สุรินทร์ ชี้นวดแผนไทย 2 สาย ยันส่งเสริมสมุนไพร-คุ้มครองภูมิปัญญา

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๑ · ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ รายงานผลการศึกษาและแสดงความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรและส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย โดยเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาองค์ความรู้ดั้งเดิม เช่น เภสัชกรรมไทย นวดแผนโบราณ และการผดุงครรภ์ พร้อมเสนอให้มีการส่งเสริม คุ้มครอง และป้องกันมิให้ภูมิปัญญาไทยถูกแย่งชิง โดยเฉพาะจากการกระทำของต่างชาติ

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกที่รัก ทุกท่าน กระผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หมายเลข ๑๗๓ ผมมารับเอกสารที่สภาเมื่อวันศุกร์ เพราะไม่ได้ส่งไปที่บ้าน ผมไปอ่านทั้งวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นปึกเลย เมื่อวันศุกร์เกือบทั้งวัน ผมอยู่ที่กรมแพทย์แผนไทย ผมกราบเรียนว่าทั้ง ๒ เรื่องนี้เป็นเรื่องดี แต่เป็นเรื่องที่ต้องใช้ เวลาในการพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ ในเรื่องนี้มี ๒ เรื่องอยู่ด้วยกันนะครับ

เรื่องที่ ๑ คือการเสนอพระราชบัญญัติใหม่ พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์ สมุนไพรใหม่เลยนะครับ มีทั้งหมด ๑๒๕ มาตรา และมีบทลงโทษจําคุกตลอดชีวิตด้วย กับการปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ปรับปรุง จากฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๒ อันนั้นไม่มีอะไรเท่าไร ผมดูแล้วนะครับ เพียงปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้น อะไรต่ออะไรก็ดี แต่ว่าผมอยากจะเน้นว่าการเสนอพระราชบัญญัติใหม่ การออกกฎหมาย ถ้าเป็นเรื่องที่จะต้องคุ้มครองและสนับสนุนส่งเสริม ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าออกแล้วมันไป ทําให้บางส่วนทําให้ภูมิปัญญาไทยหาย อาจจะ นะครับ ก็ต้องคิดให้ดี อย่างไรก็ตามผมจะ กราบเรียนว่าพุทธภาษิตมีมาตั้งแต่พุทธกาลแล้วครับว่า อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ ผมเชื่อว่ากรรมาธิการก็ต้องรู้ แต่ว่าไม่มีใครเลยที่ไม่มีโรค แล้วขณะเดียวกันพระพุทธเจ้าซึ่งท่านก็ตรัสสอนเวไนยสัตว์ไว้ตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว จนปัจจุบันนี้ ๒,๐๐๐ กว่าปี เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นวัฏฏะสงสาร ไม่มีผู้ใดหรือสัตว์ไหน