ปิติธรรม ฐิติมนตรี ชี้แจงแผนปฏิรูปการบริหารจัดการน้ำในชุมชน โดยเสนอการจัดทำทะเบียนแหล่งน้ำ การแก้ไขระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อกำหนดนิยามและกลไกการดูแลแหล่งน้ำชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมผลักดันการบริหารจัดการน้ำแบบประชารัฐที่แบ่งโครงสร้างเป็นสามระดับและเน้นบทบาทประชาชนและท้องถิ่น ทั้งยังเสนอพัฒนาแหล่งน้ำชุมชนขนาดเล็กเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน และแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งอย่างยั่งยืนร่วมกับกรอบนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กราบเรียน ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่เคารพอย่างยิ่งครับ กระผม นายปิติธรรม ฐิติมนตรี อนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ระบบสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ขออนุญาตนําเรียนแผนการปฏิรูปแหล่งน้ําชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับการปฏิรูประเบียบและการบริหารจัดการ ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงเรื่องของการปฏิรูป โครงสร้างแนวทางการปฏิบัติ แล้วก็เรื่องของการจัดทําทะเบียนแหล่งน้ําชุมชนด้วยนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนว่าปัจจุบันมีรูปธรรมของสิ่งที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ําอยู่ ๓ เรื่อง ด้วยกันเท่านั้นเองในประเทศนี้
เรื่องแรก ขอน้อมนําพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรง มีพระราชดํารัสไว้ว่า น้ําคือชีวิต
เรื่องที่ ๒ ก็คือระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๐ แล้วก็
เรื่องที่ ๓ ก็คือยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑๒ ปีของรัฐบาล ซึ่งต่อไปอนาคตอาจจะมีพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ําขึ้นมานะครับ
อย่างไรก็ตามนะครับเรื่องของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําเป็นเรื่องที่ รอไม่ได้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการทรัพยากรแหล่งน้ําขนาดเล็กในชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรน้ําที่อยู่ใกล้ชิดกับชุมชนกับประชาชนมากที่สุด ดังนั้นคณะอนุ กรรมาธิการที่กระผมได้กล่าวถึงก็ได้หยิบยกเอาเรื่องของการแก้ไขระเบียบสํานัก นายกรัฐมนตรีดังที่ได้กล่าวไว้แล้วมาเป็นเรื่องที่จะต้องมีการปฏิรูป แล้วก็ทําให้การบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําชุมชนขนาดเล็กมีผลเป็นรูปธรรม ซึ่งก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าถ้าหากได้ ดําเนินการตรงนี้ก็จะทําให้สามารถดําเนินการได้โดยเร็วแล้วก็เป็นรูปธรรม และที่สําคัญก็คือ จะเป็นประโยชน์สําหรับพี่น้องประชาชน ขออนุญาตกราบเรียนว่าในระเบียบสํานัก นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๐ นั้น กําหนดเอาไว้เพียง ๓ หมวดด้วยกันนะครับ หมวดแรกก็ว่าด้วยเรื่องของคณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแห่งชาติ เรื่องของคณะกรรมการลุ่มน้ํา แล้วก็เรื่องของการจัดทําแหล่งน้ําชุมชน ขนาดเล็กเท่านั้น ฉะนั้นทางคณะอนุกรรมาธิการก็เห็นว่าถ้าได้มีการแก้ไขระเบียบแล้วก็ เพิ่มเติมในเรื่องของการจัดการแหล่งน้ําชุมชนขนาดเล็กในระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ก็จะเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ส่วนราชการก็สามารถที่จะนําไปปฏิบัติร่วมกับภาคประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นกลไกสําคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําขนาดเล็กนี้นะครับ
ในส่วนของการแก้ไขระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า เราเพิ่มเติมในหมวด ๔ มีทั้งหมด ๖ ข้อด้วยกัน ใน ๖ ข้อนี้อยู่ในหมวด ๔ เรื่องของ การจัดการทรัพยากรน้ําชุมชนนะครับ ในส่วนที่เป็นสาระสําคัญก็จะมีทั้งหมด ๔ ส่วนด้วยกัน
ส่วนแรก ก็คือการกําหนดนิยามของแหล่งน้ําชุมชน ซึ่งได้กําหนดนิยาม ของแหล่งน้ําชุมชนไว้ว่า เป็นแหล่งน้ําที่ประชาชนหรือครัวเรือนทําขึ้นเอง เป็นแหล่งน้ําชุมชน ขนาดเล็ก หรือแม้กระทั่งเป็นแหล่งน้ําชุมชนที่พี่น้องประชาชนร่วมกันจัดทําขึ้น หรือที่มี อยู่แล้วก็ให้มีการดูแลบํารุงรักษาอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนที่ ๒ ก็เป็นเรื่องของการกําหนดโครงสร้างของการจัดการแหล่งน้ํา ชุมชนในรูปแบบประชารัฐ ในโครงสร้างตรงนี้เรากําหนดไว้ด้วยกัน ๓ ส่วน ก็คือในระดับ จังหวัดก็มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดนั้น ๆ เป็นประธาน หน้าที่หลักสําคัญก็คือ ทําหน้าที่ในเรื่องของการวางแผน การบริหารจัดการแหล่งน้ําชุมชนขนาดเล็ก รวมทั้งกํากับ ดูแลช่วยเหลือแก้ไขปัญหาในเรื่องของการจัดทําแหล่งน้ําชุมชนในระดับรอง ๆ ต่อไปนะครับ ในระดับที่ ๒ ก็คือระดับอําเภอนะครับ มีท่านนายอําเภอเป็นประธาน ทําหน้าที่ในเรื่องของ การสนับสนุน ช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วก็หน่วยงานปกครองท้องที่ในเรื่อง ของการทําให้มีแหล่งน้ําชุมชนเกิดขึ้นจริงในพื้นที่นะครับ ในระดับที่ ๓ ก็จะเป็นระดับ ปฏิบัติการ ก็เป็นโครงสร้างในระดับตําบลนะครับ อย่างที่ท่านชิดชัยได้กล่าวไปแล้ว ก็จะมีทั้ง นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งภาคประชารัฐอื่น ๆ นะครับ ร่วมเป็นคณะทํางานชุดนี้ คณะกรรมการชุดนี้ทําหน้าที่ในเรื่องของการจัดทําแผนน้ําชุมชน ในเรื่องของการสํารวจ หาแหล่งน้ําชุมชนใหม่ ในเรื่องของการจัดทําทะเบียนแหล่งน้ําชุมชน เรื่องการบํารุงดูแลรักษาแหล่งน้ําชุมชนที่ภาคประชาชนได้ร่วมกันจัดทําขึ้นนะครับ
ในส่วนที่ ๓ ที่เป็นสาระสําคัญของการแก้ไขระเบียบตัวนี้นะครับ ก็คือ เรื่องของการกําหนดแนวทางการปฏิบัติ โดยให้ความสําคัญอย่างยิ่งยวดกับการมีส่วนร่วม ของประชาชนในรูปแบบของการระเบิดจากภายใน มีเรื่องการทําประชาคม การทําแผนน้ํา ของชุมชน การสมทบจากภาคประชาชน การบํารุงรักษาแหล่งน้ําของภาคประชารัฐ ในรูปแบบของธรรมนูญแหล่งน้ําในชุมชน รวมทั้งการจัดทะเบียนแหล่งน้ําในชุมชนด้วย นะครับ
ในส่วนที่ ๔ ก็เป็นเรื่องของการกําหนดหน่วยปฏิบัติในการจัดให้มีแหล่งน้ํา ชุมชน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชน ซึ่งถือว่าเป็น เจ้าภาพร่วมกันในการดําเนินการตรงนี้
ขออนุญาตกราบเรียนว่าปัญหาเรื่องทรัพยากรน้ํานี้เป็นปัญหาเรื้อรังที่จําเป็น จะต้องได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วน การจัดการแหล่งน้ําชุมชนขนาดเล็กเป็นทางออกหนึ่งของ การแก้ไขปัญหาแหล่งน้ํา ซึ่งจะทําให้แหล่งน้ําแบบหลุมขนมครกมากขึ้น แล้วก็กระจายอยู่ ในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็จะเป็นประโยชน์สําหรับประชาชนกลุ่มฐานราก เป็นการลดความเหลื่อมล้ําในการเข้าถึงทรัพยากรน้ํา สร้างการมีส่วนร่วมและความเข้มแข็ง ของชุมชน มีน้ําที่เพียงพอต่อการดํารงชีวิตและอาชีพ ลดปัญหาน้ําท่วมน้ําแล้งได้อย่างยั่งยืน ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานแล้วก็สมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ขอบพระคุณครับ