อําพล สนับสนุนปฏิรูปการแพทย์แผนไทยคู่แผนปัจจุบัน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๑ · ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙

อําพล จินดาวัฒนะ แสดงความเห็นสนับสนุนข้อเสนอของกรรมาธิการด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม โดยเห็นด้วยกับแนวทางการปฏิรูประบบการแพทย์แผนไทยให้สอดคล้องกับการแพทย์แผนปัจจุบัน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการยกระดับความรู้ มาตรฐาน และการยอมรับของสังคม รวมถึงการคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแผนพื้นบ้านเพื่อรักษาศักยภาพของชุมชนท้องถิ่น ขณะเดียวกันเรียกร้องให้มีการวิเคราะห์โครงสร้างการบริหารจัดการและบทบาทของคณะกรรมการขับเคลื่อนการแพทย์แผนไทยอย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงความซ้อนทับและสร้างประสิทธิภาพในการปฏิรูปให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

นายอําพล จินดาวัฒนะ

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพครับ ผม อําพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้ร่วมแสดงความคิดเห็น แล้วก็เสนอแนะ ต่อข้อเสนอของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมนะครับ กระผมคิดว่าวันนี้และประเด็นนี้ คิดว่าทุกท่านที่จะอภิปราย หรือไม่ได้อภิปราย ก็คงแต่จะเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุนด้วยกันทั้งสิ้นนะครับ เพราะคิดว่า เป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อส่วนรวมอย่างมากนะครับ ก็คิดว่าผมเองก็เห็นด้วยอย่างนั้นว่าท่านได้ทํา ทางคณะกรรมาธิการท่านได้ทําข้อเสนอมา ค่อนข้างจะครอบคลุมแล้วก็เป็นเรื่องที่ดีมากนะครับ ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียน เพียงบางส่วนเท่านั้นเองนะครับ ๒ ท่านที่ท่านได้กราบเรียนไปแล้ว โดยเฉพาะท่านกษิตนั้น ท่านก็ได้พูดประเด็นที่ผมคิดว่ามีความสําคัญอย่างยิ่งยวดหลายประเด็นนะครับ