หลีกเลี่ยงได้ ผมเลยจะกราบเรียนว่าอันนี้เป็นการรักษาภูมิปัญญาไทย ซึ่งผมเห็นด้วย และผม จะกราบเรียนว่าอยากจะเอาประวัติมาสักนิดหนึ่งว่าที่พูด ๆ กันทั้งหมดนี้พูดปลายเหตุ เราเสียเงินเป็นแสนล้านบาท มีภูมิปัญญาไทยแค่ ๑๐,๐๐๐ ล้านอะไรก็ตาม ต้นตํารับของ การแพทย์ เขาเรียกอะไร แผนโบราณหรือว่าแผนอะไรก็ตามมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลโน่น หมอชีวกโกมารภัจจ์ เป็นแพทย์ประจําตัวพระพุทธเจ้า ในรูปนี้ผมไปเอามาจากกรมพัฒนาการ แพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แล้วก็อยู่ในอินเทอร์เน็ต (Internet) เยอะแยะ สมัยโบราณการเดินทางหรืออะไรร้อยแปดจิปาถะไม่ได้ใส่รองเท้าหรอก ทุกอย่างเดินกัน บนพื้นดินเลย ก็ยอมเกิดอาการเจ็บป่วยร้อยแปดจิปาถะ ในรูปนี้หมอชีวกโกมารภัจจ์ดูแล ข้อพระบาทขององค์พระพุทธเจ้า อันนี้ที่มานะครับ แล้วผมก็เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นเพราะผม เกิดไม่ทัน ต่อไปนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่า แล้วหน้าตาของหมอชีวกโกมารภัจจ์เป็นอย่างไร ตามรูป นะครับ อันนี้เป็นเรื่องของโรคนะครับ โดยเฉพาะแพทย์แผนไทยหรือแผนจีนก็ตาม มันก็มา จากหมอพื้นบ้าน หมอพื้นบ้านนี้ก็จะมีหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งผมไปเอามาจากกรมการแพทย์ แผนไทย เรียกว่าหมอพื้นบ้าน สมัยผมเด็ก ๆ ท่านประธานที่เคารพ พอผมไอค๊อกแค๊ก เป็นหวัดตัวร้อน คุณแม่ก็จะไปบอกหมอพื้นบ้าน แล้วท่านก็เอาฝาละมีมาอันหนึ่ง แล้วก็ใช้ ยาเหลืองหรือยาดํา แล้วก็ใช้มะนาว เกลือ ฝน ๆ แล้วผมกลัวมากเลย ป้ายเข้าไปในคอ ครั้ง ๒ ครั้งหาย ผมกลัวหมอมากเลย เรียกว่าหมอพื้นบ้าน ก็เป็นที่มาอย่างที่กําลังกล่าวนี้ นะครับ ทีนี้มาในสังคมไทยยุคที่สามารถจะปะติดปะต่อได้ก็มาท่านรัชกาลที่ ๑ ของเรานี้ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ท่านรัชกาลที่ ๑ เรานี้ได้ปรับปรุงปฏิสังขรณ์ ปฏิสังขรณ์เสร็จ พอถึงรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวท่านก็ให้มีการจารึกตํารายานวดแผนไทย ร้อยแปดจิปาถะ แล้วก็มีสวนฤาษีดัดตน ก็เป็นต้นตํารับของนวดแผนไทย ผมจะกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า หนังสือเล่มนี้ผมก็ได้มาจากกรมการแพทย์แผนไทย กล่าวไว้ว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้าเป็นพระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย แล้วรูปของพระองค์ติดไว้ที่หน้ากรมนี้ใหญ่โตมากเลย