สมพงษ์ วิจารณ์ขาดจิตสำนึกส่งเสริมวัฒนธรรมท่องเที่ยวอยุธยา

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๙

สมพงษ์ สระกวี วิพากษ์การขาดจิตสำนึกในการส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมและภูมิทัศน์ตามเส้นทางการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปอยุธยา พร้อมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการวางผังพื้นที่ให้สอดคล้องกับสถานะเมืองมรดกโลกและยุคเศรษฐกิจท่องเที่ยว เสนอแนวทางอนุรักษ์และฟื้นฟูโบราณสถานอยุธยาด้วยการรักษาซากเดิมควบคู่กับการสร้างปราสาทราชวังขึ้นใหม่ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เพื่อยกระดับคุณค่าทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

นายสมพงษ์ สระกวี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมพงษ์ สระกวี ครับ ที่จริงก็เห็นถึงความตั้งใจของทางกรรมาธิการที่คิดเรื่องการปฏิรูปทางด้านศิลปวัฒนธรรม ที่เน้นมาถึงเรื่องของการจัดการพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมซึ่งเป็นปัญหาที่เป็นของจริง ก็คือว่า มีการบุกรุกสถานที่โบราณสถาน ยากแก่ทางราชการเข้าไปบริหารจัดการนะครับ อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ผมก็ยังติดใจที่ท่านใช้คําว่า เพื่อเพิ่มคุณค่าและมูลค่าทางวัฒนธรรม ซึ่งเรื่องนี้ผมออกจะให้ความสนใจนิดหนึ่งว่าบ้านเรานั้นเรายอมรับว่ามูลค่าทางวัฒนธรรม ทางศิลปกรรม ทางสถาปัตยกรรมนั้น เป็นมูลค่าอันล้ําค่าที่เกิดขึ้นในยุคสมัยใหม่นั่นก็คือ เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวในยุคใหม่ เมื่อเป็นเช่นนั้นผมออกผิดหวังนิด ๆ ที่คณะกรรมาธิการ สนใจแต่เรื่องการจะเอาพื้นที่ที่รกร้างว่างเปล่า ที่บุกรุกอันมีคุณค่าทางวัฒนธรรมทางโบราณสถาน ซึ่งเป็นงานของกรมศิลปากรมายาวนานนะครับ เก็บรักษาไว้ได้บ้าง เก็บรักษาไว้ไม่ได้บ้าง มาพูดถึงนี่ก็สมควรอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นควรแก่การปฏิรูปให้คุ้มกับคําว่า เพิ่มคุณค่าและมูลค่า วัฒนธรรมที่โยงใยอยู่กับการท่องเที่ยวยุคใหม่ ซึ่งเป็นรายได้สําคัญของชาตินั้น ผมขอยกตัวอย่าง สักที่เดียวครับท่านประธาน เราไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บอกว่าเป็นเมืองมรดกโลก เส้นทางจากกรุงเทพฯ ถึงเมืองมรดกโลกนั้นไม่ต้องพูดถึงละครับ หาต้นไม้ หาไม้หลากสี หาความร่มรื่น หาความสวยงามอันใดมิได้ เพราะเห็นว่ามันเป็นเขตเศรษฐกิจเขาวางรถแบ็กโฮ (Backhoe) ขายกันนะครับ เรียกว่าตั้งแต่กรุงเทพฯ ออกสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่มีใคร คิดครับว่าคิดจะให้เป็นเมืองท่องเที่ยว แต่เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะหาความร่มรื่น หาความสวยงามของริมถนนนี่หาไม่ได้ กรมทางหลวงก็คิดไม่เป็นกระทรวง มหาดไทยก็คิดไม่เป็น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็คิดไม่เป็น คิดไม่เป็นเหมือนกับที่ คิดไม่เป็นว่าจากประตูบ้าน สนามบินสุวรรณภูมิเข้าสู่ตัวเมือง ซึ่งถ้าเป็นเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว อาคันตุกะต้องมารับกุญแจเมือง ดูไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นความคิดที่ดีแต่พูดว่าเมืองไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สวยงามนั้น แต่จะทําให้ ๒ ข้างทางถนนสวยงามตั้งแต่ประตูบ้าน สนามบินสุวรรณภูมิสู่กรุงเทพฯ นี่หวังไม่ได้ ไม่ว่า กับรัฐบาลไหน ๆ ผมยังชอบใจเลยท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์บอกว่าจะขุดถนนราชดําเนิน เป็นที่จอดรถเพื่อนักท่องเที่ยว แต่จะทําให้ถนนเข้าเมืองจากสนามบินสุวรรณภูมิสู่กรุงเทพฯ ให้สวยงาม คิดไม่ได้ คิดไม่เป็น หรือรีบ ๆ เวลาไปต่างประเทศ หรือเวลากลับจากต่างประเทศ ก็รีบ ๆ จนไม่ได้ดู ๒ ข้างทางว่าควรจะสวยงามร่มรื่น เป็นดอกไม้นานาพรรณให้สมเป็น เมืองร้อนของประเทศไทยอย่างไร เหมือนกันครับ การไปเมืองมรดกโลกของอยุธยานั้น จะหาความร่มรื่น หาดอกไม้ ต้นไม้ หาอะไรที่เหมาะสําหรับการเป็นประเทศท่องเที่ยว ที่มีคุณค่า หาไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าเราขาดจิตสํานึกนะครับในการที่อยากจะทําให้ ประเทศเรามีคุณค่าในความเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีอารยะนะครับ เราจึงได้เห็นอย่างที่เห็น

ต่อมาท่านประธานครับ เราบอกว่าเราไปเที่ยวอยุธยาเป็นเมืองหลวงเก่า คําว่า เมืองหลวงเก่านั้นนี่ประเทศทั่วโลกนะครับ ขึ้นชื่อว่าเมืองหลวงเก่านั้นก็ย่อมจะเต็มไปด้วย ปราสาทราชวัง แต่แปลกครับ โบราณสถานที่แม้กระทั่งการท่องเที่ยวหรือแม้กระทั่ง กรมศิลปากร เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศไปเที่ยวนั้นมีอยู่ ๑๐ แห่งครับ เป็นวัดทั้ง ๑๐ แห่งเลยครับ ไม่ยักกะมีปราสาทราชวังเลย ไฉนถึงเป็นฉะนั้น ก็เพราะว่า เหลือแต่ซากครับ พอเหลือแต่ซากนี่ประเทศอื่นนั้นเขาจะต้องรื้อฟื้นว่าเมืองโบราณของเขา มันเป็นอย่างไร ปรากฏว่าใครครับที่ช่วยรื้อฟื้น ศึกษาประวัติศาสตร์ แล้วก็รื้อฟื้นขึ้นมา กลายเป็นเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ สร้างปราสาทขึ้นมาใหม่ที่เรียกว่าพระที่นั่ง สรรเพชญปราสาท ที่มีหลังคาทําด้วยดีบุกย่อส่วนมา ซึ่งในการสร้างใหม่นั้นเขาก็ต้องศึกษา ประวัติศาสตร์ว่าปราสาทแต่เดิมนั้นเป็นอะไร อย่างไร จึงได้สร้างขึ้นมาใหม่แต่อยุธยา เมืองโบราณซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่า เมืองกษัตริย์เก่า แต่ไปเที่ยวปราสาทราชวังไม่เจอเสียแล้ว เต็มไปด้วยต้นพุทรา ท่านประธานครับ ปรากฏว่ามีมาสมัยหนึ่ง สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ท่านอูนุหรืออย่างไรนี่ไปเป็นเลขาธิการสหประชาชาติร่วมกับยูเนสโก (UNESCO) ก็เห็นว่า จะรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับไทย เสียใจที่รัฐบาลสมัยกษัตริย์ปกครองกันโน่น ยุคโบร่ําโบราณ มาเผาอยุธยา ก็เลยสร้างเจดีย์สามองค์ขึ้นมาใหม่ที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ อันติดกับพระราชวังเดิม นั่นนะครับ ฝรั่งมังค่า ญี่ปุ่น ต่างชาติ รวมทั้งพี่ไทยด้วยคิดว่าเป็นเจดีย์เก่าของวัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นวัดคู่พระราชวังเช่นเดียวกับวัดพระแก้ว ถ่ายรูปกันใหญ่เลยครับกับเจดีย์ ๓ องค์นี้ เหมือนกับหลอกนะครับ เหมือนกับต้มนะครับ แต่ยังทรงคุณค่าเห็นไหมครับ ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ เจดีย์สามองค์ที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ ท่านประธานครับ เรากําลังเข้าสู่ยุคการปฏิรูป