ประเด็นที่ ๑ ที่ท่านเสนอปฏิรูป คือปฏิรูประบบบริการการแพทย์แผนไทย คู่ขนานกับการแพทย์แผนปัจจุบัน ผมฝากท่านนิดหนึ่ง ท่านใช้คําว่า คู่ขนาน เจตนาท่าน คงจะหมายถึงการควบคู่กันไปหรือเปล่าครับ ถ้าคู่ขนานหมายความว่า ๒ แผนนี้มันจะ ไม่เจอกันเลย เข้าใจว่าเจตนาท่านต้องการจะเป็นควบคู่กันไป คํามันจะเปลี่ยนไปเลยนะครับ ถ้าคู่ขนานหมายความว่าเราจะแยกกันเด็ดขาด กระผมคิดว่าเราคงไม่ได้แยกเด็ดขาด ขนาดนั้น เพราะมันเสริมหนุนซึ่งกันและกัน เราจะทราบดีว่าการแพทย์แผนไทย การแพทย์ พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือกนี้ มันจะเป็นประโยชน์อย่างมากสําหรับโรคภัยไข้เจ็บหรือปัญหา สุขภาพที่เกิดจากเรื่องที่มันเรื้อรัง มันไม่ใช่โรคติดเชื้อหรือจะต้องไปผ่าตัดไปอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น แต่มันเป็นเรื่องที่ต้องใช้การดูแลเยียวยาที่ค่อนข้างจะยาว เป็นเรื่องของระยะยาว ซึ่งสภาพปัญหาสุขภาพมันก็เปลี่ยนมาพอดี เราเข้าสู่สังคมสูงวัย เราต้องการการดูแลที่มัน เป็นระยะยาว โรคภัยไข้เจ็บปัจจุบันนี้ก็จะต้องเป็นการดูแลที่ระยะยาว ซึ่งการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก ก็จะเข้ามามีประโยชน์อย่างมาก อันนี้ผมคิดว่า ทุกท่านจะทราบดี กระผมคิดว่าสิ่งที่ท่านจะเสนอปฏิรูปมันก็ตรงกับสิ่งที่ควรจะเป็น และควรจะไป แล้วบ้านเราก็ได้ขยับเรื่องนี้มาสัก ๓๐-๔๐ ปีแล้ว แต่เหมือนที่ท่านกษิตพูด นะครับว่า มันยังไปไม่ค่อยถึงไหน คราวนี้การไปไม่ค่อยถึงไหน การแก้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เบ็ดเสร็จมันคงจะไม่ได้ ต้องใช้หลายมาตรการ ซึ่งท่านก็พยายามที่จะเสนอแนะนะครับ กระผมคิดว่าในส่วนของการปฏิรูปบริการการแพทย์แผนไทยคู่กับการแพทย์แผนปัจจุบัน ก็เป็นเรื่องที่ท่านเสนอนั้นผมคิดว่าดีครับ เป็นการสนับสนุนโรงพยาบาลต้นแบบ ซึ่งท่านไม่ได้ เขียนไว้ในรายงานนี้ แต่ผมจะขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมว่า โรงพยาบาลแผนไทยที่เป็น เอกเทศนะครับ ได้มีการเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย ที่จังหวัดสกลนคร ที่ดําเนินการโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร แล้วก็เป็นความร่วมมือของ ๔ ภาคส่วนครับ ภาคส่วนหนึ่งก็ภาครัฐ รวมทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่นั้นด้วย แล้วก็ มีในภาคของชุมชน มีพระ หลวงปู่แฟ๊บ ท่านได้เข้ามาช่วยทําให้เกิดโรงพยาบาลที่พังโคน แล้วก็ภาควิชาการคือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล โดยที่ส่วนกลางก็มีทั้งคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติ มีทั้งกระทรวงสาธารณสุขเข้าไปสนับสนุน วันนี้ก็มีโรงพยาบาลแบบนี้แล้ว ไม่ได้อยู่ในระบบการแพทย์แผนปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ในระบบโครงสร้างของกระทรวงสาธารณสุข ผมคิดว่าท่านคณะกรรมาธิการและท่านคณะอนุกรรมาธิการท่านจะทราบดี ผมคิดว่าประเด็น เรื่องข้อมูลพื้นฐานที่ท่านกษิตพูดถึง ท่านน่าจะต้องนํามาใส่ไว้ในข้อมูลในฐานของการทํางาน เพื่อจะได้ให้เห็นสภาพที่มันมีอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นสิ่งที่ท่านเสนอนี้มันเหมือนกับว่ามันอาจจะ ลอย ๆ ขึ้นมา แต่ผมคิดว่าไม่พอ มันจะต้องมีการส่งเสริมสนับสนุนสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้น ให้มากขึ้น แล้วทําอย่างไรจะให้โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยมีศักดิ์ศรีเท่าเทียม กับการแพทย์แผนปัจจุบัน อันนี้ไม่ง่ายเลยนะครับ เป็นเรื่องที่จะต้องมีการสนับสนุน หลายด้านมากที่จะต้องยกระดับ เพราะว่าเราจะรู้ว่าการแพทย์แผนปัจจุบันนั้นมันได้ ก้าวนําไปไกลมาก และสิ่งที่ก้าวนําในการแพทย์แผนปัจจุบันนั้นก็คือความรู้ครับ คราวนี้ ถ้าเรามาเทียบเคียงกับความรู้ในการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน เราจะพบว่า เรามีปัญหาเรื่องความรู้อย่างมาก เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ปฏิรูปที่ท่านเสนอ ผมพยายาม สแกน (Scan) ดู ท่านก็พูดถึงประเด็นความรู้และมาตรฐานอย่างมาก ตรงนี้น่าจะเป็นจุด คานงัดนะครับ ถ้าเราไม่สามารถยกระดับความรู้ มาตรฐาน และคน ซึ่งอันนี้จะไปด้วยกัน ทั้งหมดในการแพทย์แผนไทยให้ได้อย่างจริงจัง เราจะเขียนแผนปฏิรูปอีกกี่แผนก็ได้ แต่จะไม่ประสบความสําเร็จเราจะทําอย่างไรให้ยุทธศาสตร์ความรู้เป็นคานงัดให้ได้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าเห็นด้วย แต่ท่านจะย้ําอย่างไร แล้วชูยุทธศาสตร์ ที่มันเป็นคานงัด ไม่อย่างนั้นสิ่งที่เราเสนอไว้มีหลายเรื่องมาก จนไม่รู้จะทําอะไร ก็คือ เกาทั้งตัว เสร็จแล้วมันไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีพลังในระดับการปฏิรูปครับ มันจะ กลายเป็นแผนพัฒนา ผมอยากให้แผนนี้เป็นแผนปฏิรูป อยากให้ท่านค้นหาคานงัดให้เจอจริง ๆ ผมพยายามกราบเรียนแล้วว่าความรู้ครับ คน ความรู้ แล้วการยอมรับของสังคมจะตามมา สมมุติวันนี้มีการเอางบประมาณให้กับการทํางานนี้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐,๐๐๐ ล้านบาททันทีนี่ เราพลิกไม่ได้ แต่เราจะพลิกได้ต้องเป็นความรู้นะครับ และคน และการจัดการนะครับ

