วันชัย ห่วงการตีความมาตรา 112 และประชามติ ขอความชัดเจนเพื่อลดตึงเครียด

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันชัย สอนศิริ หารือทั้งประเด็นความกังวลเกี่ยวกับการใช้มาตรา 112 และ พ.ร.บ. ประชามติร่างรัฐธรรมนูญในทางที่อาจเป็นการกลั่นแกล้ง รวมถึงปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจที่ล่าช้าและมีข้อครหาเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อมูลอย่างโปร่งใส ยกระดับความเป็นธรรมและธรรมาภิบาล เพื่อสร้างความเข้าใจ ลดความตึงเครียดในสังคม และให้กระบวนการทุกอย่างดำเนินไปด้วยความสงบเรียบร้อยและเป็นธรรม

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สปท. วันชัย สอนศิริ กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสก่อนที่คณะกรรมาธิการจะได้ชี้แจง ในวาระต่อไป ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องร้อนใจที่อยากจะนํากราบเรียนต่อท่านประธาน ในฐานะที่พวกเราเป็น ๑ ในแม่น้ํา ๕ สาย บ้านเมืองมีปัญหาอย่างใด ประการใด ส่วนหนึ่งส่วนใด น่าจะมีส่วนร่วมกันคิด ร่วมกันเสนอแนะและหาทางแก้ไข น่าจะเป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้น ผมจะใช้เวลาไม่นานนัก ท่านประธานครับ ผมขอหารือและนํากราบเรียนต่อท่านประธาน รวมทั้งเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่อยู่ในที่นี้ บางท่านอยู่ในตําแหน่งที่มีอํานาจหน้าที่โดยตรง บางท่านอาจจะนําเสนอกับผู้มีอํานาจโดยตรงได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานเป็นผู้ มีอํานาจสูงสุด ณ ที่นี้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเห็นแล้วไม่สบายใจเกิดขึ้น ณ ขณะนี้ คือ เรื่องมาตรา ๑๑๒ และเรื่องการทําประชามติ ขอนํากราบเรียนให้ที่ประชุม โดยท่านประธาน ได้รับทราบไว้ เพื่อร่วมกันหาแนวทางร่วมกัน ท่านประธานครับ เวลาเกิดเหตุเกี่ยวกับคดี ตามมาตรา ๑๑๒ พวกเราที่มีความจงรักภักดีจะมีความรู้สึกไม่สบายใจ ถ้าคดีในลักษณะ อย่างนี้เกิดขึ้นมาก ๆ และที่สําคัญที่สุดนั้นก็คือ ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งได้ออกมาตอบโต้ในฐานะเป็น ผู้ต้องหาหรือจําเลย เขาจะชี้แจงในส่วนของเขาว่า เขาทําเพียงแค่นี้ พูดเพียงเท่านี้ แสดงออก เพียงเท่านี้ กดข้อความเพียงเท่านี้ โดนข้อหา มาตรา ๑๑๒ แล้ว ซึ่งผมเชื่อโดยสุจริตครับ ท่านประธาน ว่าเวลาเจ้าหน้าที่ตํารวจหรือผู้ที่มีอํานาจเกี่ยวข้องจะดําเนินคดีใด ๆ กับบุคคล ตามมาตรา ๑๑๒ นั้น จะทําด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ รัดกุม บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย แต่ภาพที่มันปรากฏออกมาในขณะนี้ท่านประธานครับ เสมือนหนึ่งว่า เจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีอํานาจนั้น