท่านเอง เราได้พยายามที่จะผลักดันให้มีศาล คดีทุจริตตั้งแต่วันแรกที่มี สปช. จนกระทั่งขณะนี้ยังอยู่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะออกมา เมื่อไรยังไม่ทราบ ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างที่จะมีการ ปรับปรุง แล้วก็ยก เรียกว่ายกมาพยายามที่จะปรับปรุงให้การจัดซื้อจัดจ้างเรามีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากขึ้น ทั้ง ๒ เรื่องนี้ใช้เวลามาเกือบ ๒ ปี ผ่านการขับเคลื่อนกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาเป็นเวลายาวนาน แลกเปลี่ยนความคิด ปรับปรุง แล้วก็ทําให้สอดคล้องกับสิ่งที่ เขาคิดว่าทําได้หรือทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนว่าสิ่งที่เรากําลังทําอยู่นี้เราจําเป็น นะครับที่อยากใช้เวลาส่วนใหญ่ของเราที่เหลือ ๖ เดือนนี้มุ่งเน้นไปที่เรื่องของการขับเคลื่อน ไม่ใช่เรื่องว่าศึกษาเพิ่มเติม เรื่องที่เรามีศึกษาเพิ่มเติมนี้พอเพียงแล้วครับ และแม้กระทั่ง ที่เวลาใช้ในสภานี้ ที่เรามาพูด แล้วมารับฟัง คิดว่าเป็นเวลาที่เราน่าจะใช้เวลาที่ตรงนี้ไปทํา การขับเคลื่อนมากกว่า เพราะว่าการที่เราจะได้มูลค่าเพิ่มจากสมาชิกที่ฟังในที่นี้มีประโยชน์ แต่ว่ามันไม่ใช่ที่สิ้นสุดครับ เพราะว่าเรื่องที่เราเสนอไปแล้ว ผมเชื่อเลยว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เขาจะมีข้อต่อรอง จะมีข้อขัดข้อง จะมีข้อขอเปลี่ยนแปลง หลายเรื่องเราจะต้องไปทํางาน แล้วเราต้องปรับปรุงอันนั้น เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนว่าอยากจะให้เน้นการขับเคลื่อน ใน ๖ เดือนที่เหลือ ผมเรียนว่าอย่างนี้ครับ เราไม่ใช่หน่วยงานเดียวนะครับ สปท. ขณะนี้ รัฐตั้งขึ้นมาหลายหน่วยงาน ๑๒ ประชารัฐที่เอารัฐมนตรีร่วมกับภาคเอกชนไปขับเคลื่อน เรื่องเศรษฐกิจและสังคม ตรงนั้นเขามีสายตรง เขาคิดเรื่องอะไร รัฐมนตรีนําเข้า ครม. เลย ไม่ต้องผ่านวิป (Whip) ๓ ฝ่าย ไม่ต้องผ่านอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเรากําลังทํางานบางเรื่อง ที่ซับซ้อน แล้วบางเรื่องเราอาจจะต้องไปจูน (Tune) กับเขาเพื่อให้แน่ใจว่าตรงกันนะครับ นอกจากโครงการประชารัฐ ๑๒ ยังมีคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ที่รัฐบาลชุดนี้ได้ตั้งขึ้นมาแล้ว แล้วก็มีความจําเป็น มีความสามารถในการที่เข้าถึงตัวนายกรัฐมนตรีโดยตรง ท่านบอกว่า เอาเรื่องนี้เข้า ครม. เลย เป็นหลายเรื่องที่ผมเห็นเกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเวลาของเรา มีไม่มาก ผมอยากจะเรียนเสนอว่าเน้นเรื่องการขับเคลื่อน อย่าเน้นเรื่องการศึกษามากมาย แล้วก็พยายามผลักดัน ทํางานร่วมกับคณะอื่น ๆ ที่เราจําเป็นต้องทํางาน ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน