อโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ชี้แจงแนวทางปฏิรูปการบริหารจัดการน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเน้นการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กในระดับครัวเรือนและชุมชนเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนรากหญ้าในการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนผ่านโมเดลประชารัฐ เพื่อเสริมความเข้มแข็ง ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำ และขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำให้ครอบคลุมและทันต่อปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง โดยไม่ขัดแย้งกับร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ แต่ช่วยเร่งผลักดันให้เกิดผลจริงได้เร็วกว่า
กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทุกท่านที่เคารพครับ กระผม นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ในฐานะประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ขอเรียนให้ทราบว่าวันนี้ ได้มีการนําเสนอรายงาน เรื่อง การปฏิรูปการบริหารจัดการแหล่งน้ําชุมชนทั่วประเทศ และร่างระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารทรัพยากรน้ําแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ ของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเป็นการดําเนินการร่วมกันของคณะอนุกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูประบบสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งและคณะทํางานจัดทําวาระการปฏิรูป เรื่อง การบริหารจัดการแหล่งน้ําชุมชนทั่วประเทศ
อันดับแรกกระผมขอเรียนว่า จากการที่ประเทศไทยต้องเผชิญปัญหาภัยแล้ง อันเกิดจากสภาวะโลกร้อน อุณหภูมิที่สูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทําให้ประชาชนได้รับ ผลกระทบและประสบปัญหาการขาดแคลนน้ําเพื่อการอุปโภค บริโภค ซึ่งน้ําเป็นปัจจัยสําคัญ ต่อการดํารงชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ในการเพาะปลูกของเกษตรกรไทยมักอาศัยแหล่งน้ํา จากธรรมชาติมากกว่าน้ําจากแหล่งอื่น แต่พบว่าในปัจจุบันแหล่งน้ําในพื้นที่ต่าง ๆ เกิด การแห้งขอด ไม่เพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภค อีกทั้งฝนที่ไม่ตกต้องตามฤดูกาลหรือ แม้แต่ฝนทิ้งช่วง ส่งผลกระทบโดยตรงกับเกษตรกรเป็นจํานวนมาก ดังนั้นกระผมขอเรียน ให้ที่ประชุมได้ทราบว่ารายงานของคณะกรรมการฉบับนี้จึงเป็นการนําเสนอการปฏิรูป การบริหารจัดการแหล่งน้ําชุมชนทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายดังต่อไปนี้
๑. เป็นการน้อมนํากระแสพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องน้ําคือชีวิต ไปปฏิบัติให้บังเกิดผลในระดับฐานราก
๒. การบริหารจัดการน้ําจะเป็นการมุ่งเน้นเฉพาะแหล่งน้ําขนาดเล็กในชุมชน ทั้งที่เป็นแหล่งน้ําระดับในแต่ละครัวเรือนและแหล่งน้ําที่เป็นแหล่งน้ําชุมชน โดยส่งเสริมให้มี การขุดแหล่งน้ําขนาดเล็กขึ้นใหม่ตามภูมิสังคม เพื่อให้มีการพัฒนาบํารุงรักษาแหล่งน้ําทั้งที่ มีการขุดขึ้นใหม่หรือที่มีอยู่แต่เดิม
๓. มุ่งเน้นเป็นการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ตั้งแต่ระดับ ฐานรากของหมู่บ้าน ชุมชน เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเอง ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง ลดความ เหลื่อมล้ําในการเข้าถึงทรัพยากรน้ํา เพื่อใช้ในการดํารงชีวิตและการสร้างอาชีพ
๔. เป็นการใช้โครงสร้างการบริหารจัดการ โดยอาศัยความร่วมมือตาม แนวทางประชารัฐใน ๓ ระดับ คือระดับจังหวัด ระดับอําเภอ และระดับตําบล เพื่อให้มีการ บริหารจัดการแหล่งน้ําชุมชนของประชาชนในพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม อย่างไรก็ตามการปฏิรูปการบริหารจัดการแหล่งน้ําชุมชนทั่วประเทศ ไม่ได้ มีปัญหาหรือขัดแย้งใด ๆ กับร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ที่ได้มีการนําเสนอต่อ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไปเมื่อวานนี้ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... จะเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําในภาพรวมทั้งประเทศ มีการกํากับดูแลและ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําทั้งในด้านการใช้น้ํา ภาวะน้ําแล้ง ภาวะน้ําท่วม ภาวะน้ําเสีย ภาวะวิกฤตน้ําให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งมีการกํากับดูแลหน่วยงาน ภาครัฐที่รับผิดชอบ โดยใช้ กฎหมายเป็นเครื่องมือในทางปฏิบัติ หากแต่การปฏิรูปการบริหารจัดการแหล่งน้ําชุมชน จะมุ่งเน้นการบริหารจัดการ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ในระดับฐานรากและ ประชาชนได้มีส่วนในการจัดการตนเอง ดูแลรักษาและบํารุงแหล่งน้ําในพื้นที่ของตนเอง สามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง โดยใช้แนวทางประชารัฐร่วมกับการบูรณาการการมีส่วนร่วม ทั้งหน่วยงานจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตรงตามความต้องการที่แท้จริง และเกิดความยั่งยืนในการแก้ปัญหา อีกทั้งการนําเสนอร่างระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารทรัพยากรน้ําแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยเพิ่มหมวด ๔ นั้น จะส่งผลให้การดําเนินการครอบคลุมลงไปสู่พื้นที่ของประชาชนโดยตรง และสามารถดําเนินการ ได้รวดเร็วกว่าการตราเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งมีกระบวนการขั้นตอนและระยะเวลามากกว่า ผมไม่แน่ใจว่าจะใช้เวลากี่ปีถึงจะมีผลเป็นรูปธรรม ดังนั้นบริบทของการปฏิรูปการบริหาร จัดการแหล่งน้ําชุมชนทั่วประเทศ จึงเป็นการหนุนเสริมให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ครอบคลุมทุกมิติของทรัพยากรน้ํา และลงไปถึงฐานรากของสังคมคือครัวเรือน หมู่บ้านและ ชุมชนอย่างแท้จริง โดยเป็นการขยายการจัดเก็บน้ําให้มีประสิทธิภาพและกระจายไปใน ทุกพื้นที่ประหนึ่งหลุมขนมครก ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชน และสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วนที่ประชาชนกําลังประสบภัยพิบัติน้ําแล้ง น้ําท่วม อยู่ในขณะนี้ได้ดีในระดับหนึ่ง ดังนั้นคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม จึงเล็งเห็นถึงความสําคัญในการแก้ปัญหาเรื่องน้ําซึ่งเป็นเสาหลัก ๑ ใน ๔ ของการสร้างเสริม ชุมชนให้เข้มแข็ง โดยมุ่งเน้นเฉพาะแหล่งน้ําขนาดเล็กในชุมชนอันจะส่งผลให้พี่น้อง ประชาชนในพื้นที่มีน้ําเพื่อการอุปโภค บริโภค และเพื่อการประกอบอาชีพอย่างเพียงพอ จึงได้ จัดทํารายงาน เรื่อง การปฏิรูปการบริหารจัดการแหล่งน้ําชุมชนทั่วประเทศฉบับนี้ เพื่อเสนอต่อ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กระผมขอเรียนเชิญท่าน พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ กรรมาธิการ และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ซึ่งท่าน ดํารงตําแหน่งอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาในคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบ สร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง และเป็นประธานคณะทํางานจัดทําวาระปฏิรูป เรื่อง การบริหารจัดการ แหล่งน้ําชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมต่อที่ประชุมต่อไป ขอบคุณครับ