ประเด็นที่ ๒ กราบเรียนคือการคุ้มครองภูมิปัญญาไทยให้เป็นมรดกไทย มรดกโลก เราก็ใช้คํานี้มานาน มันจะเช่นเดียวกันเลยครับ เราจะเขียนคําวาทกรรมให้สวย อย่างไร ก็ดูเหมือนมันจะกลับมาตกม้าตายตรงความรู้ มาตรฐาน การยอมรับนะครับ ตรงนี้ ก็ย้ําเหมือนกัน ผมคิดว่าเรื่องนี้คือคานงัดครับ พูดอีกนัยหนึ่งคือว่าทําไมการแพทย์ แผนปัจจุบันคนนิยม เพราะฐานความรู้ครับ ประเทศไทยการแพทย์แผนปัจจุบันได้รับ การยอมรับระดับโลก เพราะมาตรฐานความรู้และคน เราจะทําอย่างไรยกระดับตรงนี้ จริง ๆ แล้วขณะนี้เรามีการแยกคนออกเป็นการแพทย์แผนปัจจุบัน ก็คือมีแพทยสภาดูแล นะครับ ซึ่งท่านกษิตท่านได้แตะไว้ การแพทย์แผนไทยเราก็มีสภาวิชาชีพจะยกระดับอย่างไร และอันหนึ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตแตะตรงนี้ไว้คือว่า ท่านกษิตท่านพูดไว้ดีมาก ผมคิดว่า ท่านเป็นปรมาจารย์ในการมองเรื่องพวกนี้นะครับ ท่านพูดถึงว่ามันควรจะมีแผนพื้นบ้าน แผนชุมชน ท่านไม่ได้ใช้คํานั้นหรอก แต่มันหมายถึงอย่างนั้นครับ ในการแพทย์ที่เราพูดกัน ในการพัฒนานี้ เราก็พูดถึงแผนปัจจุบัน พอมาถึงกลุ่มนี้เราก็พูดถึงแผนไทย แผนพื้นบ้าน และแผนทางเลือก เวลาทําเรื่องนี้อย่าให้แผนพื้นบ้านหายไปครับ มันจะกลายเป็นเอาเข้ามาสู่ ระบบทั้งหมด แล้วแผนพื้นบ้านที่อยู่กับวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่นมันจะหายไป ถ้าท่านใช้ คําว่า ภูมิปัญญาไทย มันไม่ควรจะถูกยกมาเป็นระดับสูง ระดับเข้าสู่มาตรฐาน ระดับเข้าสู่ เอกสาร สู่รายงาน สู่การทําให้มันยาก แล้วชุมชนท้องถิ่นหมดสภาพไปเลย เพราะฉะนั้นจุดนี้ ผมคิดว่าอยู่ในความคิดของท่านแล้ว แต่อยากให้ท่านเขียนให้ชัดว่าสิ่งที่ท่านทําการปฏิรูปนี้ ต้องมองกลับไปสู่การปฏิรูปให้ชุมชุนท้องถิ่นได้ใช้การแพทย์พื้นบ้านที่เข้มแข็งด้วย ไม่ใช่ ยกขึ้นมาเป็นมรดกไทย มรดกโลก แล้วไปไหนก็ไม่รู้ โดยชุมชนท้องถิ่นอ่อนแอลงไปอีก นะครับ อันนี้ก็อยากจะขอต่อยอดแล้วก็ย้ําไว้ ซึ่งผมคิดว่าท่านได้คิดไว้ชัดเจนแล้ว