ผมไปถ่ายมาแล้วเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว แล้วมีประกาศสํานักนายกฯ เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๘ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ ลงนามโดยท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถ้าท่านอ่านประกาศฉบับนี้แล้วจะรู้เลยว่าขนลุก ว่าพระองค์นี่รวบรวมให้ความสําคัญต่อ การแพทย์แผนไทยอย่างยิ่งที่สุดในยุคปัจจุบัน ในอดีตอาจจะอยู่ที่นั่นที่นี่แล้วแต่ ภาคต่าง ๆ ก็ไม่เหมือนกันนะครับ เขาเรียกว่าเป็นหมอกลางบ้านนะครับ ต่อไปครับ การแพทย์แผนไทย ก็จะมีกันหลายแบบ หลายอย่าง อย่างน้อยมี ๔ อย่างนะครับที่เขียนไว้ นี่ในตํารานะครับ เรื่องที่ ๑ มีเวชกรรมไทย เรื่องที่ ๒ มีเภสัชกรรมไทย เวชกรรมไทยนี้มันจะพูดถึงเรื่อง เขาเรียกการวินิจฉัยโรคแล้วก็รักษาโรค แต่เภสัชกรรมไทยนี้จะประกอบด้วยสมุนไพร คือพืชทั้งหลาย มีทั้งเป็นต้น มีทั้งเป็นเถานะครับ สัตว์ทั้งหลายบางชนิดนี่เป็นประโยชน์ งา หน่อหรือกระดูก แร่ธาตุเช่นการบูร เกลือก็เป็นนะครับ วิชาการแพทย์แผนไทยเรื่องที่ ๓ คือผดุงครรภ์ไทย รวมทั้งการดูแลครรภ์หลังคลอด เขาเรียกอยู่ไฟ สมัยแม่ผมนะครับ ผมเป็นเด็ก ๆ แม่คลอดน้องคนสุดท้ายนั้นอยู่ไฟให้มดลูกเข้าอู่ แต่ปัจจุบันไม่มีแล้วนะครับ เรื่องที่ ๔ คือการนวดไทย แล้วเดี๋ยวผมจะกราบเรียนว่านวดไทยนี่ ผมได้หนังสืออย่างนี้มา นะครับ ในนี้จะมีศาสตร์ทั้งหลายเลย การนวดว่าจุดอยู่ตรงไหน อย่างไรร้อยแปดจิปาถะ เป็นตํารานะครับ ไม่ใช่พูดกันเล่น ๆ นะครับ เป็นตําราอย่างละเอียด ๓ เล่มแบบนี้เลย ถ้าใคร สนใจผมก็จะนําไปให้ท่านดูนะครับ หรือจะไปดูที่ห้องสมุดกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือกก็ได้ ผมจะกราบเรียนท่านเป็นเรื่อง ๆ ไปก่อน เพราะผมคิดว่าในที่นี้ บางท่านก็รู้ บางท่านก็อาจจะไม่รู้ แล้วเมื่อการถ่ายทอดไปสู่ประชาชนเราไม่รู้ เรากําลังจะพูด พระราชบัญญัติฉบับนี้มันมีที่มาอย่างไร แล้วก็บอกว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้จะดีอย่างนั้น อย่างนี้ ผมอยากจะปูพื้นฐานเสียก่อนว่ามันเป็นอย่างไรนะครับ เภสัชกรรมไทยนี้เขาจะพูดถึง เรื่องสรรพคุณยาก่อนจะถึงเภสัชกรรมไทยต้องพูดถึงเรื่องเวชกรรมไทยก่อน เวชกรรมไทยนี้ เขาจะพูดถึงเรื่อง ๔ เรื่อง รู้สาเหตุของโรค ชื่อโรค รู้ยาสําหรับแก้โรค รู้ว่ายาใดสําหรับ แก้โรคใด ยาเย็น ยาร้อนไม่เหมือนกัน ถ้าอากาศร้อน ๆ ร้อนในนี่ต้องกินยาเย็น เช่น ยาเขียว ใบบัวบก อะไรทํานองนั้นนะครับ อันนี้ผมก็ไม่ถึงกับเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็นํามากราบเรียน นะครับ