ไปเอามาตรา ๑๑๒ นั้น เสมือนหนึ่งว่า ที่อีกฝ่ายหนึ่งโต้แย้งมา ยัดเยียด กล่าวหา หรือข่มขู่ คุกคามเขา ภาพอย่างนี้ไม่ดีเลยครับท่านประธานครับ สิ่งที่ผม นํามากราบเรียนต่อท่านประธาน รวมทั้งท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ที่นี้มีอํานาจ ท่านใดท่านหนึ่ง ก็ตามเถอะ ผมคิดว่า คนเราในประเทศรวมทั้งบ้านเมืองที่มีปัญหานั้น มันเกิดขึ้นจากความรู้สึก บางทีไม่ได้ดูจากข้อมูลพยานหลักฐานทั้งหมด สื่อก็พยายามจะเสนอข้อมูลพยานหลักฐาน อีกฝ่ายหนึ่งนั้นมาก แต่สิ่งที่ผมเห็นขณะนี้ ประชาชนรวมทั้งตัวผมเองมีความรู้สึกว่าเรา เอามาตรา ๑๑๒ หรือ พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๙ ไปทําอะไรกับเขาหรือเปล่า ไปกลั่นแกล้งเขาหรือเปล่า เวลาบุคคลที่มีอํานาจในการชี้แจง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตํารวจก็บอกว่าพูดไม่ได้ รายละเอียดอยู่ในสํานวนในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่ง ตอบโต้ แล้วก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่ง อีกพวกหนึ่งกระพือโหมว่ากลั่นแกล้ง ยัดเยียด ท่านประธานครับ เราที่มีความจงรักภักดีรู้สึกสะเทือนใจนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธาน และที่ประชุมนี้ อยากให้ผู้มีอํานาจหรือใคร ก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เวลาจะจับกุมคุมขังดําเนินคดีใคร ตามมาตรา ๑๑๒ หรือ พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๙ อยากให้ชี้แจงข้อมูล พยาน หลักฐาน ข้อเท็จจริง บางคนบอกว่าเป็นการกระทําซ้ําอาจจะผิด ผมว่ามันมีวิธีในการที่จะ ชี้แจงได้มากหลายประการที่สามารถทําได้ ผมไม่อยากให้อึมครึม ไม่อยากให้เป็นไปในลักษณะ ที่คนทั้งประเทศมีความรู้สึกว่าเรากําลังใช้อํานาจอย่างหนึ่งอย่างใดไปเล่นงานเขา เป็นอันตราย สําหรับแม่น้ําทุกสาย รวมทั้งท่านประธาน ที่เป็น ๑ ในแม่น้ํา ๕ สายด้วยครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้เรื่องนี้ท่านประธาน จะเป็นข้อสังเกต เป็นข้อเสนอ หรือกระทําด้วย ประการใดก็ได้ พูดกับผู้ที่มีอํานาจเกี่ยวข้อง เอาข้อมูล พยาน หลักฐานมาชี้แจงให้ชัดเจน ทุกวัน สื่อไปเพียงด้านเดียว ด้านอีกฝ่ายหนึ่งที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมานั้น ไม่ค่อยชัดเจน อันนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่งครับท่านประธาน นั่นเป็นเรื่องที่ ๑