เรากําลังพูดถึง ศิลปกรรม สถาปัตยกรรมที่ต้องรักษาไว้ และจะต้องรื้อฟื้นขึ้น มันไม่ได้เลวร้ายหรอกครับ ผมก็ เห็นว่าเมืองโบราณเป็นเอกชนแท้ ๆ เขาคิดจําลองปราสาทราชวังขึ้นมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยว แต่ของเรานั้นไม่กล้าทํา ทําไม่ได้ ไม่กล้าคิด คิดไม่ได้ แล้วก็ปล่อยให้อยุธยาเมืองมรดกโลกนี้ รักษาไว้แต่ก้อนอิฐ ซึ่งทรงคุณค่ากับจิตใจของคนไทยผู้มีประวัติศาสตร์ แต่จะมีคุณค่าสิ่งใดละครับ กับญี่ปุ่นหรือจีนหรือยุโรป ซึ่งเขาไม่รู้จัก คําว่า ปราสาทราชวัง อันเป็นเมืองโบราณของอยุธยา เขาก็รู้จักอยู่แต่วัดในอยุธยา วัดมหาธาตุ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดภูเขาทอง วัดมเหยงคณ์ วัดไชยวัฒนาราม วัดใหญ่ชัยมงคล วัดหน้าพระเมรุ วัดพนัญเชิง ท่านประธานครับ อยากจะ เรียนท่านอย่างนี้นะครับว่าการอนุรักษ์ศิลป สถาปัตยกรรมที่ล้ําค่าของชาตินั้นได้ทํากันมา แต่โบราณโดยการสร้างขึ้นใหม่นั้น วัดไชยวัฒนารามสวยงามมาก พังน้อย กรมศิลปากรก็ได้ บูรณะขึ้นมาบนร่างเดิม อนุรักษ์บนสิ่งเดิมนั้นก็ถูกต้องแล้วก็ทําไปแต่ปรากฏว่ามีคนสร้าง ขึ้นมาใหม่ ลอกแบบวัดไชยวัฒนารามเลยแล้วทําใหญ่กว่า สวยกว่า ดีกว่า ผลเป็นอย่างไรครับ คนที่ลอกวัดไชยวัฒนารามอยุธยามาสร้างใหม่ มาอยู่ริมแม่น้ําเจ้าพระยา ปรากฏว่านักท่องเที่ยว เที่ยวมากที่สุดเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไปแล้ว นั่นก็คือพระมหากษัตริย์ในรัชกาล กรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ รัชกาลที่ ๒ รัชกาลที่ ๓ รัชกาลที่ ๔ คือมาสร้างวัด อรุณราชวราราม ลอกแบบมาจากวัดที่อยุธยาเลย นั่นล่ะครับเป็นแบบอย่างด้วยการสร้าง ขึ้นใหม่ ลอกเลียนของเก่า เรียนรู้ประวัติศาสตร์ สร้างให้ยิ่งใหญ่เท่าเดิมหรือใหญ่กว่านั้น พระมหากษัตริย์ไทยแต่โบราณก็ได้ทําแบบนั้นนะครับ เหมือนกับสร้างพระที่นั่ง เหมือนกับที่ สร้างพระบรมมหาราชวังแล้วก็มีวัด ท่านประธานครับผมจึงฝากไว้เป็นสําคัญว่าการอนุรักษ์ ไว้แต่ดั้งเดิมนั้นไม่ผิดครับ ถูกต้องครับ ก้อนอิฐรักษาไว้อย่างเดิมนะครับเพราะว่าอย่าไปแปลง แต่ถ้าจะสร้างขึ้นใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ ไม่ใช่เรื่องอาชญากรรมเลยครับ ไม่ใช่เรื่องการ ทําลายประวัติศาสตร์เลยครับไม่มิฉะนั้นแล้วผมจะนึกภาพไม่ออกจริง ๆ ว่าที่พระนั่ง สรรเพชญปราสาทที่มีหลังคาเป็นดีบุกนั้นถ้าเมืองโบราณไม่สร้างให้ผมก็นึกไม่ออก แล้วชาวต่างชาติก็ไม่มีสิทธิจะมานึกออกกับประเทศไทย ว่าอยุธยานั้นเคยเป็นเมืองที่เต็มไปด้วย ปราสาทราชวังอย่างไร ก็เห็นแต่วัดละครับ ก็เป็นเมืองวัดไป เพราะฉะนั้นฝากท่านไว้สําหรับ การคิดถึง การจัดการพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมของชาติว่าถ้าจะเพิ่มคุณค่า จับต้องได้ ให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวนั้นต้องทํา ๒ เรื่องประกอบกัน ๑. รักษาของเก่าไว้ให้ดี ๒. สร้าง ของใหม่ขึ้นอย่างเหมาะสมโดยการศึกษาประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมที่เหมาะสมเราก็จะได้ สิ่งที่มีคุณค่าเพิ่มขึ้นและสิ่งนั้นก็จะทําให้นักท่องเที่ยวเห็นคุณค่า จับต้องได้ไม่ใช่จินตนาการ เอาด้วยเจดีย์ ๓ องค์ ซึ่งพม่าสร้างให้อยู่ที่วัดพระศรีสรรเพชญในปัจจุบัน ขอขอบคุณครับ