เรื่องที่ ๒ คือ เภสัชกรรมไทยต้องรู้ ๔ ด้าน ๑. เภสัชวัตถุ วัตถุที่นํามาเป็นยา ๒. สรรพคุณของเภสัช คือคุณสมบัติยาแต่ละตัว ๓. คณาเภสัช คือหมู่ยา เขาเรียกกลุ่มยา ๔ เภสัชกรรมคือการผสมยา ท่านเคยเห็นครกบดยาไหมครับ ถ้าไปดูที่วัดโพธิ์ หรือที่หลังวัด พระแก้ว โบสถ์วัดพระแก้ว ก็จะมี ไม่ใช่ครกแบบตํานะครับ อันนี้รุ่นใหม่ มันเป็นราง ทําด้วย หินแกรนิตแล้วก็มีลูกบด บดยาให้ละเอียด แล้วก็มาปรุงเป็นตํารับต่าง ๆ

เรื่องต่อไปผมอยากจะกราบเรียนว่า เรื่องผดุงครรภ์ไทยก็เป็นเรื่องสําคัญ เพราะที่มีเราได้เพราะคุณแม่ตั้งครรภ์ ถ้าคุณแม่ไม่ตั้งครรภ์ ไม่คลอด ไม่ดูแลสุขภาพให้ดี เราไม่เกิดมาถึงขนาดนี้ ไม่ยืนได้นะครับ ก็เป็นเรื่องสําคัญสมัยโบราณ ถ้าดูแลไม่ดีก็คือ ตายทั้งกลมมาเยอะแล้ว หัวไม่กลับเมื่อน้ําคร่ําแตกก็ต้องตายทั้งกลม เพราะผ่าไม่ได้ สมัยก่อนนะครับ

นวดแผนไทย ผมอยากจะกราบเรียนเวลานวดแผนไทย ที่เราไปนวด ผมคิดว่า ในนี้ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ไปนวดกันทั้งนั้น นวดแผนไทยมี ๒ สาย คือสายนวดแบบราชสํานัก ผมขออนุญาตเวลานิดหนึ่งครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องสําคัญนะครับ แล้วผมเห็นว่ามีคนไม่ได้ ขอพูดมาก นวดแบบราชสํานักกับนวดแบบเชลยศักดิ์ ผมจะกราบเรียนสั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คือว่า นวดแบบราชสํานัก สมัยก่อนก็อยู่ในรั้วในวัง การนวดจะใช้แค่นิ้วมือ ส่วนใหญ่นะครับ กดจุดต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนไปแล้ว ไม่ใช้ศอก เข่า หรืออย่างอื่น ส่วนนวดเชลยศักดิ์นั้นใช้ทุกรูปแบบ นวดกลางบ้าน แล้วผมก็ไปนวดมาแล้วทั้ง ๒ อย่าง ถามว่าผมไปนวดมาอย่างไรทั้ง ๒ อย่าง เพราะเมื่อปีที่ผมเป็นอธิบดีกรมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ๔ ปีนี่ ผมไปเชิญหมอเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ บัดนี้ท่านไปสวรรค์แล้ว เป็นรองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลือกคนแรก เพราะกรมนี้ตั้งเมื่อปี ๒๕๔๕ มาเป็นประธานจัดทํามาตรฐานนวดแผนไทย แล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งผมก็นําราชกิจจานุเบกษามาด้วยนะครับ แล้วผมก็ส่งให้ ท่านประธานดูแล้วนะครับว่านี่มาตรฐานนวดแผนไทย ทํามาหลายปีนะครับ ประกาศ ปี ๒๕๔๙ แล้วมาปรับปรุงเมื่อปี ๒๕๕๒ ให้ได้มาตรฐานว่านวดมาตรฐาน ๑ มันนวด อะไรได้บ้าง นวดมาตรฐาน ๒ นวดอะไรได้บ้าง นวดมาตรฐาน ๓ สามารถนวดคนที่เป็น ไมเกรน (Migraine) นะครับ แล้วผมไปดูการทดสอบมาตรฐานมาเมื่อสมัยผมเป็นอธิบดี นะครับว่าเขาทําได้จริง คนที่เป็นอัมพฤกษ์เดี้ยงนี่ นายผมคนหนึ่งเป็นปลัดกระทรวง เดี้ยง หลังจากปลดเกษียณนะครับ นวดประคบ ท่านเชื่อไหมปีเศษ ๆ เดี๋ยวนี้ตีกอล์ฟสบาย แล้วยังมี ตัวตนอยู่ อยู่หน้ากระทรวงสาธารณสุขด้วย บ้านท่านนะครับ กระผมไม่อยากกล่าวนามท่าน อย่างไรก็ตามผมไปอ่านตําราก็พบว่าทางการแพทย์แผนไทย ถือว่าหมอเพ็ญนภาเป็นหมอแรก ๆ ที่ลุกขึ้นมาทําเรื่องนี้ แล้วจะมีหมออีกคนหนึ่งที่ท่านอ่านหนังสือรายสัปดาห์ มติชน ท่านก็จะ เขียนบ่อย ๆ ผมก็อ่านอยู่นะครับ อันนี้พูดถึงเรื่องนวดแผนไทยไปแล้ว ผมอยากจะกราบเรียน ต่อไปว่า บัดนี้สมุนไพรที่กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกคิดว่าเป็น โปรดักต์แชมเปียน (Product Champion) เขาบอกมี ๕ ตัว จริง ๆ มีตั้ง ๗๐๐-๘๐๐ เป็นพันอย่างที่ว่า กวาวเครือ ไพล บัวบก กระชายดํา ลูกประคบสมุนไพร ตั้งอยู่เป็นสวนเลย ผมไปถ่ายรูปมาให้ท่านดูนะครับ อันนี้ผมไม่ได้เอามาเองนะ ผมไปเอามาจากกรมการแพทย์ แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกนะครับ ๑. ตัวแรกเขาบอก กวาวเครือ มีสรรพคุณ บํารุง ผิวหนัง สุภาพสตรีท่านใด สุภาพบุรุษอยากจะมีผิวหนังดี มีผมดก บํารุง ท่านก็ไปกิน กวาวเครือ หรือคืนนี้นอนไม่หลับท่านก็พยายามกินกวาวเครือ ๒. ไพลนี่ก็สารพัดที่จะทําได้ ฟกช้ําดําเขียวร้อยแปดจิปาถะ ก็ใช้ไพลนะครับ ผมจะพูดไปเร็ว ๆ นะครับ ๓. ใบบัวบก ถ้ากลับไปแล้วถูกทางบ้านอัดซ้อมอะไรก็ใช้ใบบัวบกได้ ยิ่งร้อน ๆ นี่นะครับ ใช้ใบบัวบก ดีมากเลยครับ แล้วยังต้านการอักเสบร้อยแปดจิปาถะ นี่ใบบัวบกรูปดังปรากฏข้างบนนะครับ ๔. กระชายดํานี่ปลูกมากที่สุดที่จังหวัดเลยผมไปดูมาแล้ว ชาวสวนปลูกแล้วผมก็เอามาปลูก ที่กรุงเทพฯ กับปลูกที่จังหวัดลพบุรีใกล้ ๆ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่มีสวนอยู่ ไม่ค่อยจะงาม ไม่ค่อยจะขึ้นมันอาจจะชอบสูง ๆ กระมังนะครับ ๕. ลูกประคบสมุนไพร นวดแล้วต้อง ประคบด้วยสมุนไพร ลูกประคบสมุนไพรนี่ทําด้วยอะไร ไพล ขมิ้นชัน ตะไคร้บ้าน ผิวมะกรูด ตะไคร้นี่ต้องตากแห้งนะครับ ใบมะขาม ใบส้มป่อย เกลือ เห็นไหม แร่ธาตุและการบูร ประคบแล้วทําให้เลือดลมไหลเวียนดีนะครับ ที่ผมกล่าวนําไปทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้รู้ว่าทุกอย่าง ในโลกนี้ โดยเฉพาะประเทศไทยมันมีที่มาที่ไป ทุกอย่างมีที่มาที่ไปหมด ความสําคัญเราต้อง นึกถึงว่าเมื่อใดก็ตามที่เราดื่มน้ําในบ่อ ไม่ใช่ไปบอกน้ํานี่สะอาด ไม่สะอาด มีตะกอนเท่าไร แถวบ้านผมนี่นะครับ จังหวัดลพบุรี อําเภอพัฒนานิคม โอ้โห ตะกอนเยอะมาก ถ้าเราคิด แค่นั้นผมว่าให้เกรดถ้าเป็นเรียนหนังสือนะครับ ให้ดี (D) ดีด็อก (D Dog) นะครับ มันต้อง นึกถึงว่าใครเป็นคนขุดบ่อน้ํา นึกถึงบุญคุณของคนขุดบ่อน้ําสิครับว่ากว่าเขาจะขุดบ่อขึ้นมา ให้มีน้ําใช้เขายากลําบากแค่ไหน นี่ในอดีตนะครับ เดี๋ยวนี้ใช้เจาะเอาเลย แล้วก็กําลังมีปัญหา เรื่องสอบสวนกันอยู่ แต่ทีนี้สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ อีกเรื่องหนึ่งก็คือการปกป้อง การดูแลทรัพยากรที่บรรพบุรุษให้มาแล้วอย่างจริงจังเป็นเรื่อง สําคัญ เหมือนกับเขาเรียก ฤาษีดัดตนนะครับ มีชาวญี่ปุ่นชื่อ นายมาซากิ ฟุรุยะ มาถ่าย แล้วก็มาอบรม ๗ วัน ๑๕ วัน โอ้โห เอาไปขึ้นทะเบียนโน้นที่ญี่ปุ่น สมอ้างว่าฉันนี่เป็นคน คิดค้น ปรากฏว่ากรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกไปฟ้องร้อง แล้วยึดคืนมาได้แล้ว ยกตัวอย่างถ้าเราพัฒนาไปแล้วเราไม่มีการปกป้องสิทธิต่าง ๆ เหล่านี้ วันหนึ่งก็จะเหมือนที่ผมเคยอภิปรายไปแล้ว น้ําพริกศรีราชาเป็นคนของเวียดนามไปจด ทะเบียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เดี๋ยวนี้ก็มีใกล้ ๆ กันแต่ว่าเราใช้ชื่อว่า น้ําพริกศรีราชา ไม่ได้แล้ว แต่นี่เป็นการกล่าวนํานะครับ ท่านประธานครับ ผมจะเข้าเรื่อง อันนี้เป็น พระราชบัญญัติที่ท่านเสนอมานะครับ ในพระราชบัญญัติที่ท่านเสนอมานี้ ผมกราบเรียนว่า อ่านแล้วดีหมดเลย ผมดูนะครับดีหมดเลย แล้วผมดูเป็นหมวด ๆ เลยนะครับ หมวดที่ว่าด้วยกรรมการ กรรมการก็จะมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรองประธาน ก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้วก็มีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมก็ตั้งข้อสังเกตประการที่ ๑ ว่าเดี๋ยวนี้ป่ามันไม่ใช่มีเฉพาะกรมป่าไม้ ไม่ใช่มีเฉพาะ ปลัดกระทรวงป่าไม้ อันนี้ผมก็ถามในใจผมนะ แต่ผมถามดัง ๆ ผ่านท่านประธานว่า แล้วกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเขาดูแล เขาเรียกว่าเกือบจะส่วนหนึ่งของป่า เราจะเอามาไหม ผมไม่ทราบ อันนี้ผมตั้งข้อสังเกตไว้เฉย ๆ นะครับ เพราะว่าสมัยก่อนนี้ กระทรวงนี้อยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมทรัพยากรอะไรนี่นะครับ มันอยู่ด้วยกัน ตอนนี้แยกมาแล้วฝากท่านไปคิดเป็นการบ้านนิดหน่อยนะครับว่าท่านจะคิดอย่างไรนะครับ แต่ทีนี้พอมาพูดถึงเรื่องหมวดที่เป็นสิ่งที่สําคัญก็คือหมวด ๒ ว่าด้วยการอนุญาต การขออนุญาตและการอนุญาตนะครับ มี ๙ มาตรา การขึ้นทะเบียนตํารับ เยอะแยะมากเลย หมวด ๕ หมวด ๖ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่จะดูแลคุ้มครองการแพทย์แผนไทย โดยเฉพาะ เรื่องของสมุนไพร แต่ทีนี้ผมมาดูหมวด ๑๒ บทกําหนดโทษ เยอะมากนะครับ มี ๓๘ มาตรา มาตรา ๘๗ ถึงมาตรา ๑๒๕ นะครับ กําหนดโทษหมดเลยตั้งแต่ปรับอย่างเดียว ๓๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาทเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาทมีทั้งจําและปรับ อย่างมาตรา ๙๙ มีโทษหนักถึงจําคุกตลอดชีวิต ถ้ากระทําผิดในมาตรา ๕๑ (๑) นะครับ แล้วถ้าไปดูใน มาตรา ๕๑ (๑) ท่านก็บัญญัติไว้นะ แต่นี่มันคงจะต้องผ่านไปอีกหลายที่หลายทาง แต่ผมก็อยากจะกลับไปเรียนว่าท่านลองไปเปิดดูมาตรา ๕๑ (๑) นะครับ ขอโทษนะครับ เดี๋ยวไปเปิดดูก็แล้วกันนะครับ จะบอกว่าถ้าท่านเอาสมุนไพรที่ปลอมถูกไหมครับ ผมจํา มาตราไม่ได้ที่ปลอมโทษหนักนะครับ ทีนี้ถ้าท่านกําหนดโทษแรง ๆ อย่างนี้ผมมองในมุมลบ และมุมบวก การออกกฎหมายนี้ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งเลยนะครับ ถ้าสมมุติผมวางกระเป๋า ไว้ที่สนามบินหรือที่ไหนก็ตามมีใครเอาสมุนไพรปลอม ซึ่งผมไม่รู้มายัดใส่พิสูจน์ไม่ได้ผมติดคุก ตลอดชีวิตนะครับ แล้วปรับ ๕๐๐,๐๐๐ บาทอันนี้ถือว่าสูงสุดในมาตราของท่านที่เขียน เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนท่านประธานไปยังกรรมาธิการว่าทุกอย่างมีคุณอนันต์มีโทษมหันต์ แล้วบัดนี้ท่านกําลังจะตะล่อมห้อมห่อเรื่องการแพทย์แผนไทยพื้นบ้าน แล้วแต่จิปาถะที่มีกัน อยู่ทั่วโลกนี่นะครับ เอาเข้ามาอยู่ในหีบห่อรวมแล้วถือว่าเป็นประโยชน์ แต่ถ้าท่านไม่ได้ ละเอียดลออเรื่องเหล่านี้ก็จะเป็นโทษกับคนที่ไม่รู้นะครับ หรือแพทย์พื้นบ้านที่ไม่รู้ก็จะ เป็นโทษ ก็ฝากท่านประธานด้วยความเคารพว่าสิ่งที่ผมกราบเรียนอาจจะเป็นประโยชน์บ้าง หรือไม่เป็นประโยชน์ก็สุดแล้วแต่ท่านกรรมาธิการ แต่อย่างไรก็ตามโดยรวมผมสนับสนุนว่า การรักษาภูมิปัญญาไทยไว้ให้กับลูกหลานเป็นเรื่องสําคัญและจําเป็น ผมอยากกราบเรียนว่า คุณหมอที่นั่งอยู่ข้างบนนึกถึงว่าเมื่อร้อยปีพันปีก่อนโน้นก่อนที่จะมียาแผนปัจจุบันก่อนที่จะ มีเข็มฉีดยา ถามว่าโรคใช้ยาอะไร ผมเชื่อว่ามาจากหมอกลางบ้านทั้งนั้นมาจากพืชพันธุ์ ธัญญาหารทั้งนั้น ข้าวก็เป็นอาหารนะ กล้วยน้ําว้าที่ผมกินทุกวันก็เป็นอาหารและเป็นยา แต่อย่างไรก็ตามผมไปดูแล้วเจ้ากรมเป๋อมา ถ้าท่านจะทําเรื่องนี้