อีกนิดเดียวครับท่านประธานครับ เรื่องประชามติ ผมคิดว่าท่านประธาน และพวกเรานั้นมีส่วนอย่างสําคัญจะต้องออกไปชี้แจงในฐานะแม่น้ํา ๕ สายด้วย และมีส่วน เกี่ยวข้องต่อการดําเนินการประชามติอย่างสําคัญ พฤติการณ์หรือการกระทําใด ๆ ที่ออกมา ในลักษณะอย่างนี้ทุกวันนี้ คนเสมือนมีความรู้สึกว่าพูดก็ไม่ได้ ทําอะไรก็ไม่ได้ อ้ายนั่นก็ จะผิด อ้ายนี่ก็จะผิด เสมือนหนึ่งว่า พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๙ นี้ มันกดหัวไม่ให้ใครทําอะไร เมื่อคืนนี้ผมก็นั่งอ่านกฎหมายโดยละเอียด เขาให้ สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตในการทําประชามติ แต่กระบวนการที่ มันออกมาหรือพฤติการณ์ที่ออกมาของ กกต. ก็ดี ความชัดเจนเหล่านี้ผมคิดว่าท่านประธาน ท่านรองประธาน หรือท่านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมไม้ร่วมมือกับ กกต. อย่างสําคัญ และให้เกิดความชัดเจน ไม่อย่างนั้นพวกเราแม่น้ํา ๕ สาย จะเป็นรองต่อการเคลื่อนไหว ของฝ่ายตรงข้าม เพราะขณะนี้เขาพูดกันอยู่ร่ําไปว่าเราเอา พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียง ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๙ มากดหัวทําให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหว แม้อยากพูด แสดงความคิดเห็น ซึ่งดูตาม พ.ร.บ. แล้วไม่ใช่อย่างนั้นเลย มันอาจจะเกิดจากการพลาด ในเบื้องต้นที่ กกต. นั้นออฟไซด์ (Offside) เกินความจําเป็นไปในเบื้องต้น เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้เมื่อตั้งลํากันได้ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญที่เรากําลังจะเข้าสู่โค้งสุดท้าย ในระยะเวลาเหลืออีกประมาณ ๓ เดือนครับท่านประธาน หลังจากนั้นพวกเราก็จะอยู่ ถ้าผ่าน ก็ไม่น่าจะเกิน ๑๒๐ วันดังที่ว่า เพราะฉะนั้นอะไรที่มีส่วนทําให้บ้านเมือง คนเข้าใจ และก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ไม่ใช่เรามานั่งปฏิรูปกันอย่างนี้ทุกวัน ๆ เฉย ๆ ส่วนอื่น ก็มีส่วนสําคัญครับ ผมจึงกราบเรียนมาด้วยความเคารพ ด้วยความจริงใจ ท่านประธาน อย่าได้กล่าวหาว่านอกเรื่องนอกราวไปเลย นี่เป็นประเด็นที่ ๒

อีกนิดเดียวครับท่านประธานครับ ถ้าท่านจะเมตตาผม สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกว่า เป็นเรื่องกระทบต่อการปฏิรูปของเราอย่างสําคัญ เรื่องตํารวจครับท่านประธาน ถ้าท่านประธาน ติดตามข่าว ผมเองไม่ได้อยู่ในแวดวงตํารวจ แต่เผอิญมีส่วนเป็นคณะกรรมการจัดทําแผน ปฏิรูปกิจการตํารวจ เลยพอเข้าใจและได้รู้จักตํารวจมากพอสมควร และได้รู้กิจการของ ตํารวจพอสมควร ท่านประธานคงทราบข่าวครับว่าการแต่งตั้งรองผู้บังคับการจนกระทั่งถึงสารวัตร โดยหลักแล้ว เขาควรจะต้องแต่งตั้งให้เสร็จสิ้นภายในเดือนพฤศจิกายน มีเหตุจําเป็นก็อาจจะขยายไปไม่เกิน เดือนสองเดือนในอดีต แต่ท่านทั้งหลายครับ ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้เลยเถิดมาจนกระทั่งถึง เดือนพฤษภาคมจะแต่งตั้งรอบใหม่แล้ว เกินกว่า ๒ พรรษาแล้วครับ ครึ่งปีแล้วท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งในที่สุดถ้านายกรัฐมนตรีต้องใช้ ม. ๔๔ เหตุผลอันสําคัญเพราะไม่สามารถแต่งตั้งได้ ผมเองได้มีโอกาสคุยกับทางระดับบนจนกระทั่งระดับล่างว่ามันเกิดอะไรขึ้น เหตุผลอันสําคัญ เพราะมันเกี่ยวกับการปฏิรูปและรัฐธรรมนูญของเรานี่ครับ เหตุผลอันสําคัญครับท่านประธาน เกิดจากการวิ่งเต้นโยกย้ายซื้อขายตําแหน่ง ถ้ามันไม่มีเรื่องอย่างนี้ ผมเชื่อว่าตํารวจผู้หลัก ผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ในที่นี้ยืนยันได้ว่าจบไปแล้ว แล้วเขาพยายามกระจายอํานาจให้เป็นเรื่องของ ผู้บัญชาการ ถึงเวลาก็ทําไม่ได้จริง ๆ เพราะไม่รู้อะไรต่อมิอะไรผมไม่อยากจะพูดในรายละเอียด ในที่สุดนายกรัฐมนตรีใช้ ม. ๔๔ บอกให้ ผบ.ตร. จัดการ แต่ท่านประธานทราบไหมครับ แม้แต่ปัจจุบันนั้นก็ยังยากในการที่จะแต่งตั้งโยกย้าย ผมนี่ฝันไว้นึกไว้ และท่านประธาน ก็เหมือนผมเลยครับ ยุค คสช. มันน่าจะเป็นเรื่องของธรรมาภิบาล เป็นเรื่องของความโปร่งใส เป็นเรื่องของเป็นไปตามระบบ ซึ่งเราคิดกันมาตลอดแม้แต่ท่านอาจารย์มีชัยยังชี้แจงวันที่ มาชี้แจงเรื่องรัฐธรรมนูญ องค์กรที่ควรจะต้องปฏิรูปเป็นอันดับแรกและท่านเขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญ คือองค์กรตํารวจ ท่านบอกว่าถ้าไม่ปฏิรูปจะทรุดโทรมไปมากกว่านี้ ผมยังจํา ก้องหู ยุคนี้ต้องแสดงออกของการปฏิรูป ของการแต่งตั้งโยกย้าย เพราะเป็นปัญหาใหญ่ ตํารวจยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ชาวบ้านตาดํา ๆ ที่มาแจ้งความจะได้รับความเป็นธรรม ได้อย่างไร ระบบอาวุโสนี้ ที่ท่านเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญแล้วเราลองยึดจริง ๆ นะครับ คนไหน อาวุโสก็ตั้ง ถ้าไม่ได้เรื่องก็หาเหตุผลมา ทํางานไม่ดีอ้าว เขี่ยออกไป ไม่มีคุณภาพ เขี่ยออกไป ร่างกายมีปัญหา เขี่ยออกไป แต่ทุกวันนี้มาจากการที่ตํารวจหลายแห่งนะครับ บอกใช้อาวุโส จริง บางคนเหลืออีกปี ๒ ปี บอกช่วยลาออก ผมซื้อตําแหน่งโดยการให้คุณลาออก ข้อมูลที่ กราบเรียนต่อท่านประธาน บางคนนั้นจ่ายกันถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมเข้าใจท่านประธานแล้วกําลังจะเตือนผมแต่ท่านประธานลองฟังดี ๆ เป็นเรื่องใหญ่ของ ประเทศ ผมถึงบอกว่ายุคนี้อยากให้เกิดความธรรมาภิบาล ความโปร่งใส การแต่งตั้งโยกย้าย เป็นตัวอย่าง บางคนมาพูดกับผม บอกว่ายุคการเมืองยังไม่ถึงขนาดนี้ ผมบอก เฮ้ย มากไป ไม่จริง ผมอยากให้องค์กรนี้เป็นองค์กรเริ่มต้นของการปฏิรูปจริง ๆ ครับท่านประธาน ผบ.ตร. มีอํานาจตาม ม. ๔๔ อยากให้เป็นผู้ชูธง นําหลักความโปร่งใส เป็นธรรม และยึดหลักของ ความถูกต้อง ผมไม่อยากให้คนดี ๆ นั้นเขาไม่มีที่ยืน ในอดีตเวลาการเมืองแรง คนดีไม่มีที่ยืน ครับท่านประธาน ยุคนี้สมัยนี้อยากให้คนดี ตํารวจดี มีโอกาสเจริญเติบโตเสียทีเถอะครับ ท่านประธาน ความจริงมีคนมาร้องเรียนให้ข้อมูลกับผม แม้ไม่ได้เป็นตํารวจ แต่มากพอสมควร ผมจบแค่นี้ครับท่านครับ