ประเด็นที่ ๓ ผมจะข้ามไปเรื่องสมุนไพรเพื่อประหยัดเวลา ประเด็นที่ ๓ เรื่อง การปฏิรูประบบบริหารจัดการ ขออนุญาตอ้างอิงท่านกษิตอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าท่านพูดแล้ว จะมีประเด็นชัดเจน ท่านเป็นห่วงเรื่องของข้อมูลพื้นฐาน ในรายงานผมคิดว่าท่านอาจจะต้อง วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน เอ็กซิสติงซิทูเอชัน (Existing Situation) ให้ดี ท่านเสนอการปรับ ระบบโครงสร้างต่าง ๆ ผมไม่ลงไปแตะนะครับว่าเหมาะหรือไม่เหมาะแค่ไหน ท่านคง พิจารณากันมาแล้ว แต่ควรจะดูโครงสร้างต่าง ๆ ที่มีอยู่และวิเคราะห์ให้ชัดว่าโครงสร้างใด มีจุดอ่อน จุดแข็งอย่างไร แล้วสิ่งที่ท่านเสนอนี้มันจะไปเพิ่มจุดแข็งอย่างไร ปิดจุดอ่อนอย่างไร หรือเป็นการเสนอมาแล้วมันก็จะไปซ้ําไปซ้อนและไปเขย่งกับอันอื่น ๆ นะครับ เพราะฉะนั้น อันนี้อยากจะกราบเรียนว่าปฏิรูปบริหารจัดการก็จําเป็น แต่อยากให้คิดให้ชัดในขั้นที่จะต้อง ไปปฏิบัติการปฏิรูปจริงนะครับ

ผมจะแตะเพียงเล็กน้อยว่าที่ท่านคิดถึงคณะกรรมการขับเคลื่อนการแพทย์ แผนไทย และระบบยาสมุนไพรแห่งชาติ ผมคิดว่ามีส่วนซ้อนทับกับกลไกและต่าง ๆ ที่มีอยู่ พอสมควร ท่านวิเคราะห์ให้ชัด แล้วท่านจะเติมตรงไหนหรือท่านจะไปต่อตรงไหนไม่มีปัญหา มันสามารถทําให้ดีขึ้นได้ ยกตัวอย่างเช่น ภายใต้พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ มีกฎหมายกําหนดให้ทําธรรมนูญว่าด้วยสุขภาพแห่งชาติ ทบทวนทุก ๕ ปี เขามีการทบทวน และมีธรรมนูญเรื่องนี้ ในเรื่องแผนไทยก็มีชัดเจนนะครับ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก และภาคีต่าง ๆ ก็เข้าไปร่วมทําอยู่ด้วยกัน ตรงนี้อยู่ตรงไหนของ โครงสร้างที่ท่านกําลังจะปฏิรูป ภายใต้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่มีอยู่แล้ว เขามี คณะกรรมการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพแห่งชาติ อยู่ตรงไหนของสิ่งที่ท่านเสนอ มันจะเข้าไปเชื่อมโยง ไปหนุนเสริมอย่างไร หรือจะปรับเปลี่ยนอะไร อย่างไร อันนี้ก็เกิดขึ้นได้หมด แต่ผมยกตัวอย่างเพื่อให้ท่านได้ดูว่าที่ท่านเสนอปฏิรูปนี้ไม่ใช่เสนออันใหม่ขึ้นมาอันหนึ่ง แต่หมายความว่ามันจะไปอยู่ตรงไหนของโครงสร้างที่มีอยู่แล้ว แล้วมันจะสร้างมูลค่าเพิ่ม อะไร มันจะทําให้การบริหารจัดการเข้มแข็งมากขึ้นกว่าเดิมอย่างไร อะไรควรจะต้องปรับ อะไรควรจะต้องเปลี่ยนที่มีอยู่แล้วครับ ไม่อย่างนั้นมันก็จะไม่เห็นมีความชัดเจนนะครับ ยกเว้นว่าท่านเสนอขึ้นมามีกลไกใหม่ขึ้นมาอันหนึ่งนะครับ ทั้งหมดนี้ผมขอชื่นชม แล้วก็คิดว่า เป็นเรื่องที่ดีครับที่ท่านจะผลักดันในการปฏิรูปเรื่องนี้ แต่อะไรที่ยังไม่ชัดเจน ผมอยากจะ ฝากให้ท่านวิเคราะห์ให้ชัดเจนด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน อดีตและปัจจุบัน แล้วมาหาจุดคานงัด แล้วมาต่อยอดครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